ี่ คดีฆ่าเมียอธิบดีอัยการ

 

 

วันที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 17:50:51 น.  มติชนออนไลน์


ผบ.ตร.สั่งลุยคดี"มือฆ่าโหด" เมียอธิบดีอัยการทุบหัว-เอาถุงคลุม-ชอร์ตนิ้วเท้า ฆาตกรถูกตั้งค่าหัว5หมื่น

ทุบหัวเมียอธิบดีอัยการคาบ้าน กลัวไม่ตายเอาถุงพลาสติกคลุมหัว-ต่อปลั๊กสามตาต่อลวดชอร์ตนิ้วเท้าเกือบขาด คาดฝีมือคนร้ายชิงทรัพย์ รู้เพิ่งเบิกเงินจากธนาคาร ส.นักข่าวอาชญาการตั้งเงินรางวัลนำจับ5หมื่น ผบ.ตร.สั่งเร่งคลี่คลายคดีให้ได้ ตร.เจอหลักฐานรอยฝ่ามือเปื้อนเลือดขนาดใหญ่เปรอะผนังห้อง

ผบ.ตร.สั่งเร่งคลี่คลายคดีเมียอธิบดีอัยการถูกสังหารโหด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมคณะ ได้เดินทางมาร่วมคลี่คลายคดีคนร้ายในคดีฆ่าทุบศีรษะนางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ อายุ 56 ปี อดีตอาจารย์โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ภรรยานายจรัญ ยิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว เสียชีวิตในบ้านพัก จ.พิษณุโลก โดยได้ตรวจสอบพยานละแวกรอบบ้านพัก


ขณะเดียวกันได้มีญาติผู้เสียชีวิตจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจนายจรัญ พร้อมทั้งนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์อุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตภายในบ้านพัก
พล.ต.ต.สมพงษ์ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้กำชับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6  และตน ให้ระดมกำลังคลี่คลายคดีนี้ให้ได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน รวมทั้งกำลังสอบสวนคนงานก่อสร้าง 10 คน นอกจากนี้ คนงานที่ถูกไล่ออกไป 1 คน ก็กำลังตรวจสอบอยู่ ยังไม่มีข้อมูลชี้ชัดว่าใช่หรือไม่ และตรวจสอบดูว่ามีคนงานต่างด้าวหรือไม่
พ.ต.อ.ประเสริฐ กาฬรัตน์ รองผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวว่า แนวทางการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางไว้ 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1.คนงานภายในที่มาก่อสร้างภายในบ้านและคนงานที่กำลังก่อสร้างบ้านข้างเคียง 2.ประเด็นโกรธแค้น และ 3. ประเด็นการฆ่าปิดปาก ทั้งนี้ ไม่น่าเกี่ยวกับเรื่องมรดก โดยตรวจสอบพบว่าคนร้ายได้ค้นกระเป๋าสะพายของผู้ตายได้เงินไปจำนวนหนึ่ง แต่ยังมีกระเป๋าใบเล็กมีเงิน 20,000 กว่าบาท และซองจมหมายเล็กที่ซ่อนไว้อีก 10,000 กว่าบาท นอกจากนี้ยังพบว่า ก่อนที่จะเสียชีวิต นางอุนิตาได้ไปเบิกเงินสดจากธนาคารมาจำนวน 90,000 บาท เพื่อเตรียมจ่ายเป็นค่าแรงคนงาน แต่ยังไม่ทราบว่าเงินหายไปเท่าไร
ด้านนายจรัญ กล่าวว่า เพิ่งเดินทางมาถึงบ้านเมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 4 มีนาคม ยังไม่ทราบว่าทรัพย์สินอะไรของภรรยามีอะไรสูญหายไปบ้าง ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน ขณะที่ศพภรรยานั้น จะไปรับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดศรีวิสุทธาราม หรือ วัดโคกมะตูม  ในเวลา 16.00 น.


ตำรวจวิทยาการเขต 33 พิษณุโลก ตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม โดยในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานหลายอย่าง รวมทั้งลายนิ้วมือที่ปลั๊ก 3 ตา ที่คนร้ายต่อไฟฟ้ามาชอร์ตผู้เสียชีวิต และที่ผนังห้องพบรอยฝ่ามือเปื้อนเลือดติดอยู่ 1 รอย เป็นสภาพมือที่ใหญ่ ไม่น่าจะเป็นของผู้เสียชีวิต เป็นไปได้ว่าจะเป็นรอยฝ่ามือของคนร้าย และเส้นผมที่ติดอยู่กับกองเลือด ส่วนของแข็งที่ใช้ทุบศรีษะผู้เสียชีวิตยังไม่พบ คาดว่าน่าจะเป็นการจับโขกหรือกระแทกพื้น 

ตั้งค่าหัวฆาตกรฆ่าเมียอธิบดีอัยการ ครึ่งแสน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้( 4 มี.ค.) นายสุทิน บัวตูม ที่ปรึกษาสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ประกาศมอบรางวัลนำจับแก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับตัวคนร้ายในคดีฆ่าทุบศีรษะนางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ อายุ 56 ปี อดีตอาจารย์โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ภรรยานายจรัญ ยิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว เสียชีวิตในบ้านพัก จ.พิษณุโลก เป็นเงินจำนวน 50,000 บาท


