ี่คดีฆ่าเจ๊หญิงเศรษฐีนีหัวหิน

 

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์  สารากรบริรักษ์

อาชญากรรมสำคัญที่เกิดขึ้นอีก 1 คดี ไม่แพ้คดีสังหารไฮโซสุนัทที เมื่อปี พ.ศ.2552 ที่เหยื่อกระสุนปืนเป็นสุภาพสตรี เกิดขึ้นที่หัวหิน ปมสาเหตุก็จะต้องมาจากเรื่องการขัดผลประโยชน์กัน ที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ต้องการรอคำตัดสินใด จ้างมือปืนรับจ้างใช้เงินน้อยกว่าฟ้องเป็นคดีความ หมดค่าทนาย ค่าใช้จ่าย และใช้เวลานาน คดีแบบนี้ จะต้องทำการสืบสวนจับกุมคนร้ายให้ได้ เพราะเหตุเกิดกลางวัน หน้าสำนักงาน วันที่ 13 สิงหาคม 2554 เวลา 16.33 น.

....................................................... 

14 ส.ค.2554 เดลินิวส์

มือปืนพระกาฬ บุกจ่อยิงเศรษฐีนีร้อยล้านเมืองหัวหิน ดับสยองข้างรถเก๋งหรู หน้าสำนักงาน

คาดปมความขัดแย้งธุรกิจ และเรื่องส่วนตัว

เมื่อเย็นวันที่ 13 ส.ค. พ.ต.ท.ธัญญะ ครุฑเผือก พงส.(สบ 3) สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุยิงกันตายหน้าสำนักงานเลขที่ 27/88 ตั้งอยู่ในโครงการสาธุการ สแควร์ ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลเมืองหัวหิน  จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์  พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล ผกก. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนฯ และมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 3 ชั้น แต่ละชั้นเปิดเป็นบริษัท 3 แห่ง คือ บริษัทไดมอน 99 จำกัด บริษัทบ้านตรัยรัตน์ จำกัด และบริษัทหัวหินไทยโฮม จำกัด ทำธุรกิจซื้อขายที่ดิน และโครงการบ้านจัดสรร โดยบริเวณลานคอนกรีตหน้าบ้านพบศพนางเพชรรัตน์ หรือหญิง สุดเสนาะ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/57 ถนนแนบเคหาสน์ เขตเทศบาลเมืองหัวหิน นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ที่พื้นข้างรถเก๋งมินิคูเปอร์ สีขาว-ดำ ทะเบียน วพ 3388 กรุงเทพมหานคร สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าโหนกแก้มซ้าย หน้าอก หลัง แขนซ้าย-ขวา รวม 6 นัด ใกล้ๆศพมีนายสำลี สุดเสนาะ อายุ 77 ปี พ่อของผู้ตาย และนายวิสิทธิ์ จุลเจิม อายุ 37 ปี สามีผู้ตาย เจ้าของโชว์รูมขายรถยนต์ ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี ยืนดูศพด้วยสีหน้าเศร้า

จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 6 ปลอก และหัวกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 2 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวน น.ส.สุภาพร พูลเกตุ อายุ 23 ปี พนักงานดูแลสำนักงาน เปิดเผยว่าก่อนเกิดเหตุนางเพชรรัตน์ผู้ตาย ได้โทรศัพท์เข้ามาหาตน โดยบอกให้ทำความสะอาด และเตรียมเอกสารไว้ เนื่องจากจะมีลูกค้าเข้ามาดูโครงการบ้านจัดสรรที่ผู้ตายทำอยู่ เมื่อลูกค้ามาดูโครงการแล้ว และเดินทางกลับ ตนจึงเดินออกไปทำธุระบริเวณด้านหลังสำนักงาน แล้วได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด จึงรีบออกมาดูพบว่านางเพชรรัตน์ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

ต่อมาเจ้าหน้าที่เปิดกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่หน้าสำนักงาน บันทึกภาพคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 25 ปี ใส่เสื้อโปโลสีฟ้า ปักข้างหลังด้วยหมายเลข 9 นุ่งกางเกงขายาว แอบอยู่ข้างอาคาร เมื่อผู้ตายเดินไปเปิดประตูรถ คนร้ายจึงโผล่พรวดออกมากระหน่ำยิง และเหยื่อพยายามยกมือปัดป้อง เมื่อถูกกระสุนล้มลงแล้ว ยังถูกคนร้ายจ่อยิงซ้ำ จากนั้นมือปืนรีบวิ่งหลบหนีหายไปจากกล้องวงจรปิด คาดว่าคงวิ่งหนีไปขึ้นรถที่เพื่อนจอดรออยู่ริมถนนเพชรเกษม แล้วเผ่นหนีไป

