ี่ร.อ.หน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติด

ร.อ.หน่อคำ หรือจายหน่อ

5 ต.ค.2554

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์  สารากรบริรักษ์ (ระหว่างรวบรวมข้อมูล)

ครับ นโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล ทำให้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายต่างเร่งรัดดำเนินการกันยกใหญ่ ทั้งที่ เป็นนโยบายของรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะเป็นปัญหาระดับชาติ ที่แก้ไขกันมานานนับ 20-25  ปี ก็ยังปราบปรามไม่หมด  เพราะมัวแต่ไปแก้ที่ปลายเหตุ ส่วนต้นเหตุที่แท้จริง คือแหล่งผลิตเพื่อนบ้านไทย สมัยก่อนก็มีแค่จากแดนพม่าเท่านั้น ได้ขยายเป็นลาว และเขมร ที่สำคัญขณะนี้ เหมือนกับจะมีประเทศจีนเข้ามาผสมโรงด้วย       เพราะใคร ๆ ก็ทราบว่า จีนเป็นเจ้าพ่อของการก็อป เลียนแบบ ที่จะมาก็อปยาบ้ากับเขาด้วย หากเป็นจริง ก็เป็นอันตรายมาก ที่ยาบ้าจะเพิ่มปริมาณขึ้น มาจากทุกทิศทางและสายพันธุ์  กรณีเจ้าหน้าที่ไม่ว่าฝ่ายทหาร หรือตำรวจที่สามารถจับกุมยาเสพติดให้โทษได้จำนวนมาก ก็มักจะมีการแถลงข่าวให้ดู เพื่อให้เห็นว่า ได้ทำผลงานประสบความสำเร็จ สนองตอบนโยบายของรัฐ ออกข่าวสื่อสารต่าง ๆ ชักรูปกันถ้วนหน้า กรณี มีการยิงเรือสินค้าของประเทศจีนในลำน้ำโขง และมีคนตายจำนวนมาก พร้อมพบยาเสพติดให้โทษของกลางจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าว ในวันนั้นที่เกิดเหตุ กับวันนี้ แตกต่างกัน อะไร คือเรื่องจริง อะไรไม่จริง ก็ต้องติดตามกันต่อไป ครับ

 

 .........จากกรณีเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. 54 ที่ผ่านมา มีกัปตันและลูกเรือจีน 2 ลำ รวม 13 ราย ถูกปิดตามัดมือยิงทิ้งฆ่าโหด ขณะแล่นเรือขนส่งสินค้าเข้ามายังแม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ในเบื้องต้นทิศทางของคดี จนท.ฝ่ายไทยระบุว่าโยงใยกับขบวนการค้ายาเสพติด แถลงข่าวกันใหญ่โต ผลงานปราบยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ .........ล่าสุดคดีพลิกปรากฎว่ามีทหารไทยเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุฆ่า 13 ลูกเรือจีนดังกล่าว ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยต้องเร่งสอบสวนที่มาของคดีโดยละเอียด ขณะที่รัฐบาลจีนกดดันให้ไทยคลี่คลายคดีนี้อย่างโปร่งใส ล่าสุด เว็บไซต์ข่าวและเว็บบอร์ดชื่อดังของจีน ได้เผยแพร่ร่องรอยกระสุนบนเรือ และสภาพศพของลูกเรือจีนที่ถูกยิงและทิ้งศพในแม่น้ำโขง จนกลายเป็นประเด็นข่าวใหญ่ที่สังคมจีนให้ความสนใจในขณะนี้

.................................

ข้อมูล / ก่อนเรื่องนี้  

เหตุการณ์การปล้นเรือขนส่งสินค้าสัญชาติจีนกลางแม่น้ำโขงของกองกำลังติดอาวุธในน่านน้ำพม่า และคาบเกี่ยวกับสปป.ลาว บริเวณสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปทางทิศเหนือ ประมาณ 15-20 กิโลเมตร ใกล้ ๆ แถวท่าเรือเมืองมอม – เมืองพง ในบ่ายวันนี้ (17 พฤษภาคม 2554) มิใช่เป็นครั้งแรก แต่หากเกิดขึ้นถี่มากเป็นลำดับตั้งแต่ต้นปี 2552 บางครั้งก็มีการเสียชีวิต-บาดเจ็บของลูกเรือ

เหตุการณ์ที่รุนแรงก่อนหน้านี้คือการยิงถล่มเรือสินค้าจีนเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2552 จนทำให้กองเรือพาณิชยนาวีทั้งหมดต้องหยุดเดินเรือรวม 15 วัน ทำให้การค้าและการท่องเที่ยวชะงักงัน

กลุ่มกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้คือใคร?

 

เป็นความกล้าบ้าบิ่นที่ข้ามพรมแดนและหยามหน้ามหาอำนาจจึนที่ครองแม่น้ำแห่งนี้อย่างมาก และได้แสดงอิทธิพลเหนือรัฐบาลพม่าที่สวามิภักดิ์และจงรักกับมิตรจีนอย่างแน่นเหนียว ที่สำคัญคือเป็นการฉายภาพให้เห็นว่าสายน้ำโขงแห่งนี้มิได้ฉาบด้วยภาพที่สวยงาม เป็นแม่น้ำการค้า แหล่งพลังงาน และเป็นขุมทรัพย์ของประเทศใดเพียงอย่างเดียว แต่มีด้านมืดที่ไม่ต่างกับคลื่นใต้แม่น้ำโขงที่ไหลแรงลึก เชี่ยวกรากยิ่ง

แน่นอนเป็นที่ทราบดีว่าเรือสินค้าที่ครอบครองแม่น้ำโขงแห่งนี้หนีไม่พ้นจีน เนื่องจากความเชี่ยวชาญ และความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบในการประหยัดพลังงานขาลง กับขาขึ้น จีนได้เปรียบอยู่วันยังค่ำ และมีการการณ์การณ์ว่าคาดว่า จนถึงค.ศ.2015, ปริมาณการขนส่งสินค้าที่โดยเส้นทางเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง- แม่น้ำโขงจะถึง 1.5 ล้านตัน จำนวนการขนส่งผู้โดยสารจะเกินกว่า 2 หมื่นคน นั่นหมายรวมทั้งการค้าและการท่องเที่ยวที่จีนจะผูกขาด

และใน 2 ปีก่อนหน้านี้  ทางการจีนได้กำชับให้ทางการพม่าและลาวออกกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธ  และได้ระบุว่ากองกำลังดังกล่าวของนายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดแห่งเมืองสามเหลี่ยมทองคำที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เมื่อค้น Profile ของ “หน่อคำ” ก็พบว่าอายุ 50 ปี เป็นอดีตนายทหารในกองทัพเมืองไตย MTA - Mong Tai Army ของขุนส่า หลังขุึนส่าวางอาวุธแก่ทางการพม่าในปี 2539 ได้รับอนุญาตจากทางการพม่าจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครอยู่ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก มีความสนิทสนมกับนายทหารระดับสูงของพม่าในฝั่งท่าขี้เหล็กยังหลบหนีลอยนวลอยู่

เมื่อปี 2549 นายหน่อคำ ได้ถูกตรวจค้นบ้านพักที่อยู่ในหมู่บ้านตองก้อ ฝั่งท่าขี้เหล็ก แล้วครั้งหนึ่ง ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่พม่าซึ่งได้รับข้อมูลจากทั้งจีนและไทย สามารถตรวจยึดยาบ้านับล้านเม็ด แต่นายหน่อคำ ได้หลบหนีเข้าไทยและเข้าไปกบดานอยู่ในฝั่งลาว จนกระทั่งข่าวคราวเงียบลง จึงกลับเข้าไปเคลื่อนอยู่ในฝั่งพม่าจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้ กลุ่มของนายหน่อคำ มักจัดเก็บภาษีเรือขนส่งสินค้าที่แล่นในแม่น้ำโขงเป็นประจำ นอกนั้นยังคอยจัดเก็บภาษีกลุ่มผู้ค้าสิ่งผิดกฎหมายที่ผ่านเข้าออกในพื้นที่ โดยภาษีที่เขาเก็บ หากเป็นเฮโรอีนจะเก็บกิโลกรัมละ 5,000 บาท และยาบ้าเม็ดละ 2.5 - 3 บาท

เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมา ก็มีรายงานข่าวว่ากองบัญชาการกองทัพภาคสามเหลี่ยมของพม่า มีบก.อยู่ที่เมืองเชียงตุง รัฐฉานภาคตะวันออก ได้ยื่นคำขาดพร้อมกำหนดทางเลือกให้กองกำลังติดอาวุธภายใต้การนำของนายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดแห่งสามเหลี่ยมทองคำ และอดีตหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครใต้กำกับกองทัพพม่า หลังก่อเหตุเรียกเก็บภาษีเรือสินค้าในแม่โขงและจับตัวลูกเรือเรียกค่าไถ่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กองทัพพม่าได้กำหนดทางเลือกและขีดเส้นตายให้กองกำลังติดอาวุธกลุ่มของนายหน่อคำ โดยให้วางอาวุธภายในวันที่ 18 เมษายน และว่าหากไม่วางอาวุธก็ให้นำกำลังไปเข้าร่วมกองกำลังว้า UWSA หรือ กองทัพรัฐฉาน SSA ของพล.ท.เจ้ายอดศึก ระบุ หากไม่เช่นนั้นจะถูกปราบปรามกวาดล้างอย่างหนัก

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 เมษายน   มีกองกำลังติดอาวุธกลุ่มหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มของนายหน่อคำ ได้ก่อเหตุปล้นเรือบ่อนคาสิโน "คิงส์โรมัน" สัญชาติจีน ที่ตั้งอยู่บ้านต้นผึ้ง ในฝั่งลาว รวม 3 ลำ และได้จับตัวลูกเรือพร้อมด้วยนักพนันบนเรือจำนวน 19 คน ไปเรียกไถ่คนละ 6 หมื่นหยวน (ราว 2.7 แสนบาท) ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 8 เมษายน นายจ่าวเว่ย เจ้าของบ่อนคาสิโนได้นำเงินจำนวน 25 ล้านบาท ไปไถ่ตัวนักพนันจำนวน 13 คน ขณะนี้ยังเหลือนักพนันรอจ่ายค่าไถ่อยู่อีกจำนวนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า จนถึงขณะนี้กลุ่มของนายหน่อคำ ยังไม่ได้วางอาวุธให้กับกองทัพพม่าตามที่ถูกขีดเส้นตายไว้ในวันที่ 18 เมษายน ซึ่งกองกำลังของนายหน่อคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพรัฐฉาน SSA นายหนึ่งเปิดเผยว่า ทางกลุ่มยังไม่ได้รับการติดต่อขอเข้าร่วมจากกลุ่มของนายหน่อคำ และว่าทางกองทัพรัฐฉาน SSA ไม่เคยมีการติดต่อกับกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กองกำลังติดอาวุธภายใต้การนำของนายหน่อคำ ซึ่งเป็นอดีตนายทหารกองทัพเมืองไตย MTA ของขุนส่า และอดีตหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครใต้กำกับของกองทัพพม่า มักกระทำการเรียกเก็บภาษีเรือลำเลียงสินค้าในแม่น้ำโขง และจับเรียกค่าไถ่ลูกเรือบ่อยครั้ง โดยทางกลุ่มอ้างว่าเป็นการเก็บค่าคุ้มครองผ่านในพื้นที่  

สำหรับกระบวนการแก้ไข ผมคิดว่าจะรอจีนอย่างเดียวไม่ได้ครับต้อง เพราะแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำระหว่างประเทศหรือ International River ก่อนหน้านี้เราว่ากันเรื่องพลังงาน เขื่อน การค้า การลงทุน  ซึ่งการเดินเรือก็ต้องพึ่งพา กลไกคณะกรรมการประสานการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง (JCCCN : The Joint on Coordination of Commercial Navigation on the Lancang-Mekong River among China,Laos,Myanmar and Thailand) ซึ่งดูแลเกี่ยวกับข้อตกลงการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำโขงตอนบน 4 ชาติคือไทย จีน ลาวและพม่า ตามข้อตกลงเมื่อปี 2544 ว่าเมืองท่าต่างๆ ในแม่น้ำโขงทั้ง 14 แห่งจะต้องช่วยเหลือกันกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินใดๆ ขึ้น และต้องออกมาตรการสร้างความเชื่อมั่นโดยการใช้เทคโนโลยี และความมั่นคงปลอดภัยระหว่างกันขึ้นมา

อย่างไรก็ตามผมคิดว่า 4 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงตอนบนหรือสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ไทย ลาว จีน และพม่า ต้องมาประชุมกันด่วนแล้วครับ เพราะในรายงานข่าวระบุว่า นอกจากกลุ่ม “หน่อคำ” แล้วยังมีกลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มมูเซอ กลุ่มเมืองลาเก่า กลุ่มปิตุชิด กลุ่มสานเป๊อะ ฯลฯ ที่มีอิทธิพลอยู่แถบหมู่บ้านตลอดริมฝั่งแม่น้ำโขง โดยมีการแบ่งเขตอิทธิพลในน่านน้ำคล้ายกับโจรสลัดโซมาเลียเสียแล้ว

ต่อไปหากมีใครชวนผมไปท่องเที่ยวล่องแม่น้ำโขงไปจีนผมก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนตัดสินใจแล้วครับ และเส้นทาง R3A ย่อมเป็นทางเลือกสำรองที่น่าจะปลอดภัยจากโจรสลัดแม่น้ำโขงแน่นอนในช่วงนี้!

ข้อมูลจาก  [email protected]

2 ธ.ค.2551

เชียงราย  สามเหลี่ยมทองคำอันตราย กลุ่มอิทธิพลใหม่ขยายตัว ตั้งโต๊ะรีดหัวคิวสารพัดสินค้าทั้งบนดิน ใต้ดิน แถมปฏิบัติการอุกอาจถึงขึ้นยิงถล่มเรือลาดตระเวนของจีน กลางน้ำโขงมาแล้ว
       
       รายงานข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคงชายแดนด้าน จ.เชียงราย แจ้งว่า ปัจจุบันกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในฝั่งประเทศ เพื่อนบ้าน ด้านสามเหลี่ยมทองคำติดหมู่บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน ได้พยายามนำเข้ายาบ้า และเฮโรอีนอย่างต่อเนื่อง อาศัยช่วงที่ไทยกำลังประสบกับวิกฤตทางการเมืองอย่างหนัก ด้วยหวังว่าเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนจะไม่สนใจเข้มงวดกวดขัน เพราะรอดูการเปลี่ยนแปลงของการเมืองในอนาคต
       
       อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดนโดยเฉพาะฝ่ายทหารจากกองกำลังผาเมือง ยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการในฝั่งประเทศ เพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด
       
       ทั้งนี้ พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการบริเวณสามเหลี่ยมทองคำว่า ยังคงมีนาย "หน่อคำ" หัวหน้ากลุ่มติดอาวุธชาวไทใหญ่สัญชาติพม่า ที่เคลื่อนไหวอยู่บริเวณดังกล่าวมานานนับสิบปี โดยเป็นกลุ่มติดอาวุธที่คอยตรวจสอบการขนลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตที่มาจากฝั่งตะวันตกของท่าขี้เหล็ก จากเขตอิทธิพลของว้าแดง แถบเมืองยอนจดทางทิศเหนือไปทางแม่น้ำโขง
       
       กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดที่จะใช้พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ในการขนยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยจะต้องจ่ายค่าผ่านทาง และค่าคุ้มครองให้กับกลุ่มของนายหน่อคำ กรณีของยาบ้าคิดค่าผ่านทางเม็ดละ 3 บาท หากไม่จ่ายก็จะถูกโจมตีด้วยกองกำลังที่เคยมีการระบุว่ามีอยู่ประมาณ 20-30 คน แต่แท้ที่จริงอาจจะมีอยู่มากกว่านี้
       
       ล่าสุดมีรายงานว่ากลุ่มของนายหน่อคำได้ขยายเขตอิทธิพลออกไปอีก โดยเดิมมีการวางอิทธิพลอยู่ในเขตเหนือสามเหลี่ยมทองคำในฝั่งพม่าหรือตั้งแต่โรงแรมโกลเด้นไทรแองเกิ้ลพาราไดร์รีสอร์ท จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งสามารถมองเห็นได้ในฝั่งไทย ขึ้นไปทางเมืองพง บ้านสามปู บ้านห้วยตั้ง ฯลฯ ส่วนใหญ่อยู่ติดกับแม่น้ำโขงตรงกันข้ามกับ สปป.ลาว ก็ขยายข้ามมาทางฝั่งตะวันตกของโรงแรมโกลเด้นฯ ไปจนติดกับลำน้ำรวกชายแดนไทย-พม่า ซึ่งเขตอิทธิพลดังกล่าวอาจขยายไปถึงใกล้ตัวเมืองท่าขี้เหล็กตรงกันข้าม อ.แม่สาย ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 30 กิโลเมตร
       
       กลุ่มนายหน่อคำ มีการปฏิบัติการที่อุกอาจหลายครั้ง ถึงขั้นโจมตีกองกำลังติดอาวุธที่ไม่ใช่ทหารพม่าหรือฝ่ายของตัวเองไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม โดยเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ได้โจมตีเรือของตำรวจเมืองจิ่งหง เขตปกครองตัวเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนัน จีนตอนใต้ ซึ่งอยู่ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำไปทางทิศเหนือประมาณ 300 กิโลเมตร ตามนโยบายการออกเรือลาดตระเวนไปตามลำน้ำโขงเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่จีนได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 327 ต้องเข้าช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลในเขต อ.เมือง จ.เชียงราย

20 ก.พ.2552

จากกรณีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงถล่มเรือสินค้าของประเทศจีน กลางแม่น้ำโขง บริเวณท่าเรือเมืองพง ประเทศพม่า ชายแดนพม่า-ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ไปทางทิศเหนือ 15 กิโลเมตร เป็นเหตุให้ลูกเรือชาวจีนถูกยิงเสียชีวิต และหลังเกิดเหตุเรือสินค้าของจีนทั้งหมดที่มีอยู่ในแม่น้ำโขงประมาณ 100 ลำหยุดการเดินเรือทั้งหมด รวมทั้งที่ท่าเทียบเรือเชียงแสน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 ก.พ. นายอภิสิทธิ์ คำภิโล หัวหน้าขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี จ.เชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้เรือสินค้าจีนหยุดวิ่งทั้งหมด ทำให้ไม่มีการขนส่งสินค้าชายแดน สาเหตุเพราะกลัวจะถูกซุ่มยิงอีก ทางกรมขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวีจะแจ้งไปยังคณะกรรมการประสานการดำเนินการตามความตกลง ว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์ในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง 4 ชาติ คือ ไทย จีน ลาว และพม่า เนื่องจากมีข้อตกลงกันว่าเมืองท่าต่างๆ ในแม่น้ำโขงทั้ง 14 แห่งจะต้องช่วยเหลือกันกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อหาทางแก้ปัญหาความรุนแรง มิเช่นนั้นการค้าลุ่มแม่น้ำโขงจะหยุดชะงัก

ด้านนายวินัย ฉินทองประเสริฐ นายด่านศุลกากรเชียงแสน กล่าวว่า การค้าในแม่น้ำโขงผ่านด่านศุลกากรเชียงแสน ส่วนใหญ่เป็นการค้ากับจีน และใช้เรือขนส่งสินค้าจีน เมื่อหยุดการแล่นเรือทำให้การค้าต้องหยุดลงชั่วคราว โดยสินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นยางแผ่นรมควัน และสินค้านำเข้าเป็นพืชผักผลไม้ คาดว่าผลกระทบจะมีเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะทุกฝ่ายจะสามารถร่วมกันแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากจำเป็นต้องค้าขาย และผู้บริโภคก็ต้องการสินค้า

 

 พม่าปล่อยสมุน “หน่อคำ” เจ้าพ่อยาเสพติดที่ก่อเหตุถล่มเรือขนสิ้นค้าจีนกลางน้ำโขง
โดย : สำนักข่าวฉาน(14/05/2009 10:44 AM)

(SHAN 13/05/52) - แหล่งข่าวรายงานว่า ลูกน้องคนสนิทของนายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดแห่งสามเหลี่ยมทองคำ ที่ถูกทหารพม่าจับกุมได้นับสิบหลังก่อเหตุโจมตีเรือสินค้าจีนกลางแม่น้ำโขงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว หลังใช้เงินนับสิบล้านจั๊ตแลกการปล่อยตัว

โดยลูกน้องคนสนิทนายหน่อคำ ที่ได้รับการปล่อยตัวล่าสุดคือ นายสีห้า ชาวพม่า อยู่บ้านบ่อครก ต.เชียงพอง จังหวัดท่าขี้เหล็ก และนายหม่องติ้น เป็นอดีตทหารพม่า มีบ้านอยู่ที่เขต 3 บ้านน้ำแค๊ก อยู่ในเขตจัดหวัดท่าขี้เหล็กเช่นเดียวกัน โดยทั้งสองคนได้ใช้เงินคนละ 20 ล้านจั๊ต (ประมาณ 6 แสนบาท) จ่ายให้เจ้าหน้าที่พม่าเพื่อเป็นค่าปรับแลกกับการปล่อยตัว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 52 ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนร้ายซึ่งเชื่อกันว่าเป็นกลุ่มของ นายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ อดีตทหารในกองทัพเมืองไตย MTA ของขุนส่า ได้โจมตีเรือสินค้าของจีนกลางแม่น้ำโขง ขณะเข้าไปเพื่อหวังเก็บภาษี ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีก 3 คน