นายสุทิน กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอุฉกรรจ์คนร้ายลงมือฆ่าด้วยการใช้ของแข็งทุบหัวแล้วยังนำถุงพลาสติก คลุมหัวเพื่อให้ขาดอากาศหายใจ เท่านั้นยังไม่พอยังใช้ไฟชอร์ตซ้ำอีก เป็นความโหดเหี้ยมอย่างยิ่ง จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

 

รวบแล้ว"มือฆ่าโหด"ทุบหัวเมียอธิบดีอัยการ

 รวบแล้วมือฆ่าเมียอธิบดีอัยการ เป็นคนงานหวังลักเงิน

 

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.52 พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก กล่าวถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรมนางอุนิตา ลิ้มสินสมบูรณ์ อายุ 56 ปี ผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดพิษณุโลก อดีตอาจารย์โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ภรรยาของนายจรัญ ลิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการแผนกคดีเด็กและเยาวชนประจำสำนักอัยการสูงสุด ในบ้านพัก จ.พิษณุโลก เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมาว่า

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาผู้ก่อเหตุได้แล้วชื่อ นายวันชัย นวลจีน เป็นคนงานที่เข้าไปทำงานในบ้านหลังดังกล่าว โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นคนลงมือทำเพราะเข้าไปลักเงิน และกลัวว่าผู้ตายจะจำหน้าได้ อย่างไรก็ตาม ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าวอยู่ที่โรงพัก และไม่อนุญาตให้ประกันตัว

 

พล.ต.ต.ธรรมนูญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนนายจรัญไม่ติดใจ เพียงแต่บอกว่าให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย สำหรับการติดตามผู้ต้องหาคดีนี้ นอกจากจะมีภาพในกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญแล้ว ยังมีการตรวจสอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่นำไปสู่การจับกุมด้วย

 

ผบ.ตร.สั่งเร่งคลี่คลายคดีเมียอธิบดีอัยการถูกสังหารโหด

 

ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พร้อมคณะ ได้เดินทางมาร่วมคลี่คลายคดีคนร้ายในคดีฆ่าทุบศีรษะนางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ อายุ 56 ปี อดีตอาจารย์โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ภรรยานายจรัญ ยิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว เสียชีวิตในบ้านพัก จ.พิษณุโลก โดยได้ตรวจสอบพยานละแวกรอบบ้านพัก

 

ขณะเดียวกันได้มีญาติผู้เสียชีวิตจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจนายจรัญ พร้อมทั้งนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์อุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตภายในบ้านพัก

 

พล.ต.ต.สมพงษ์ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ได้กำชับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6  และตน ให้ระดมกำลังคลี่คลายคดีนี้ให้ได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน รวมทั้งกำลังสอบสวนคนงานก่อสร้าง 10 คน นอกจากนี้ คนงานที่ถูกไล่ออกไป 1 คน ก็กำลังตรวจสอบอยู่ ยังไม่มีข้อมูลชี้ชัดว่าใช่หรือไม่ และตรวจสอบดูว่ามีคนงานต่างด้าวหรือไม่

 

  

 

ฆ่าทุบหัวเมียอธิบดีอัยการคาบ้านพัก ปล่อยไฟชอร์ตซ้ำ

 

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 3 มี.ค. ร.ต.อ.วัชรพงษ์ ธรรมวงศ์ ร้อยเวร สภ.เมืองพิษณุโลก ได้รับแจ้งว่ามีคนเสียชีวิตที่บ้านเลขที่ 228/8 ถนนแสนพลพ่าย เขตเทศบาลนครพิษณุโลก จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นบ้านปูน 2 ชั้น มีรั้วล้อมรอบ เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ บริเวณหลังบ้าน มีการก่อสร้างบ้านปูนชั้นเดียว ตรวจสอบในบ้านหลังใหม่ พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อต่อมาคือนางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ อายุ 56 ปี เจ้าของบ้าน สภาพศพนอนตะแคงขวา สวมเสื้อลายดอก นุ่งกางเกงผ้ายืดขายาวสีน้ำเงิน มีแผลถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะจนกะโหลกน่วมและมีถุงหิ้วพลาสติกคลุมหัวไว้ ส่วนเท้าข้างซ้ายมีเส้นลวดต่อจากปลั๊กสามตารัดระหว่างนิ้วก้อยกับนิ้วนางโดยมีรอยถูกไฟชอร์ตจนนิ้วก้อยเป็นรอยไหม้เกือบขาด โดยเส้นลวดยังมีกระแสไฟฟ้าเดินอยู่

 

สอบสวนนางลัดดา เกิดพันธ์ อายุ 75 ปี มารดานางอุนิตา อยู่บ้านเลขที่ 28/7 ติดกับบ้านผู้ตาย ให้การว่า นางอุนิตาเป็นอดีตอาจารย์สอนอยู่โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เพิ่งเออร์ลี่รีไทร์ออกมาอยู่บ้านได้ 2 ปี โดยบ้านหลังดังกล่าว ผู้ตายได้พักอาศัยอยู่กับสามีคือนายจรัญ ยิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว ปกติทุกเย็นตนจะไปกินข้าวกับลูกสาวที่บ้าน ก่อนเกิดเหตุได้เดินไปหาลูกสาวเหมือนทุกวัน แต่ไม่พบ จึงเดินไปดูที่บ้านหลังใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง กระทั่งพบศพดังกล่าว อย่างไรก็ตามในช่วงกลางวัน ก็ไม่ได้ยินเสียงร้องอะไร

