คดีสังหาร เสธ.แดง

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์  สารากรบริรักษ์

18 พ.ค.2554

คดีลอบสังหาร เสธ.แดง เกิดขึ้นและจบด้วยความรวดเร็ว คือ คดีที่ไม่ปรากฎตัวผู้กระทำผิด ภาษาทั่วไป เรียกว่า ไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด ครบ 1 ปี พนักงานสอบสวน ก็เสนอสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณางดการสอบสวน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เว้นแต่จะปรากฎพยานหลักฐานใหม่ หรือมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาสืบสวนสอบสวนดำเนินการต่อไป

สำหรับ เสธ.แดง ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวมาก่อน เคยพูดคุยด้วยครั้งเดียว ครั้งที่มาช่วย พรรคประชาธิปัตย์หาเสียงให้อาจารย์สายชลฯ ผู้สมัครพรรค ปชป. ที่ อ.ชัยบาดาล จว.ลพบุรี และเคยถ่ายภาพคู่ไว้เท่านั้น  ครบรอบ 1 ปี การสังหาร ก็พบว่าในเวปชัยบาดาล ไม่มีข้อมูลเรื่องดังกล่าว

จึงนำมาบันทึกไว้ ครับ

26 เม.ย.2554

 

ลูกเสธ.แดง จี้นายกฯ คดีลอบสังหารบิดา หลังครบ 1 ปี คดีไม่คืบ เผยดีเอสไอติดต่อมาเพียงครั้งเดียว รับ พท.ทาบทาม แต่ยังไม่ตัดสินใจจะลงเลือกตั้งเลยหรือไม่ ขอดูความพร้อมก่อน

วันนี้ (26 เม.ย.) ที่ห้องโถง อาคารรัฐสภา น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล บุตรสาว พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) เดิน

ทางมายื่นหนังสือถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยมี ดร.ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการ

นายกฯ เป็นตัวแทนรับเรื่อง เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งติดตามคดีความคืบหน้าการลอบสังหาร เสธ.แดง

ซึ่งจะครบรอบ 1 ปี ในเดือน พ.ค.นี้

เนื่องจากพบว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมาคดีดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า แม้คดีนี้จะอยู่ในความรับผิดชอบของกรม

สอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ดังนั้นการเดินทางมาในวันนี้ จึงต้องการทวงถามความคืบหน้าจากนายกรัฐมนตรีด้วยตัวเอง

"1 ปีที่ผ่านมา ได้รับการติดต่อจากดีเอสไอแค่ครั้งเดียว และทราบว่าจัดอยู่ในคดีที่หาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ วันนี้จึงมายื่นหนังสือให้ถึงมือนายกฯ ด้วยตัวเอง ยื่นแล้วก็เท่ากับว่านายกฯ รับรู้ รับทราบดีกว่ายื่นผ่านคนอื่น" น.ส.ขัตติยา ระบุ

น.ส.ขัตติยา กล่าวถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยว่า ในขณะนี้ตนมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคขัตติยะธรรมอย่างเป็นทางการแล้ว การที่พรรคฯ จะลงแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้เลยหรือไม่นั้นคงต้องขอดูความพร้อมก่อน แต่ยอมรับว่าได้รับการทาบทามจากพรรคเพื่อไทย(พท.) เนื่องจากพรรคเพื่อไทยและพรรคขัตติยะธรรมมีอุดมการณ์คล้ายคลึงกัน เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ

 

 

การลอบยิงเกิดขึ้นบริเวณทางขึ้นลงรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ฝั่งสวนลุมพินี บริเวณแยกศาลาแดง เมื่อเวลา

ประมาณ 19.20 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 โดยได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงด้วย

กระสุนจากพลซุ่มยิงเข้าที่ศีรษะด้านขวาทะลุท้ายทอยด้านซ้าย กลุ่มคนเสื้อแดงได้รีบนำตัวส่ง

โรงพยาบาลหัวเฉียว หลังจากนั้นทางญาติจึงตัดสินใจย้ายไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

ในกลางดึกของวันเดียวกัน โดยทางแพทย์ผู้ให้การรักษาได้ให้เหตุผลว่าทางวชิรพยาบาลมีอุปกรณ์ทาง

การแพทย์ที่เพียบพร้อมกว่า อาการของ พล.ต.ขัตติยะอยู่ในสภาพทรงตัวมาตลอดจนกระทั่ง

เสียชีวิตด้วยภาวะไตวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 09.20 น.

โดยมีกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร

ในวันที่ 22 มิถุนายน 2553 เวลา 17.00 น.