ต่อมาทางการจีนได้ประสานรัฐบาลทหารพม่าและลาว เพื่อไล่ล่าจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งจากการกวาดล้างทางฝ่ายพม่าสามารถจับลูกน้องของนายหน่อคำ ได้กว่า 30 คน และยึดเงินสดได้กว่า 20 ล้านบาท รวมถึงเฮโรอีนอีกหลายกิโลกรัม ขณะเข้าตรวจค้นบ้านหลายหลัง ในตำบลเมืองโก ตำบลห้องลึก และตำบลเมืองพง จังหวัดท่าขี้เหล็ก

ส่วนนายหน่อคำ จนถึงขณะนี้ยังหลบหนีลอยนวลอยู่ ซึ่งเชื่อกันว่ายังคงเคลื่อนไหวอยู่พื้นที่เมืองพง และเมืองโก จังหวัดท่าขี้เหล็ก หรือไม่ก็ข้ามไปกบดานอยู่ในฝั่งลาว เนื่องจากนายหน่อคำ มีความชำนาญและมีเพื่อนฝูงในพื้นที่ดังกล่าวมาก

แหล่งข่าวระบุว่า สาเหตุที่นายหน่อคำ สามารถหลุดพ้นจากการถูกจับกุมได้นั้น อาจเป็นเพราะมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพม่า ซึ่งที่ผ่านมาทราบว่า ในแต่ละเดือนนายหน่อคำ ได้จ่ายเงินให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพม่าทั้งในจังหวัดท่าขี้เหล็กและในกองทัพภาคเชียงตุง หลายรายๆ ละ 2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการอลุ่มอล่วยในการประกอบธุรกิจ

 เชียงราย - ป.ป.ส.หมายหัว “หน่อคำ” ข่ายอิทธิพลใหม่คุมสามเหลี่ยมทองคำ ตำรวจเชียงรายเกาะติดเส้นทางเงิน 12 ขบวนการค้ายาบ้าใหญ่ ลอบโอนเงินข้ามแดนสั่งซื้อ-ขายยาบ้า ผ่านนายหน้าที่ตั้งโต๊ะหัก 10% ต่อเนื่อง คาดปีหน้าทลายเน็ตเวิร์คการเงินขบวนการนรกได้
       
       ปัจจุบันสถานการณ์การลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนยังคงไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากยังพบความพยายามลักลอบนำเข้าโดยเฉพาะยาบ้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มขบวนการนอกประเทศก็มีการเปลี่ยนแปลงและขยายอิทธิพลอย่างคึกคักทำให้เมื่อเร็วๆ นี้ ทาง พล.ต.ท.กฤษณะ ผลอนันต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ได้เดินทางไปกำชับเจ้าหน้าที่ชายแดนด้วยตัวเอง
       
       โดยระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มผู้ผลิตและขนยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าในประเทศเพื่อนบ้านเดิมๆ หลายกลุ่มไม่มีการเคลื่อนไหวมากนัก และอยู่สถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมได้ แต่มีบางกลุ่มที่ขยายอิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวางมากขึ้น คือกลุ่มของ “นายหน่อคำ” ซึ่งมีอิทธิพลอยู่แถบติดแม่น้ำโขงติดกับชายแดนสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ป็นกองกำลังติดอาวุธที่คอยเก็บค่าผ่านทางยาบ้าจากกลุ่มอื่น บางครั้งก่อเหตุยิงถล่มเจ้าหน้าที่ของประเทศอื่นหรือกลุ่มอื่นที่ไม่ยอมอยู่ใต้อิทธพล ดังนั้น ทาง ป.ป.ส.จึงเจะมีการประสานกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อขอให้ดำเนินการต่อไป
       
       ด้าน พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบันตำรวจเชียงรายได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้าแล้วพบว่าการซื้อขายจะใช้วิธีการ คือ ผู้ซื้อยาเสพติดในฝั่งไทยใช้นายหน้าหรือคนโอนเงินซึ่งมักเป็นชาวไทยใหญ่ตามแนวชายแดน ไปเปิดบัญชีธนาคารสาขาตามชายแดนเพียง 500-1,000 บาท จากนั้นผู้ซื้อจะโอนเงินเข้าบัญชีเต็มจำนวนที่ตกลงกัน และนายหน้าก็จะหักค่าจ้างจากยอดเงินที่โอนไปทั้งหมด 10% เช่น ยอดเงิน 1 ล้านบาทก็จะหักไป 100,000 บาท เป็นต้น
       

       
       จากนั้น เมื่อจะซื้อขายยาบ้านายหน้าก็จะรับหน้าที่นำบัตรเอทีเอ็มไปให้กับตัวแทนผู้ขาย ซึ่งมักเป็นคนไม่มีสัญชาติ เมื่อตัวแทนผู้ขายกดเงินออกไปจากเอทีเอ็มแล้ว ก็จะแจ้งไปยังคนขนยาบ้าให้ลักลอบขนไปส่งให้กับตัวแทนผู้ซื้อตามจุดต่างๆ ต่อไป ส่วนตัวเองก็จะนำเงินสดที่เบิกแล้วไปส่งให้ผู้ซื้อโดยบางครั้งนำไปส่งให้ที่บ่อนการพนันตามคาสิโนต่างๆ ซึ่งมีอยู่หลายแห่งตามแนวชายแดน
       
       “ปัจจุบันศูนย์ยึดเงินภูธรจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์แห่งแรกของประเทศไทยได้จัดทำเครือข่ายด้านการเงินของขบวนการต่างๆ ในลักษณะดังกล่าวเอาไว้แล้วกว่า 12 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายแดน อ.แม่สาย โดยได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ประทักษ์ เจริญศิลป์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย เป็นผู้ดูแล” พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าว
       
       ผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวอีกว่า หลังจากรู้เส้นทางการเงินดังกล่าวแล้วศูนย์ยึดเงินได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เช่น ธนาคาร สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริจแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฯลฯ ทำการยึดเงินจากกลุ่มขบวนการมาตรวจสอบแล้วเป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ทำให้สามารถยับยั้งการนำเข้ามาครั้งละมากๆ และทำให้กลุ่มผู้ค้าหันมาขนยาบ้ากันแบบรายย่อยหรือกองทัพมดแทน โดยแอบปะปนมากับนักท่องเที่ยวที่พลุกพล่านในฤดูหนาวด้วยการเดินทางมากับรถโดยสารแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งตำรวจก็จะพยายามตรวจจับต่อไป
       
       ล่าสุด ศูนย์ได้ยึดเงินสดได้ในพื้นที่ อ.เชียงของ ชายแดนไทย-สปป.ลาว ได้ประมาณ 4 ล้านบาท ได้ตัวผู้ต้องหา 2 คน ซึ่งรับว่าจะนำเงินไปซื้อยาเสพติดซึ่งศูนย์ตรวจยึดเงินได้ร่วมกับ ปปง.ในการยึดเงินเพื่อขยายผลแล้วรวมทั้งเตรียมยึดทรัพย์ผู้ต้องหาต่อไป เบื้องต้นทราบว่าจะนำเงินไปซื้อยาบ้าที่ชายแดนไทย-พม่า ด้านหมู่บ้านม้งเก้าหลัง ต.แม่สลอกใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
       
       
อย่างไรก็ตาม ศูนย์ก็ยังพบปัญหาเรื่องการควบคุมผู้ต้องหาเพราะต้องนำไปฝากขังได้เพียง 1-2 วัน ซึ่งตนได้เสนอไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าขอให้เสนอให้มีการควบคุมได้ 7 วัน ก็ถูกกลุ่มสิทธิสมนุษยชนต่อต้านอีก ส่วนการยึดเงินเพื่อตรวจสอบก็สามารถทำได้นาน 30 วัน แต่สามารถขยายการยึดออกไปได้อีก 2 ครั้ง เพราะหลายกรณีต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ กระนั้นก็เชื่อว่าหลังจากช่วงปีใหม่ 2552 นี้จะสามารถทลายขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ด้วยการทำลายเครือข่ายการเงินดังกล่าวได้แน่นอน

 

 

30 ก.ย.2552

“เทพเทือก” จับ “ปทีป-จุมพล” นั่งขนาบซ้ายขวาแถลงข่าวจับยาบ้า 6 แสนเม็ด สยบข่าว “2 บิ๊ก ตร.” ซดแต่เกาเหลา หลังเป็นคู่ชิงเก้าอี้เบอร์ 1 กรมปทุมวัน ระบุ ตั้งแต่นี้ไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเป็นปึกแผ่น สมานฉันท์เดินหน้าทำงานเต็มสูบ
       
       วันนี้ (30 ก.ย.) เมื่อเวลา 15.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส.ร่วมกันแถลงการจับกุม นายเรวัตร ชัยสุรินทร์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 170 หมู่ 3 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนายประสิทธิ์ชัย อุณหพัฒนา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 หมู่10 ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 600,000 เม็ด และรถบรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 90-6975 นครสวรรค์ ที่มีการดัดแปลงทำช่องลับบริเวณหัวรถไว้สำหรับซุกซ่อนยาบ้า จำนวน 1 คัน
       
       นายสุเทพ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ตำรวจ บช.ปส.ได้สืบสวนติดตามจับกุม ร.อ.หน่อคำ หรือ จายหน่อ ทหารว้า ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ที่ 380/2547 ลงวันที่ 8 ก.ค.2547 ในข้อหาร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักร และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน, ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ที่หลบหนีไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านมาโดยตลอด จนกระทั่งทราบว่า เจ้าตัวได้สั่งการให้ลูกน้องเครือข่ายในประเทศไทย นำรถบรรทุกที่ดัดแปลงทำช่องลับซุกซ่อนยาเสพติด ไปรับยาบ้าในพื้นที่ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อนำไปไปส่งให้ลูกค้าในกรุงเทพ และเขตปริมณฑล
       
       นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปดักซุ่ม จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น.วันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็พบรถบรรทุกสิบล้อคันดังกล่าว บริเวณถนนสายบ้านม่วงคำ-บ้านสันนา ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย ห่างจากชายแดนประมาณ 1 กม.จึงตั้งจุดสกัดเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับกลับเร่งความเร็วพุ่งชนรถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับความเสียหาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ปืนล้อหน้าจนยางรถระเบิดไม่สามารถวิ่งไปต่อไป แต่ผู้ต้องหาทั้งสองคนก็ยังเปิดประตูรถวิ่งหลบหนี แต่นายเรวัตรหนีไม่พ้นถูกจับกุมได้ ส่วน นายประสิทธิ์ชัย หลบหนีไปได้
       
       นายสุเทพ กล่าวต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นรถบรรทุกคันดังกล่าว ก็พบลังใส่ขวดเบียร์เปล่าวางอยู่เต็มหลังรถ และไม่มีสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่เห็นบริเวณกระบะตอนหน้ารถนั้น มีช่องฝาเหล็ก ขนาด 40x40 ซม.อยู่ 1 ช่อง จึงเปิดออกดู ก็พบยาบ้าจำนวน 600,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นบ้านพักและอู่รถที่ใช้เป็นอู่ดัดแปลงทำช่องลับสำหรับซุกซ่อนยาบ้า พร้อมทั้งกระจายกำลังติดตามจับกุมนายประสิทธิ์ชัย จนกระทั่งในเวลา 14.00 น.วานนี้ (29 ก.ย.) ก็สามารถติดตามจับกุมได้ที่บริเวณด้านหลังปั้มน้ำมัน ปตท.บ้านม่วงคำ
       
       นายสุเทพ กล่าวด้วยว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพ ว่า รับจ้างส่งยาบ้ามาแล้ว 2 ครั้ง โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 150,000 บาท ซึ่งแต่ละครั้งจะมีคนโทร.มาสั่งว่าให้ไปส่งที่ไหนบ้าง อย่างไรก็ตาม การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการจับกุมยาบ้าครั้งใหญ่ ตามนโยบาย 5 รั้วป้องกันภัยของรัฐบาล เพราะหากยาบ้าจำนวนนี้สามารถหลุดรอดเจ้าหน้าที่ไปได้จะมีมูลค่าสูงถึง 180 ล้านบาท จึงต้องขอชื่นชมตำรวจ บช.ปส.ที่ติดตามจับกุมเครือข่ายรายสำคัญนี้ไว้ได้
       
       หลังการแถลงข่าวเสร็จ ผู้สื่อข่าวถามนายสุเทพ ว่า วันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีหรือไม่ ที่ตำรวจจะทำงานกันเป็นปึกแผ่น รองนายกรัฐมนตรี ตอบว่า ตำรวจทำงานเป็นปึกแผ่น และเต็มที่อยู่แล้ว แต่ว่า ข่าว ที่เป็นข่าวดี ไม่ค่อยได้รับความสนใจหรือเผยแพร่ วันนี้ จึงได้มาร่วมแถลงข่าวด้วย เพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงว่า ตำรวจทำงานด้วยความเข้มแข็ง ร่วมมือกันทุกหน่วย จึงได้มีผลงานแบบนี้ออกมาตลอด ซึ่งหลังจากนี้ จะขยายผลสืบสวนจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ นายสุเทพ ตอบคำถามสื่อมวลชนเสร็จ ได้เเดินไปขึ้นรถ โดยมี พล.ต.อ.ปทีป และ พล.ต.อ.จุมพล เดินไปส่ง และระหว่างที่นายสุเทพจะก้าวขึ้นรถ ได้หันไปพูดกระซิบกับ พล.ต.อ.ปทีป หน่อยหนึ่ง ก่อนที่จะขึ้นรถเดินทางออกไป
       
       ด้าน พล.ต.อ.ปทีป ซึ่งยืนคู่กับ พล.ต.อ.จุมพล ในการให้สัมภาษณ์กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (1 ต.ค.) จะให้ฝ่ายเลขานุการกรม (เลขานุการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) เชิญรอง ผบ.ตร.ทุกคน มาร่วมรับประทานอาหารกลางวัน เพื่อปรึกษาหารือข้อราชการ ว่า จะมีแนวทางบริหารงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างไร คาดว่า พรุ่งนี้เที่ยง น่าจะได้คุยกับรอง ผบ.ตร.ทุกคน หลังจากนั้นจะเดินทางไปรายงานตัวกับรองนายกรัฐมนตรีต่อไป
       
       พล.ต.อ.ปทีป กล่าวถึงปัญหาเรื่องการแต่งตั้งนายตำรวจว่า ยังตอบไม่ได้ จนกว่าจะได้คุยกับรอง ผบ.ตร.ทุกคนก่อน
       
       ผู้สื่อข่าวถามถึงการนั่งแถลงข่าวร่วมกับ พล.ต.อ.จุมพล ในวันนี้ แต่นั่งคนละมุมกัน พล.ต.อ.ปทีป ชิงตอบว่า ท่านสุเทพ นั่งกลาง จึงนั่งติดกันไม่ได้ แต่ตนกับ พล.ต.อ.จุมพล ยังเหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร
       
       เมื่อถูกแย้งว่า ในระยะหลัง เห็นมีข่าวที่ออกมา เหมือนว่า พล.ต.อ.ปทีป กับ พล.ต.อ.จุมพล จะมีปัญหากัน เรื่องนี้จะให้ความมั่นใจกับประชาชนได้อย่างไร พล.ต.อ.ปทีป กล่าวพร้อมกับชี้ไปยัง พล.ต.อ.จุมพล ว่า นี่ไง พล.ต.อ.จุมพล ก็ยืนอยู่ตรงนี้ ให้ พล.ต.อ.จุมพล พูดก็ได้ ขอยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน
       
       ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะมอบนโยบายให้กับผู้ปฏิบัติเลยหรือไม่ เพราะขณะนี้ ดูเหมือนระดับผู้ปฏิบัติยังสับสนอยู่ที่ไม่มี ผบ.ตร.ตัวจริง พล.ต.อ.ปทีป กล่าวว่า นโยบายของตำรวจทำตามกฏหมาย ทุกคนรู้อยู่แล้ว คือ หน้าที่รักษาความสงบให้สังคม และดูแลประชาชน ตำรวจทุกคนมีหน้าที่ต้องทำอยู่แล้ว เดินหน้าต่อไปได้เลย
       
       

 

เมื่อวันที่ 23 ก.พ.53

ผู้สื่อข่าวรายงานจากชายแดนสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ว่า กำลังทหารพม่าภาคสามเหลี่ยมเชียงตุง ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.จ่อเพียว แม่ทัพภาคสามเหลี่ยม ส่งกำลังสนับสนุนเข้าติดตามไล่ล่ากองกำลังติดอาวุธกลุ่ม รอ.หน่อคำ มาเฟียยาเสพติดและหัวหน้าโจรสลัดแม่น้ำโขง หลังมีการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ ปปส.พม่า กันอย่างต่อเนื่องในรอบ 2 วันที่ผ่านมา โดยทหารพม่าที่มีถึง 3 กองพันพร้อมอาวุธครบมือในขณะนี้ ยังคงปิดพรมแดนยาวตลอดแนวลำน้ำโขง ตั้งแต่บริเวณโขงโค้ง เมืองพง เมืองเลน เมืองเชียงกก เขตอิทธิพลกลุ่มว้าแดงเดิม ไล่ล่ากลุ่มคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ นอกจากนี้ทหารพม่า ยังคงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณโรงพักตำรวจบ้านโป่ง อ.เมืองพง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ซึ่งถูกกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม รอ.หน่อคำ ยิงถล่มส่งผลให้ นายตำรวจ ยศ ร.ต.อ. ซึ่งเป็นหัวหน้าโรงพักบ้านโป่ง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ร่วมกับลูกน้องรวมจำนวน 5 นาย ทหารพม่าได้เข้าซ่อมแซมและเคลียร์พื้นที่ความเสียหายทั้งหมด โดยมีการเสริมกำลังจากหน่วยเหนือร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปส.พม่า จีน ลาว เข้าวางแผนเพื่อเปิดปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ ทำให้สถานการณ์ชายแดนสามเหลี่ยมทองคำ ระอุขึ้นมา ทำให้ผู้ประกอบการเรือเดินสินค้า นักท่องเที่ยว ไม่กล้าผ่านเส้นทางดังกล่าว เกรงจะถูกปล้นสดมภ์และได้รับความเสียหายจากการปะทะของทั้งสองฝ่ายอีก สำหรับ รอ.หน่อคำ เป็นราชายาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำคนใหม่ มีอิทธิพลแทนเหว่ยเซียะกัง ผู้นำกลุ่มว้าแดง ปัจจุบันหลบหนีหมายจับคดียาเสวพติดของ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย


ผู้นำ SPDC สั่งติดตามไล่ล่า ผู้กองหน่อคำ กำชับ พบเห็นให้ใช้ความรุนแรงทันที หลังปฏิบัติการยิงถล่ม เจ้าหน้าที่ ปปส.พม่า ตายนับ 10 นาย

แหล่งข่าวชายแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดตาก เปิดเผยว่า พล.อ.หม่องเอ รองประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐSPDC ในฐานะ ผู้บัญชาการทหารบกของพม่า ได้สั่งปิดชายแดน บริเวนชายแดนริมแม่น้ำโขงตลอดชายฝั่ง ด้านตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และสั่งการให้ ทหารและกองกำลังร่วม ตำรวจ และ ปปส.พม่า ตามแนวชายแดนทุกแห่ง จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ ติดตามไล่ล่ากองกำลังติดอาวุธ กลุ่มผู้กองหน่อคำ และสั่งให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด หากพบเห็นที่ใดก็ตาม โดยสั่งการให้ ยิงทิ้งทันที โดยยังตั้งค่าหัวผู้กองหน่อคำ เป็นจำนวนเงินหลายล้านจ๊าต โดย ผู้นำ SPDC อาจจะปิดชายแดนในเขตที่ติดต่อกับประเทศไทย เพื่อป้องกันการหลบหนี เข้า-ออกนอกประเทศของกลุ่ม ร.อ.หน่อคำ และเน้นย้ำให้ใช้ความรุนแรงได้อย่างเต็มที่ หากพบเห็นว่าหนีไป ณ ที่ใด นับเป็นคำสั่งขั้นแตกหักและเด็ดขาดในการปราบปรามกองกำลังของผู้กองหน่อคำ ให้สิ้นซาก โดยมีประกาศในคำสั่งออกไปให้ทหารพม่า ที่ประจำการชายแดนไทย-พม่า ทั่วทุกพื้นที่ ที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางการหลบหนีของกองกำลัง ผู้กองหน่อคำ เนื่องจาก ผู้นำพม่า SPDC โกรธแค้นมากที่กลุ่มดังกล่าว ลอบยิง จนท.ปปส.พม่า เสียชีวิตและสูญหาย จำนวนนับ 10 นาย