 

ความ คืบหน้าคดีฆาตกรรม นาง อุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ ภรรยา นายจรัญ ยิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว เมื่อช่วงค่ำคืนของวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ล่าสุดตำรวจยังคงสอบสวนผู้ต้องสงสัยอยู่อีก 5 คนซึ่งเป็นกลุ่มคนงานรับเหมาก่อสร้างทั้งหมด หนึ่งในนี้มีนาย วินัย นวลจีน อายุ 24 ปี ช่างเชื่อมที่เข้าไปทำงานวันแรกในวันเกิดเหตุ ซึ่งก่อหน้านี้ได้มีกระแสข่าวจากแหล่งข่าวว่า นายวินัย อาจเป็นผู้กระทำความผิดจึงยังคงควบคุมตัวตั้งแต่คืนที่ก่อเหตุมาจนถึงทุก วันนี้ และล่าสุดจากการนำเสนอข่าวจากหลายสำนักข่าวว่า ตำรวจจะนำตัวนายวินัยไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ตลอดทั้งวัน ได้สร้างความเสียใจให้กับญาติพี่น้องและพ่อแม่ของนายวินัยเป็นอย่างมาก

และ เมื่อผู้สื่อข่าวได้เดินไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมที่บ้านของนาย วินัย ที่ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เบื้องต้นพบว่า เจ้าหน้าตำรวจชุดสายสืบ ได้ลงพื้นที่มาเก็บตรวจสอบหลักฐานเพิ่มเติมอยู่ด้วย ขณะที่ญาติพี่น้องของนายวินัย ยังคงนั่งจับกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับการดำเนินคดีว่า นาย วินัย เป็นแพะอย่างแน่นอน

นาง ทวี น่วมมี ญาติผู้เป็นป้าของนายวินัย หนึ่งในผู้ต้องสงสัย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมานายวินัยไม่ใช่คนโหดเหี้ยมอย่างที่มีการนำเสนอข่าวกัน ทุกคนในบ้านรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ส่วนเวลาที่ตำรวจออกมาระบุว่าเป็นช่วงที่คนร้ายก่อเหตุ นายวินัยอยู่ที่บ้าน ญาติพี่น้องสามารถเป็นพยานได้ทั้งหมด ถึงแม้ก่อนหน้านี้จะประสบปัญหาการเงินเมื่อไปทำงานที่ชลบุรี นายวินัยก็กลับมาอยู่บ้านมาทำงานที่บ้านได้ ไม่มีปัญหาเงินทองอย่างที่สื่อเสนอข่าวไป

นาง สมจิตร นวลจีน (เสื้อแดง)มารดาของนายวินัย ออกมาเรียกร้องขอพบหน้าลูกหลังจากที่ได้ถูกควบคุมตัวตั้งแต่ช่วงค่ำคืนวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากเชื่อนายวินัยเป็นผู้บริสุทธิ์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำมาเป็นแพะในการดำเนินคดีฆาตกรรมนี้ ส่วนพฤติกรรมของลูกชายนั้นเป็นคนเรียนดีสามารถแข่งขันช่างเชื่อมได้อันดับ2 ของ ประเทศ ซึ่งปัจจุบันที่บ้านก็รับต่อรถด้วย ส่วนในวันเกิดเหตุลูกชายได้เดินทางมาถึงบ้านตั้งแต่สี่โมงเย็น ซึ่งขัดแย้งกับการให้ข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ล่าสุดทางญาติได้รับการติดต่อจาก นาย นิยม ช่างพินิจ สส.พรรคเพื่อไทย จะร่วมมาให้การเป็นพยานอีกคนเนื่องจากมีความสนิทสนมกับบุคคลในบ้านนี้เป็น พิเศษ

ล่า สุดตำรวจยังคงพุ่งประเด็นว่าฆาตกรรมในครั้งนี้เป็นการฆาตกรรมชิงทรัพย์ ส่วนประเด็นอื่นๆยังไม่มีการเปิดเผยออกมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวว่าจะนำตัวนายวินัยมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่นายวินัยยังคงให้การปฏิเสธจึงไม่สามารถนำตัวมาทำแผนได้ตามกำหนด ล่าสุดตำรวจยังไม่เปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติมนอกจากมีภาพวงจรปิดระยะไกลว่ามี บุคคลใส่เสื้อแดงเดินเข้าบ้านผู้ตายเมื่อเวลา 16.23 น.ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่าบุคคลในภาพคือใครกันแน่


ตัวจริง ตัวปลอม ???