สำหรับผู้ตายเป็นนักธุรกิจชื่อดังในหัวหิน และเป็นเจ้าของ 3 บริษัทดังกล่าว พัฒนาโครงการบ้านจัดสรรหลายแห่งใน อ.หัวหิน มีฐานะอยู่ในระดับเศรษฐีนีร้อยล้าน เบื้องต้น พล.ต.ต.วิเชียรสันนิษฐานว่า สาเหตุมาจาก 2 ประเด็น คือ ความขัดแย้งเรื่องธุรกิจบ้านจัดสรรกับหุ้นส่วน และความขัดแย้งเรื่องส่วนตัว โดยเจ้าหน้าที่จะเรียกญาติและคนใกล้ชิดของผู้ตายมาสอบสวน เพื่อหาสาเหตุแท้จริงอีกครั้ง.

 

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับ น.ส.เพชรรัตน์ หรือรู้จักกันดีในวงการหมู่บ้านจัดสรรว่า เจ๊หญิง เป็นเจ้าของกิจการหมู่บ้านจัดสรรนับสิบแห่งในเขต อ.หัวหิน และ อ.ปราณบุรี และยังเป็นน้องสาวของนายสิทธิพล สุดเสนาะ รองปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน โดยโครงการจัดสรรล่าสุดที่กำลังดำเนินการถือว่าบูมสุดขีดคือ โครงการปราณลัดดา ตั้งอยู่ในเขต อ.ปราณบุรี แต่ระยะหลังเกิดเรื่องขัดแย้งกับคู่หุ้นร่วมกิจการอย่างหนัก ผู้ตายเองได้บ่นให้กับสามีฟังเสมอๆ ว่า กลัวว่าจะมีคนปองร้าย ซึ่งก็มีหลายคนได้เตือนให้ระวังตัว แต่มาถูกยิงเสียชีวิตในที่สุด.

 

พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ เรียกประชุมชุดพนักงานสืบสวน ในเวลา 10.00 น. วันนี้ เพื่อเร่งรัดติดตามจับกุม คดีคนร้ายใช้อาวุธปืน ขนาด 11 มม. บุกยิง น.ส.เพชรรัตน์ สุดเสนาะ หรือ เจ๊หญิง อายุ 42 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของและผู้จัดการโครงการบ้านจัดสรร เดอะ แกรนด์ ไดมอน และอีกหลายโครงการในพื้นที่ อ.หัวหิน เสียชีวิตวานนี้ ข้างรถยนต์มินิคูเปอร์ สีขาว ทะเบียน วพ 3388 กรุงเทพ หน้าอาคารพาณิชย์ เลขที่ 27/88 ถ.เพชรเกษม อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สำนักงานขายโครงการบ้านจัดสรรของผู้ตาย พร้อมระบุว่า หลังจากที่ได้มอบหมายให้ชุดสืบสวนแต่ละชุดลงพื้นที่ เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ทั้งอาวุธปืน การสอบปากคำพยานแวดล้อม รวมถึง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อนำภาพมาทำให้ชัดขึ้น ซึ่งคาดว่า น่าจะมีการความชัดเจน และสามารถออกภาพสเกตช์ของคนร้ายได้ เบื้องต้นทราบว่า คนร้ายมีคนเดียว และได้ทำการดักซุ่มดูผู้ตายมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ยังกล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นการสังหารในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ การขัดแย้งผลประโยชน์ทางธุรกิจบ้านจัดสรรที่ผู้ตายทำอยู่ เนื่องจาก มีประเด็นความขัดแย้งกับหุ้นส่วนหลายราย เป็นมูลค่าหลายสิบล้านบาท และประเด็นความขัดแย้งส่วนตัวด้วย

 

 

 

ตำรวจได้รูปพรรณคนร้ายสังหารเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรในอำเภอหัวหิน พร้อมตั้งรางวัลนำจับ 50,000 บาท ระบุมุ่งประเด็นขัดแย้งทางธุรกิจเป็นหลัก แต่ยังไม่ตัดประเด็นส่วนตัว

ตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ เร่งสางคดีมือปืนบุกยิงนางสาวเพชรรัตน์ สุดเสนาะ หรือ หญิง  อายุ 42 ปี เจ้าของธุรกิจบ้านจัดสรร และอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของอำเภอหัวหิน ที่บริเวณหน้าสำนักงานขายโครงการบ้านจัดสรร เดอะแกรนด์ ไดม่อน เลขที่ 27/88 ถนนเพชรเกษม ตรงข้ามโรงพยาบาลหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เสียชีวิตหน้าสำนักงาน เมื่อเย็นวานนี้ ( 13 สิงหาคม )

ล่าสุด วันนี้ (14 สิงหาคม 2554) ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พลตำรวจตรีวิเชียร ตันตะวิริยะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกประชุมตำรวจฝีมือดีในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งหมด อาทิ ชุดสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ,หน่วยปฏิบัติการพิเศษ, ผู้กำกับการ สภ.ปราณบุรี,สภ.หนองพลับ ,สภ.ปากน้ำปราณ และ ตำรวจภูธรหัวหิน เพื่อเร่งคลี่คลายคดีดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญที่กระทบความรู้สึกประชาชน

โดยผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อคลี่คลายคดีนี้ ซึ่งจะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในส่วนของ สภ.หัวหิน และใกล้เคียง ประสานงานสืบสวนสอบสวน หาข่าว พยานแวดล้อม รวมทั้งการสืบหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์

ด้านพลตำรวจตรีวิเชียร ตันตะวิริยะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพวงจรปิดของบริษัทฯที่เกิดเหตุบันทึกไว้ ทราบว่าคนร้ายเป็นชายสวมหมวกแก็ป ลักษณะผอม สูงโปร่ง สวมเสื้อยืดแขนสั้น รองเท้าผ้าใบ เมื่อก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไปด้วยรถจักรยานยนต์สีขาว ที่จอดซุ่มอยู่ ส่วนใบหน้านั้นไม่ชัดเจน เนื่องจากคนร้ายหันหลังให้กล้อง และ กล้องก็ไม่ชัดเพียงพอที่จะเห็นรายละเอียด แต่จากการสังเกตพฤติกรรมของคนร้าย ทำให้สันนิษฐานได้ว่า มีความชำนาญในการใช้อาวุธ อาจจะรู้จัก หรือมีความเกี่ยวข้องกับผู้ตาย และอาจจะติดตามผู้ตายมาระยะหนึ่งแล้ว จนกระทั่งเมื่อเห็นจังหวะที่ผู้ตายออกจากสำนักงานกำลังจะขึ้นรถยนต์ส่วนตัว ก็เป็นจังหวะเหมาะให้คนร้ายก่อเหตุ ส่วนประเด็นการสังหาร ตำรวจให้น้ำหนักเรื่องความขัดแย้งทางธุรกิจเป็นสำคัญเพราะผู้ตายมีธุรกิจอยู่ในมือหลายอย่างและมีมูลค่าสูง แต่ก็ไม่ตัดประเด็นส่วนตัว

ซึ่งได้สั่งการให้ชุดสืบสวนสอบสวน เข้าไปตรวจสอบหาพยานหลักฐานเพิ่ม ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง เช่น ปั้มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาลหัวหิน รวมทั้งจะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนถนนเพชรเกษม ที่อาจจะสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้

สำหรับคดีนี้ยังให้ความสำคัญกับการหาหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ จากลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุ หรือก้นบุหรี่ที่คนร้ายอาจจะทิ้งร่องรอยไว้ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบกันด้วย พร้อมกันนี้จะตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกิจของผู้ตายทุกชนิด ทุกโครงการทั้งในอดีตและปัจจุบัน โครงการไหน มีความขัดแย้ง หรือมีเรื่องวิวาทกับใครหรือไม่ ซึ่งจะต้องเชิญหุ้นส่วนและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาสอบสวนโดยละเอียด รวมทั้งการหาข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือของผู้ตาย ประวัติส่วนตัว และทรัพย์สินของผู้ตาย เป็นต้น ทั้งนี้คณะทำงานทุกฝ่ายจะต้องรายงานความคืบหน้าให้ทราบทุกวัน และจะต้องเร่งคลี่คลายคดี หาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งรางวัลนำจับ จำนวน 50,000 บาท ให้กับบุคคลที่แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมคนร้าย