รายงานข่าวแจ้งว่า คำสั่งเด็ดขาดของผู้นำ SPDC มีขึ้นเนื่องจาก เมื่อ 2 วันก่อน ได้มี กองกำลังติดอาวุธที่คุ้มครองขบวนการค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนไทย-พม่า กลุ่มผู้กองหน่อคำ ประมาณ 40-50 นาย พร้อมอาวุธครบมือ ได้ใช้เรือยนต์เร็วเป็นพาหนะ ประมาณ 4-5 ลำ บุกโจมตีและระดมยิงใส่เจ้าหน้าที่ ปปส.ของรัฐบาลพม่า SPDC ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ บริเวนริมแม่น้ำโขง
ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นเหตุให้ เจ้าหน้าที่ ปปส.พม่า เสียชีวิตและสูญหาย กว่า 10 นาย โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คาดว่า น่าจะมาจากการล้างแค้นของกลุ่มติดอาวุธของผู้กองหน่อคำ ที่เคยถูก จนท.ปปส.พม่า จับกุมยาเสพติด จำนวนมากมูลค่านับร้อยล้านบาท และได้วิสามัญกองกำลังติดอาวุธของผู้กองหน่อคำ ในครั้งนั้นไปกว่า กว่า 40-50 นาย เมื่อช่วงปี 2552  

 


เมษายน 2554

กองทัพพม่าขู่กำจัดกองกำลังติดอาวุธกลุ่มของ นายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดสามเหลี่ยมทองคำ หลังก่อเหตุจับเรียกค่าไถ่ลูกเรือบ่อนคาสิโนจีนในฝั่งลาว

มีรายงานจากแหล่งชายแดนด้านจังหวัดเชียงราย ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กองบัญชาการกองทัพภาคสามเหลี่ยมของพม่า มีบก.อยู่ที่เมืองเชียงตุง รัฐฉานภาคตะวันออก ได้ยื่นคำขาดพร้อมกำหนดทางเลือกให้กองกำลังติดอาวุธภายใต้การนำของนายหน่อคำ เจ้าพ่อยาเสพติดแห่งสามเหลี่ยมทองคำ และอดีตหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครใต้กำกับกองทัพพม่า หลังก่อเหตุเรียกเก็บภาษีเรือสินค้าในแม่โขงและจับตัวลูกเรือเรียกค่าไถ่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ กองทัพพม่าได้กำหนดทางเลือกและขีดเส้นตายให้กองกำลังติดอาวุธกลุ่มของนายหน่อคำ โดยให้วางอาวุธภายในวันที่ 18 เมษายน และว่าหากไม่วางอาวุธก็ให้นำกำลังไปเข้าร่วมกองกำลังว้า UWSA หรือ กองทัพรัฐฉาน SSA กลุ่มพล.ท.เจ้ายอดศึก ระบุ หากไม่เช่นนั้นจะถูกปราบปรามกวาดล้างอย่างหนัก

คำขู่ของกองทัพพม่าดังกล่าวมีขึ้น หลังจากเมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา มีกองกำลังติดอาวุธกลุ่มหนึ่งซึ่งเชื่อว่าเป็นกลุ่มของนายหน่อคำ ได้ก่อเหตุปล้นเรือบ่อนคาสิโน "คิงโรมัน" ที่ตั้งอยู่บ้านต้นผึ้ง ในฝั่งลาว รวม 3 ลำ และได้จับตัวลูกเรือพร้อมด้วยนักพนันบนเรือจำนวน 19 คน ไปเรียกไถ่คนละ 6 หมื่นหยวน (ราว 2.7 แสนบาท) ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 8 เมษายน นายจ่าวเว่ย เจ้าของบ่อนคาสิโนได้นำเงินจำนวน 25 ล้านบาท ไปไถ่ตัวนักพนันจำนวน 13 คน ขณะนี้ยังเหลือนักพนันรอจ่ายค่าไถ่อยู่อีกจำนวนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า จนถึงขณะนี้กลุ่มของนายหน่อคำ ยังไม่ได้วางอาวุธให้กับกองทัพพม่าตามที่ถูกขีดเส้นตายไว้ในวันที่ 18 เมษายน ซึ่งกองกำลังของนายหน่อคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพรัฐฉาน SSA นายหนึ่งเปิดเผยว่า ทางกลุ่มยังไม่ได้รับการติดต่อขอเข้าร่วมจากกลุ่มของนายหน่อคำ และว่าทางกองทัพรัฐฉาน SSA ไม่เคยมีการติดต่อกับกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ กองกำลังติดอาวุธภายใต้การนำของนายหน่อคำ ซึ่งเป็นอดีตนายทหารกองทัพเมืองไตย MTA ของขุนส่า และอดีตหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครใต้กำกับของกองทัพพม่า มักกระทำการเรียกเก็บภาษีเรือลำเลียงสินค้าในแม่น้ำโขง และจับเรียกค่าไถ่ลูกเรือบ่อยครั้ง โดยทางกลุ่มอ้างว่าเป็นการเก็บค่าคุ้มครองผ่านในพื้นที่ ซึ่งเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2552 กลุ่มของนายหน่อคำ ได้ก่อเหตุโจมตีเรือสินค้าของจีนกลางแม่น้ำโขง ขณะเข้าไปเพื่อหวังเก็บภาษีครั้งหนึ่ง ส่งผลให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน

  

เชียงราย - พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำส่อเค้าป่วนหนัก หลังกองกำลังติดอาวุธ “หน่อคำ” ออกอาละวาดปล้นเรือสินค้า-ท่องเที่ยว ในแม่น้ำโขงถี่ยิบ เปิดศึกงัดข้อกลุ่มทุนกาสิโนจีน ชิงอิทธิพลเหนือพื้นที่ช่องทางขนส่งสินค้า ทั้งบนดิน-ใต้ดิน ขณะที่ ฝ่ายความมั่นคงจับตาใกล้ชิด ผวา ทำยาเสพติดทะลักเข้าไทยเพิ่ม หลังเกิดเหตุยิงถล่ม-ผลักดันใบสั่งซื้ออาวุธโผล่
       
       รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่า ระหว่างที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) เดินทางมาเชียงราย นอกจากจะพกแผนที่แสดงที่ตั้งโรงงานยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้านออกมาเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนด้วยตนเอง กระตุ้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคเหนือตอนบน คือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ที่มีปัญหาการทะลักเข้ามาของยาเสพติดมากที่สุดเข้มงวดในการจับกุมแล้ว
       
       คณะของรองนายกรัฐมนตรี พร้อมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง นายทหารระดับสูงจากกองทัพภาคที่ 3 โดยกองกำลังผาเมือง และตำรวจภูธร จ.เชียงราย และตำรวจภูธรภาค 5 ยังให้ข้อมูลตรงกันว่า นอกจากขบวนการค้ายาเสพติดจะเกิดจากแหล่งผลิตในพื้นที่ของว้าแดง โกกั้ง มูเซอ จีนฮ่อ ม้ง และชนกลุ่มน้อยเหล่านี้มีการแบ่งหน้าที่กันลำเลียงไปยังตลาดเป้าหมายแล้ว พบว่า พื้นที่ทะลักเข้ามาของยาเสพติดที่สำคัญ คือ แม่น้ำโขง ที่กลุ่มขบวนการสามารถลักลอบนำเข้ามาได้ตลอดแนวชายแดนที่ติดกับ สปป.ลาว โดยมี 2 กลุ่มที่การข่าวเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจนอกกฎหมายนี้
       
       กลุ่มแรก คือ กลุ่มติดอาวุธของนาย “หน่อคำ” ชาวไทยใหญ่ที่เคยคลุกคลีกับชนกลุ่มน้อยว้าแดง และปัจจุบันกลายเป็นหัวหน้าโจรสลัดแม่น้ำโขงที่มีชื่อเสียง หลังเกิดกรณีปล้นและยิงเรือสินค้าจีนในแม่น้ำโขงบ่อยครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหลายปีก่อน คาดการณ์กันว่า กลุ่มของนายหน่อคำ มีกำลังเพียง 20-30 คน เป็นกองกำลังติดอาวุธสงครามที่เคลื่อนไหวตั้งแต่ชายแดนพม่า-สปป.ลาว ตั้งแต่แถบเมืองเชียงกก หรือป่าเลียว-เชียงลาบ เรื่อยมาจนถึงเกาะสีดอนเรือง เหนือสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปเล็กน้อย ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร จนถึงตัว จ.ท่าขี้เหล็ก อาศัยป่าเขาที่อำนาจรัฐของทั้งสองประเทศเข้าไปไม่ถึงสะดวก และเรือยนต์เร็วเป็นพาหนะหลัก
       
       กลุ่มนี้วางตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในแม่น้ำโขง โดยจะเก็บค่าผ่านทางจากเรือสินค้าในแม่น้ำโขง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรือสินค้าสัญชาติจีน ที่เดินทางมาจากท่าเรือเชียงรุ้ง และกวนเหล่ย มณฑลหยุนหนัน ประเทศจีน และท่าเรือสบหรวย ประเทศพม่า และเรือสัญชาติลาว โดยหากผ่านเขตอิทธิพลก็จะเก็บค่าผ่านทางเที่ยวละ 2,000-4,000 บาท/รถยนต์คันละ 25,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีอิทธิพลถึงขั้นข่มขู่เอากับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ด้วยการเก็บค่าผ่านยาบ้าเม็ดละ 3 บาท หากว่ากลุ่มใดไม่ยินยอมก็จะใช้ความชำนาญและกำลังติดอาวุธเข้าโจมตี
       
       พฤติกรรมเช่นนี้เกิดขึ้นติดต่อกันมานานหลายปี โดยแม้แต่เรือตำรวจเมืองเชียงรุ้งของจีนที่ลาดตระเวนดูแลเรือสินค้าของตน จนถึงบริเวณเขตอิทธิพลของนายหน่อคำ ยังถูกซุ่มโจมตีจนเรือเสียหาย และตำรวจจีนได้รับบาดเจ็บหลายนาย เมื่อปี 2551 และหลังจากนั้น ก็เกิดเหตุกรณียิงเรือสินค้าจีนที่ไม่ยอมจ่ายค่าผ่านทาง จนทำให้คนเรือจีนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตอยู่เสมอ
       
       ทำให้เมื่อประมาณ 6 เดือนก่อน ทางการจีนได้จัดประชุมเจ้าหน้าที่พม่า และ สปป.ลาว เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน รวมทั้งจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำอยู่ที่โครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone ที่ดำเนินการกลุ่มดอกงิ้วคำของจีน โดย บ.จินมูเหมิน จำกัด ที่มี “จ้าวเหว่ย” เป็นประธานบริษัท ได้ไปก่อตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เนื้อที่กว่า 10,000 ไร่สัญญาสัมปทาน 99 ปีด้วย
       
       อย่างไรก็ตาม ด้วยภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยกับกลุ่มอื่น และความชำนาญของกลุ่มนายหน่อคำ ประกอบกับอาจจะมีกลุ่มอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวนอกเหนือจากกลุ่มนายหน่อคำ อยู่ด้วย จึงทำให้ปัญหาเรือสินค้าในแม่น้ำโขงถูกโจมตียังคงเกิดขึ้นหลายครั้ง
       
       ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 ก็สืบทราบการข่าวว่ ากลุ่มของนายหน่อคำ ยังได้ออกอาละวาดเก็บค่าผ่านทางอย่างหนักและต่อเนื่อง จึงได้เกิดความขัดแย้งกับทางโครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone ซึ่งก็ถือเป็นกลุ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขงรายใหญ่และมีกิจการบ่อนกาสิโน รวมทั้งท่าเรือสินค้าและท่องเที่ยวในแม่น้ำโขง
       
       พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.เชียงราย กล่าวว่า มีความพยายามจากทางโครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone ที่จะลดอิทธิพลของกลุ่มหน่อคำ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันในช่วงหลัง และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวจากเรือเร็วในแม่น้ำโขงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล อ.เชียงแสน ของไทยด้วย โดยทาง "จ้าวเหว่ย" ได้ขอให้มีรถยนต์ประจำอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน เพื่อคอยช่วยเหลือกรณีมีผู้ได้รับบาดเจ็บ สำหรับฝั่งไทยก็รับมาทำการรักษาตามหลักมนุษยธรรมและพยายามหาการข่าว เพื่อทราบเหตุผลและความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับความมั่นคงรวมทั้งยาเสพติดด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง
       
       เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยคนหนึ่ง ระบุว่า ทางโครงการ Kings Romans of Laos Asian & Tourism Development Zone ได้มีการว่าจ้างให้เจ้าหน้าที่พม่าและ สปป.ลาว ช่วยกันป้องกันและปราบปรามกลุ่มของนายหน่อคำ จนทำให้กลุ่มนายหน่อคำ เริ่มถูกโจมตี
       
       อย่างไรก็ตาม นอกจากกลุ่มหน่อคำ แล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทยเอง ก็ยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มดอกงิ้วคำด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีรายงานการข่าวถึงความเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยเกิดขึ้นภายในพื้นที่ของโครงการหลายครั้ง รวมทั้งข้อมูลทีมงานเฉพาะของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ถึงขั้นนำแผนที่ที่ตั้งของโรงงานและแหล่งพักยาเสพติดมาแฉกลางที่ประชุมและแจกจ่ายสื่อมวลชน เพื่อเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ภาคเหนือโดยเฉพาะผู้ว่าราชการ จ.เชียงรา และผู้บังคับการตำรวจภูธรได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
       
       ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จะนำคณะไปตรวจสอบสถานการณ์ที่บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน เพื่อดูด้วยตัวเอง แต่เราจะใช้หลักเมตตาธรรมในการปฏิบัติโดยแจ้งให้ทราบว่ารัฐทราบว่ามีการกระทำใดเกิดขึ้นที่ใดบ้าง และยืนยันว่าจะเอาจริงกับเรื่องนี้เพื่อลดปัญหายาเสพติดในบริเวณนี้ให้ได้มากที่สุด
       
       รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับเหตุการณ์ยิงกันในแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเรือเร็วนำชายจำนวน 4 คน ไปส่งที่สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน และเจ้าหน้าที่ไทยให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลจนอาการปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดอ้างว่าเดินทางมากับเรือสินค้าจีน แต่จากการตรวจสอบพบว่าทั้งหมดไม่ได้เป็นคนเรือจีน โดยมีชื่อว่านายอาต นายตี๋ และนายวันแสง ชาวไทยใหญ่ และนายจะเออ จะซอ ชาวเขาเผ่ามูเซอ ทั้งหมดอายุประมาณ 30 ปี จึงทำให้เจ้าหน้าไทยยังคงเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด
       
       พล.ต.ต.ทรงธรรม กล่าวว่าจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่พบเรือสินค้าจีนตามที่ทั้งหมดกล่าวอ้าง จึงกำลังเฝ้าจับตามองอยู่เพราะเราเกรงว่าจะมีกลุ่มคนที่ฉวยโอกาสจากเหตุการณ์เข้ามารับการรักษาในฝั่งไทยหลังจากได้เข้าไปก่อเหตุในแม่น้ำโขงและเกิดปะทะกับกลุ่มกองกำลังที่ดูแลบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ได้ดำเนินคดีกับ 1 ใน 4 คนว่าออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตเพราะหนึ่งในนั้นเป็นคนไทยส่วนอีก 3 คนเป็นชาวต่างด้าวอยู่แล้ว
       
       รายงานข่าวแจ้งต่ออีกว่า นอกจากกรณีชาย 4 คนจะถูกยิงได้รับบาดเจ็บอย่างมีเงื่อนงำดังกล่าวแล้ว พบว่าทางหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ยังได้จับกุมชายจำนวน 4 คนชื่อนายแรง ไข่มิ้น อายุประมาณ 40 ปี ชาวบ้านเลขที่ 96 ม.1 ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และนายน็อตและนายปั๋นชาวไทยใหญ่ได้บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมของกลางกระสุนปืนอาก้า ปลอกกระสุน และเอกสารภาษาไทยใหญ่จำนวน 4 เล่ม
       
       เบื้องต้นทราบว่า เป็นบัญชีซื้อขายอาวุธที่สั่งจากฝั่งไทยและอาจมีรายชื่อของเจ้าหน้าที่ไทยบางคนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย รวมทั้งทั้งหมดมีโทรศัพท์มือถือรวมกันจำนวน 7 เครื่องโดยหนึ่งในนั้นมีการโทรศัพท์ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ไทยคนหนึ่ง ซึ่งหลังเกิดเหตุตำรวจ จ.เชียงราย ได้ดำเนินคดีในข้อหามีเครื่องกระสุนอาวุธในครอบครองไว้ก่อน และเฝ้าดูพฤติการณ์แล้ว ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม ซึ่งออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ก็ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายเฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย

22 ก.ย.2554 ผู้จัดการ

27 ก.ย.2554

 เมื่อวันที่ 27 ก.ย.54 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหาร จากเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ประเทศ ส.ปป.ลาว ตรงข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้นำกำลังพร้อมอาวุธครบมือ กว่า 50 นาย กระจายกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นที่บริษัทคิงส์โรมัน ซึ่งเป็นคอมเพล็กซ์เอนเตอร์เทนเมนต์ขนาดใหญ่ ที่ลงทุนโดยกลุ่มงิ้วดำ ประเทศจีน มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท หลังสืบทราบว่ามีเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม ร.อ.หน่อคำ หัวหน้าโจรสลัดแม่น้ำโขง และหัวกองกำลังติดอาวุธคุ้มกันยาเสพติด นำยาเสพติดจำนวนมากเข้าซุกซ่อนไว้ในพื้นที่คอมเพล็กซ์แห่งนี้

       รายงานข่าวแจ้งว่า ผลการปฏิบัติการตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหาร ส.ปป.ลาว ได้ทำการตรวจยึดยาเสพติด ที่บรรจุในกระสอบปุ๋ย ราว 20 กระสอบ ซึ่งภายในเป็นยาบ้า ประมาณ 2-3 ล้านเม็ด และยังมีการตรวจยึดแท่นปั๊มยาบ้า ได้ 1 เครื่อง และจับกุมผู้ต้องหาชาวจีน จำนวน 3 คน และผู้ต้องหาชาวไทยอีก 1 คน นำตัวไปสอบสวน หลังจากควบคุมตัวได้จากที่เกิดเหตุ

       จากการตรวจค้นดังกล่าว ทางการลาวยังได้ประสานงานมายังเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ให้ทำการตรวจค้นแหล่งต้องสงสัยใน อ.แม่สาย จ.เชียงราสย ซึ่งทางการลาว ขยายผลพบว่ามีส่วนในการช่วยคนร้าย สมาชิกกองกำลังติดอาวุธกลุ่ม ร.อ.หน่อคำ ที่ถูกยิงบาดเจ็บ ขณะเข้าปล้นเรือสินค้าจีน มาส่งรักษาที่ อ.เชียงแสน โดยเจ้าหน้าทีทหารกองกำลังผาเมือง และตำรวจ สภ.แม่สาย ได้เข้าตรวจค้นที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.แม่้สาย ที่ถูกระบุว่าเป็นผุ้็ต้องสงสัย แต่ไม่พบของกลางหรือสิ่งของผิดกฏหมาย ตำรวจจึงได้ทำบันทึกการตรวจค้นเอาไว้ และเ้ชิญตัวผู้เกี่ยวข้องไปสอบสวนปากคำ

 

  

 

 

เริ่ม 

5 ต.ค.2554

วันที่ 05 ตุลาคม 2554 รายงานข่าวจาก จ.เชียงราย แจ้งว่าวันนี้ (5 ต.ค.) พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผบ.กองกำลังผาเมือง ซึ่งดูแลพื้นที่ชายแดนภาคเหนือสืบทราบว่าขบวนการาค้ายาเสพติดได้เปลี่ยนเส้นทางลักลอบนำเข้ายาเสพติดจากทางบกมาทางเรือแม่น้ำโขงด้าน อ.เชียงแสน จึงสั่งการให้ พ.อ.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.ทหารพราน 31 น.อ.โสภณ รัชตาภิรักษ์ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ตำรวจน้ำ ตำรวจภูธร ฝ่ายปกครอง ฯลฯ ให้ร่วมกันลาดตระเวณเพื่อป้องกันการลักลอบตามแนวฝั่งชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.เชียงแสน ไปจนถึง อ.เวียงแก่น อย่างเคร่งครัด