 

 

 

จับแล้วฆาตกรตัวจริงฆ่าเมียอธิบดีอัยการ เป็นช่างปูนที่มาทำงานก่อสร้างที่บ้านคนตาย

ส่วนคนงานคนแรกส่อเค้าจับผิดตัว ตร.ศสส.ภ.6 ให้ตร.วิทยาการพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุโดยละเอียด ผลปรากฏออกมาว่าเป็นลายนิ้วมือช่างปูน เชิญตัวมา สอบสวนก่อนควบคุมตัวไว้

ฆาตกรโหดสารภาพเป็นคนฆ่าเมียอธิบดี เพราะต้องการชิงทรัพย์ โดยฉวยโอกาสขณะผู้ตายเผลอตบจนล้มลงแล้วลากไปซ้อม ก่อนใช้ถุงคลุมหัว แต่เห็นเมียอธิบดีดิ้นจึงใช้ไฟชอร์ตจนตาย แต่ไม่ได้เอาทรัพย์สินไป เพราะขณะรื้อค้นมีเสียงหมาเห่าเลยตกใจเผ่นหนี กระทั่งถูกจับ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 9 มี.ค. พล.ต.ท.สุรสีร์ สุนทรศารทูล ผบช.ภาค 6 พล.ต.ต.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ รองผบช. แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาฆาตกรรมนางอุนิตา ลิ้มสินสมบูรณ์ ภรรยานายจรัญ ลิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการแผนกคดีเด็ก และเยาวชนประจำสำนักอัยการสูงสุด ที่ถูกคนร้ายสังหารอย่างเหี้ยมโหด ที่บ้านเลขที่ 228/8 ถนนแสนพลพ่าย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.อ.สุกิจ สมณะ รองผบก.ศูนย์สืบสวนสอบสวนภาค 6 (ศสส.ภ.6) พ.ต.อ.กฤษฎา ภันทรประสิทธิ์ ผกก.ศสส.ภาค 6 พ.ต.ท.แดนชัย งามทรง รองผกก. ร่วมกันจับกุมนายธนพงษ์ หรือบัด ทิศแสง อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/329 ม.7 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลกที่ 84/2552 ลงวันที่ 9 มี.ค.52 ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือโดยการกระทำทารุณโหดร้าย เพื่อความสะดวกที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น โดยตำรวจควบคุมตัวหลังจากเชิญมาสอบสวนที่ศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 อ.เมือง จ.พิษณุโลก

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากพล.ต.ท.สุรสีร์ สั่งการให้พ.ต.อ.สุกิจ ระดมชุดสืบสวนเข้าคลี่คลายคดีฆาตกรรมนางอุนิตา ควบคู่ไปกับการจับกุมนายวินัย นวลจีน คนงานที่เข้าไปทำงานในบ้านหลังดังกล่าวคนแรก ที่ให้การปฏิเสธ กระทั่งผลการตรวจลายนิ้วมือแฝงที่ตรวจเก็บได้ภายในที่เกิดเหตุ ส่งให้กองวิทยาการตำรวจ ตรวจพิสูจน์ผลตรวจได้ 7 จุดจึงไม่เพียงพอ

จากนั้นศูนย์สืบสวนภาค 6 ส่งเจ้าหน้าที่กองวิทยาการเข้าไปทำการตรวจเก็บลายนิ้วมือที่บ้านเกิดเหตุอีกครั้ง และส่งลายนิ้วมือแฝงที่ตรวจเก็บได้ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน ตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด กระทั่งผลปรากฏยืนยันออกมาถึงลายนิ้วมือแฝงที่ปรากฏสามารถพิสูจน์ว่าเป็นนายธนพงษ์ได้ถึง 12 จุด เป็นที่ยืนยันตามกระบวนการทางนิติวิทยาศาสตร์ จึงได้ทำรายงานเสนอต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูง และส่งให้พนักงานสอบสวนสภ.เมืองพิษณุโลก นำเสนอให้ศาลพิจารณาเพื่อออกหมายจับนายธนพงษ์ดังกล่าว

 



จากนั้นได้นำตัวนายธนพงษ์ให้พล.ต.ท.สุรสีร์สอบสวนด้วยตัวเอง โดยมีทนายความ และภรรยา ร่วมรับฟัง เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์มีโทษถึงประหารชีวิต นายธนพงษ์ให้การรับสารภาพว่าทำไปเพื่อหวังชิงทรัพย์ โดยทำงานเป็นช่างปูนที่บ้านหลังดังกล่าวมาเป็นเวลา 1 เดือน ส่วนใหญ่จะทำอยู่ด้านนอก กระทั่งวันเกิดเหตุได้ดื่มสุรา 1 กั๊กแล้วมาทำงาน ก่อนจะออกอุบายให้ผู้ตายซึ่งอยู่ภายในบ้านออกมาหาเพื่อปรึกษาเรื่องท่อน้ำ เมื่อผู้ตายเดินออกมาหา ตนได้ใช้ฝ่ามือฟาดเข้าไปที่ใบหน้าอย่างแรงจนล้มลงไปนอนกับพื้น

จากนั้นได้ลากผู้ตายเข้าไปในบ้านชกต่อยอีก 2-3 ครั้งแล้วนำถุงพลาสติกคลุมที่หัว ก่อนจะไปรื้อค้นหาทรัพย์สิน ระหว่างนั้นสุนัขภายในบ้านได้เห่า ทำให้ไม่ได้ทรัพย์สินติดมือไป และเห็นผู้ตายดิ้นอยู่ จึงกลัวความผิดว่าจะจำหน้าได้ จึงนำปลายสายไฟที่ต่อมาจากตู้เชื่อมที่ใช้สำหรับงานก่อสร้างภายในบ้านมาพันกับเหล็ก เปิดเครื่องให้ทำงานแล้วนำไปจี้ที่ปลายเท้าของผู้ตายจนแน่นิ่ง แล้วหลบหนีไป