 

3 มิ.ย.2553 เดลินิวส์

 

ที่รัฐสภา พ.ต.ท. สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร

สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องในการสอบสวนคดีลอบสังหาร พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เข้าประชุมหารือถึงความคืบหน้าของคดี

          โดย นพ.จรูญศักดิ์ นวลแจ่ม หัวหน้าภาควิชานิติเวช โรงพยาบาลวชิระพยาบาล เปิดเผยว่า

จากการชันสูตรศพ พบว่า เสธ.แดง ถูกกระสุนปืนยิงเข้าทางศีรษะด้านขวา ขนาดเส้นผ่า

ศูนย์กลาง 0.4 เซนติเมตร และทะลุออกด้านซ้าย เหนือใบหูซ้าย 10 เซนติเมตร มีขนาดเส้นผ่า

ศูนย์กลาง 0.8 เซนติเมตร ซึ่งจากการทำงานที่ผ่านมาไม่เคยเห็นหัวกระสุนลักษณะดังกล่าวมาก่อน

คาดว่ามีการยิงมาจากระยะไกล

          ด้าน พ.อ.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข รอง ผบก.กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ระบุว่า

ลูกกระสุนที่ยิง เสธ.แดง ไม่น่าจะเป็นกระสุนยี่ห้อลาปัว จุด 308 หรือสไนเปอร์ แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เสธ.แดง ถูกเล็งยิงมาจากมุมสูงหรือไม่ เพราะยังไม่ทราบลักษณะการยืนให้สัมภาษณ์ของ เสธ.แดง ในวันเกิดเหตุ

          ขณะที่ พ.ต.ทรงพล เอี่ยมบุญฤทธิ์ อดีตนายทหารกรมสรรพาวุธทหารบก และที่ปรึกษากรรมาธิการ ได้ระบุว่า

ปืนที่ใช้ลอบสังหาร เสธ.แดง อาจจะเป็นอาวุธปืนชนิด พี ไนน์ตี้ ซึ่งมีขนาดกระสุน 4.6 เซนติเมตร และมีไว้สำหรับ

การต่อต้านก่อการร้าย สามารถยิงทะลุเกราะอ่อนได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากการประชุมของผู้เกี่ยวข้องแล้ว พ.ต.ท.สมชาย ได้แถลงภายหลังว่า แพทย์ได้สรุปว่า เสธ.แดง เสียชีวิตจากการถูกกระสุนยิงเข้าที่ศีรษะทำให้เนื้อสมองเสียหาย แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นกระสุนชนิดใด แต่เชื่อว่า มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางต่ำกว่า 4 เซนติเมตร และมีอานุภาพรุนแรง อีกทั้งยังเป็นกระสุนที่ใช้ในวงราชการ เพื่อทำสงครามด้วย

          พ.ต.ท.สมชาย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ด้วยว่า คนร้ายลอบยิง เสธ.แดง มาจากทิศทางใด เพราะฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน ยังไม่สามารถหาวัตถุพยานมาตรวจสอบได้ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะในช่วงที่เกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบยังสถานที่เกิดเหตุได้ เนื่องจากมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ กว่าจะเข้าไปทำการตรวจสอบก็ล่าช้าไปอีก 7 วัน และเป็นอุปสรรคในการหาพยาน หลักฐาน ซึ่งทาง กมธ. ได้ฝากให้สำนักตำรวจแห่งชาติติดตามหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป 

(แนวหน้า)

 

เหตุการณ์ลอบยิง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง หัวหน้ากองกำลังการ์ดเสื้อแดงกำลังกลายเป็นหัวข้อถกเถียงว่า

ใครเป็นผู้ลงมือ และใครได้ใครเสียจากแผนลอบสังหารครั้งนี้

ก่อนที่จะตอบคำถามว่าใครยิง เสธ.แดง คงต้องวิเคราะห์ว่าใครที่ได้ประโยชน์เต็มๆจากปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งก็เป็นไปได้หลายแนวทางคือ เป็นฝีมือของฝ่ายรัฐบาล หรือเป็นการสร้างสถานการณ์ภายใต้แผน"ทำร้ายตัวเอง"ของผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการเสื้อแดง หรืออาจเป็นความขัดแย้งระหว่างแกนนำเสื้อแดงด้วยกันเอง

ข้อสันนิษฐานประการแรกที่ว่า เป็นฝีมือของฝ่ายรัฐบาลนั้นหากจะมองถึงความเป็นไปได้ก็มีอยู่เหมือนกัน

เพราะเป็นที่รู้กันว่า เสธ.แดง ก็คือหัวหน้ากองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับการลอบก่อ

วินาศกรรมร้ายแรงกว่า 70 ครั้งที่เคลื่อนไหวคู่ขนานกับการชุมนุมทำสงครามขั้นแตกหักของม็อบเสื้อแดงเพื่อโค่น

ล้มรัฐบาลและระบอบอำมาตย์ตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และที่สำคัญ เสธ.แดง คือหนึ่งในฝ่ายปฏิบัติการสำคัญของ

ขบวนการใต้ดินที่ขึ้นตรงกับ นักโทษชายแม้ว ถึงขนาด นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาระบุชื่อ เสธ.แดง ว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายโดยรับคำสั่งจาก นักโทษชายแม้ว ดังนั้นหากจะตั้งข้อสันนัษฐานว่า เสธ.แดง คือแกนนำกลุ่มก่อการร้ายที่ทางการหมายหัวก็มีความเป็นไปได้