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือสินค้าสัญชาติจีนจำนวน 2 ลำชื่อเรือ Yu Xing 8 Hao เรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง ขนาด 300 ตัน และเรือ Hua Ping ขนาด 300 ตันซึ่งบรรทุกสินค้าประเภทกระเทียม แอปเปิ้ลและสาลี่เหมือนเรือสินค้าที่มาจากท่าว้า จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า แต่ตรงกับที่ได้รับแจ้งและท่าทางส่อพิรุธแล่นมากลางแม่น้ำโขงเข้าเขตน่านน้ำไทยด้านสามเหลี่ยมทองคำ จึงได้นำเรือออกตามประกับเรื่อยมากระทั่งก่อนออกนอกเขตหมู่บ้านสบรวก ม.1 ต.รอบเวียง อ.เชียงแสน ตรงกันข้ามกับเกาะดอนซาว เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว พบเรือทั้งสองลำได้ไหวตัวทันและเตรียมจะขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงนำเรือเร็วเข้าสกัดพร้อมให้สัญญานให้จอดประชิดฝั่งเพื่อตรวจสอบ แต่ปรากฎว่าคนบนเรือกลับติดอาวุธและยิงต่อสู้ใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่หลายหน่วยที่พยายามจะเข้าไปประชิด จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้นด้วยอาวุธสงคราม แต่เจ้าหน้าที่อาศัยความชำนาญและเรือเร็วทำการหลบหลีกกระสุนปืนได้และได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ติดอาวุธจนเรือถูกปืนยิงหลายจุด ก่อนที่คนร้ายบนเรือจะถูกยิงเสียชีวิตบนดาดฟ้าของเรือ Yi Xing 8 Hao และเจ้าหน้าที่สามารถบังคับให้คนเดินเรือนำเรือเข้าเทียบฝั่งได้สำเร็จ จากนั้นได้นำกำลังเข้าไปตรวจสอบบนเรือปรากฎว่าคนเรือด้านบนเสียชีวิตเพราะการปะทะจำนวน 1 ศพโดยเป็นชายไม่ทราบชื่อพร้อมอาวุธปืนอาก้าจำนวน 1 กระบอก จากตรวจค้นภายในเรือพบกระสอบสินค้าประเภทกระเทียม และกล่องผลไม้ต่างๆ อยู่เต็ม แต่พบกระสอบต้องสงสัยวางอยู่ด้านหลังของเรือจำนวน 5 กระสอบ เมื่อเปิดออกดูพบมียาบ้าซุกซ่อนอยู่เต็มรวมจำนวนทั้งหมด 950,000 เม็ด จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนที่จะควบคุมตัวคนบนเรือไปทำการสอบสวนเพื่อขยายผล

จากนั้นได้กันพื้นที่เอาไว้ไม่ให้บุคคลภายนอกลงไปบนเรือพร้อมทั้งปิดถนนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สัญจรผ่านไปมาได้รับอันตราย อย่างไรก็ตามปฏิบัติการครั้งนี้พบว่ามีการกันไม่ให้หน่วยอื่นรับทราบข้อมูล โดยแม้แต่หน่วยงานข้างเคียง เช่น ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบางหน่วยที่ปฏิบัติการ ฯลฯ ยังไม่ได้รับแจ้งให้ทราบรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวทั้งจำนวนผู้ที่ถูกควบคุมตัว ผู้เสียชีวิต เหตุการณ์ปะทะ หรือของกลางอื่นๆ บนเรือ ฯลฯ แต่ได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปชันสูตรพลิกศพบนเรือ ก่อนนำเรือพร้อมของกลางไปยัง นรข.และมีรายงานว่าทาง พล.ต.ปราการ จะเดินทางไปแถลงข่าวด้วยตัวเองในวันที่ ุ6 ต.ค.นี้ต่อไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าก่อนหน้านี้ขบวนการค้ายาเสพติดได้พยายามใช้แม่น้ำโขงในการลักลอบนำเข้ายาเสพติด เนื่องจากทางภาคพื้นดินมีการป้องกันจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ มากขึ้น โดยกลุ่มที่มีบทบาทมากขึ้นในช่วงหลังคือกลุ่มโจรสลัดแม่น้ำโขงของนายหน่อคำ กลุ่มม้ง และอื่นๆ ที่มีทั้งขนผ่านแม่น้ำโขงเข้า สปป.ลาว และมาทางเรือในแม่น้ำโขงจนหลายครั้งเกิดการปะทะและขัดแย้งกันเอง หรือต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ทหารพม่าและ สปป.ลาว บริเวณสามเหลี่ยมทองคำทั้งในพม่าและเมืองต้นผึ้งหลายครั้ง.

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 5 ต.ค.54 พ.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 ได้สืบทราบว่า จะมีการลำเลียงยาบ้าจำนวนมาก มากับเรือบรรทุกสินค้าจีน ผ่านมาตามเส้นทางแม่น้ำโขง 3 เหลี่ยมทองคำ ด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จึงนำกำลังชุดปฏิบัติการกองกำลังผาเมือง อาวุธครบมือเข้าทำการสกัดกั้นจับกุม ขณะตรวจมาจนถึงริมฝั่งพรมแดนไทย-ลาว  ในเขตรับผิดชอบ กิโลเมตรที่ 7 บ้านห้วยเกี๋ยง-สบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน ได้พบเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติจีน จำนวน 2 ลำ ชื่อเรือหัวปิง และเรือยูปิงหัว จอดเทียบฝั่งเขตแดนไทย โดยมีเรือยนต์ 3 ลำ จอดขนาบข้าง ลักษณะเชิงคุ้มกัน จึงส่งสัญญาณขอตรวจค้น

       ทว่าชายฉกรรจ์ในเรือสินค้า และเรือยนต์ ได้ใช้อาวุธสงครามยิงกราดใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จนเกิดการปะทะอย่างดุเดือด ริมฝั่งโขง ได้ยินทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาว เสียงปืนกลมือ ดังแผดระรัวนานนับ 20 นาที ฝ่ายกองกำลังคุ้มกันคนร้าย ได้ขับเรือยนต์ล่าถอยหลบหนีไปยังตอนเหนือพรมแดนสามเหลี่ยมทองคำ กำลังทหารได้จู่โจมจากฝั่งเข้าถึงตัวเรือสินค้าทั้ง 2 ลำ ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้

       จากการเคลียร์พื้นที่บนเรือสินค้าหัวปิง พบศพคนร้ายเสียชีวิตจำนวน 1 ศพ เป็นชายชาวจีน ไม่ทราบชื่อ ข้างกายมีอาวุธปืนสงครามตกอยู่ 1 กระบอก ภายในเรือยังตรวจพบยาบ้า บรรจุกระสอบ 5 ถุง นับยาบ้าได้กว่า 1,300,000 เม็ด ถูกทับด้วยกระเทียม ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ทหาร ได้ขอกำลังสนับสนุนจาก พ.ต.อ.ภพกร คูณ เจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน นำกำลังเข้าสมทบยังที่เกิดเหตุ ปิดถนนไม่ให้รถแล่นผ่าน เพื่ออำนวยการให้ทหาร เข้าเคลียร์พื้นที่ที่เกิดการปะทะ และ เก็บกู้วัตถุระเบิดของฝ่ายคนร้าย ที่โยนทิ้งไว้ แต่ระเบิดไม่ทำงาน 
      

ด้านเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยข่าว ได้รับรายงานจากแหล่งข่าว ว่ามีการขนยาเสพติดจำนวนมาก จากฐานผลิตกลุ่ม U.W.S.A ว้าแดง ซุกซ่อนมากับเรือสินค้าที่มุ่งหน้ามาจากประเทศจีน ผ่านเส้นทางแม่น้ำโขงเข้าเขตพม่าและลาว มาถึงเป้าหมายเขตแดนไทย จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ และเกิดการปะทะยึดของกลางได้จำนวนมหาศาล ซึ่งคนร้ายที่หลบหนีไปได้คาดว่าเป็นหน่วยคุ้มกัน ที่ต้องการนำยาเสพติดเข้ามาส่งในเขตไทย เป็นเครือข่ายว้าแดง ซึ่งอยู่ระหว่างประสานทางการจีน พม่า และลาว เข้าร่วมในการขยายผล เนื่องจากเป็นน่านน้ำสากล

 

 

 

 

เชียงราย - กกล.ผาเมือง ควง ป.ป.ส.แถลงยันเหตุปะทะเรือสินค้าจีน ขนยาบ้าร่วมล้านเม็ด มูลค่า 100 ล้านบาทกลางน้ำโขง เกิดหลัง “โจรสลัดน้ำจืด-หน่อคำ” ปล้นเรือจีน ก่อนใช้ขนยาบ้าเข้าไทยต่อ ยัน สป.จีน เข้าใจดี พร้อมเตรียมเรียกประชุมทุกหน่วยจัดการปัญหาต่อ
       
       วันนี้ (6 ต.ค.54) พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายสุขุม โอภาสนิพัทธ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., พ.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี ผบ.ฉก.ม.3, พ.อ.วัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.ทหารพราน 31, น.อ.โสภณ รัชตาภิรักษ์ ผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ฯลฯ ได้ร่วมแถลงข่าวกรณีเจ้าหน้าที่ นรข.ตรวจยึดเรือสินค้าจีนในแม่น้ำโขงได้ 2 ลำ บริเวณริมฝั่งบ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พร้อมยึดของกลางเป็นยาบ้าบนเรือได้เป็นจำนวนมากและพบผู้เสียชีวิตเป็นชายไม่ทราบชื่อ 1 คนพร้อมปืนอาก้า 1 กระบอก
       
       พล.ต.ปราการแถลงว่า ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทั้งหมด คือ เมื่อวันที่ 5 ต.ค.54 กองกำลังผาเมืองได้รับแจ้งข่าวว่าขบวนการค้ายาเสพติดมีความพยายามจะนำยาบ้าเข้ามายังประเทศไทยผ่านทางแม่น้ำโขงชายแดนไทย-สปป.ลาว จึงได้บูรณาการทุกหน่วยในการออกลาดตระเวนป้องกัน
       
       ต่อมาได้ทราบว่ามีกลุ่มอาวุธ “โจรสลัดน้ำจืด” ซึ่งการข่าวระบุว่าคือกลุ่มนายหน่อคำที่ออกอาละวาดเก็บค่าคุ้มครองและค้ายาเสพติดแถบสามเหลี่ยมทองคำ ใช้กำลังเข้ายึดเรือสินค้าจีนทั้ง 2 ลำ ได้บริเวณบ้านสามพู จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ตรงกันข้ามบ้านสินใจ แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปทางทิศเหนือประมาณ 25 กิโลเมตร
       
       ทาง นรข.จึงได้เฝ้าติดตามข่าวและเตรียมการรองรับปัญหา โดยเฉพาะการให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ต่อมาได้พบเรือทั้ง 2 ลำถูกขับแล่นเข้าเขตน่านน้ำไทย-สปป.ลาว กระทั่งถึงจุดเกิดเหตุบ้านสบรวก เรือเสียการทรงตัว เจ้าหน้าที่ นรข.ที่ตรวจตราด้วยเรือเร็วจึงได้เข้าควบคุมเรือ ปรากฏว่าพบคนเสียชีวิตบนเรือ ส่วนคนอื่นๆ ทั้งคนเรือและกลุ่มขบวนการติดอาวุธที่เหลือต่างพากันกระโดดน้ำหนี รวมทั้งมีเรือเร็วหางยาวแล่นเข้าเทียบก่อนพากลุ่มคนดังกล่าวหลบหนีไปได้
       
       จากการตรวจสอบบนเรือพบเป็นเรือสินค้าจีน ชื่อ Hua Ping บรรทุกกระเทียม และแอปเปิล มียาบ้าจำนวน 3 กระสอบ รวม 520,000 เม็ด และเรือ Yu Xing 8 Hao บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง พบยาบ้าจำนวน 1 กล่อง รวมจำนวน 400,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 920,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท
       
       ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเครือข่ายยาบ้าดังกล่าวเป็นใครอย่างไรบ้าง รวมทั้งเร่งประสานกับทางการจีน พม่า และ สปป.ลาว เพื่อป้องกันและปราบปรามกลุ่มติดอาวุธที่กระทำผิดลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกฝ่ายต่อไป
       
       “ที่ผ่านมาทางการพม่า และ สปป.ลาว ได้ร่วมมือกันปราบปรามกลุ่มโจรสลัดน้ำจืดที่ออกอาละวาดอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่หมดไปทั้งหมดจึงก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะเป็นการยึดเรือสินค้าจีนมาก่อน จากนั้นกลุ่มติดอาวุธจึงนำยาบ้าไปบรรทุกบนเรือเพื่อจะลักลอบนำเข้าไทยต่อไป ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทางการไทยสามารถตรวจยึดยาบ้าบนเรือจีนได้ จึงจะมีการประชุมทุกหน่วยและรับทราบนโยบายแนวทางจากหน่วยเหนือต่อไป” พล.ต.ปราการกล่าว
       
       ผบ.กองกำลังผาเมืองกล่าวอีกว่า ล่าสุดทางสถานกงสุลใหญ่ประเทศจีนประจำ จ.เชียงใหม่ ได้โทรศัพท์มาขอบคุณทางการไทยที่ช่วยดูแลเรือสินค้าจีนดังกล่าวให้แล้ว
       
       ด้าน พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า ยาบ้าที่พบเป็นยาบ้าที่มีลักษณะใหม่ มีสีเข้ม เป็นรุ่นยาบ้าหางยาวที่พบมานานแล้ว แต่น่าจะเป็นชุดใหม่ที่เพิ่งผลิตจากกลุ่ม UWSA เมืองปางซาง เขตว้าตอนเหนือ ส่วนจะเป็นของเครือข่ายกลุ่มใดจะทำการตรวจสอบต่อไป
       
       ขณะที่ นายสุขุมกล่าวว่า ทางการจีนยืนยันให้ไทยดำเนินการตามกฎหมาย ขณะที่พม่าและ สปป.ลาว ก็มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่องเพื่อปราบปรามกลุ่มกระทำผิดลุ่มแม่น้ำโขง
       
       ทั้งนี้ ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง 4 ชาติ คือ ไทย พม่า สปป.ลาว และจีน จะมีการประชุมกันปีละ 2-3 ครั้ง ซึ่งจะได้มีการนำปัญหาเรื่องการควบคุมกลุ่มโจรสลัดแม่น้ำโขงเข้าไปหารือเพื่อหามาตรการที่เข้มข้นจัดการปัญหาร่วมกันต่อไป

(หลังจากที่เจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการตามลำน้ำโขง หรือ นรข.ตรวจสอบเรือน้ำมันจีน สองลำ ชื่อ "ยูซิง 8 หัว" และ"เรือหูปิง" มีร่องรอยถูกยิงตามลำเรือลอยลำอยู่ในแม่น้ำโขงเขตน่านน้ำไทย จึงได้ลากเข้ามาตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตในเรือเป็นชาวจีน 1 คน และพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในกระสอบบรรจุพืชผลทางการเกษตร จึงได้ยึดไว้

พลตรีปราการ ชลยุทธ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง แถลงข้อเท็จจริง ในเรื่องนี้ว่า มีการตรวจพบยาบ้าจาเรือน้ำมันจีน จำนวน  920,000 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ นรข.ได้ยินเสียงปืน จึงแล่นเรือเข้าไปเพื่อให้ความช่วยเหลือ เนื่องจากเรือจีนได้ไหลเข้ามาในเขตน่านน้ำไทย จึงได่ลากกลับเข้าฝั่ง เชื่อว่า เรือน้ำมันจีนถูกกลุ่มกองกำลังไม่ทราบฝ่ายบุกยิงถล่ม เหนือขึ้นไปในลำน้ำโขง ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ ไปราว 20 กิโลเมตร)

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.54  ที่ บก.นรข.เชียงราย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยขณะแถลงข่าวกรณีทหารกองทัพภาคที่ 3 ยิงปะทะกองกำลังยาเสพติด ที่ลักลอบขนยาบ้ามากับเรือสินค้าสัญชาติจีน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมว่า การปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ในการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนมากครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จด้านการสกัดกั้น เนื่องจากหากยาบ้าล๊อตนี้หลุดรอดไปได้ จะมีมูลค่าปลายทางมากกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งทาง ป.ป.ส.ได้วางยุทธศาสตร์ในการสกัดกั้นยาเสพติด ที่มาจากนอกประเทศในทุก ๆ ด้าน วางกลยุทธ์ให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย สามารถติดตามและตรวจค้นได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนกองกำลังกลุ่มนี้ อาจจะเป็นเครือข่ายนายหน่อคำ ที่เป็นผู้มีอิทธิพลด้านการคุ้มกันยาเสพติด และเรียกค่าคุ้มครองในแม่น้ำโขง ได้เข้าปล้นเรือสินค้าจีน ทั้ง 2 ลำดังกล่าว เพื่อนำยาบ้าเข้ามาส่งในรอยต่อไทย-ลาว จนเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ไทย ระหว่างเตรียมการเข้าช่วยเหลือลูกเรือที่ถูกปล้น ซึ่งเรื่องนี้ทางการไทย ได้ประสานให้รัฐบาลจีน ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และได้รับคำยืนยันให้ดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างเต็มที่ และเร่งใมห้ปราบปรามกองกำลัังยาเสพติดกลุ่มนี้ด้วย.

                                                                              ทีมข่าวแม่สายนิวส์รายงาน

 

 

 

7 ต.ค.2554 


เจอ 3 ศพชาวจีนลอยในลำน้ำโขง จ.เชียงราย คาดว่าผู้ตายมากับเรือที่โดนปล้นนอกเขตน่านน้ำไทย

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 ต.ค. พ.ต.อ.ภพกร คูณเจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย รับแจ้งมีผู้พบศพลอยน้ำมาติดที่ฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณท่าเรือเชียงแสน ต.เวียง จึงประสานไปยังนายสุรชาติ  จันทวัชรากร นายด่านศุลกากรเชียงแสน พ.ต.ท.ธนิวัฒน์ หิรัญเชวงศักดิ์ สารวัตรตำรวจน้ำเชียงแสน  รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ  ใกล้กับโป๊ะของท่าเรือใช้เป็นที่ขึ้น-ลงสินค้าที่บรรทุกมากับเรือสินค้า พบศพนายหวงหย่ง อายุ 45 ปี กัปตันเรือสินค้าชื่อ “หัวปิง” เรือบรรทุกกระเทียมและผลไม้ สภาพศพเริ่มเน่าเปื่อย มือทั้ง 2 ข้างถูกใส่กุญแจมือติดกัน พบมีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งเข้าที่ศีรษะ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน

ต่อมายังได้รับแจ้งมีผู้พบศพลอยมาตามลำน้ำโขงอีก 2 ศพ ใกล้กับกองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ลักษณะเป็นชาวจีน อายุประมาณ 30 ปี และบริเวณท่าขึ้น-ลงสำหรับกระบือ บ้านป่าสักหางเวียง ใกล้กับสะพานข้ามแม่น้ำคำขาด ต.เวียง ลักษณะทั้ง 2 ศพ มีผ้าผูกปิดใบหน้า คอหัก ยังไม่ทราบชื่อผู้ตาย สันนิษฐานว่าเป็นชาวจีนที่โดยสารกับกับเรือบรรทุกสินค้าจีน ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายดักปล้นที่บริเวณลำแม่น้ำโขง ระหว่างหมู่บ้านสามพู ประเทศพม่า กับหมู่บ้านหลวงสินใจ สปป.ลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำไปทางประมาณ 25 กม. เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา และเรือบรรทุกสินค้าจีนทั้ง 2 ลำ ได้เข้ามาในร่องน้ำลึกของไทย จึงถูกทหารกกล.ผาเมืองยึด และตรวจพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 920,000 เม็ด 

ต่อมาตำรวจน้ำเชียงแสน ได้ช่วยกันนำศพขึ้นมาจากในแม่น้ำโขง และนำส่งตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลเชียงแสน ตรวจหาบาดแผลและสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่ง พ.ต.อ.ภพกรกล่าวว่า ทั้ง 3 ศพ ลักษณะเป็นชาวจัน คาดว่ามากับเรือโดยสารจีนทั้ง 2 ลำ ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายดักปล้นเมื่อวันก่อน และพบมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต 1 ศพบนเรือ ขณะนี้ได้แจ้งไปยังกงสุลจีนที่ จ.เชียงใหม่ให้ทราบแล้ว.