  15 ส.ค.2554 มติชนวันที่ 15 สิงหาคม ที่สถานีตำรวจภูธรหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค7 เรียก พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล ผกก.สภ.หัวหิน และฝ่ายสืบสวน ประชุมความคืบหน้าคดีคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.ยิง น.ส.เพชรรัตน์ หรือ หญิง สุดเสนาะ อายุ 41 ปี เจ้าของโครงการบ้านจัดสรร เดอะแกรนด์ ไดมอนด์ เสียชีวิตหน้าสำนักงานโครงการ ริมถนนเพชรเกษม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดย พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้สรุปเหตุการณ์และเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกขั้นตอนการลงมือของคนร้ายได้
  

ภายหลัง พล.ต.ท.พงษ์สันต์ กล่าวว่า คดีนี้ถือว่าเป็นคดีอุกอาจสะเทือนขวัญ จึงแต่งตั้ง พล.ต.ต.เรวัติ กลิ่นเกสร รอง ผบช.ภ.7 เป็นหัวหน้าทีมในคลี่คลายคดีนี้ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งจากการดูกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายที่ลงมือสังหารมีเพียงคนเดียวและมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน หลังจากลงมือยิงแล้วขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปตามถนนเพชรเกษม นอกจากนี้ได้สั่งการให้นำปลอกและหัวกระสุนปืนที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุส่งไปตรวจสอบประวัติอาวุธปืน ดังกล่าวอีกทางหนึ่งด้วย สำหรับประเด็นในการสังหารมุ่งน้ำหนักในเรื่องความขัดแย้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้ตายได้ทำอยู่ใน ในพื้นที่ อ.หัวหิน และใน ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ผู้ตายเป็นเจ้าของและหุ้นส่วนรวมทั้งหมดมีจำนวนมากถึง 16 โครงการ โดยได้เรียกสามีผู้ตาย ญาติพี่น้องและพนักงานในสำนักงาน มาสอบปากคำไปแล้ว 6 ปาก

 19 ส.ค.2554เมื่อวันที่ 18 ส.ค. พล.ต.ต.บวร นันท์ทะยาวงศ์ รอง ผบช.ภ.7 เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง น.ส.เพชรรัตน์ หรือหญิง สุดเสนาะ อายุ 41 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า สำหรับผลความคืบหน้าของคดีในขณะนี้เจ้าหน้าที่ต้องรีบเร่งทำงานสืบสวนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อต้องการที่จะคลี่คลายคดีและติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุดเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์

พล.ต.ต.บวรกล่าวว่า ขณะนี้ผลของการสืบสวนได้ความคืบหน้าของคดีไปมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานในทุกด้านทั้งพยานบุคคลในวันเกิดเหตุ โดยเฉพาะพยานแวดล้อม ที่ขณะนี้ได้พบวัตถุพยานเพิ่มเติมที่พบเห็นในกล้องวงจรปิดในวันที่เกิดเหตุ ตอนนี้ตนได้เปลี่ยนแนวทางในการสืบสวนจากการที่จะไปหาสาเหตุแห่งการสังหารในครั้งนี้มาเป็นหาวัตถุพยานในวันเกิดเหตุไปสู่ตัวผู้กระทำผิด โดยเอากล้องวงจรปิดมานั่งดูและวิเคราะห์ออกมาซึ่งก็พบเพิ่มเติมตามคาด และขณะนี้คดีก็น่าที่จะคลี่คลายได้ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอนแล้ว

แหล่งข่าวรายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามหารถแวนสีดำที่พบเห็นในกล้องวงจรปิด ที่มาจอดอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุอยู่ก่อนหน้าประมาณ 2 ช.ม. และมีการขับวนไปมาและกลับมาจอดที่เดิม จนมือปืนลงมือก่อเหตุ แล้วขับขี่รถ จยย.ออกไป จากนั้นรถแวนสีดำดังกล่าวก็ขับตามมือปืนออกไปติดๆ ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายจะเป็นรถคุ้มกันมือปืนที่ลงมือก่อเหตุดังกล่าวในครั้งนี้อีกชั้นหนึ่ง


  
ข่าวสด 20 ส.ค.2554 ฯลฯผู้ตายชื่อ น.ส.เพชรรัตน์ สุดเสนาะ อายุ 41 ปี บ้านเลขที่ตามบัตรประชาชน อยู่ที่ 95/70 ถ.บรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย กทม.