 

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโดย ดร.ปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาล รวมทั้ง พ.อ.สรรเสริฐ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ออกมาชี้แจงยืนยันว่า เหตุการณ์ลอบยิง เสธ.แดง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลและศอฉ. เพราะรัฐบาลและศอฉ.มีนโยบายชัดเจนกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการว่าพยายามหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง

เพื่อให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด โดยเฉพาะพ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่าหากศอฉ.คิดจะลงมือกับ เสธ.แดง

ก็คงทำไปนานแล้วไม่รอจนบัดนี้ ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรจะรอผลการตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลังเหตุร้ายครั้งนี้

 

 

 

ส่วนข้อสันนิษฐานประการที่สองที่ว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ของฝ่ายขบวนการคนเสื้อแดงด้วยกันเองก็มี

ความเป็นไปได้เช่นกัน เพราะแผน"ทำร้ายตัวเอง" ในลักษณะเช่นนี้ก็มีการตั้งข้อสังเกตุและมีข้อสงสัยใน

โศกนาฏกรรมเลือดเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาที่สี่แยกคอกวัว เมื่อมีกลุ่มก่อการร้ายชุดดำลอบยิงอาวุธร้าย

แรงนานาชนิดใส่ทั้งฝ่ายทหารและมวลชนคนเสื้อแดงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 25 รายและบาดเจ็บอีกกว่า 800 ราย

ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นเหล่าแกนนำม็อบเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยพยายามที่จะอาศัยความสูญ

เสียที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือจุดไฟแห่งความเคียดแค้นบ้าคลั่งของมวลชนคนเสื้อแดงจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง แต่แผนการณ์ดังกล่าวประสบความล้มเหลวเพราะภาพถ่ายหลักฐานทั้งของสำนักข่าวต่างประเทศและของ

ไทยชี้ชัดว่ามีกลุ่มก่อการร้ายชุดดำที่แฝงตัวมากับม็อบเสื้อแดงจงใจสร้างสถานการณ์ให้ลุกลามบานปลาย

 

ข้อน่าสังเกตุก็คือหลังเหตุการณ์ลอบยิง เสธ.แดง สิ่งที่ตามมาก็คือเหล่าแกนนำคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยฉกฉวยสถานการณ์ออกมาให้ข่าวทันทีว่า การลอบสังหาร เสธ.แดง เป็นแผนการของฝ่ายรัฐบาลและศอฉ. ทั้งๆที่ยังไม่มีหลักฐานใดๆยืนยันแม้แต่น้อย

ส่วนข้อสันนิษฐานประการที่สามก็คือ การลอบสังหาร เสธ.แดง อาจเกิดจากความขัดแย้งกันเองในหมู่แกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่าง เสธ.แดง กับ นายอารีย์ ไกรนรา หัวหน้าการ์ดของม็อบเสื้อแดง โดยก่อนหน้านี้เมื่อเกิดเหตุการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงภายใต้การนำของ นายพายัพ ปั้นเกตุ แกนนำสายฮาร์ดคอร์ บุกโรงพยาบาลจุฬาลงการณ์จนถูกชาวโลกและสังคมประณามอย่างรุนแรง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยื่นคำขาดให้การ์ดคนเสื้อแดงที่อยู่รอบโรงพยาบาลจุฬาฯถอยร่นออกไป ซึ่งปรากฏว่าแกนนำเสื้อแดงที่ไม่นิยมความรุนแรงได้สั่งการให้ นายอารีย์ รื้อถอนแนวบังเกอร์ที่กองกำลังของ เสธ.แดง สร้างไว้รอบโรงพยาบาลจุฬาฯ จนเกิดการโต้เถียงระหว่าง เสธ.แดง กับ นายอารีย์ ถึงขั้นผลักอกหวิดวางมวยกันดีที่เหล่าการ์ดมาห้ามไว้ได้ทัน

ข่าวแจ้งว่าความขัดแย้งระหว่าง เสธ.แดง กับ นายอารีย์ สั่งสมมานานแล้วเพราะต่างก็แย่งชิงการนำการ์ดเสื้อแดง และพยายามดึงกองกำลังเสื้อแดงมาเป็นของฝ่ายตัวเองเพื่อสร้างขุมข่ายอำนาจหวังจะสร้างผลงานและรับท่อน้ำเลี้ยงจาก นักโทษชายแม้ว ผู้เป็นนายใหญ่ จนล่าสุดถึงกับมีข่าวว่า เสธ.แดง บุกใช้ปีนจ่อขู่ที่จะยิงทิ้ง นายอารีย์

 

สื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวสเตรทไทม์ของสิงคโปร์หรือสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นก็ตั้งข้อสังเกตุว่า การลอบยิง เสธ.แดง อาจมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงระหว่างแกนนำคนเสื้อแดงด้วยกันเอง