 

8 ต.ค.2554

เชียงราย - พบศพลูกเรือจีนลอยมาตามลำน้ำโขงเพิ่มเติม รวมแล้วนับ 10 ศพ ทั้งหญิง-ชาย บางรายถูกมัดมือ-ปิดปาก หลัง จนท.เข้ายึดเรือ และตรวจพบยาบ้าเกือบล้านเม็ด มูลค่าร่วม 100 ล้านบาท ทหารยันเป็นเรือที่มีข่าวถูกกองกำลังเถื่อนน้ำโขงปล้น ก่อนซุกยาบ้าหวังขนเข้าไทย
       
       รายงานข่าวจากจังหวัดเชียงราย แจ้งว่า หลังกองกำลังผาเมืองนำโดยหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ฉก.ม.3 ทหารพราน 31 ตำรวจน้ำ ตำรวจภูธร ฯลฯ ได้ร่วมกันตรวจยึดเรือสินค้าจีนในแม่น้ำโขงได้ 2 ลำคือเรือ Hua Ping บรรทุกกระเทียมและแอปเปิ้ล และเรือ Yu Xing 8 Hao บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง แล่นมาตามแม่น้ำโขงจนถึงเขตหมู่บ้านสบรวก ม.1 ต.เวียง อ.เชียงแสน ตรงกันข้ามเกาะดอนซาว สปป.ลาว โดยการข่าวระบุว่าพึ่งถูกขบวนการค้ายาเสพติดติดอาวุธในแม่น้ำโขง ซึ่งออกอาละวาดหนักยึดเรือเอาไว้ เมื่อตรวจค้นบนเรือพบศพชาย 1 คน ปืนอาก้า 1 กระบอก ยาบ้ารวมกันจำนวนกว่า 920,000 เม็ดนั้น
       
       ล่าสุดยังคงมีการพบศพผู้เสียชีวิตที่ลอยมากับแม่น้ำโขงเพิ่มอีกหลายศพ หลังจากวานนี้ (7 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ได้พบศพนายหวง หย่ง ซึ่งเป็นกัปตันเรือ Hua Ping สภาพถูกใส่กุญแจมือติดกันลอยมาติดท่าเรือเชียงแสนเขต ต.เวียง อ.เชียงแสน และเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ก็มีศพชายไม่ทราบชื่อลักษณะเป็นคนจีน อายุประมาณ 30 ปีเศษสภาพถูกผ้ามัดปิดตาและคอหัก ลอยมาในแม่น้ำโขงตรงบริเวณใกล้ นรข.เขตเชียงราย และที่ท่าขึ้นลงกระบือหมู่บ้านป่าสักหางเวียง ต.เวียง อ.เชียงแสน รวมทั้งหมดแล้ว 3 ศพ
       
       โดยได้มีการพบศพหลายศพลอยไปติดตามจุดต่างๆ เพิ่มเติมอีก 6 ศพ เป็นชาย 5 ศพและหญิง 1 ศพ ศพทั้งหมดต่างลอยไปติดตามจุดต่างๆ ริมฝั่งไทยตั้งแต่ อ.เชียงแสน - อ.เวียงแก่น จำนวน 4 ศพ และฝั่ง สปป.ลาว อีก 2 ศพ ซึ่งหลายศพถูกยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาด บางศพถูกเทปปิดตา -ปาก หรือใส่กุญแจมือ
       
       ทั้งนี้หลังจากเจ้าหน้าไทยพบศพได้ประสานกับสถานกงสุลใหญ่ประเทศจีนประจำ จ.เชียงใหม่ ในการเข้าไปตรวจสอบและนำศพไปชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ด้วย
       
       นายเสริมศักดิ์ สีสันต์ นายอำเภอเชียงแสน ระบุว่า คาดว่าผู้ที่อยู่บนเรือทั้ง 2 ลำจะมีทั้งหมดประมาณ 13 เสียชีวิต แต่ในปัจจุบันได้พบผู้ที่เสียชีวิตรวมกันแล้วจำนวน 10 ศพ โดยเสียชีวิตบนเรือพร้อมอาวุธปืนจำนวน 1 ศพที่เหลือพบลอยมากับแม่น้ำโขง และติดฝั่งไทยและ สปป.ลาว เพิ่มเติมอีก 7 ศพ ซึ่งหลังพบศพทางการจีนก็ได้ประสานให้ทางอำเภอ นำศพไปชันสูตรพลิกศพอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไปซึ่งทางการไทยก็ให้ความร่วมมือด้วยดี
       
       รายงานข่าวแจ้งอีกว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 ต.ค.54 ถือเป็นความรุนแรงในแม่น้ำโขงอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้มีข่าวเรื่องการออกอาละวาดของกลุ่มติดอาวุธแม่น้ำโขงที่เก็บค่าผ่านทางและขนยาเสพติดหลายครั้ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ไทยสืบทราบจะมีการลักลอบขนยาบ้าจำนวนมากมากับเรือแม่น้ำโขง จึงลาดตระเวนติดตาม จนพบเรือทั้ง 2 ลำ
       
       จากนั้นเจ้าหน้าที่แถลงในวันถัดมาหลังเกิดเหตุว่า ได้พบเรือที่มีการปะทะและถูกปล้นแล้วลอยลำอยู่ เจ้าหน้าที่อ้างว่า ได้เข้าไปควบคุมเรือมายังฝั่งไทยเมื่อตรวจสอบบนรือ Hua Ping พบ กระสอบจำนวน 3 ใบภายในมียาบ้าจำนวน 520,000 เม็ด และเรือ Yu Xing 8 Hao พบกล่องต้องสงสัยจำนวน 1 กล่องภายในมียาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 920,000 เม็ด มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท
       
       กองกำลังผาเมืองระบุว่าถูกกองกำลังติดอาวุธได้ปล้นเรือจีนก่อนถึงเขตไทยประมาณ 25 กิโลเมตร จากนั้นมีการนำยาบ้าบรรทุกเพื่อจะลักลอบนำเข้า แต่ถูกเจ้าหน้าที่ของไทยดักเอาไว้กลางแม่น้ำโขงและเข้าควบคุมเรือได้เสียก่อนดังกล่าว

เดลินิวส์

จีนกังขาพลเมืองตายถึง13ศพ สั่งกงสุลจีนเชียงใหม่ร่วมชันสูตร หลังพบศพจีนอีก 9 ศพลอยลำน้ำโขงจากเรือสินค้าถูกดักปล้นถล่มยิงปริศนา ที่รพ.เชียงราย 9 ต.ค. พร้อมให้ตำรวจจีนร่วมสืบคดีแถมสั่งปิดเขื่อนน้ำโขงเหือด เรือสินค้าเชียงแสนอ่วม ผงะศพที่พบเพิ่ม 9 ศพน่าจะครบ 13 ศพที่บวกกับที่พบแล้ว 4 ศพ เหตุตรงกับหนังสือเดินทางที่ตรวจพบบนเรือ มีเยาวชนอายุ 16 ปีรวมอยู่ด้วยสภาพอนาถทั้งถูกมัดมือไพล่หลัง-ใส่กุญแจมือ-มีผ้าปิดใบหน้า บางศพใช้ผ้ากาวเทปปิด ปาก ทรมานโหดก่อนยิงศีรษะปลิดชีพโยนทิ้งน้ำ 
   
เหตุพบศพในลำน้ำโขงในสภาพสยดสยองครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ต.ค. พ.ต.อ.ภพกร คูณเจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย รับแจ้งพบศพชาย-หญิงรวม 9 ศพ ลอยน้ำมาติดฝั่งแม่น้ำโขงด้านไทย รวมทั้งฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้ามบริเวณท่าเรือเชียงแสน ต.เวียง จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน และประสานนายเสริมศักดิ์ สีสันต์ นายอำเภอเชียงแสน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมขอกำลังตำรวจน้ำเชียงแสน ช่วยลำเลียงนำศพทั้งหมดขึ้นจากลำน้ำโขง พร้อมนำส่งรพ.เชียงแสน เพื่อชันสูตรหาหลักฐานการเสียชีวิต จากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นศพชาวจีนทั้งหมดรวม 9 ศพ เป็นชาย 7 ศพ หญิง 2 ศพ ในจำนวนนี้พบเยาวชนชายอายุเพียง 16 ปีอยู่  1 ศพ แต่ละศพมีสภาพอนาถ ถูกมัดมือไพล่หลัง บางศพถูกใส่ด้วยกุญแจมือ และมีผ้าปิดใบหน้า บางศพใช้ผ้ากาวเทปปิดที่ปาก มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน
   
นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์เมื่อเช้าวันที่ 5 ต.ค. ที่กองกำลังไม่ทราบฝ่ายดักปล้น และยึดเรือบรรทุกสินค้าจีน 2 ลำกลางแม่น้ำโขงขึ้นไปทางด้านเหนือสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 25 กม. อยู่ในน่านน้ำของประเทศเพื่อนบ้าน และเกิดการสังหารกัปตันเรือและลูกเรือหมดทั้ง 2 ลำ พร้อมถีบศพทิ้งลงในลำน้ำโขง จากนั้น เรือสินค้าทั้ง 2 ลำ ได้เสียหลักลอยเข้ามาในร่องน้ำลึกของฝ่ายไทย ทหารกองกำลังผาเมืองและหน่วยเรือ นรข.เชียงแสน จึงเข้าตรวจยึดเรือ พร้อมตรวจค้นพบยาบ้า 920,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่บนเรือ และยังพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชายบนเรือ 1 ศพ ต่อมา ในวันที่  7 ต.ค. พบศพชายลอยน้ำมาติดที่ท่าเรือ 3 ศพในจำนวนนี้เป็นกัปตันเรือ 1 ศพ รวมที่พบศพแล้วทั้งหมด 4 ศพ ในครั้งนี้พบอีก 9 ศพ รวมทั้งหมดเป็น 13 ศพ เท่ากับจำนวนหนังสือเดินทางที่ตรวจพบบนเรือ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้โดยสารในเรือทั้งหมด และบ่ายวันเดียวกันนี้นายหวังหย่งชิง กงสุลจีน ประจำ จ.เชียงใหม่ ได้ประสานขอความร่วมมือกับทางอำเภอเชียงแสนให้นำศพกัปตันและลูกเรือทั้ง 11 ศพ เคลื่อนย้ายศพจากรพ.เชียงแสน ไปชันสูตรยังแผนกนิติเวชรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแท้จริงอีกครั้ง โดยวันที่ 9 ต.ค. กงสุลจีนประจำเชียงใหม่จะเดินทางมาดูการชันสูตรศพก่อนส่งศพทั้งหมดกลับประเทศจีนต่อไป ส่วนการสอบสวนทางคดีตำรวจจีนจะเดินทางมาร่วมกับตำรวจไทยเพื่อสืบสวนหากลุ่มผู้กระทำผิดด้วย
   
มีรายงานข่าวแจ้งว่า กรณีดังกล่าว ทางการจีนมีความเคลือบแคลงในเรื่องนี้ จึงให้กงสุลจีน ประจำเชียงใหม่ มาร่วมดูการชันสูตรศพและส่งตำรวจจีนมาร่วมคลี่คลายคดีด้วย นอกจากนี้ล่าสุดทางจีนได้ปิดประตูระบายน้ำในเขื่อนบนลำน้ำโขงไม่มีกำหนด ทำให้น้ำในแม่น้ำโขงเหือดแห้งลง เรือสินค้าหลายสิบลำต้องจอดลอยลำอยู่ที่ท่าเรือเชียงแสนไม่สามารถส่งสินค้าได้ สร้างความเดือดร้อนกับผู้ประกอบการจำนวนมาก.

 

เขตพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ฆ่าลูกเรือ 11 ศพ ประสานไทย ลาว พม่าคุ้มครองเรือจีนด้วย

วันนี้( 10 ต.ค.) สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่า จากเหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้าของจีน 2 ลำ คือเรือหัวผิงและเรือยูซิง 8 ถูกคนร้ายดักปล้นในแม่น้ำโขง เขตพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งลูกเรือถูกฆ่า 11 ศพ และหายตัวไป 2 คน บรรดาผู้นำของจีนต่างให้ความสนใจ และกำลังจับตามองความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนในกรุงปักกิ่ง ได้ขอให้สถานทูตจีนประจำประเทศไทย และสถานกงสุลจีนที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำการสอบสวน และทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ เพื่อหาตัวลูกเรือ 2 คนที่หายไป

นอกจากนี้ สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานในวันเดียวกันว่า แถลงการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศจีน ยังได้เรียกร้องต่อบรรดา “ประเทศที่เกี่ยวข้อง” ซึ่งประกอบด้วย พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ให้ดำเนินมาตรการที่จำเป็น ในการปรับปรุงการคุ้มครองเรือและลูกเรือของจีนในแม่น้ำโขงด้วย.

จีนกังขาพลเมืองตายถึง13ศพ สั่งกงสุลจีนเชียงใหม่ร่วมชันสูตร หลังพบศพจีนอีก 9 ศพลอยลำน้ำโขงจากเรือสินค้าถูกดักปล้นถล่มยิงปริศนา ที่รพ.เชียงราย 9 ต.ค. พร้อมให้ตำรวจจีน
ร่วมสืบคดีแถมสั่งปิดเขื่อนน้ำโขงเหือด เรือสินค้าเชียงแสนอ่วม ผงะศพที่พบเพิ่ม 9 ศพน่าจะครบ 13 ศพที่บวกกับที่พบแล้ว 4 ศพ เหตุตรงกับหนังสือเดินทาง ที่ตรวจพบบนเรือ
มีเยาวชนอายุ 16 ปีรวมอยู่ด้วยสภาพอนาถทั้งถูกมัดมือไพล่หลัง-ใส่กุญแจมือ-มีผ้าปิดใบหน้า บางศพใช้ผ้ากาวเทปปิด ปาก ทรมานโหดก่อนยิงศีรษะปลิดชีพโยนทิ้งน้ำ

หตุพบศพในลำน้ำโขงในสภาพสยดสยองครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ต.ค. พ.ต.อ.ภพกร คูณเจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย รับแจ้งพบศพชาย-หญิงรวม 9 ศพ ลอยน้ำมาติดฝั่งแม่น้ำโขงด้านไทย รวมทั้งฝั่ง สปป.ลาว ตรงข้ามบริเวณท่าเรือเชียงแสน ต.เวียง จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน และประสานนายเสริมศักดิ์ สีสันต์ นายอำเภอเชียงแสน ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมขอกำลังตำรวจน้ำเชียงแสน ช่วยลำเลียงนำศพทั้งหมดขึ้นจากลำน้ำโขง พร้อมนำส่งรพ.เชียงแสน เพื่อชันสูตรหาหลักฐานการเสียชีวิต จากการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นศพชาวจีนทั้งหมดรวม 9 ศพ เป็นชาย 7 ศพ หญิง 2 ศพ ในจำนวนนี้พบเยาวชนชายอายุเพียง 16 ปีอยู่  1 ศพ แต่ละศพมีสภาพอนาถ ถูกมัดมือไพล่หลัง บางศพถูกใส่ด้วยกุญแจมือ และมีผ้าปิดใบหน้า บางศพใช้ผ้ากาวเทปปิดที่ปาก มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณลำตัวและศีรษะ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน
 

นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า จากเหตุการณ์เมื่อเช้าวันที่ 5 ต.ค. ที่กองกำลังไม่ทราบฝ่ายดักปล้น และยึดเรือบรรทุกสินค้าจีน 2 ลำกลางแม่น้ำโขงขึ้นไปทางด้านเหนือสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 25 กม. อยู่ในน่านน้ำของประเทศเพื่อนบ้าน และเกิดการสังหารกัปตันเรือและลูกเรือหมดทั้ง 2 ลำ พร้อมถีบศพทิ้งลงในลำน้ำโขง จากนั้น เรือสินค้าทั้ง 2 ลำ ได้เสียหลักลอยเข้ามาในร่องน้ำลึกของฝ่ายไทย ทหารกองกำลังผาเมืองและหน่วยเรือ นรข.เชียงแสน จึงเข้าตรวจยึดเรือ พร้อมตรวจค้นพบยาบ้า 920,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่บนเรือ และยังพบศพผู้เสียชีวิตเป็นชายบนเรือ 1 ศพ ต่อมา ในวันที่  7 ต.ค. พบศพชายลอยน้ำมาติดที่ท่าเรือ 3 ศพในจำนวนนี้เป็นกัปตันเรือ 1 ศพ รวมที่พบศพแล้วทั้งหมด 4 ศพ ในครั้งนี้พบอีก 9 ศพ รวมทั้งหมดเป็น 13 ศพ เท่ากับจำนวนหนังสือเดินทางที่ตรวจพบบนเรือ ซึ่งคาดว่าเป็นผู้โดยสารในเรือทั้งหมด และบ่ายวันเดียวกันนี้นายหวังหย่งชิง กงสุลจีน ประจำ จ.เชียงใหม่ ได้ประสานขอความร่วมมือกับทางอำเภอเชียงแสนให้นำศพกัปตันและลูกเรือทั้ง 11 ศพ เคลื่อนย้ายศพจากรพ.เชียงแสน ไปชันสูตรยังแผนกนิติเวชรพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแท้จริงอีกครั้ง โดยวันที่ 9 ต.ค. กงสุลจีนประจำเชียงใหม่จะเดินทางมาดูการชันสูตรศพก่อนส่งศพทั้งหมดกลับประเทศจีนต่อไป ส่วนการสอบสวนทางคดีตำรวจจีนจะเดินทางมาร่วมกับตำรวจไทยเพื่อสืบสวนหากลุ่มผู้กระทำผิดด้วย
 

13 ต.ค.2554

จีนเรียกตัว ทูตประจำประเทศไทย ลาว และพม่า กลับประเทศ หลังเกิดเหตุโจมตีเรือสินค้า


นายซง เตา รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศจีน ได้เรียกตัว ทูตประจำประเทศไทย ลาว และพม่า กลับประเทศ และได้แต่งตั้งตัวแทน เพื่อติดตามเรื่องเหตุโจมตีเรือของจีน ที่บริเวณแม่น้ำโขงกับทั้ง 3 ประเทศ

ทั้งนี้ เหตุโจมตีเรือนสินค้าของ จีน 2 ลำ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย ขณะที่ทางการจีนได้เร่งประสานไทย ให้ติดตามความคืบหน้า และ หาตัวผู้กระทำความผิดอย่างเร่งด่วน

 

ทหารไทย ร่วมกับทางการจีน ตรวจเข้ม อำนวยความสะดวก เรือสินค้าตามลำน้ำโขง หลังเกิดการปะทะกับชนกลุ่มน้อยในพม่า

บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เจ้าหน้าที่ทหารเรือ หน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง และเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย นำเรือออกตรวจการบริเวณลำน้ำโขงและอำนวยความสะดวกเส้นทางให้กับเรือสินค้าจีน จำนวน 26 ลำ ซึ่งบรรทุกสิ่งค้าเต็มลำเรือ มุ่งหน้ากลับประเทศจีน โดยออกเป็นกระบวน นอกจากนี้ ยังมีกำลังตำรวจจีน 60 นาย ซึ่งส่งเรือเร็ว และอาวุธหนักครบมือ ทำการคุ้มกันเรือสินค้าจีน กลับประเทศ ตามลำน้ำโขง หลังจากที่เกิดการปะทะกันระหว่างเรือจีนและชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ เลยขึ้นไป 15 กิโลเมตร จนทำให้ชาวจีน เสียชีวิต 13 คน และทางการไทย สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากเกือบ 1,000,000 เม็ด ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรก ที่มีการเดินเรือพร้อมกันถึง 26 ลำ และมีกองกำลังคุ้มกันตลอดเส้นทางด้วย

 

14 ต.ค.2554 ไทยรัฐ

เรือตำรวจจีน ทำการคุ้มกันเรือบรรทุกสินค้าจีน 26 ลำ เดินทางกลับบ้านแล้ว หลังเรือ 2 ลำ ถูกดักปล้นและลูกเรือ 13 คน ถูกสังหารเสียชีวิต ที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า เมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ญาติผู้ตายวอนตำรวจไทยจับคนร้ายให้ได้...