เจ้าของและผู้จัดการโครงการบ้านจัดสรรเดอะ แกรนด์ ไดมอนด์ และอีกหลายโครงการในพื้นที่หัวหิน ถือว่าเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เลยทีเดียว

น.ส.สุภาพร พูลเกตุ อายุ 23 ปี พนักงานบัญชี ให้การว่า "พี่หญิงเข้ามาดูงานที่สำนักงานเป็นปกติ เมื่อเลิกงานก็ถือแว่นตา กระเป๋าสตางค์ และสิ่งของจิปาถะออกไปจากสำนักงาน เมื่อเดินที่ไปยังไม่ถึงรถ ก็มีคนร้ายเป็นผู้ชายเดินมากระหน่ำยิงพี่หญิง พอล้มลงก็วิ่ง ไปขี่จักรยานยนต์ ไปทางเมืองหัวหิน"

ด้วยความเป็นที่เหตุอุกอาจ พล.ต.ท. พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ. ภาค 7 จึงไม่นิ่งนอนใจ สั่งการด่วนให้ พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รองผบช.ภ. ภาค 7 มือสืบสวนชั้นดีลงคุมคดีด้วย ตัวเอง

พร้อมใช้ทีมชุดสอบสวนจากตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์เข้าร่วมคลี่คลายคดี

และตั้งค่าหัวผู้ให้เบาะแสจับกุมคนร้ายรายนี้อีก 5 หมื่นบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สั่งตรวจกล้องวงจรปิดหน้าอาคาร พบว่า คนร้ายเป็นชายสวมหมวกแก๊ป ลักษณะผอม สูงโปร่ง สวมเสื้อยืดแขนสั้น รองเท้าผ้าใบ เดินเข้ามาจ่อยิงน.ส.เพชรรัตน์ ที่กำลังเดินไปขึ้นรถ ก่อนหลบหนีไปด้วยรถจักรยาน ยนต์สีขาวที่จอดซุ่มอยู่

แต่ยังมีปัญหาที่คุณภาพกล้องวงจรปิดต่ำมาก ไม่ชัดเจนถึงขนาดเห็นหน้าตาคนร้าย

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจจะติดตาม น.ส.เพชรรัตน์มาระยะหนึ่ง เมื่อสบโอกาสแล้วจึงลงมือทันที และมีความเชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนมาก

จึงให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เช่น ปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ โรงพยาบาลหัวหิน และถนนเพชรเกษม ที่อาจจะสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้

ทั้งยังเน้นเรื่องการหาหลักฐานจากลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุ หรือก้นบุหรี่ ที่คนร้ายอาจจะทิ้งร่องรอยไว้ เพื่อนำมาเป็นหลักฐานประกอบกัน

พร้อมกันนี้ จะมีการตรวจสอบข้อมูลการทำธุรกิจของผู้ตายทุกชนิด ทุกโครง การทั้งในอดีตและปัจจุบัน โครงการไหนมีความขัดแย้ง หรือมีเรื่องวิวาทกับใคร ซึ่งจะต้องเชิญหุ้นส่วนและผู้เกี่ยวข้องเพราะเชื่อว่าปมสังหารอาจเกิดจากปัญหาความขัดแย้งทางธุรกิจ เพราะผู้ตายประ กอบธุรกิจหลายประเภท มีหุ้นส่วนและลูกค้าเยอะ จนทำให้ผลประโยชน์ไม่ลงตัวจำนวนหลายสิบล้านบาท

เมื่อได้หลักฐานส่วนหนึ่งได้ขอหมายศาลเข้าค้นบ้านพักหุ้นส่วน 3 รายที่มีความขัดแย้งกับน.ส.เพชรรัตน์ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

จนทำให้ทีมสืบสวนต้องกลับมาทบ ทวนแนวทางใหม่อีกครั้ง โดยไม่ตัดประ เด็นใดออกไปเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความ ขัดแย้งทางธุรกิจ เรื่องส่วนตัว และเน้นการใช้พยานวัตถุสืบหาคนร้าย มากกว่าใช้แรงจูงใจ