แต่ไม่ว่าการลอบยิงเสธ.แดงจะเป็นฝีมือของฝ่ายไหนก็ตาม แต่ที่แน่ๆก็คือเป็นการสร้างสถานการณ์โหมกระพือไฟสงครามกลางเมืองให้ลุกโชน ซึ่งยิ่งสถานการณ์

ลุกลามรุนแรงเท่าไหร่

 

ดูเหมือนว่าคนที่ได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ทั้งหมดก็คือ นักโทษชายแม้ว ที่อาจกำลังนั่งอยู่บนภูรอเก็บเกี่ยวประโยชน์จากความหายนะที่เกิดขึ้น เพราะการยกระดับความรุนแรง

ให้กลายเป็นปัญหา ใหญ่ที่องร์การนานาชาติโดยเฉพาะสหประชาชาชาติต้องเข้ามาแทรกแซงถือเป็นสิ่ง

ที่นักโทษชายแม้วกำลังต้องการ

 

mtoday

เวลา 19.30 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 บริเวณแยกศาลาแดงภายหลังบังเกอร์ของกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง เต็มไปด้วยความวุ่นวายและโกลาหน เสียงปืนและประทัดยักษ์ดังขึ้นนับร้อยนัด ผู้คนที่อยู่ในจุดเกิดเหตุวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...

หลังเสียงปืนสงบ ร่างของพล.ต.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ค่อยๆทรุดฮวบลงกับพื้น ท่ามกลางความตื่นตกใจของบรรดาการ์ดที่ยืนรายล้อมรักษาความปลอดภัย เสียงตะโกนดังลั่นเพื่อขอความช่วยเหลือ ร่างของนายทหารที่ผ่านรบมาอย่างโชกโชนถูกหามขึ้นรถฉุกเฉิน ข้ามเลยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ที่อยู่ติดกันไปยังโรงพยาบาลหัวเฉียวที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร...อีก 4 วันต่อมา ดวงวิญญาณของนายทหารที่สร้างสีสันให้กับการเมือง มาตลอดเวลา 4-5 ปีก็ทิ้งร่างที่บอบช้ำไป

คมกระสุนที่ฝีงร่างเสธ.แดง ในค่ำคืนนั้น ได้เปลี่ยนโฉมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์โดยสิ้นเชิง

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ในท่วงทำนองของอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง คือ แก้วประการที่
3 เป็นกองกำลังในทราบฝ่ายที่เข้ามาให้การช่วยเหลือกลุ่มคนเสื้อแดง แก้วประการที่ 1 คือ มวลชนคนเสื้อแดงจากทุกสารทิศ แก้วประการที่ 2 คือ ส.ส.เพื่อไทยในสภา ที่ทำหน้าที่คู่ขนานกันมาตลอดกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง การที่หัวหน้าของ

แก้วประการที่ 3 ถูกเด็ดหัว ทำให้การต่อสู้ของคนเสื้อแดงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

 

แม้จะมีความพยายามปฏิเสธในภายหลังว่า เสะ.แดงไม่มีกองกำลังติดอาวุธ แต่คำตอบอยู่ที่พฤติกรรมของเสธ.แดงเอง ตั้งแต่การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล เสธ.แดง ได้ออกมาพูดว่า จะมีการกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงใส่ผู้ชุมนุม แล้วก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง จึงเชื่อกันว่า ถ้าเสธ.แดงไม่ทำแล้วจะ

รู้ได้อย่างไร

 

หลังการจราจลเมื่อเดือนเมษายน 2552 เสธ.แดงมุ่งมั่นอย่างมากในการฝึกกองกำลังพระเจ้าตาก จนใกล้การชุมนุมของเสื้อแดงในเดือนมีนาคม 2553 เสธ.แดง ได้ไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ดูไบ และออกมาประกาศว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ตกลงให้จัดตั้งกองทัพประชาชน หลังจากนั้น เสะ.แดงได้เดินสายไปยังภาคอีสาน เพื่อฝึกอดีตทหารพรานเพื่อนำมาเป็นการ์ดเสื้อแดง ทหารพรานเหล่านี้ มีความชำนาญในการใช้อาวุธอย่างยิ่ง

หลายฝ่ายการวิเคราะห์การสังหารเสธ.แดงไปในหลายทิศทาง ฝ่ายพลพรรคเสื้อแดง มั่นใจว่า ฝ่ายอำนาจรัฐเป็นคนลงมือ ขณะที่ฝ่ายอำนาจรัฐและฝ่ายที่เอนเอียงกับอำนาจรัฐ มองว่า เป็นการสังหารกันเองของกลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้ง 2 กลุ่ม

 