สำหรับนายธนพงษ์จากการตรวจสอบประวัติเคยติดคุกมาแล้วถึง 4 ครั้ง คดีแรกต้องหาในคดีลักทรัพย์ และอีก 3 ครั้งเป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2547 ซึ่งได้ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนสภ.เมืองพิษณุโลกสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

 

ส่วนนายวินัยผู้ต้องหาคนแรกนั้น ต้องสอบสวนต่อไปว่าร่วมมือกันหรือไม่ ถ้าหลักฐานไม่เพียงพอก็จะสั่งไม่ฟ้อง

 

 

เมื่อเวลา 17.30 น. วันนี้ (11 มี.ค.52) ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวมาว่า

ที่บ้านพักของ นายเจน - นางสุจิตร นวลจีน

เลขที่ 160/2 หมู่ 11 ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นบิดาและมารดาของ นายวินัย นวลจีน อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่า นางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ ภรรยานายจรัญ ยิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว สำนักอัยการสูงสุด มีบรรดาญาติและชาวบ้านที่ทราบข่าวว่า ตำรวจจับกุมตัว นายธนพงษ์ หรือ บัติ ทิศแสง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101/329 หมู่ 7 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ฆาตกรโหดตัวจริงได้แล้ว พากันไปสอบถามข้อเท็จจริง แต่ไม่พบนายเชน และนางสุจิตร ซึ่งเดินทางไปพบทนายความในตัวเมืองพิษณุโลก ทำให้ผิดหวังไปตาม ๆ กันรวมทั้งบรรดาสื่อมวลชนที่ไปเฝ้ารอสัมภาษณ์เพื่อเสนอข่าว  

อย่างไรก็ตาม นายเจน บิดาของนายวินัย ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐก่อนหน้านี้


ว่า ญาติทุกคนรวมทั้งอาจารย์ที่เคยสอนและเพื่อน ๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา สาขาเครื่องจักรกลทางการเกษตรด้วยกันทุกคน เชื่อว่า ลูกชายของตนบริสุทธิ์ แต่เกรงว่าผลการตรวจดีเอ็นเอของคราบเลือดที่พบที่เล็บนิ้วของลูกชายของตนทั้ง 10 นิ้ว จะไม่ชอบมาพากล แม้จะเป็นการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ ผลตรวจเบื้องต้น ระบุได้ว่าเป็นเลือด แต่ไม่รู้ว่าเลือดสัตว์ หรือ เลือดมนุษย์ เนื่องจาก ลูกชายของตนไม่ได้กระทำผิด แต่ตำรวจบอกว่าลูกชายตนเซ็นรับสารภาพแล้ว ตนก็ไม่รู้ว่าเหตุผลกลใดลูกชายจึงยอมเซ็นชื่อรับสารภาพ ดังนั้นบรรดาญาติพี่น้องจึงต้องพึ่งบารมีองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่แต่ละคนนับถือ รวมทั้งเจ้าที่เจ้าทาง ด้วยการบนหัวหมู นับรวมกันแล้วที่บนไปเป็นหัวหมูทั้งหมดตอนนี้ประมาณ 106 หัว สิ่งของอื่น ๆ อีกจำนวนมาก
 


นายเจน กล่าวอีกว่า ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของตำรวจเมื่อวานนี้ ตนไม่ได้ไปดูเพียง แต่ไปดูหน้านายธนพงษ์ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก


พร้อมกับนางสุจิตรผู้เป็นภรรยา อย่างเงียบ ๆ ไม่ได้แสดงตนแต่อย่างใด สิ่งที่ตนอยากได้รับความเป็นธรรมในขณะนี้ก็คือ ขอให้ตำรวจปล่อยตัวลูกชายของตนออกมาจากเรือนจำโดยเร็ว และทันทีที่ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอมาถึง แล้วปรากฏว่าลูกชายของตนไม่มีความผิด ตนและภรรยารวมทั้งญาติพี่น้องจะไม่เอาผิดกับตำรวจ จะไม่มีการฟ้องร้องใด ๆ เพราะไม่อยากขึ้นศาล เสียเวลาทำมาหากิน แต่ทางตำรวจต้องให้ความเป็นธรรม ถ้าลูกตนพ้นผิด ต้องมีการแถลงข่าวเพื่อให้ลูกตนขาวสะอาด แม้จะไม่เหมือนเดิมแต่ก็ขอให้อยู่ในสังคมได้
ที่สำคัญลูกของตนจะต้องซ้อมรับปริญญาในวันที่ 19 มี.ค. และรับพระราชทานปริญญาบัตรในวันที่ 24 มี.ค.2552 หากคดียังไม่สิ้นสุดก็คงหมดโอกาสและเสียอนาคตไปในที่สุด หากเป็นเช่นนั้นใครจะรับผิดชอบ

เพราะตนมีพยานหลักฐานหลายอย่างรวมทั้งพยานบุคคลที่สามารถยืนยันได้ว่า ช่วงเกิดเหตุลูกของตนอยู่ที่ไหนกับใคร และเลือดที่พบคือเลือดอะไร ตอนนี้ตนยังไม่อยากระบุจนกว่าผลการตรวจดีเอ็นเอจะมาถึงมือพนักงานสอบสวนก่อน