เมื่อเวลา 06.00 น. 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือบรรทุกสินค้าจีน จำนวน 26 ลำ ที่บรรทุกสินค้าส่งออกของไทยเต็มทุกลำ ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่กล้าออกเดินเรือขึ้นไปยังประเทศจีน เพราะกลัวจะเกิดเหตุแบบเรือหัวผิง และเรือหยี่ชิง 8 จึงจอดลอยลำเต็มท่าเรือเชียงแสน จนทางการจีนต้องส่งเรือตำรวจมาคุ้มกันกลับ โดยเรือทั้ง 26 ลำได้ออกจากท่าเรือเชียงแสนพร้อมกัน มีเรือคุ้มกันของตำรวจจีนแล่นวนรอบขบวนเรือสินค้าเพื่อคุ้มกันให้ความปลอดภัยกับเรือสินค้า และมีตำรวจจีนคุ้มกันอยู่บนเรือสินค้าด้วย ขณะที่เรือตำรวจน้ำ และเรือ นรข.เชียงราย อีก 3 ลำ คุ้มกันท้ายขบวนไปส่งที่สามเหลี่ยมทองคำจนพ้นเขตประเทศไทย

ในส่วนของชาวเชียงแสนที่ทราบข่าวว่าเรือสินค้าจีนจะเดินทางกลับจีนทุกลำ ได้พากันมายืนดูขบวนเรือตลอดแนวแม่น้ำโขง ในเขตเทศบาล ต่างพากันถ่ายรูปเรือบรรทุกสินค้าที่แล่นเป็นขบวนยาวในแม่น้ำโขง หลังจากเรือสินค้าจีนออกไปจนหมด ในส่วนของบริเวณท่าเรือเชียงแสนที่เคยมีบรรยากาศคึกคักจากการขนถ่ายสินค้าขึ้นลง กลับเงียบเหงาลงทันที เพราะไม่มีเรือสินค้าจอดที่โป๊ะ ไม่มีรถบรรทุกรอสินค้า และไม่มีกรรมกร

ด้านเจ้าหน้าที่ท่าเรือคนหนึ่ง กล่าวว่า รู้สึกใจหายเหมือนกัน และยิ่งมีกระแสข่าวว่าทางการจีน จะให้เรือสินค้าหยุดเดินเรือในแม่น้ำโขงมาเชียงแสน จนกว่าจะคลี่คลายคดีให้ชัดเจนได้ หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะทำให้การค้าชายแดนของเชียงแสนกระเทือนอย่างหนัก ปัญหาคนตกงานจะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะในแต่ละวัน แรงงานที่มารับจ้างขนสินค้าขึ้นลงมีจำนวนกว่าพันคน

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว สืบเนื่องจากเรือบรรทุกสินค้าจีนหัวผิง และเรือหยี่ชิง 8 ที่บรรทุกสินค้าจากจีนมาไทย เดินเรือมาทางแม่น้ำโขง โดยทางฝ่ายไทยสืบทราบว่า มีกลุ่มติดอาวุธเข้าปล้นยึดเรือทั้ง 2 ลำ บริเวณบ้านสามพู จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ตรงข้ามบ้านสินใจ แขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน ไปทางทิศเหนือประมาณ 25 กิโลเมตร จากนั้นเรือได้ลอยลำเข้าสู่น่านน้ำไทยด้าน อ.เชียงแสน และทางเจ้าหน้าที่ไทยเข้าควบคุมเรือ และตรวจสอบบนเรือทั้ง 2 ลำ พบผู้เสียชีวิต 1 คน และยาบ้าจำนวน 920,000 เม็ด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา

และต่อมาอีก 2 วัน พบศพลูกเรือโผล่ขึ้นในแม่น้ำโขงหน้าท่าเรือเชียงแสน และแนวริมตลิ่งแม่น้ำโขงถึง 12 ศพ แต่ละศพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็น สภาพศพถูกมัดมือทั้งสองข้าง และมีเทปกาวปิดตาทั้งสองข้างด้วย โดยทางการจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่กงสุล และตำรวจจากจีนเข้ามาร่วมตรวจหลักฐานกับตำรวจ สภ.เชียงแสน และเมื่อวานนี้ (13 ต.ค.) ญาติผู้เสียชีวิตได้เดินทางจากประเทศจีนทางรถยนต์ มาทำพิธีจุดธูปเทียนคารวะดวงวิญญาณของคนตาย บริเวณที่จอดเรือบรรทุกทั้ง 2 ลำ ซึ่งจอดเทียบท่าริมตลิ่งหน้าวัดผ้าขาวป้าน ต.เวียง อ.เชียงแสน พร้อมถือแผ่นป้ายเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย และขอให้ทางการไทยจับตัวคนกระทำผิดมาลงโทษให้ได้

ส่วนการเดินเรือสินค้าในแม่น้ำโขงระหว่างจีน-ไทย ทางการจีนได้สั่งให้เรือทุกลำ ที่จอดเทียบท่าเรือกวนเหลย หยุดการเดินเรือมาไทย และให้ตำรวจจีนนำเรือเร็วลงมาจากประเทศจีน พร้อมกำลังตำรวจ เพื่อมารับ และคุ้มกันเรือสินค้าจีนที่ตกค้างอยู่ที่ท่าเรือเชียงแสน 26 ลำ กลับประเทศจีน

โดย: ทีมข่าวภูมิภาค

 

 

 

ไชน่าเดลี่รายงานว่า เมื่อ 14 ต.ค. ทางการจีนเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ลาว และพม่า เร่งสอบสวนอย่างจริงจังเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงกรณีกะลาสีเรือสินค้าจีน 2 ลำ ทั้งหญิงและชาย มีทั้งกัปตันและลูกเรือสินค้าถูกบุกปล้นและสังหารหมู่ 13 ศพ ในเหตุสะเทือนขวัญที่ศพลูกเรือมีรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืนและมัดมือผูกตาลอยอืดโผล่แม่น้ำโขง ใกล้ท่าเรือ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ระหว่างชายแดนพม่าและลาว เมื่อสัปดาห์ก่อน

นายซ่ง เถา รมช.ต่างประเทศของจีน สรุปสถานการณ์ให้กับทูตทั้งสามประเทศฟังว่า รัฐบาลจีนตกตะลึงและเสียใจอย่างที่สุดที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น พร้อมทั้งขอประณามผู้ที่อยู่เบื้องหลัง โดยระบุว่า รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับชีวิตและความปลอดภัยของพลเมืองจีนทุกคน จึงขอเรียกร้องให้ทั้งสามประเทศรีบสอบสวนคดีที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุดและรายงานให้จีนทราบ พร้อมทั้งขอให้นำตัวผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อรับบทลงโทษอย่างสาสม

นอกจากนี้ ผู้แทนจีนยังเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำรอย โดยแนะว่าควรจะทบทวนสถานการณ์ความปลอดภัยในสามเหลี่ยมทองคำใหม่ และขอให้ช่วยคุ้มกันเรือสินค้าจีนและชาวจีนในท่าเรือเชียงแสน

วันเดียวกันจีนส่งเรือมาคุ้มกันเรือสินค้าที่บรรทุกลูกเรือจีนพร้อมครอบครัวรวม 164 ชีวิต ที่ตกค้างอยู่หลังจากเกิดเหตุร้าย ออกเดินทางกลับประเทศแล้วเมื่อเวลาราว 06.00 น. ตามเวลาในไทย โดยมีเรือตำรวจน้ำของไทยคุ้มกันอีกชั้น

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นในแม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งค้ายาเสพติดขนาดใหญ่ ซึ่งทางการไทยเชื่อว่าคนร้ายเป็นสมาชิกขบวนการค้ายาเสพติด เนื่องจากตรวจพบยาบ้า 920,000 เม็ด บนเรือ

 

 

16 ต.ค.2554

เลขาสถานทูตจีนประจำประเทศไทย นำตร.สันติบาลจีน และรอง ผบ.ตร.ของไทย ดูและตรวจสถานที่เกิดเหตุริมแม่น้ำโขงบนถนนสายเชียงแสน – สามเหลี่ยมทองคำ หลังเกิดเหตุเรือสินค้าจีนถูกยิงถล่มตาย 13 ศพ…

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ต.ค 54 พล.ต.อ.ปานศิริิ ประภาวัต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้เดินทางมาที่ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย จากนั้น พ.ต.อ.ภพกร คูณเจริญสุข ผกก.สภ.เชียงแสน นำคณะเข้าห้องประชุม สภ.เชียงแสน และได้นำคณะทำงานชุดสอบสวนคดีเรือหยี่ชิง 8 และเรือหัวผิง เรือบรรทุกสินค้าจีน ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงถล่มในแม่น้ำโขง จนลูกเรือทั้งสองลำเสียชีวิต 13 ศพ และกองกำลังผาเมือง หน่วย นรข. เข้าตรวจสอบบนเรือ ยึดยาบ้าได้ 920,000 เม็ด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา

จากนั้น ได้มีนายหลิว เลขาสถานทูตจีนประจำประเทศไทย นำรองผู้อำนวยการผู้เชี่ยวชาญสันติบาลของประเทศจีน เข้าพบ พล.ต.อ.ปานศิริ และร่วมเดินทางไปดูและตรวจสถานที่เกิดเหตุริมแม่น้ำโขงบนถนนสายเชียงแสน – สามเหลี่ยมทองคำ หลัก ก.ม. 5 – 6 ต.เวียง อ.เชียงแสน โดย พล.ต.อ.ปานศิริ ได้ซักถามเหตุการณ์ต่างๆ อย่างละเอียดกับ พ.ต.อ.ภพกร ผกก.เชียงแสน และได้เดินทางมาที่เรือทั้งสองลำ ที่จอดเทียบท่าหน้าวัดผ้าขาวป้าน ม.2 ต.เวียง จากนั้นคณะทั้งหมดได้ลงไปตรวจดูร่องรอยภายในเรือ โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวลงไปในเรือ จากนั้นคณะได้ลงเรือเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ตรวจในลำแม่น้ำโขง จากท่าหน้า สภ.อ.เชียงแสน ไปยังจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกาะดอนซาว ของประเทศลาว

ต่อมา พล.ต.อ.ประภาวัต ได้แจ้งว่าจะไปดูผลการตรวจสอบและวัตถุพยานที่เก็บได้บนเรือที่เจ้าหน้าที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 พร้อมจะแถลงในรายละเอียดที่กองบังคับการจังหวัดเชียงราย ในบ่ายวันนี้.

 

  

 

คณะทูตจีน ส่งผู้แทนชุดใหญ่ สางปมโจรยิงเรือจีน-ฆ่าลูกเรืออย่างโหดเหี้ยม กลางแม่น้ำโขง การค้าชายแดนสะดุดกึก ด้าน ตร.ไทย ส่ง รอง ผบ.ตร.ลงคลี่คลายคดีฉาว โบ้ยยังไม่พบกรณี ทหาร-ตร.ไทย ปฏิบัติหน้าที่เกินเหตุ รูปคดียิ่งสาวยิ่งวุ่น จีนยังไม่กลับ ขอรอดูผลการทำงาน ตร.ไทยก่อน โดยสรุป ยังไม่เคลียร์  

วันนี้เวลา 15.30 น.ณ ห้องเพทาย รร.วังคำ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองฯ ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบ.ตร.ภ.5  พล.ต.ต.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.ชร. และคณะทำงานกรณีเรือสินค้าจีนถูกยิงและมีผู้เสียชีวิตจำนวนกว่า 10 ศพ ในแม่น้ำโขงเมื่อสัปดาห์ก่อน เข้าประชุมกับคณะทูตจากประ เทศจีน มีนาย กูเช่าชวน รองอธิบดีกรมกงสุลและหัวหน้าศูนย์คุ้มครองชาวจีนโพ้นทะเล กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหัวหน้าคณะ เพื่อหาความจริงกรณีเรือสินค้าจีนถูกปล้น ในลำแม่น้ำโขงและลูกเรือถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ทั้งลำ เมื่อสัปดาห์ก่อน

 

โดย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต กล่าวว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์  รักษาการ ผบ.ตร.ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยให้ตนเป็นหัวหน้าคณะในการทำและสะสางคดี และตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยตนจะมีการตั้งคณะในการทำงานขึ้นมาซึ่งประกอบด้วย กองบัญชาการสอบสวนกลาง ตำรวจกองปราบ ตำรวจน้ำ กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับตำรวจสากล เพื่อทำคดีดังกล่าว ให้มีความถูกต้องชัดเจน โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการประกอบ 5 ชุด คือ

 1.ชุดสอบสวน ที่ต้องดูแลตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และหลังจากเกิดเหตุแล้ว

2. ฝ่ายสืบสวนมีคณะทำงานจากส่วนกลางร่วมกับสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 โดยจะเริ่มสืบสวนตั้งแต่ในแม่น้ำโขง เรื่อยมาตามเส้นทางจนถึงมีกองกำลังขึ้นมาบนเรือ และมีเรือเร็วขึ้นมารับกองกำลังดังกล่าวไป

3.คณะผู้เชี่ยวชาญที่จะดูแลเรื่องสถานที่เกิดเหตุ หลักฐาน การพิสูจน์ศพ ซึ่งจะมีคณะผู้เชี่ยวชาญจากประเทศจีนร่วมกับแพทย์ มช. และสถาบันนิติเวชของประเทศไทย ซึ่งจะให้ความสำคัญกับร่องรอยของศพ หัวกระสุน วิถีกระสุน คราบเลือด และสืบสวน สาเหตุการตาย ตายเมื่อไหร่ ตายอย่างไร รวมทั้งเรื่องที่มียาเสพติดอยู่บนเรือ จำนวน 920,000 เม็ด รายละเอียดของศพที่ตายในแม่น้ำโขง มีการถูกปิดตา ใส่กุญแจมือ และการพบศพอยู่บนเรือ จิงปาห่าว ถึงสาเหตุการตาย ตายอย่างไร ใครทำให้ตาย รวมทั้งประเด็นที่สงสัยว่า เป็นศพของชาวไทยใหญ่ มาอยู่บนเรือได้อย่างไร

4. เรื่องกองกำลังติดอาวุธ เป็นกองกำลังของใคร จากการสืบสวนในเบื้องต้น น่าจะมีอยู่ 9 คน และมีเรือเร็วรับไปแล้ว

5.เรื่องการปฎิบัติการของกองกำลังผาเมือง และ นรข. ที่ขึ้นไปบนเรือ เป็นการกระทำอย่างไร หาสาเหตุที่แน่ชัดจากเบื้องต้นยังไม่พบในลักษณะที่มีการกระทำเกินกว่าเหตุ ผบ.ตร.ได้กำชับให้ตนรายงานให้ทราบผลเป็นระยะทุก 7 วัน จนกว่าจะทราบสาเหตุที่แน่ชัด

ซึ่งวันนี้ ตนได้ไปร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุ และเรือจีน  ทราบเบื้องต้นว่ากองกำลังส่วนหนึ่งได้ขึ้นมาบนเรือตั้งแต่นอกเขตน่านน้ำไทยประมาณ 20 กม.เมื่อปฎิบัติการเสร็จได้มีเรือเร็วขึ้นมารับกองกำลังดังกล่าวไป

  ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายได้เจรจาหาความร่วมมือ ในการทำงานให้กระชับและได้ผลสรุปเป็นที่แน่ชัด ถึงสาเหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งทางฝ่ายจีนได้รับทราบแนวทางของ ตร.ไทย พร้อมทั้งขอให้ทำเรื่องดังกล่าวให้เกิดความชัดเจน โดยคณะทูตจีน ยังไม่เดินทางกลับประเทศ เพื่อรอให้เรื่องดังกล่าวกระจ่างชัดยิ่งขึ้น  

 ก่อนหน้านั้นเวลา 13.00 น. รอง ผบ.ตร.ได้ประชุมร่วมกับตำรวจ คณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องดุรงค์วิบูลย์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามการ
การทำงานและกำหนดกรอบการเจรจากับตัวแทนประเทศจีน

17 ต.ค.2554 เดลินิวส์

สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารไทย ได้ยิงเรือสินค้าจีนซึ่งต้องสงสัยว่า ลักลอบขนยาเสพติดเข้าไทย จนเป็นเหตุให้ลูกเรือจีนเสียชีวิตถึง 13 ศพ และทางจีนได้ออกมาเรียกร้องให้ทางการไทยรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตามที่เสนอข่าวไปนั้น ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ต.ค. ที่ สภ.เชียงแสน จ.เชียงราย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รอง ผบก.ภ.5 พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้ร่วมประชุมกับตำรวจ สภ.เชียงแสน เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว โดยใช้เวลา 30 นาที จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณท่าเรือสามเหลี่ยมทองคำ และตรวจสภาพเรือสินค้าที่ถูกยิงทั้ง 2 ลำ 
   
พล.ต.ต.ทรงธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางการจีน ได้เรียกร้องให้ประเทศไทยรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และดำเนินการสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ไม่เช่นนั้นไทยอาจได้รับความเสียหายด้านเศรษฐกิจและการค้าตามแนวชายแดนจำนวนมหาศาล เพราะขณะนี้จีนได้ปิดเขื่อนของตนเองไม่ให้น้ำไหลลงมายังพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำและส่งผลกระทบกับการเดินเรือในบริเวณนี้ รวมทั้งห้ามเรือสินค้าของจีนเข้ามาในพื้นที่ อ.เชียงแสน ด้วย ซึ่งหลังจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่มี พล.ต.อ.ปานศิริ เป็นหัวหน้าชุด จะได้ประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุดโดยได้มีการประสานข้อมูลกับต้นสังกัดของทหารชุดนี้แล้ว.

 

28 ต.ค.2554 ผู้จัดการ

เชียงราย - เวทีประชุมร่วม ทีบีซีไทย-พม่า หารือปัญหากองกำลัง “หน่อคำ” สลัดน้ำโขง ทหารพม่ายันเป็นกลุ่มต่อต้านรัฐบาลพม่าตั้งตัวเก็บค่าคุ้มครองเรือในแม่น้ำโขง-ค้ายาเสพติด แถมมีลูกน้องเคยหนีมารักษาตัวฝั่งไทย ทั้งมีคนไทยช่วยเหลือพาหนี
       
       วันนี้ (28 ต.ค. ที่โรงแรมเรจิน่า จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พ.อ.ถนัดพล โกศัยเทวี ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง ได้เดินทางไปเป็นประธานร่วมในการประชุมคณะกรรมการประสานงานชายแดน (TBC:Township Border Committee) ไทย-พม่า ครั้งที่ 69 โดยฝ่ายพม่ามี พ.ต.หล้าเมียวอู รอง ผบ.กองพันเคลื่อนที่เร็วที่ 526 เป็นประธานฝ่ายพม่าและเจ้าภาพดำเนินการจัดการประชุม ซึ่งมีกรรมการจากทั้งฝ่ายไทยและพม่าเข้าร่วมหารือ ท่ามกลางบรรยากาศราบรื่นและมีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน
       
       การประชุมครั้งนี้ฝ่ายไทยนำเสนอข้อหารือกรณีการเสนอให้มีการเปิดจุดผ่อนปรนเพื่อเป็นช่องทางการค้ากิ่วผาวอกที่บ้านอรุโณทัย ม.10 ต.เมืองนะ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ รวมทั้งขอความร่วมมือให้ทั้งสองฝ่ายเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นยาเสพติด เพราะแม้ที่ผ่านมาจะมีความร่วมมือกันแต่ก็ยังมีการลักลอบขนยาเสพติดตามแนวชายแดนดังกล่าวอยู่ตลอดเวลา
       
       โดยเสนอว่า ฝ่ายใดมีการข่าวสำคัญสามารถแจ้งผ่านหน่วยประสานงานชายแดนไทย-พม่า ที่ 1 อ.แม่สาย ได้ทันทีด้วย นอกจากนี้ยังเสนอให้ทั้งสองฝ่ายลดการเผาป่าในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้โดยเฉพาะเดือน ก.พ.-เม.ย.เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน
       
       ด้านทีบีซีฝ่ายพม่าได้ยื่นข้อหารือในหลายเรื่องเช่นกัน โดยมีข้อหารือเดิมที่เคยเสนอมาแล้วหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องของพื้นที่ดอยลาง จ.เชียงใหม่ คือระบุว่าที่ชายแดนดอยลางมีฐานทหารไทยตั้งอยู่จำนวน 22 ฐาน และบริเวณแนวเส้นเขตแดนมีอีก 10 ฐาน รวมทั้งสิ้น 32 ฐาน ซึ่งทางฝ่ายพม่าอ้างถึงข้อตกลงในการร่วมปักปันเขตแดนไทย-อังกฤษ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1894 จึงขอให้ฝ่ายไทยถอนทหารออกไปแต่ฝ่ายไทยยืนยันว่าตั้งฐานอยู่ในเขตไทยแต่จะได้นำเสนอหน่วยเหนือให้รับทราบต่อไป
       
       นอกจากนี้ ทีบีซีฝ่ายพม่า ยังได้นำเสนอเรื่องปัญหาของกลุ่มติดอาวุธลุ่มแม่น้ำโขงของนาย “จายหน่อคำ” ว่า เป็นกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลพม่าและมีพฤติกรรมเก็บค่าคุ้มครองเรือสินค้าแม่น้ำโขง-ค้ายาเสพติด และเมื่อปลายเดือน ก.ย.54 ได้ก่อเหตุปะทะกับกองกำลังทหารพม่า จากนั้นกลุ่มของนายจายหน่อคำ ได้หลบหนีเข้ามารักษาตัวยังฝั่งไทยจำนวน 3 คน ต่อมาได้มีชายไทยอายุ 56 ปี อาศัยอยู่บ้านป่าเหมือด ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ได้ให้การช่วยเหลือ พาคนทั้งหมดหลบหนีไปจึงขอให้ทางการไทยช่วยติดตามมาดำเนินคดี
       
       เช่นเดียวกับกรณีวันที่ 8 ก.ย.54 เจ้าหน้าที่พม่าได้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ของกลางยาบ้าจำนวน 140,600 เม็ดเขต จ.ท่าขี้เหล็ก ต่อมาทางการพม่าได้ขยายผลไปตรวจค้นในหลายจุดปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับ “นายจง” จึงได้ประสานทางการไทยช่วยติดตามจับกุมเพราะทางเจ้าหน้าที่ไทยก็ได้ขยายผลจากคดีดังกล่าวเข้าตรวจค้นหมู่บ้านปิยะพร ต.แม่สาย อ.แม่สาย ในช่วงเวลาเดียวกัน และสามารถยึดของกลางยาบ้าได้อีก 10,000 เม็ด
       
       ทีบีซีฝ่ายไทยแจ้งกลับไปว่า กรณีกองกำลังติดอาวุธของนายจายหน่อคำ นั้น ทางทีบีซีฝ่ายไทย ขอสืบข้อมูลให้ละเอียดต่อไป และหากฝ่ายพม่าทราบข้อมูลก็ให้แจ้งเพิ่มเติมเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา
       
       ส่วนด้านการตรวจยึดยาเสพติดของนายจง ปัจจุบันทางทีบีซี.ฝ่ายไทย ทราบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับนายจง ยังคงหลบหนีและอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม
       
       ทั้งนี้ ช่วงท้ายการประชุมทีบีซีพม่า ได้ขอประท้วงกรณีการนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษฉบับหนึ่งของประเทศไทย ว่า นำเสนอข่าวเรื่องเรือสินค้าสัญชาติจีนจำนวน 2 ลำชื่อเรือ Yu Xing 8 และเรือ Hua Ping ถูกปล้นและระดมยิงก่อนที่เจ้าหน้าที่ไทยจะตรวจยึดของกลางยาบ้าบนเรือได้กว่า 920,000 เม็ดว่าเกี่ยวข้องกับดินแดนประเทศพม่า ซึ่งทางทีบีซีฝ่ายไทยระบุว่าการนำเสนอข่าวดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับทางการไทยแต่อย่างใด