กลุ่มที่เชื่อว่า เป็นการลงมือของฝ่ายอำนาจรัฐ นั้น มองว่า พล.ต.ขัตติยะ เป็นแกนนำเสื้อแดงที่คุมกำลังติดอาวุธ (บางคนพยายามปฏิเสธว่า เสื้องแดงไม่มีอาวุธ) และคุมการ์ดเสื้อแดง คุมแนวปะทะกัลฝ่ายอำนาจรัฐ หากไม่มี เสธ.แดงเท่ากับว่า กลุ่มติดอาวุธเหล่านี้ ไม่มีคนสั่งการ คนวางแผน คนวางยุทธศาสตร์การตั้งรับกับฝ่ายรัฐ ภาพที่ผู้ชุมนุมเห็นจนชินตา  คือภาพเสธ.แดง ขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ตรวจความแน่นหนาของบังเกอร์ทุกเช้าค่ำ ไม่ยอมให้มีจุดโหว่ ให้กำลังฝ่ายอำนาจรัฐเข้ามาได้แม้แต่นิดเดียว

กลุ่มที่เชื่อว่า ฝ่ายเสื้อแดงเล่นงานกันเอง มองว่า เสธ.แดง เหมือนอำนาจแฝงในกลุ่มคนเสื้อแดง เจ้าตัวพยายามเข้าสู่อำนาจเพื่อชิงการนำหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จตั้งแต่การชุมนุม

ใหญ่ด้วยซ้ำไป แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่อาจฝ่าด่านแกนนำ 3 คน จตุพร พรหมพันธุ์ วีระ มุสิกพงศ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อได้ ถึงกับโดนแกนนำกลุ่มนี้ ประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ ไม่ยอมให้

เข้าร่วมขบวนการ แต่เสธ.แดง ก็ยังหน้าทนเข้าอยู่ในขบวนการ มองอีกด้านหนึ่ง อาจเป็นยุทธการหน้าไหว้หลังหลอกของบรรดาแกนนำ

 

แต่ฟางเส้นสุดท้าย เกิดภายหลังที่แกนนำ 3 คนมีท่าทีรับข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะยุบสภาในปลายเดิอนกันยายน ทำให้เสธ.แดงไมพอใจ เห็นว่า เป็นการยอมแพ้ต่ออำนาจรัฐ ประกาศผลักดดันแกนนำฮาร์ดคอร์ อย่างอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง สุภรณ์ อัตถาวงศ์ เป็นแกนนำการชุมนุมต่อไปและประกาศไล่ล่าแกนนำที่ยอมแพ้ เป็นสาเหตุการสังหาร

 

อีกฝ่ายหนึ่ง มองว่า มีคำสั่งมาจากนายใหญ่ ให้เก็บเสธ.แดง เพราะมองว่า เสธ.แดงรู้พูดมากเกินไป จนอาจจะสาวถึงตัวการใหญ่ ฝ่ายนี้ ได้นำตัวละคร อย่างพล.อ.พ. ทหารในกองทัพมาแสดงว่า เป็นคนสั่งการเพื่อเก็บเสธ.แดง

 

ทั้งหมด เป็นข้อสมมติฐานที่ต่างฝ่ายต่าง หาความชอบธรรมให้กับฝ่ายตนเอง MTODAY พยายามเสาะข้อมูลตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สังหาร ผ่านมา 3-4 เดือน จึงได้ข้อมูลหลักฐานที่เชื่อถือได้ถึงสาเหตุการสังหาร ล่วงรู้เบื้องหลังการสังหาร และฝ่ายที่สังหาร รู้แม้ระทั่งหน่วยใดเป็นผู้ลงมือสังหาร แต่ข้อมูลเราไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ทั้งหมด

ข้อมูลเบื้องหลังการสังหารเสธ.แดง คนในอำนาจรัฐรัดับสูงรู้ ฝ่ายเสื้อแดงที่อยู่ในอำนาจรัฐรู้ว่า

จะมีการสังหารเสธ.แดง แต่หลายคนไม่รู้รายละเอียดของหน่วยสังหาร จะเห็นได้จากก่อนการ

สังหาร 3-4 วัน พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภาย

ใน(กอ.รมน.) ได้โทรศัพท์เตือน พล.ต.ขัตติยะ ให้ถอนตัวออกมา เพราะจะมีการสังหาร เพื่อนฝูงของเสธ.แดงหลายคนที่อยู่ในส่วนของความมั่นคง ได้เตือนเสธ.แดงเช่นเดียวกัน แต่เสธ.แดง ปฏิเสธความหวังดีเหล่านี้ ด้วยเหตุผลว่า จำเป็นต้องอยู่เพื่อรักษาชีวิตของผู้ชุมนุมและเชื่อว่า จะสามารถดูแลชีวิตของตัวเองได้ ในฐานะชายชาตินักรบที่ผ่านสมรภูมิรบมามากมาย เสธ.แดงยอมตายในสงครามมากกว่ายอมแพ้

 