ล่าสุดสั่งให้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอีกครั้งเพื่อดูว่าคนร้ายผิดพลาดอะไรอีกบ้างหรือไม่ และได้พบภาพรถแวนสีดำ ที่จอดอยู่บริเวณนั้นก่อนเกิดเหตุประมาณ 2 ชั่วโมง และวนกลับมา อีกครั้ง จนเมื่อมือปืนก่อเหตุรถแวนดังกล่าวจึงขับออกไป คล้ายกับอยู่เพื่อคุ้มกันมือปืน

จึงเชื่อว่าจะเป็นปมสำคัญในการคลี่คลายคดี ประกอบกับการเร่งสอบสวนคนใกล้ชิด หุ้นส่วนธุรกิจ ซุ้มมือปืน การเคลื่อนไหวผิดปกติ ในพื้นที่ ทั้งก่อนเกิดเหตุและหลัง เกิดเหตุ

เพื่อคลี่คลายคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด
    

1 ก.ย.2554 เดลินิวส์
 

ออกหมายจับแล้ว แก๊งมือปืนฆ่าเศรษฐีนีร้อยล้านเมืองหัวหิน เป็นถึง ขรก.ระดับ 5 คอยชีเป้าแถมยังขับรถคุ้มกัน

จากที่คนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.จ่อยิงอย่างเหี้ยมโหดนางเพชรรัตน์ หรือ เจ๊หญิง สุดเสนาะ อายุ 41 ปี เศรษฐีนีระดับร้อยล้าน และเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งใน อ.หัวหินและ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์  ถึง 6 นัดซ้อน เสียชีวิตหน้าอาคารพานิชย์ สำนักงานขายบ้านและที่ดินโครงการ เดอะแกรนด์ ไดมอนด์ ของผู้ตาย หลังลงมือคนร้ายได้ขี่ จยย.หลบหนีอย่างลอยนวล เบื้องต้นตำรวจได้ตั้งปมสังหารไว้ 2 ประเด็น คือ เรื่องความขัดแย้งทางธุรกิจและเรื่องส่วนตัวเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า วันนี้( 1 ก.ย.) ที่ สภ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์  แถลงความคืบหน้าในคดีนี้ว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทำให้ขณะนี้พนักงานสอบสวนสามารถนำสำนวนไปขออำนาจศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุได้ 2 คน ประกอบด้วยนายทิวัติถ์ หรือสังเวย บุญกูล อายุ 48 ปี หัวหน้าช่างเครื่องยนต์ ระดับ 5 สำนักการช่าง เทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.351/2554 ลงวันที่ 23 ส.ค.54 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน  พร้อมกับยึดรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นคามิโอ สีน้ำเงิน ทะเบียน กค-3410 เพชรบุรี ซึ่งเป็นชื่อภรรยาของนายทิวัติถ์ ไว้เป็นของกลาง เพื่อตรวจสอบ และนายกวี หรือน้อย มีแก้ว อายุ 29 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.371/2554 ลงวันที่ 31 ส.ค.54 ในข้อหาเดียวกัน โดยวันเกิดเหตุ นายทิวัติถ์ เป็นคนขับรถยนต์วนดูลาดเลาเหยื่อ ก่อนโทรศัพท์ชี้เป้าให้ นายกวี ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิท ใช้อาวุธปืนลงมือสังหาร หลังก่อเหตุนายทิวัติถ์ ยังได้ขับรถยนต์ตามคอยคุ้มกันให้นายกวี ขี่รถ จยย.หลบหนีด้วย  

พล.ต.ท.พงษ์สันต์ กล่าวว่า คดีนี้  พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร.ให้ความสนใจมากเพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญจึงได้มาประชุมติดตามเร่งรัดให้จับมือปืนให้ได้ ขณะนี้เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนเบาะแสที่สาวไปถึงแก๊งมือปืนต้องขอปิดไว้ก่อน เพราะเป็นหลักฐานใช้มัดตัวผู้ต้องหา สำหรับนายกวี มือปืนตรวจสอบ พบว่าไม่เคยมีประวัติอาชญากรมาก่อน แต่สืบทราบว่านิสัยส่วนตัวเป็นคนรุนแรง ชอบและมีความชำนาญการใช้อาวุธปืน ส่วนสาเหตุการสังหารทางตำรวจให้น้ำหนักเรื่องขัดแย้งในทางธุรกิจที่ดินบ้านจัดสรรที่ผู้ตายร่วมหุ้นส่วนอยู่ ส่วนจะโยงไปถึงใครหรือผู้จ้างวานนั้น อยากให้ได้ตัวคนร้ายเสียก่อน อยู่ที่หลักฐานและไปให้ถึงที่สุด คดีนี้ตำรวจไม่รู้สึกกดดันแต่อย่างใด อยากทำให้ตรงไปตรงมาและให้ได้ตัวคนร้ายอย่างแท้จริง ส่วนมือปืนหากกลัวถูกฆ่าตัดตอน หรือจะเข้ามอบตัว ทางตำรวจได้แบ่งงานให้รับผิดชอบไว้ในเรื่องนี้แล้ว.