 

 

 

คมชัดลึก : จับแล้วหนุ่มรับเหมาเดินสายไฟ มือฆ่าเมียอธิบดีอัยการ หลังเรียกสอบ 12 คนงาน พร้อมเปิดภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดให้ดู ผู้ต้องหาจึงรับสารภาพ ด้านแม่ผู้ต้องหาไม่เชื่อลูกชายทำ พร้อมเขียนจดหมายร้องเรียนถึงผู้ว่าฯ และผู้บังคับการเพื่อขอความเป็นธรรม

 ความคืบหน้าคดีฆ่าโหด นางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ ผู้พิพากษาสมทบศาลจังหวัดพิษณุโลก  ภรรยา นายจรัญ ยิ้มสินสมบูรณ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีเด็กและเยาวชน ประจำสำนักอัยการสูงสุด ภายในบ้านพักเลขที่ 228/8 ถนนแสนพลพ่าย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เหตุเกิดเมื่อเย็นวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา กระทั่งเมื่อกลางดึกวันที่ 4 มีนาคม ตำรวจชุดสืบสวนได้เรียกสอบคนงานก่อสร้างทั้งหมด และหนึ่งในคนงานคือ นายวินัย นวลจีน อายุ 24 ปี 160/2 หมู่ 11 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นช่างรับเหมาเดินสายไฟ ที่เข้าไปรับงานเดินสายไฟในบ้านเกิดเหตุให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆ่านางอุนิตา
 ต่อมา เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 5 มีนาคม มีบรรดาสื่อมวลชนใน จ.พิษณุโลก ไปรอเฝ้าสังเกตการณ์อยู่หน้าบ้านเลขที่ 228/8 พบชาวบ้านจำนวนมากมายืนรอดูตำรวจนำตัวผู้ต้องมาทำแผน กระทั่งเวลา 10.00 น. ก็ยังไม่มีวี่แววว่าตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จึงได้สอบถามนายจรัญ สามีผู้ตาย บอกว่า ยังไม่มีอะไร ถ้ามีการทำแผน ก็จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ ซึ่งขึ้นอยู่กับตำรวจ
 พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เปิดเผยระหว่างไปประชุมร่วมกับผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ว่า นายวินัยที่เข้าไปรับงานเดินสายไฟในบ้านเกิดเหตุ ให้การรับสารภาพแล้วว่าลงมือฆ่านางอุนิตาเพียงคนเดียว โดยช่วงกลางวันได้เข้าไปในบ้านแล้วรอบหนึ่ง เห็นผู้ตายเบิกเงินสดมาจำนวนมาก เพื่อจ่ายคนงาน จากนั้นได้ออกจากบ้านไป กระทั่งเวลาประมาณ 16.43 น. วันที่ 3 มีนาคม ผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ในซอยข้างบ้าน แล้วเดินเข้าประตูด้านหน้าบ้าน พบผู้ตายอยู่ในบ้านคนเดียว จึงใช้ไม้ทุบหัวผู้ตาย แล้วใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวและรื้อค้นเงินสดในกระเป๋าผู้ตาย ระหว่างนั้นเห็นผู้ตายยังไม่เสียชีวิต จึงใช้ไฟฟ้าช็อตซ้ำ เพราะว่าผู้ต้องหากับผู้ตายรู้จักกัน จึงต้องฆ่าปิดปาก จากนั้นจึงหลบหนีไป
 พล.ต.ต.ธรรรมนูญกล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐาน ทั้งเงินที่ผู้ต้องหานำไป ไม้ที่ทุบหัวผู้ตาย ถ้าพยานหลักฐานครบ ก็จะนำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในอีก 2-3 วันข้างหน้า ผู้ต้องหารายนี้มีการศึกษาดี จบระดับปริญญาตรี และอยู่ระหว่างเตรียมตัวที่จะแต่งงาน
 ขณะที่นายเชน นวลจีน อายุ 47 ปี และนางสมจิตร นวลจีน อายุ 46 ปี บิดาและมารดานายวินัย ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า คดีนี้นายวินัยและครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงรวมตัวกันเขียนจดหมายร้องเรียนถึง ผู้ว่าฯ พิษณุโลก และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก โดยจะไปร้องเรียนในวันที่ 6 มีนาคม
 นางสมจิตรเปิดเผยว่า รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ตำรวจจับกุมตัวลูกชายและตั้งข้อหา โดยวันแรกที่เกิดเหตุ ตำรวจได้เรียกลูกชายไปสอบสวนตั้งแต่ช่วงค่ำและในวันที่ 4 มีนาคม ตำรวจได้อายัดตัวลูกชายไว้ตั้งแต่เวลา 12.00 น.จนถึงขณะนี้ ตนจะขอเยี่ยมลูกชายก็ไม่ได้ จึงรู้สึกว่าคดีนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมและโดยส่วนตัวแล้ว ไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นผู้กระทำผิด จึงปรึกษาผู้ใหญ่บ้าน อบต. เขียนจดหมายร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกให้ดำเนินคดีนี้โดยโปร่งใส
 นางสมจิตรกล่าวว่า ครอบครัวมีอาชีพทำนา มีที่นา 60 ไร่ มีลูก 2 คน คนเล็กชื่อ น.ส.ปวีณา นวลจีน อายุ 19 ปี คนโตคือนายวินัย เรียนจบปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตพิษณุโลก สาขาช่างกลการเกษตร หลังเรียนจบไปทำงานที่นิคมอุตสาหกรรม จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ 1 ปี กระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วลูกชายเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน จึงบอกลูกให้หางานทำที่ จ.พิษณุโลก ลูกชายเป็นคนขยัน มีงานอะไรก็ไปทำตลอด สำหรับงานที่ไปทำที่บ้านเกิดเหตุนั้น มีญาติที่รับเหมาก่อสร้างมาชวนลูกชายไปทำงาน ให้ค่าแรงวันละ 300 บาท และไปทำงานได้แค่วันเดียว จากนั้นก็กลับมาพักผ่อนที่บ้านในช่วงเย็น จึงไม่อยากเชื่อว่าลูกชายจะไปก่อเหตุนี้ได้
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้ เป็นผลมาจากตลอดทั้งวันที่ 4 มีนาคม ตำรวจได้เรียกคนงานที่เข้าไปก่อสร้างในบ้านที่เกิดเหตุมาสอบปากคำ 12 คน พร้อมกับเอาภาพจากกล้องวงจรปิดของอาคารวิชญาพรอพาร์ตเมนต์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านที่เกิดเหตุ ตั้งแต่ช่วงเวลา 14.06.14 น. ผู้ตายออกมาคุยกับคนขับรถเมอร์ซิเดสเบนซ์ สีขาว ที่หน้าบ้าน จากนั้นเวลา 14.07.23 น. มีคนงานสวมเสื้อสีแดงเดินเข้าไปในบ้านของผู้ตายแล้วไม่ได้กลับออกมา ประกอบกับคนงานก่อสร้างดังกล่าวมีผลสอบที่พิรุธ ให้การวกไปวนมา ทำให้นายวินัยช่างรับเหมาเดินสายไฟ ที่เพิ่งทำงานได้เพียง 2 วัน ยอมรับสารภาพ
นายเชน และนางสมจิตร นวลจีน พร้อมกับญาติพี่น้องจาก ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก เดินทางไปรับตัวนายวินัย นวลจีน อายุ 23 ปี บุตรชาย ที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก หลังจากศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัวนายวินัยออกมา ทันทีที่รับนายวินัยออกมาครอบครัวได้พานายวินัยกลับบ้านเกิดที่ ต.บ้านกร่างทันที และพาไปที่วัดพระขาวไชยสิทธิ์ ให้พระทำพิธีรดน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ หลังจากถูกกักตัวและคุมขังที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลกมาตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2552 ในคดีฆ่านางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ ภรรยาอธิบดีอัยการ เหตุเกิดเมื่อ 3 มีนาคม 2552 ที่บ้านยิ้มสมบูรณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก หลังจากให้พระอาบน้ำมนต์แล้ว พ่อแม่ได้พานายวินัยกลับมาที่บ้านพักเลขที่ 160/2 ม.11 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก มีญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านร่วมร้อยคนมาให้การต้อนรับนายวินัย มีการทำพิธีผูกข้อมือรับขวัญ จนนายวินัยกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ และสวมกอดกับนางเชนและนางสมจิตร ผู้เป็นพ่อแม่ตลอดเวลา เพราะดีใจที่ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยตัว หลังตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องพลาดการเข้าร่วมพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ที่นายวินัย มีกำหนดรับในวันที่ 24 มีนาคมนี้