หตุผลของการสังหาร เสธ.แดง มาจากคำพูดเดียว “ถ้าไอ้แดง ยังอยู่เรื่องไม่จบ” เป็นคำพูดของฝ่ายที่มีอำนาจสั่งการ แต่เป็นฝ่ายไหนนั้น ไม่อาจเปิดเผยได้ แต่จะเห็นว่า ในช่วงการสู้รบ การต่อสู้ภายในกองทัพเอง ก็ดุเดือดไม่น้อย ฝ่ายที่ต้องการคุมอำนาจ ก็ได้แสดงศักยภาพออกมาเช่นเดียวกัน จะเห็นได้จากการสังหารนายทหารพยัคฆ์บูรพา มีการวางแผนมาอย่างดี จากฝ่ายทหารในกองทัพ  โดยมีตำรวจ และกองกำลังไมทราบฝ่ายเข้าร่วมด้วย โดยเฉพาะการสังหาร พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และความพยายามสังหาร พล.ต.วลิต ผู้บัญชาการพล.ม.2 ด้วยการยิง M79 ลงกลางวงวางแผนในค่ำวันที่ 10 เมษายน

พ.อ.ร่มเกล้านั้น ถูกยิงด้วยปืนอาก้าติดเลเซอร์จากรัสเซีย เลเซอร์ที่ส่องเข้าหน้าพ.อ.ร่มเกล้า ขณะยืนสั่งการบนรถถังและยิงปืนสั้นขึ้นฟ้านั้น ไม่ใช่เป็นเลเซอร์ชี้เป้า แต่เป็นเลเซอร์ส่องยิง จะเห็นว่า มีการระเบิดกระสุนทันทีที่เลเซอร์ส่องถึงตัว เป็นการยิงในระยะการยิงที่ไม่ไกลจากตึกสูงใกล้เคียง  แต่การยิงครั้งนั้น แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของหน่วยยิงว่า มีความแม่นยำระดับมืออาชีพที่ฝึกบรือมาอย่างดี ภายในเสี้ยงวินาทีสามารถลั่นกระสุนเข้าใส่เป้าที่กำลังเคลื่อนที่ได้เหมือนจับวาง

การสังหารพล.ต.ขัตติยะนั้น จะต้องใช้พลแม่นปืนที่ฉมังกว่า มีความแม่นยำสูง ซึ่งว่ากันว่า ฝีมือการสังหารเสธ.แดงนั้น คนที่สามารถทำได้ มีไม่มากนักในกองทัพ ถึงขนาดมีการขมวดปมว่า มีเพียง
2-3 คนเท่านั้น จะว่าไปแล้ว การวงแผนสังหารเสธ.แดง ฝ่ายเสื้อแดงเอง ก็ระแวดระวังอยู่เช่นเดียวกัน จะเห็นได้จากการบุกเข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพราะเชื่อว่า มีหน่วยสุ่มสังหารอยู่ในโรงพยาบาล แต่เสื้อแดงคาดการณ์ผิด หน่วยสุ่มสังหาร ไม่ได้อาคารของโรงพยาบาลจุฬาฯ เพราะเต็มไปด้วยความพลุกพล่าน มีคนเข้าออกตลอดเวลา

การสังการเสธ.แดง มีการวางแผนกันหลายชั้น เพื่อไม่ให้การทำงานผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าหากผิดพลาดนั้นหมายถึงปฏิบัติการกระชับวงล้อมเพื่อขอคืนพื้นที่ล้มเหลวด้วย แต่เสธ.แดงก็มีจุดอ่อน ที่เป็นคนพูดมาก และมีการเคลื่อนไหวที่เป็นเป้าให้ติดตามได้ไม่ยากนัก ภายหลังบังเกอร์สูงท่วมหัวบริเวณแยกสีลม เป็นสถานที่ๆสามารถหาเสธ.แดงได้ที่นั่น การฝึกอาวุธนักรบ กระทำกันที่นั่น บริเวณลานพระบรมรูปรัชกาลที่
6 นักข่าวจะไปสัมภาษณ์เสธ.แดง ก็ไปหาได้ที่นั่น หน่วยล่าสังหารจึงสามารรถเร้นกายบนตึกซักแห่งหนึ่งเพื่อรอจังหวะ แต่การหาจังหวะนั้นค่อนข้างยาก

มีการตั้งข้อสังเกตว่า ใกล้ตัวของเสธ.แดงนั้น มีสปายอยู่ คอยรายงานการเคลื่อนไหวและร่วมวางแผนการสังหาร เพราะมีปรากฏการณ์แปลกๆที่เกิดขึ้นในค่ำคืนของการสังหาร มีนักข่าวต่างประเทศสัมภาษณ์เสธ.แดง ยาวนานกว่า
1 ชั่วโมง ซึ่งบทสัมภาษณ์นี้ ไม่เคยถูกนำมาเปิดเผยเลยนับตั้งแต่การสัมภาษณ์ ทั้งที่เป็นบทสัมภาษณ์สุดท้ายที่ต้องถือว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งที่สำนักข่าวที่สัมภาษณ์ต้องนำมาเปิดเผยเพื่อเรียกเรทติ้ง แต่ไม่มีการพูดถึงหรือนำเสนอบทสัมภาษณ์ดังกล่าวเลย

จังหวะของการสังหารมีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมการ์ดของเสธ.แดง จึงนำเสธ.แดง ออกมายืนตรงลานโล่ง ง่ายต่อการตกเป็นเป้าการสังหารที่ง่ายต่อการลงมือ เพราะการสัมภาษณ์ในเวลากลางคืน นักข่าวจะเปิดไฟส่องสว่างใส่หน้าผู้ให้สัมภาษณ์ เป็นการวางแผนร่วมกันหรือเป็นการประมาทเลินเล่อจนต้องถูกสังหาร

หน่วยที่ลงมือเป็นหน่วยไหน ไม่สามารถเปิดเผยได้ บอกได้แต่เพียงว่า เป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษในหน่วยงานที่ไม่ต่ำเตี้ยติดดิน หน่วยงานนี้มีหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษตามที่ได้รับมอบหมาย แต่ใครเป็นฝ่ายสั่งการนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นเดียวกัน

ทีมข่าว
MTODAY ได้รับข้อมูลมาว่า พลสังหารได้ติดตามเสธ.แดงมาก่อนวันสังหารไม่นานนัก หลังจากได้ข้อสรุปว่า เพื่อให้เรื่องจบต้องไม่มีเสธ.แดง งานการข่าว อุปกรณ์ที่มีทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดถูกนำมาใช้กับการสังหารครั้งนี้

แน่นอนว่า ปืนที่ใช้สังหารจะต้องเป็นสไนเปอร์ที่แม่นยำและทรงประสิทธิภาพที่สุด หน่วยสังหารเลือกใช้สไนเปอร์ ยี่ห้อ
SIG SAUR จากสาธารณรัฐเช็ค กระบอกละ 300,000 กว่าบาท เป็นทูตสังหาร จนได้เวลามั่นเหมาะ เวลา 19.30 น. SIG SAUR ได้ส่งกระสุนหัวทองเหลือง ขนาด .308 มิลลิเมตรเข้าศีรษะของพล.ต.ขัตติยะ ภายใน 1.3 วินาที กระสุน 2 นัดเจาะเข้าร่างพล.ต.ขัตติยะอย่างแม่นยำเหมือนจับวาง นัดหนึ่งเข้าที่ศีรษะ อีกนัดหนึ่งเข้าที่หน้าอกซ้าย ส่งให้ชายชาตินักรบที่ห้าวหาญอ่อนระทวยล้มลงกแน่นิ่ง ท่ามกลางเสียงหวีดร้องตกใจของคนที่อยู่ใกล้เหตุการณ์และตามมาด้วยความโกลาหน

SIG SAUR ทำงานอย่างทรงประสิทธิภาพยิ่ง

SIG SAUR เป็นสไนเปอร์ที่พลแม่นปืนทั่วโลกนิยมใช้ ด้วยมีความแม่นยำสูง ลำใช้ใช้สังหารเสธ.แดงในค่ำคืนวันที่ 13 พฤษภาคม เพิ่งนำเข้ามาจากสาธารณรัฐเช็คได้ไม่นาน มีไนซ์อาย สามารถมองเห็นได้ในเวลากลางคืนในระยะไกล รัศมีการสังหาร 200 เมตร- 2 กิโลเมตร มีระบบนำทางแบบอินฟาเรด มีกล่องขนาด 3.5-4.5 นิ้ว ระยะมองเห็น 2 กิโลเมตร กระสุนที่ใช้สังหาร เป็นกระสุนหัวทองเหลืองธรรมดา จะเห็นได้จากรู้เข้ากับรู้ออกเท่ากัน การที่พลแม่นปืนไม่ใช่กระสุนหัวทองเหลือง เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดเสียงดัง

เพียงเท่านี้ ก็ทรงประสิทธิภาพ ส่งให้นักรบผู้อหังการ ที่คนเดียวกล้าท้ากับกองทัพทั้งกองทัพล้มลงไดในบัดดล อย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

การสังหารเสธ.แดง ทำให้การสั่งการกองกำลังติดอาวุธขาดประสิทธิภาพ กองกำลังและกลุ่มผู้ชุมนุมเต็มไปด้วยความคั่งแค้นดาหน้าออกมาอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อหวังแก้แค้นให้กับคนที่พวกเขาเชื่อว่า คอยปกป้องชีวิตของพวกเขา เห็นเหตุให้เกิดการสูญเสียมากมายใน 4-5 วันต่อ จนที่สุดพวกเขาก็พ่ายแพ้