   8 ก.ย.2554

รวบอีก1ทีมฆ่า”เจ๊หญิง” เศรษฐีนีร้อยล้านที่หัวหิน ยังปากแข็งเสธ แต่ยอมรับว่าสนิทกับกลุ่มมือปืนจากกรณีที่คนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม.จ่อยิง นางเพชรรัตน์ หรือ เจ๊หญิง สุดเสนาะ อายุ 41 ปี เศรษฐีนีร้อยล้านและเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งใน อ.หัวหินและ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และเป็นน้องสาว นายสิทธิพล สุดเสนาะ รองปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน เสียชีวิตหน้าอาคารพานิชย์สำนักงานขายบ้านและที่ดินโครงการเดอะแกรนด์ ไดมอนด์ ของผู้ตาย เลขที่ 27/88 โครงการสาธุการสแควร์ ถ.เพชรเกษม เขตเทศบาลเมืองหัวหิน เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจได้ออกหมายจับแก๊งคนร้ายไปแล้วรวม 2 คน คือ นายทิวัติถ์ หรือสังเวย บุญกูล อายุ 48 ปี หัวหน้าช่างเครื่องยนต์ ระดับ 5 สำนักการช่าง เทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี คนชี้เป้าและขับรถคอยคุ้มกันมือปืน กับ นายกวีหรือน้อย มีแก้ว อายุ 29 ปี มือปืนลูกน้องคนสนิทนายทิวัติถ์ โดยทั้งคู่ยังหลบหนีอยู่นั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 8 ก.ย.  พล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.ประจวบคีรีขันธ์  พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล ผกก.สภ.หัวหิน ได้นำหมายจับของศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ จ.383/2554 ลงวันที่ 7 ก.ย.54 เข้าจับกุม นายนรินทร์ หรือหนู ศรีสวัสดิ์ อายุ 38 ปี ผจก.ร้านอาหารชื่อดัง “เกทไอเดีย” ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลเมืองหัวหิน อยู่บ้านเลขที่ 988/104 ถนนเพชรเกษม (ไทรย้อย) ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ในข้อหาร่วมกันฆ่านางเพชรรัตน์ถึงแก่ชีวิต ได้ภายในบ้านพักหลังปั๊มมิสเตอร์บีน หมู่บ้านสมอโพรง อ.หัวหิน พร้อมยึดอาวุธปืนขนาด 11 มม. 2 กระบอก เพื่อส่งพิสูจน์ว่าเป็นปืนกระบอกเดียวกันกับที่ใช้ก่อเหตุหรือไม่ เบื้องต้นนายนรินทร์ให้การภาคเสธ เพียงแต่ยอมรับว่าสนิทสนมคุ้นเคยกับนายทิวัติถ์ และนายกวี ผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 คน

พล.ต.ต.วิเชียร เปิดเผยว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่านายนรินทร์มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้จนศาลอนุมัติออกหมายจับ โดยสืบทราบว่า นายนรินทร์สนิทมักคุ้นกับนายทิวัติถ์ และนายกวี นานเป็นปี และชอบไปนั่งปรึกษาหารือที่ร้านของนายนรินทร์เป็นประจำ ก่อนนัดแนะพาคนทั้ง 2 ไปฝึกซ้อมยิงปืนบ่อยครั้งที่สนามยิงปืนบ่อฝ้ายไม่ไกลจากร้านนัก คิดว่าน่าจะร่วมกันตั้งแต่ต้น คนร้ายเชื่อว่ามีมากกว่านี้กำลังสืบสวนว่าจะเชื่อมโยงไปถึงใครอีก ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีได้ตั้งชุดทำงานออกเป็น 2 ชุด คือชุดสืบสวนจังหวัดและชุดสืบสวนภาค 7 ออกไล่ล่าคาดว่ายังคงกบดานอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะตัวนายทิวัติถ์เองรับราชการอยู่ที่สำนักงานเทศบาลเมืองชะอำ มีพรรคพวกมากอาจจะหลบซ่อนอยู่กับเพื่อนคนใดคนหนึ่ง ส่วนผู้ต้องหาจะเข้ามอบตัวหรือไม่นั้น ทางเราไม่สนใจ เมื่อมีหมายจับเราก็ต้องตามจับ จะมามอบตัวแล้วมีเงื่อนไขมันไม่ใช่ หรือไม่ หากพบเกิดการต่อสู้ก็คงต้องใช้มาตรการเด็ดขาด.17 ก.ย.2554ผู้ต้องสงสัยคดีร่วมฆ่า "เจ๊หญิง" มอบตัวตร.หัวหิน-ปฏิเสธข้อกล่าวหา

  จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. กระหน่ำยิงนางสาวเพชรรัตน์ หรือ หญิง สุดเสนาะ อายุ 42 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในอำเภอหัวหิน เจ้าของและผู้จัดการโครงการบ้านจัดสรร เดอะ แกรนด์ ไดม่อน และอีกหลายโครงการในพื้นที่หัวหิน  เสียชีวิตอยู่ข้างรถยนต์ยี่ห้อมินิคูเปอร์ สีขาว ทะเบียน วพ 3388 กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดบริเวณหน้าอาคารพาณิชย์ เลขที่ 27/88 ถนนเพชรเกษม อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เปิดเป็นสำนักงานขายโครงการอสังหาฯ ต่างๆ ของนางสาวเพชรรัตน์ เหตุเกิดเมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา หลังก่อเหตุคนร้ายขี่รถจยย.หลบหนีไป  ต่อมา ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 คน ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น

 ความคืบหน้า เวลา 20.00 น. วันที่ 16 ก.ย. นายทิวัตน์ หรือ สังเวย บุญนุกูล อายุ 48 ปี หนึ่งในผู้ต้องสงสัยตามหมายจับในคดีนี้ พร้อมทนายความได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพ.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ ทองงามตระกูล ผกก.สภ.หัวหิน แล้ว

 จากการสอบสวนนายทิวัตน์ เบื้องต้นให้การปฏิเสธตลาดข้อกล่าวหา ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้มามอบตัวตั้งแต่ทีแรกนั้นเพราะจะขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนที่ระบุว่าตนชอบไปทำการซ้อมยิงปืนในสนามยิงปืนเป็นการชอบส่วนตัว ซึ่งใครๆ ที่ชอบกีฬายิงปืนก็ไปกันทั้งนั้น ส่วนที่นายกวี ผู้ต้องหาอีกคนอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับตนนั้น นายกวีไม่ไช่ญาติ แต่เป็นคนที่รู้จักกัน แต่นายกวีไม่มีที่อยู่อาศัยเลยให้อาศัยอยู่ด้วย แต่หลังเกิดเหตุก็ไม่ได้พบเจอตัวอีกเลย และถ้ารู้ว่าอยู่ที่ไหนก็จะพามามอบตัวด้วยในวันนี้
    
20 ก.ย.2554 ข่าวสด


ทีมฆ่า"เจ๊หญิง หัวหิน"ดอดเข้ามอบตัว

 เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 20 ส.ค. ที่ห้องประชุม ศปก.ภ.7 พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร.(ปป1) พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผช.ผบ.ตร.(ปป 11) พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร รอง ผบช.ภ.7 และพล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ รับการมอบตัวของนายกวี หรือน้อย มีแก้ว อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/14 ถนนบ้านพลี ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเพชรบุรีที่ จ.371/2554 ลงวันที่ 31 ส.ค.2554 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หลังก่อเหตุร่วมกันฆ่า น.ส.เพชรรัตน์ สุดเสนาะ อายุ 42 ปี หรือเจ๊หญิง เจ้าของและผู้จัดการโครงการบ้านจัดสรร เดอะแกรนด์ ไดม่อน และอีกหลายโครงการในพื้นที่หัวหิน เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา 

 พล.ต.อ.ปานศิริ กล่าวว่า หลังเข้ามอบตัวนายกวียังคงให้การปฏิเสธและระบุว่า รู้จักและเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ที่ถูกออกหมายจับ แต่โดยรวมผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้เกี่ยวข้องในคดีและผู้จ้างวานต่อไป


« Back