 

 

เมื่อเวลา 14.00 น .วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ห้องประชุมสำนักงานตำรวจภูธรภาค 6 อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มีการนัดทำสัญญาประนีประนอมข้อพิพาท ระหว่างฝ่ายตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก กับญาติของนายวินัย นวลจีน ที่เป็นแพะในคดีฆ่าชิงทรัพย์ภรรยาอธิบดีอัยการ เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 โดยมีสักขีพยาน คือนายนพรัตน์ นาคประเสริฐ อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิ์เขต 6 และนายสมชัย รัตนวิเชียร อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์ สำนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก

คดีนี้มีการต่อสู้กันมาร่วมปี ฝ่ายผู้เสียหายได้เรียกร้องมาตลอด ทั้งเดินขบวนประท้วง ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมตามหน่วยงานต่าง ๆ ในที่สุดก็ถึงวันที่ทั้งสองฝ่ายหาทางลงกันได้ ฝ่ายตำรวจที่มาเซ็นต์สัญญาประณีประนอมได้แก่ พ.ต.ท.นันทิกร เย็นวัฒนา รองผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ร.ต.อ.วัชรพงษ์ ธรรมวงศ์ และร.ต.อ.รณฤทธิ์ ใจว่อง ส่วนฝ่ายผู้เสียหายนั้น นายวินัย นวลจีน อดีตผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม และเป็นแพะในคดีนี้ไม่ได้มาด้วย เนื่องจากปัจจุบันบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดพระขาวชัยสิทธิ์ ได้มอบอำนาจให้บิดาและมารดามาทำการแทน คือนายเชน และนางสมจิตร นวลจีน ที่มีญาติ แห่มาให้กำลังใจจำนวน 10 คน