เปิดปูม พล.ต.ขัตติยะ ชำนาญการรบ-วางกลยุทธ์ 

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง เป็นที่รู้จักของสาธารณชนจากเหตุการณ์ในค่ำคืนหนึ่ง ที่เขาและพลพรรคจำนวนหนึ่งขึ้นไปบนสำนักพิมพ์ไทยโพสต์ ท่ไปวิพากษ์วิจารณ์ผู้เป็นนาย ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รมว.แรงงาน เมื่อปี 2540 แต่เขาหายไปนานหลังจากนั้น มาเคลื่อนไหวอีกครั้ง หลังเหตุการณ์บุกรื้อบาร์เบียร์ที่สุขุมวิท ซอย 10  ที่ดินของชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์

เสธ.แดง ออกมาชนกับพล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผบ.ตร.ในขณะนั้นที่ตั้งข้อหาทหารในกองทัพ ทำให้เขาเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพล.ต.อ.สันต์ จนครั้งหนึ่งถูกตำรวจอุ้มโรงพักที่หน้าโรงแรมดิ เอ็มเมอร์รัลด์ เป็นจุดเริ่มต้นของการเขียนหนังสือ คม...เสธ.แดง อันเป็นหนังสืออัตชีวประวัติและรวบรวมความคิดคำพูดของเขาที่ขายดีจนติดอันดับหนังสือขายดี

จากนั้น เสธ.แดง ก็ออกมาโลดแล่นในยุทธภพสู้รบกับฝ่ายตำรวจอย่างเต็มตัวเพื่อปกป้องทหารในหลายสถานการณ์ รวมทั้งเหตุการณ์การปล้นปืนที่ค่ายทหารพัฒนาจังหวัดนราธิวาส  สิ่งที่ทำให้เสธ.แดง มีกำลังสู้รบมาจากอ้อมแขนโอบกอดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันหนึ่งท่ามกลางวงล้อมของตำรวจ นั้นเป็นการซื้อใจให้เสธ.แดง จงรักภักดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ จนตัวตาย

เสธ.แดง เป็นชาวอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2494 โดยปู่เป็นชาวมอญย่านวัดขนอน โพธาราม เป็นบุตรชายคนสุดท้องของ ร.อ.สนิท สวัสดิผล และนางสอิ้ง สวัสดิผล จากจำนวนพี่น้อง 4 คนซึ่งเป็นหญิง 3 คนและชาย 1 คน

 

สธ.แดง นับว่า เป็นคนที่สนใจการเรียนอย่างยิ่ง เขาเรียนในหลากหลายสาขา จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนศรีวิกรม์ เข้าเรียนโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 11 รุ่นน้องพ.ต.ท.ทักษิณ 1 รุ่น โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 22 และโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 63  ยังได้เข้าปริญญาตรี ครุศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาปี 2528 ปริญญาโท คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สำเร็จการศึกษาปี 2539 ปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม สำเร็จการศึกษาปี 2545 ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง สำเร็จการศึกษาปี 2547 และจบปริญญาเอก สาขาบริหารรัฐกิจ University of Northern Philippines สำเร็จการศึกษาปี 2551

เสธ.แดง สมรสกับ นาวาเอก (พิเศษ) หญิง จันทรา สวัสดิผล (เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง) มีบุตรสาวด้วยกันทั้งหมด 1 คน ชื่อ นางสาวขัตติยา สวัสดิผล (ชื่อเล่น: เดียร์) ปัจจุบันทำงานเป็นทนายความในสำนักกฎหมายเอกชน

 

นอกจากนี้แล้ว หลังจากที่เสียชีวิตไปแล้ว ได้มีผู้หญิงที่อ้างว่ามีลูกกับเสธ.แดงเปิดเผยตัวขึ้น คือ น.ส.ลัดดาวัลย์ พลฤทธิ์ เป็นอดีตผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง โดยรู้จักกับกับ เสธ.แดงในปี พ.ศ. 2546 จากนั้น ทั้งคู่จึงมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง จนกระทั่ง น.ส.ลัดดาวัลย์ได้ตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายออกมาในต้นปี พ.ศ. 2547 ชื่อ ด.ช.นักรบ สวัสดิผล (ชื่อเล่น: แดงน้อย) ซึ่งเป็นชื่อที่เสธ.แดงตั้งให้ โดยเสธ.แดงได้ให้การดูแลรับผิดชอบเป็นอย่างดี นอกจากนี้แล้วยังมีบุตรสาวอีกหนึ่งคน ซึ่งเป็นพี่สาวของ น.ส.ขัตติยา แต่คนละมารดา คือ น.ส.กิตติยา สวัสดิผล (ชื่อเล่น: เก๋)

เสธ.แดง เข้ารับราชการครั้งแรกในกองพันทหารราบที่ 4 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี และเติบโตมาในสายทหารม้า เคยได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายทหารพิเศษ ประจำกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ เมื่อปี 2543 เคยเป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าในช่วงปี 2529 เป็นนายทหารติดตามของ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก รองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และเคยเป็นนายทหารคนสนิทของนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาล นายชวน หลีกภัย และดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ก่อนเสียชีวิต เขาได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พล.อ.อนุงพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.อย่างรุนแรง จนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนและสั่งพักราชการ

    « Back