 นายนพรัตน์ นาคประเสริฐ อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิ์เขต 6 ได้ทำหน้าที่เป็นคนกลางของทั้งสองฝ่าย ให้ทั้งสองฝ่ายได้อ่านสัญญาประนีประนอม และเซ็นต์ในสัญญาจำนวน 3 ชุด โดยมีอัยการร่วมเซ็นต์เป็นสักขีพยาน ฝ่ายตำรวจ ได้นำเงินสดจำนวน 390,000 บาท มอบให้กับนายเชนและนางสมจิตร นวลจีน บิดามารดารของนายวินัย นวลจีน บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น สีหน้าของฝ่ายตำรวจดูนิ่งเงียบ ขณะที่สีหน้าของฝ่ายญาตินายวินัยดูสดใส ที่ได้สิ้นสุดคดีและได้รับเงินชดเชยจากตำรวจจำนวนหนึ่ง

 จากนั้น ทั้งสองฝ่ายได้ให้สื่อมวลชนได้ถ่ายรูปร่วมกัน นายเชน ได้จับมือกับตำรวจทั้ง 3 นาย ที่มาทำสัญญาและทันทีที่ตรวจนับเงินเสร็จเรียบร้อย นางสมจิตร ได้นับเงินแบ่งออกเป็นกอง ๆ และไปคืนให้กับญาติที่มาด้วยทันที รายละหลายหมื่นบาท เป็นเงินที่นางสมจิตร หยิบยืนจากญาติ มาว่าจ้างทนายความสู้คดี และเหลือเงินสดไว้ 100,000 บาท ที่นางสมจิตรบอกว่าจะนำไปใช้หนี้ธกส. จากนั้น บรรดาญาติ ๆ ของนายวินัย ได้นำดอกไม้ ธูปเทียน ผลไม้ ไปแก้บนที่ศาลท้าวมหาพรหม หน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เพราะได้มาบนบานศาลกล่าวไว้

 นายเชน นวลจีน บิดาของนายวินัย นวลจีน เปิดเผยว่า พวกตนสู้เพื่อกู้ศักดิ์ศรีของตระกูลนวลจีน หลังลูกชายคือนายวินัย นวลจีน ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2552 และถูกตำรวจเมืองพิษณุโลกตั้งข้อหาชิงทรัพย์จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือกระทำทารุณโหดร้าย ครอบครัวของตนได้สู้มาตลอด ญาติ ๆ ได้ช่วยเหลือให้หยิบยืมเงินทองมาว่าจ้างทนายสู้คดี กระทั่งตำรวจจับกุมคนร้ายตัวจริงได้ และอัยการมีคำสั่งไม่ส่งฟ้อง

 “วันนี้รู้สึกดีใจหมดทุกข์หมดกังวล เพราะกลัวลูกชายจะโดนจับ และได้แบ่งเบาภาระการกู้หนี้ยืมสินที่มาต่อสู้คดี หลังจากนี้ ลูกชายต้องดูฤกษ์ก่อนว่าจะสึกหรือไม่ และหากเรื่องเรียบร้อย จะนำหลักฐานต่าง ๆ แจ้งไปยังสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีล้านนาวิทยาเขตพิษณุโลก เพื่อให้ลูกชายได้มีโอกาสได้เข้ารับปริญญา หลังจากปีที่แล้วและปีนี้ ต้องพลาดโอกาสไป“นายเชน กล่าว

 นางสมจิตร นวลจีน มารดาของนายวินัย กล่าวว่า รู้สึกสบายใจที่เรื่องจบไป แต่จากนี้ไปก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำนาใช้หนี้ต่อไป โดยก่อนจะถึงวันนี้ ได้เรียกร้องค่าเสียหายไปจำนวน 600,000 บาท แต่ฝ่ายคู่กรณีคือตำรวจเสนอชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 390,000 บาท วันนี้เมื่อได้รับเงิน ก็ใช้เงินญาติ ๆ จนหมด เหลือเงินไว้ 100,000 บาท จะนำไปใช้หนี้ธกส . ต่อไป

 สำหรับคดีตำรวจจับแพะและสุดท้ายมีการทำสัญญาประยอมยอมความ จ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้กับอดีตผู้ต้องหา เป็นคดีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2552 มีคนร้ายเข้าไปในบ้านของนางอุนิตา ยิ้มสินสมบูรณ์ ภรรยาอธิบดีอัยการฯ และทำร้ายจนถึงแก่ความตาย หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้จับกุมนายวินัย นวลจีน ที่เข้าไปทำงานรับจ้างก่อสร้างที่บ้านดังกล่าว ในชั้นสอบสวนนายวินัยให้การรับสารภาพ แต่ต่อมาให้การปฏิเสธ กระทั่งวันที่ 9 มีนาคม 2552 ตำรวจจับกุมนายธนพงษ์ ทิศแสง ที่ยอมรับสารภาพว่ากระทำความผิดเพียงคนเดียว ระหว่างนั้น นายวินัยถูกควบคุมตัวที่เรือนจำจังหวัดพิษณุโลก กระทั่งได้รับการปล่อยตัว และอัยการมีความเห็นไม่ส่งฟ้องนายวินัย ทางญาติ ได้ยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมจากหลายหน่วยงาน กรณีที่ถูกจับกุมตัวผิด กระทั่งมีการเจรจายอมความในวันนี้

 


« Back