29 ต.ค.2554 ข่าวสด

บิ๊กอ๊อบ" ส่ง"ภาณุพงศ์" รองผบ.ตร.มือปราบ รุดเชียงราย เร่งคลี่ฆ่า 13 ศพเรือจีน อุกอาจกลางแม่น้ำโขงสามเหลี่ยมทองคำ ล่าสุด พ.ต.ทหารกองกำลังผาเมือง กับลูกน้องรวม 9 นาย โผล่เข้ามอบตัวแล้ว ตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ปิดบังซ่อนเร้นศพ สอบเบื้องต้นให้การปฏิเสธ ก่อนส่งนายทหารพระธรรมนูญเอากลับไปควบคุมตัว ด้านรัฐมนตรีและทูตจีน รุดขอบคุณ เตรียมส่งตร.จีนมาร่วมคลี่คดีด้วย ขณะที่ "เพรียวพันธ์" ชี้กองทัพร่วมมืออย่างดี ไม่ปิดบังข้อมูล แฉมีกลุ่มผิดกฎหมายร่วมขบวนการด้วย

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงราย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา รรท.ผบช.ภาค 5 และพล.ต.ต.ทรง ธรรม อัลภาชน์ ผบก.เชียงราย ร่วมแถลงความคืบหน้าคดีฆ่า 13 ศพ กัปตันและลูกเรือชาวจีน 2 ลำ ที่แม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา

โดย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์เปิดเผยว่า ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.อ. เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ให้ความสำคัญคดีนี้อย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับความสัม พันธ์ระหว่างประเทศ และทางการจีนติดตามความคืบหน้าคดีมาโดยตลอด ขณะนี้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ทหาร 9 นาย สังกัดกองกำลังผาเมือง ที่เข้ามอบ ตัว เป็นระดับยศ พ.ต. 1 นาย, ร.ท. 1 นาย, และชั้นประทวน 7 นาย ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ จนนำมาซึ่งการตั้งข้อกล่าวหาแก่ทหารทั้ง 9 นายนั้น ได้รับความร่วมมือจากผู้บังคับบัญชาของฝ่ายทหารเป็นอย่างดี สอบสวนในเบื้องต้นทั้งหมดให้การปฏิเสธ ทางพนักงานสอบสวนจะสอบสวนเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และส่งมอบตัวให้นายทหารพระธรรมนูญรับไปควบคุมตัวต่อไป ในส่วนของยาเสพติดที่พบบนเรือนั้น จะสอบสวนหาที่มาที่ไปอย่างละเอียดและชัดเจนอีกครั้ง

รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า สำหรับเรือ 2 ลำนั้น เป็นเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง ชื่อหัวปิง และเรือขนกระเทียมและแอปเปิ้ลชื่อหยูชิง 8 โดยเมื่อวันเกิดเหตุที่ 5 ต.ค. กองกำลังผาเมืองเข้าควบคุมเรือทั้ง 2 ลำ ขณะแล่นเข้าเขตน่านน้ำบ้านสบรวก เมื่อขึ้นไปตรวจสอบพบยาบ้าในกระสอบและกล่อง รวมทั้งหมด 920,000 เม็ด พบผู้เสียชีวิต 1 ศพ ปืนอาก้า 1 กระบอก จากนั้นตั้งแต่วันที่ 7-8 ต.ค. ก็ทยอยพบศพกัปตันและลูกเรือจีนตามจุดต่างๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขงอีก 12 ศพ ต่อมารัฐบาลจีนระบุว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นคนสัญชาติจีน จึงประสานความร่วมมือมายังรัฐบาลไทยให้คลี่คลายคดี กระทั่งทหาร 9 นายกองกำลังผาเมืองเข้ามอบตัว

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด ว่าร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ จากการตรวจสอบพบว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกองทัพ หรือกองกำลังผาเมือง แต่เป็นการปฏิบัติเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ทั้งหมดให้การปฏิเสธ และเนื่องจากเป็นการเข้ามอบตัวด้วยดี จึงส่งให้กองทัพนำตัวกลับไปดำเนินการต่อไป ส่วนการดำเนินการของตำรวจนั้น จะรวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ ตามขั้นตอนต่อไปเช่นกัน โดยได้รับความร่วมมือจากกองทัพเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 และพล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผบ.กองกำลังผาเมือง ที่ประสานพูดคุยกันตลอด

รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับทหารทั้ง 9 นายที่เข้ามอบตัว และถูกแจ้งข้อกล่าวหานั้น ประกอบด้วย พ.ต.เชิดพงศ์ ช่วยบำรุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว กองกำลังผาเมือง, ร.ท.อนุสรณ์ สอนถม หัวหน้าชุดปฏิบัติการลาดตระเวนไกล กองกำลังผาเมือง, จ.ส.อ.เฉลิมพล อินทร, ส.อ.อิทธิศักดิ์ น้อมถิ่น, ส.อ.คณิศร ศุขจักร, ส.อ.ชัชวาล สรรพช่าง, ส.อ.ปัจจะ คำผัด, ส.อ.เพิด จันทะ และส.อ.พันธ์ศักดิ์ เผ่าบ้านฟาง

ต่อมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. เพรียวพันธ์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภา วัต รองผบ.ตร., พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รรท.ที่ปรึกษาสบ 10 และพล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา รรท.ผบช.ปส. ต้อนรับ นายจาง ชินเฟิง รมช.รักษาความสงบภายในแห่งสาธารณ รัฐประชาชนจีน และนายกว่าน มู่ เอกอัคร ราชทูตจีน ประจำประเทศไทย เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี 13 ศพเรือจีน

นายจางกล่าวว่า ภายหลังทหาร 9 นายเข้ามอบตัว ถือว่าคลี่คลายคดีในเบื้องต้นแล้ว เชื่อมั่นว่าทางตำรวจไทยจะสามารถหาสาเหตุต่างๆ ได้ด้วยเช่นกัน ทางตำรวจจีนจะให้การสนับ สนุนและช่วยเหลือตำรวจไทย โดยส่งตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ปราบปรามยาเสพติด และผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐานมาช่วยเหลือ และต้องขอแสดงความขอบคุณตำรวจไทยด้วย

ส่วนพล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า สำนัก งานตำรวจแห่งชาติได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกองทัพ และพล.ท.วรรณทิพย์ ที่ไม่ได้ปิดบังข้อมูลแต่อย่างใด และพบว่ายังมีคนที่ไม่ใช่ข้าราชการ ที่ทางการต้องการตัวอยู่เข้ามาเชื่อม เป็นกลุ่มที่ทำความผิดกฎหมาย เชื่อว่าเป็นกลุ่มของนายหน่อคำ แต่จะเกี่ยวข้องอย่างไรนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนคดีนี้ทางการจีนสนใจมาก เพราะชาวจีนตายหลายคน จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมด้วย และการกระทำดังกล่าวที่เกิดขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพไทย

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ที่ผ่านมาเรือสินค้าจีนที่ล่องมาตามแม่น้ำโขง บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ชายแดนไทย พม่า และลาว มักจะถูกเรียกค่าคุ้มครอง โดยเฉพาะจากกลุ่มนายหน่อคำ ชนกลุ่มน้อยมีกองกำลังติดอาวุธ ที่ออกอาละวาดและสร้างอิทธิพลในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐของไทยบางหน่วยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมักใช้วิธีข่มขู่ ขอตรวจค้น แล้วยัดยาเสพติด บางครั้งก็จัดฉาก หรือมีการต่อสู้ แล้ววิสามัญฆาตกรรม อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยืนยันว่ากัปตันและลูกเรือไม่มีใครเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่น่าจะถูกยัดยาเสพติด เพื่อเรียกเงินมากกว่า ขณะเดียวกันจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนของชุดคลี่คลายคดี มีหลักฐานชัดเจนผู้ต้องหาทหารทั้ง 9 นาย ใช้อาวุธปืนยิงจริง แต่จะเกี่ยวข้องกับ 13 ศพหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสอบอย่างละเอียดต่อไป

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึง กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหากับเจ้าหน้าที่ของชุดปฏิบัติการพิเศษของหมวดลาดตระเวนระยะไกลของกองกำลังผาเมือง จำนวน 9 คน ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของลูกเรือจีน และตรวจพบยาบ้าจำนวน 920,000 เม็ด ว่า ในฐานะที่กองทัพบกเป็นหน่วยที่ผู้รับผิดชอบกองกำลังผาเมือง ไม่ได้นิ่งนอนใจกับข่าวที่เกิดขึ้น จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลที่มีอยู่ ขณะนี้กำลังพลทั้งหมดได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่กองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 ที่เป็นต้นสังกัด ได้เรียกตัวกลับมาอยู่ในการควบคุมของหน่วยเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะรับการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 3 ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อสอบสวนเรื่องดังกล่าวควบคู่กับกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาของตำรวจ โดยกองทัพให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ไม่ได้ปล่อยปะละเลย นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบหมายให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก ได้พบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับชี้แจงว่า กองทัพยินดีพร้อมที่จะสนับสนุนทุกกรณีและพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ไม่ซ่อนเร้น ถูก-ผิดว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม และพยานหลักฐานที่มี ขณะที่ทหารทั้ง 9 นายพร้อมรับการตรวจสอบทั้งทางกฎหมายอาญาและวินัยของกองทัพ.

29 ต.ค.2554 มติชน

หมายจับคดีฆ่า13ศพจีน 9ทหารมอบตัว

พ.ต."ผาเมือง"นำทีม ทูต-รมต.รุดขอบคุณ



"พ.ต."กองกำลังผาเมืองพร้อมลูกน้องรวม 9 คน เข้ามอบตัวกับรอง ผบ.ตร. หลังถูกออกหมายจับคดีปล้น 2 เรือจีน สังหารโหด 13 ศพ

นายทหารยศ พ.ต. กองกำลังผาเมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมลูกน้องรวม 9 นาย เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังถูกออกหมายจับในคดีปล้นเรือสินค้าจีน 2 ลำคือ เรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงชื่อหัวผิง และเรือขนกระเทียมและแอปเปิลชื่อ "ยูซิง8" พร้อมสังหารโหดกัปตันและลูกเรือรวม 13 ศพ เหตุเกิดบริเวณสามเหลี่ยมทองคำชายแดนไทย-พม่า-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว บ้านสบรวก หมู่ 1 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ตุลาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (บก.ภ.จว.) เชียงราย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานในการประชุมสอบสวนคดีดังกล่าว ที่เบื้องต้น ทหารกองกำลังผาเมืองและหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง เขตเชียงราย ได้เข้าตรวจยึดไว้ และแถลงโดยอ้างว่า ถูกกองกำลังโจรสลัดน้ำจืดของนายหน่อคำ เข้าปล้นสะดม พบมีผู้เสียชีวิตบนเรือ 1 ศพ อาวุธปืนอาก้า 1 กระบอก และยึดยาเสพติดได้ 920,000 เม็ด ต่อมามีผู้พบศพลอยเกลื่อนอยู่ในแม่น้ำโขงด้าน อ.เชียงแสน อีก 12 ศพ รวมเป็น 13 ศพ แต่ละศพถูกล็อกด้วยกุญแจมือ ปิดตาด้วยผ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้มีการรวบรวมข้อมูลด้านการสืบสวนและสอบสวนมาสรุป เพื่อประมวลสถานการณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และมีนายตำรวจระดับสูงหลายนายไปคุมคดีด้วยตัวเอง เช่น พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (รรท.ผบช.ภ.5) พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.ทรงธรรม อัลภาชน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ในการคลี่คลายคดี

ข่าวแจ้งว่า ระหว่างการประชุม ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังผาเมือง จำนวน 9 นาย เข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาปล้นและฆ่าลูกเรือจีน ประกอบด้วย พ.ต.เชิดพงศ์ ช่วยบำรุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว ร.ท.อนุสรณ์ สอนถม หัวหน้าชุดปฏิบัติการลาดตระเวนไกล จ.ส.อ.เฉลิมพล อินทร ส.อ.อิทธิศักดิ์ น้อมถิ่น ส.อ.คณิศร ศุขจักร ส.อ.ชัชวาล สรรพช่าง ส.อ.ปัจจะ คำผัด ส.อ.เพิด จันทะ และ ส.อ.พันธ์ศักดิ์ เผ่าบ้านฟาง

ต่อมา พล.ต.อ.ภาณุพงศ์แถลงว่า หลังเกิดเหตุยิงเรือจีน ทางการจีนเกิดข้อข้องใจจึงได้ร้องเรียนมายังฝ่ายไทยให้ตรวจสอบ กระทั่งรวบรวมหลักฐานและออกหมายจับกุมตัวเจ้าหน้าที่ทั้ง 9 คน เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และยักย้ายทำลายศพ แต่ทุกคนได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ก็ถือว่าทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดี

"ทั้ง 9 คนที่ถูกออกหมายจับเป็นชุดปฏิบัติการที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ ซึ่งจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อขยายผลว่า เกี่ยวข้องกับการสังหารคนจีนทั้งหมดหรือไม่ แต่เบื้องต้นพบว่า เป็นการปฏิบัติเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกองทัพ ที่ผ่านมากองทัพได้ประสานงานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างดี หากพยานหลักฐานถึงใครก็ให้ดำเนินคดีได้เลย หลังจากนี้ก็จะส่งตัวทั้งหมดให้ทางทหารรับตัวไป เนื่องจากทั้งหมดมารายงานตัวด้วยตัวเองไม่ได้มีการจับกุม" พล.ต.อ.ภาณุพงศ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้บนเรือสินค้ามาจากไหน พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ตอบเพียงสั้นๆ ว่า เป็นคนละคดีกัน ซึ่งจะมีการเร่งสอบสวนในทุกด้านอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะหลีกเลี่ยงการตอบคำถามอื่นๆ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 16.30 น. วันเดียวกัน นายจาง ชินเฟิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงรักษาความสงบภายในแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน นายกว่าย มู่ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และคณะ เข้าขอบคุณ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจคลี่คลายคดีสังหารลูกเรือจีน 13 ศพ โดยมี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รรท.ที่ปรึกษา (สบ 10) และ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา รรท.ผบช.ปส. ร่วมให้การต้อนรับและหารือกันประมาณ 20 นาที

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกองทัพไทย และ พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 โดยไม่ได้ปิดบังข้อมูล อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้ง 9 นาย แม้จะเป็นทหาร แต่ยังไม่พบความเกี่ยวข้องกับกองทัพ กลุ่มนี้เป็นทหารไม่ดี กระทำการอุกอาจ ที่ผ่านมายังไม่พบว่ากลุ่มนี้เคยก่อเหตุอื่นมา การสืบสวนเบื้องต้นพบว่ามีพลเรือนร่วมก่อเหตุด้วย เป็นกลุ่มของนายหน่อคำ นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ แต่จะเกี่ยวข้องกันอย่างไร และสาเหตุการสังหารคืออะไร ไม่สามารถบอกตอนนี้ได้ ต้องรอการสืบสวนสอบสวนต่อไป

นายจางกล่าวว่า เมื่อผู้กระทำผิดทั้ง 9 คนมอบตัว สาเหตุจะคลี่คลายโดยเร็ว ตำรวจจีนจะช่วยเหลือสืบสวนสอบสวนต่อไป โดยกระทรวงรักษาความมั่นคงได้ทิ้งทีมงาน ประกอบด้วยตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และผู้เชี่ยวชาญด้านพิสูจน์หลักฐานเอาไว้ 1 ชุด

 

 

ทหาร กกล.ผาเมืองมอบตัวคดียิง-ฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพ

ตร.ออกหมายเรียกทหาร กองกำลังปาเมืองรับทราบข้อกล่าวหา คดียิงเรือสินค่าจีน และฆ่าลูกเรือ 13 ศพอย่างทารุณ หลังประเทศจีน ส่งคณะทำงานมาติดตามคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ‘ภาณุพงษ์'หวั่นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนปัดกองทัพไม่เกี่ยวเป็นเรื่องตัวบุคคล แจ้งข้อหาหนัก ฆ่าผู้อื่นตาย และเคลื่อนย้ายศพ เผยมีการเรียกผู้ต้องหาเพิ่มอีก ‘เฉลิม'บินด่วนเย็นนี้ขึ้นเชียงราย ติดตามคดีด้วยตนเอง

วันนี้ตั้งแต่เวลา 14.00 น.ทหารจาก กกล.ผาเมือง ที่ ตร.ออกหมายเรียกคดียิงเรือสินค่าจีน และฆ่าลูกเรือ 13 ศพอย่างทารุณ ได้ทยอยเดินทางเข้ามอบตัวกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ณ ห้องดุรงควิบูลย์ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย จนกระทั้งเวลา 16.00 น.พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา รอง ผบ.ตร.ได้ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าคดีเรือหยี่ชิง 8 และเรือหัวผิง เรือบรรทุกสินค้าจีน ที่ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงถล่มในแม่น้ำโขง จนลูกเรือทั้งสองลำเสียชีวิต 13 ศพ ยึดยาบ้าได้ 920,000 เม็ด เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งประเทศจีนได้ส่งคณะทำงานมาติดตามคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา กล่าวว่า ผบ.ตร.แต่งตั้งตนเองเป็นหัวหน้าชุดทำการสืบสวนสอบสวน ทำคดีดังกล่าว มีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จนกระทั่งได้หลักฐานจนสามารถออกหมายเรียกผู้ต้องหาได้ และวันนี้ได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหา จำนวน 9 ราย เข้ามาพบพนักงานสอบสวน ณ ห้องดุรงค์วิบูลย์ บก.ภ.จว.ชร.ซึ่งทั้งหมดเป็นทหารจาก กองกำลังผาเมือง ซึ่งทาง ตร.ได้มีพยานหลักฐานเชื่อว่าเป็นผู้กระทำผิด ได้แจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา และข้อหาเคลื่อนย้ายทำลายศพ ซึ่งจากการสอบสวนทางกองทัพไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิดใดๆ ทั้งสิ้น เป็นความผิดเฉพาะตัว ผู้ต้องหาทั้ง 9 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้น เมื่อทางผู้ต้องหาเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเอง ก็ได้ปล่อยตัวให้กลับกองทัพไป สำหรับความคืบหน้าอื่นๆ ยังไม่แถลงใดๆ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

รายงานข่าวตั้งแต่เวลา 14.00 น.มีการเรียกผู้ต้องหาที่เป็นทหาร ทยอยเดินทางเข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่ห้องดุรงควิบูลย์ อย่างต่อเนื่อง มีการสอบสวนอย่างลับโดยไม่ยอมให้คณะสื่อมวลชนเข้าร่วมบันทึกภาพจนกระทั่งเวลา 16.00 น.จึงออกมาแถลงข่าวดังกล่าว

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ในเย็นวันนี้เวลา 19.30 น.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาที่ จ.เชียงราย เพื่อรับฟังความคืบหน้าของคดีเพิ่มเติมด้วยตนเอง ก่อนที่จะมีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนบวกจีน ที่ จ.เชียงรายในวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2554 และมีรายงานข่าวว่า จะมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเพิ่มขึ้นอีกเป็นชุดที่ 2  ในเร็ววันนี้ ด้วย

รายชื่อผู้ต้องหาที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารจากกองกำลังผาเมือง ทั้ง 9 คน ดังนี้

1.พ.ต.เชิดพงศ์                       ช่วยบำรุง               จนท.ฝ่ายการข่าว กองกำลังผาเมือง

2.ร.ท.อนุสรณ์                        สอนถม                   หน.ชป.ลว.ไกล กองกำลังผาเมือง

3.จ.ส.อ.เฉลิมพล                   อินทร                      ลูกชุด

4.ส.อ.อิทธิศักดิ์                      น้อมถิ่น                   ลูกชุด

5.ส.อ.คณิศร                          ศุขจักร                    ลูกชุด

6.ส.อ.ชัชวาล                         สรรพช่าง                 ลูกชุด

7.ส.อ.ปัจจะ                           คำผัด                      ลูกชุด

8.ส.อ.เพิด                              จันทะ                      ลูกชุด

9.ส.อ.พันธ์ศักดิ์                      เผ่าบ้านฟาง            ลูกชุด

  

30 ต.ค.2554 ข่าวสด

'เหลิม' รุดเชียงราย จี้คดีฆ่า 13 ศพลูกเรือจีน ย้ำผู้ตายไม่เกี่ยวกับยาเสพติด มั่นใจพยานหลักฐานมัดแน่น เตรียมส่งรองผบ.ตร.ภาณุพงศ์ กับผบช.ภาค 5 เดินทางไปจีนแจ้งผลคลี่คลายคดี ขณะที่รองอธิบดีกรมกงสุลจีนพอใจผลงานตำรวจไทยคลี่คลายคดีได้รวดเร็ว พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเยียวยาญาติคนตายด้วย ด้านเสธ.ไก่อู โฆษกทบ. ชี้แจงกองทัพไม่นิ่งนอนใจ ยินดีเปิดเผยข้อมูลตรงไปตรงมา ไม่ซ่อนเร้น ปล่อยให้ ตร.จัดการตามกฎหมาย พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัย

จากกรณีทางการจีนจี้ให้ทางรัฐบาลไทยเร่งคลี่คลายคดีฆ่าโหดกัปตันเรือสินค้าจีน พร้อมลูกเรือรวม 13 ศพ อุกอาจกลางแม่น้ำโขง สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. และพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ กระทั่ง พ.ต.เชิดพงษ์ ช่วยบำรุง เจ้าหน้าที่ฝ่ายการข่าว กองกำลังผาเมือง พร้อมทหารลูกน้องรวม 9 นาย เข้ามอบตัวสู้คดี รับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นศพ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมายังโรงแรมดุสิตไอส์แลนด์รีสอร์ต จ.เชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี และเข้าพบนายโกว เส้า ชวน รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศจีน

ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวภายหลังการหารือว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสนใจคดีนี้อย่างมาก จึงมอบหมายให้ลงมาดูแล ก่อนแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เป็นหัวหน้าคณะ มีพล.ต.อ.ปานศิริเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวน เพื่อเร่งคลี่คลายคดีเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลไทยมีความจริงใจในคดีนี้ต่อรัฐบาลจีน นอกจากนี้ ยังเปิดให้ทางการจีนส่งทีมงานใหญ่ลงพื้นที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อร่วมคลี่คลายคดีด้วย

รองนายกฯ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบล่าสุดทราบว่าผู้เสียชีวิตทั้ง 13 ศพ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเมื่อรวบรวมพยานหลักฐานจากหลายภาคส่วน รวมทั้งผู้พบเห็น ทราบว่าวันเกิดเหตุมีการยิงอาวุธปืนจากฝั่งของไทยด้าน อ.เชียงแสน เข้าไปยังเรือสินค้าของจีน และหลักฐานชัดเจนว่าวิถีกระสุนยิงไปยังเรือ ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมาจึงออกหมายเรียก 2 นายทหารสัญญาบัตร และ 7 ทหารชั้นประทวน รวมทั้งหมด 9 นายมารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและยักย้ายทำลายศพ ทหารทั้ง 9 นายให้การปฏิเสธ

"ยืนยันว่าการดำเนินการของตำรวจมีพยานและหลักฐานมัดแน่นในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ถึงออกหมายเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหา ถือว่าเรื่องนี้เป็นการกระทำของส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับทหาร คนทำผิดก็ต้องรับโทษเฉพาะตัว การดำเนินการต่อจากนี้จะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม โดยให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ และ พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภาค 5 เดินทางไปยังประเทศจีน เพื่อไปแจ้งความคืบหน้าให้ทางการจีนรับทราบด้วย" ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว

ด้านนายโกว เส้า ชวน กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ติดตามคดี และมีความคืบหน้าอย่างรวดเร็ว รวมทั้งมีความกระจ่างชัด ในส่วนของศพทั้งหมดเก็บไว้ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และผ่านการชันสูตรพลิกศพไปแล้ว จะจัดพิธีเผาในประเทศไทย ขณะเดียวกันขอให้รัฐบาลไทยช่วยเยียวยาญาติคนตายด้วย เพราะเชื่อว่าจะมีญาติคนตายออกมาเรียกร้องค่าเสียหายอย่างแน่นอน ส่วนของทางการจีนจะคอยติดตามการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

วันเดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงคดีดังกล่าวว่า ในฐานะที่กองทัพบกเป็นหน่วยที่รับผิดชอบกองกำลังผาเมือง ไม่ได้นิ่งนอนใจกับข่าวที่เกิดขึ้น ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และยินดีที่จะเปิดเผยข้อมูลที่มีอยู่ ไม่ต้องการที่จะปิดบังเรื่องราวต่างๆ ซึ่งกำลังพลของกองกำลังผาเมืองคือชุดปฏิบัติการพิเศษของหมวดลาดตระเวนระยะไกล ขณะนี้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากตำรวจ ขณะที่กองกำลังผาเมือง กองทัพภาคที่ 3 ที่เป็นต้นสังกัด เรียกตัวกลับมาอยู่ในการควบคุมของหน่วยเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะรับการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่

พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งกองทัพบก กองกำลังผาเมือง และเจ้าหน้าที่ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 9 คน พร้อมที่จะรับการตรวจสอบทั้งทางกฎหมายอาญา และวินัยของ กองทัพ โดยกองทัพภาคที่ 3 ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด ประกอบด้วย ชุดแรก คือ พล.ต. สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 และมีคณะกรรมการอีก 5 คน ส่วนอีกชุดหนึ่งคือ พล.ต. ปรีชา จันทร์โอชา รองแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะกรรมการอีก 4 คน เพื่อมาสอบสวนเรื่องนี้ควบคู่กับกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาของตำรวจ กองทัพให้ความสำคัญกับเรื่องนี้โดยที่ไม่ได้ปล่อยปละละเลย

โฆษกกองทัพบกกล่าวต่อว่า ส่วนคดีอาญาทางตำรวจก็ต้องว่าไปตามขั้นตอน ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. มอบหมายให้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสธ.ทบ. พบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับชี้แจงว่ากองทัพยินดีพร้อมที่จะสนับสนุนทุกกรณี และพร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการซ่อนเร้น ถูกผิดว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม และพยานหลักฐานที่มีขึ้น

"สังคมอย่าเพิ่งพิพากษา และตัดสินตามข้อมูลข่าวสารที่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของชุดปฏิบัติการพิเศษหมวดลาดตระเวนระยะไกลเป็นผู้ที่กระทำผิด รอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวน การยุติธรรม และเท่าที่กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 3 กองกำลังผาเมืองของชุดปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการปฏิบัติภารกิจตามภาระหน้าที่ในเรื่องป้องกันยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทำตามอำนาจหน้าที่ ส่วนรายละเอียดคงไม่สามารถเปิดเผยได้ เรื่องทุกอย่างเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ขอให้ทุกอย่างว่าไปตามกระบวนการยุติธรรมควบคุมกันไป กำลังพลทั้ง 9 คนพร้อมที่จะตรวจสอบในทุกกรณี" พ.อ.สรรเสริญกล่าว

 


ปักกิ่ง 30 ต.ค.- นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่า ของจีน โทรศัพท์ถึงนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ของไทยแสดงความเห็นใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม และประกาศจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม

เว็บไซต์สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเวิน กล่าวว่า จีนติดตามสถานการณ์ในไทยอย่างใกล้ชิด รัฐบาลและประชาชนจีนรู้สึกเห็นใจในความเดือดร้อนของคนไทย เขาเชื่อว่าคนไทยภายใต้การนำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะสามารถเอาชนะภัยพิบัติ ครั้งนี้และฟื้นฟูประเทศได้ ไทยและจีนให้การสนับสนุนและช่วยเหลือกันมายาวนาน คำว่า “ไทย-จีนพี่น้องกัน” หยั่งลึกอยู่ในหัวใจของทั้งสองฝ่าย ขอให้ทั้งสองประเทศร่วมมือกันต่อไปเพื่อเผชิญกับความท้าทายร่วมกัน ปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีจีนยังกล่าวถึงเหตุลูกเรือจีน 13 คน บนเรือ 2 ลำ ถูกสังหารในแม่น้ำโขงเมื่อต้นเดือนนี้ด้วยว่า ขอให้รัฐบาลไทยเร่งสอบสวนและนำตัวอาชญากรมาลงโทษตามกฎหมาย รวมทั้งขอให้ตั้งกลไกการรักษาความปลอดภัยและบังคับใช้กฎหมายร่วมกันระหว่าง จีน ไทย ลาว และพม่า เพื่อดูแลการเดินเรือในแม่น้ำโขง.

 

4 ชาติลุ่มน้ำโขง บรรลุข้อตกลงเสริมสร้างความปลอดภัยแม่น้ำโขง หลัง เหตุสังหารโหดลูกเรือสินค้าจีน 13 ศพ


กระทรวงสันติบาลแห่งชาติของจีน ออกแถลงการณ์ ภายหลังการหารือร่วมกัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ กรุงปักกิ่ง ว่า เจ้าหน้าที่จากจีน พม่า ลาว และ ไทย ได้ให้คำมั่นร่วมกันว่า จะส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายสำหรับพื้นที่ตามเส้นทางแม่น้ำโขง

ตามแถลงการณ์ ระบุด้วยว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดและอาวุธ ผ่านเส้นทางแม่น้ำโขง เป็นจำนวนมาก รวมถึง การก่ออาชญากรรม เช่น การหักหลังกันเองในวงการธุรกิจมืด , การปล้นอาวุธ รวมถึง การขนส่งสินค้าที่เป็น "สิ่งอันตราย" ซึ่งจำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฏหมายจากการรร่วมมือกัน เพื่อหามาตราการรับมือ

ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้น หลังเกิดเหตุสังหารโหดกัปตัน และ ลูกเรือสินค้าชาวจีน 2 ลำ รวม 13 ศพ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ใกล้กับสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ภายหลังจึงสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 9 คน

ขณะที่ ตัวแทนจาก ทั้ง 4 ประเทศ ได้ตกลงว่า จะเสริมสร้างมาตราการความร่วมมือในการสอบสวน เพื่อหาผู้กระทำความผิดมารับโทษโดยเร็ว

4 ประเทศลุ่มน้ำโขง 'จีน-ไทย-ลาว-พม่า' ได้ข้อสรุปสนธิ กำลัง 4 ชาติลาดตระเวนตลอดลำน้ำโขงป้องกันเหตุร้าย และร่วมมือกันสอบสวนคดี 13 ศพด้วย 'เฉลิม'ขึ้นเชียงรายตามคดีฆ่าลูกเรือ ชี้เป็นเรื่องส่วนบุคคลของทหาร 9 นาย ไม่เกี่ยวกับสถาบัน ให้ 'ภาณุพงศ์'ประสานผบ.ทบ. และแม่ทัพภาคที่ 3 ดำเนินการผู้เกี่ยวข้อง เผยจีนไม่ติดใจเรื่องค่าชดเชย ต้องการเพียงหาผู้ลงมืออย่างโหดเหี้ยมเท่านั้น พบข้อมูลโยงแก๊ง 'ไทยใหญ่' ของ 'จาย หน่อคำ' กองกำลังติดอาวุธ เก็บค่าคุ้มครอง และค้ายาใกล้สามเหลี่ยมทองคำ

ความคืบหน้าเหตุฆ่าหมู่ลูกเรือจีน 13 ศพ กลางแม่น้ำโขง จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมครม. ถึงความคืบหน้าที่รัฐบาลจีนเรียกร้องให้ดำเนินการกับทหาร 9 นาย ที่เกี่ยวข้องกับคดีสังหารลูกเรือจีนซึ่งมีรายงานข่าวว่าคดีดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติด ว่า ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ จะเดินทางไปจ.เชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์ ขณะนี้เรารวบรวมพยานหลักฐานเรียบร้อยและมีความแน่นหนา มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง 9 คน ยืนยันว่าเราทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างระเทศ

เมื่อถามถึงชายชุดดำที่มากับเรือสินค้า ซึ่งหลบหนีไปขึ้นฝั่งประเทศลาวนั้น มีความคืบหน้าอย่างไรว่าเป็นใคร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าทราบแล้วแต่ขอเวลาให้ตรวจสอบในสุดสัปดาห์ก่อนและจะชัดเจนขึ้น

เมื่อถามว่าจะสรุปคดีนี้ได้เมื่อไหร่ รองนายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ก็ค่อนข้างสรุปได้แล้ว และตนลงไปกำกับด้วย มีพยานยืนยันว่าเป็นเรื่องบุคคลไม่เกี่ยวกับสถาบันทหาร ซึ่งทางผู้บังคับบัญชาของเขาก็ให้ความร่วมมืออย่างดี และมอบหมายให้พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธนา ซึ่งมีความใกล้ชิดกับผบ.ทบ. แม่ทัพภาคที่ 3 ให้ไปประ สานเรื่องนี้และได้รับความร่วมมืออย่างดี ซึ่งกอง ทัพภาค 3 และกองกำลังผาเมืองก็ช่วย แต่มีเด็กซนอยู่ ดังนั้นเมื่อลงไปตรวจสอบจึงจะรู้ว่าบกพร่องผิดพลาดหรือตั้งใจและจะได้ความชัดเจน

"ยืนยันว่ารัฐบาลจะทำอย่างตรงไปตรงมาแน่ นอน ถ้ารัฐบาลหรือผมบิดเบี้ยวประเทศชาติจะเสียหายยิ่งกว่าคดีซาอุฯหลายร้อยล้านเท่า ส่วนค่าชดเชยทางจีนเขาไม่ติดใจ แต่ติดใจที่การฆ่าครั้งนี้มันโหดร้ายทารุณมาก" รองนายกฯ กล่าว

วันเดียวกันสำนักข่าวซินหัว ประเทศจีน ราย งานว่า จากการหารือร่วมระหว่างประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง 4 ประเทศ ได้แก่ จีน ไทย ลาว และพม่า เพื่อหาแนวทางความร่วมมือกำกับดูแลความปลอดภัยการเดินเรือในลำน้ำโขง หลังเกิดเหตุลูกเรือชาวจีนถูกสังหารไป 13 ราย เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่ผ่านมานั้น ผลสรุปออกมาว่า ทั้ง 4 ประเทศจะร่วมมือกันบังคับใช้กฎหมายในแม่น้ำโขง

นายเมิ่ง เจี้ยนจู รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน กล่าวภายหลังการหารือกับผู้แทนรัฐบาลอีก 3 ประเทศ ได้แก่ พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีไทย พล.ท.ดวง ใจ พิจิต รมว.กลาโหมลาว และพล.ท.โกโก รมว.มหาดไทยพม่าว่า เจ้าหน้าที่จากทั้ง 4 ชาติ จะร่วมกันลาดตระเวนบริเวณลำน้ำโขงและแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองระหว่างกัน

ในคำแถลงการณ์ร่วม มีเนื้อหาระบุว่าการลักลอบขนยาเสพติดและอาวุธผิดกฎหมาย ดำเนิน การกันผ่านแม่น้ำโขงมานานนับปี นอกจากนี้ยังมีกรณีข่มขู่ ขูดรีด และใช้กำลังจี้ปล้น เกิดขึ้นหลายครั้ง จึงเห็นควรให้ร่วมกันบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็งเพื่อทำลายกลุ่มนอกกฎหมายในพื้นที่ มติครั้งนี้รวมไปถึงความร่วมมือกันสืบสวนเพื่อเปิดเผยความจริงเบื้องหลังคดีสังหารลูกเรือจีนทั้ง 13 ราย ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ รวมไปถึงกำลังพลถ้าจำเป็น

ด้านนายซ่ง ชิงหรัน นักวิจัยด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของจีน กล่าวว่าความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการทำลายกำแพงเดิมๆ ด้านกรอบความสัมพันธ์ของประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพลเรือนที่สัญจรบนแม่น้ำโขงอีกครั้ง และจะเป็นการช่วยในเรื่องของระบบเศรษฐกิจระหว่างจีน กับประเทศต่างๆ บนลุ่มน้ำโขง ด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า จากแหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงหลายฝ่ายระบุตรงกันว่า พื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงเขตสามเหลี่ยมทองคำไทย-สปป.ลาว-พม่า ใกล้จุดเกิดเหตุฆ่าหมู่ เป็นเขตอิทธิพลของกลุ่มนายจาย หน่อคำ ซึ่งเป็นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธชาวไทยใหญ่ มีพฤติกรรมเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือสินค้าและค้ายาเสพติดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีเรือสินค้าจีนถูกปล้นหรือยิงทำร้ายซึ่งหลายครั้ง หลายฝ่ายต่างเพ่งเล็งไปที่กลุ่มนี้เป็นสำคัญ แม้แต่ในการประชุมคณะกรรมการประ สานงานชายแดนไทย-พม่า ระดับท้องถิ่นหรือทีบีซี ที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ตรงข้าม อ.แม่ สาย ทาง พ.ต.หล้าเมียวอู รอง ผบ.กองพันเคลื่อน ที่เร็วที่ 526 เป็นประธานฝ่ายพม่าได้เสนอให้ฝ่ายไทยช่วยติดตามจับกุมเครือข่ายกลุ่มนี้ด้วย เพราะพม่าถือว่าเป็นภัยต่อประเทศพม่าเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังเกิดเหตุลูกเรือจีนถูกฆ่าหมู่และทางการไทยยึดของกลางยาบ้าได้ 920,000 เม็ด ทางกองกำลังผาเมืองคาดการณ์ว่าอาจเป็นฝีมือของกลุ่มนายจาย หน่อคำด้วย ทั้งนี้นายจาย หน่อคำ มีเครือข่ายในฝั่งไทยหลายคนหนึ่งในนั้นคือ นาย น. ซึ่งกำลังหลบหนีการตรวจสอบ และมีความสัมพันธ์รู้จักกับข้าราชการระดับสูงบางคน

ที่ผ่านมาทหารพม่าเข้าปราบปรามกลุ่มนี้และทำลายแพที่พักกลางแม่น้ำโขงของกลุ่มนายจาย หน่อคำ เหนือสามเหลี่ยมทองคำไปแล้ว แต่คาดการณ์กันว่ากลุ่มนี้ยังมีกำลัง 20-30 คน ใช้เรือเร็วเป็นพาหนะ เก็บค่าผ่านทางยาบ้าจากกลุ่มค้ายาบ้าเม็ดละ 3 บาท ค่าผ่านเรือสินค้าครั้งละ 3,000-4,000 บาทเป็นอย่างต่ำ เคลื่อนไหวอยู่แถบเมืองเชียงกกหรือป่าเลียว-เชียงลาบ เรื่อยมาจนถึงเกาะสีดอนเรือง เหนือสามเหลี่ยมทองคำขึ้นไปเล็กน้อย โดยอาศัยป่าเขาที่อำนาจรัฐของทั้งสองประเทศเข้าไปไม่ถึง

2 พ.ย.2554

สั่งให้ทำคดีตรงไปตรงมา เพราะใหญ่ระดับประเทศ ถ้าบิดเบี้ยวไทยเสียหายแน่ ส่วนคนร้ายที่หนีเข้าลาวรู้แล้วเป็นใคร

ที่ทำเนียบรัฐบาล  เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดียิงลูกเรือจีนเสียชีวิต13ศพในแม่น้ำโขง ว่า  ตนเดินทางไปที่จ.เชียงราย ทราบว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง 9 คน และต้องทำเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา เพราะเป็นเรื่องใหญ่ เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ  ส่วนที่มีข่าวชายชุดดำที่หลบหนีไปในประเทศลาวนั้น ทราบแล้วว่าเป็นใคร ขอเวลาภายในสัปดาห์นี้จะชัดเจน ขณะนี้สามารถสรุปคดีได้แล้ว เพราะมีพยานหลักฐานหมด และตนลงไปกำกับด้วยตัวเอง

ส่วนจะเป็นพวกนอกแถวหรือในแถวสัปดาห์นี้คงทราบ แต่เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่เกี่ยวกับสถาบัน ทางผู้บังคับบัญชาเขาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.ดูแลเรื่องนี้ เพราะมีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และพล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี กองกำลังผาเมืองก็ให้ความช่วยเหลือในเรื่องนี้
“แต่อาจจะ มีเด็กซนๆ สัปดาห์นี้จะรู้ว่าบกพร่อง ผิดพลาด หรือตั้งใจ แต่เมื่อเหตุเกิดรัฐบาลต้องทำตรงไปตรงมา ผมไปตรวจที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง และบอกตำรวจว่าควรจะสอบแบบไหน แนวคิด แนวทางเป็นอย่างไร ที่สำคัญที่สุดคือต้องตรงไปตรงมา  งานนี้ถ้ารัฐบาลบิดเบี้ยว ผมบิดเบี้ยว ประเทศชาติเสียหายแน่นอน ส่วนเรื่องค่าชดเชย ทางจีนไม่ติดใจ เขาติดใจเพียงว่าการฆ่าครั้งนี้มันโหดร้ายทารุณ ในความรู้สึกของผมก็รู้สึกว่ามันโหดร้ายและรุนแรงมาก ทั้งการจับใส่กุญแจมือ เอาผ้าผูกตา มัดแขน เข้าเรียกว่าแผนประทุษกรรมคนร้ายรุนแรงและโหดร้าย”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว.

3 พ.ย.2554 เดลินิวส์

ผบ.ทบ. วอนขอความเป็นธรรมให้ 9 ทหาร กกล.ผาเมือง พัวพันคดีฆ่า 13 ลูกเรือจีน  ยัน ไม่ใช่เข้ามอบตัว แต่สั่งให้พบ ตร.แสดงความบริสุทธิ์ใจ

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา ผบ.ทบ.กล่าวถึงกรณีที่ 9 ทหารจากกองกำลังผาเมืองเข้ามอบตัวต่อกับตำรวจหลังมีข่าวเข้าไปพัวพันการสังหารลูกเรือจีน 13 ศพ ที่ จ.เชียงราย ว่า ยังไม่ใช่การมอบตัว จากข้อมูลพบว่าตรงนั้นมีกลุ่มขบวนการอื่นอยู่ด้วยหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายซับหลายซ้อน และมีเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนและหลัง หากพูดตอนนี้ยังไม่เหมาะสม และขอความเป็นธรรมกับทหารทั้ง 9 คน ส่วนการที่เขาไปพบพนักงานสอบสวน เนื่องจากมีตรงนี้ออกมา จึงสั่งการไปยังกองทัพภาคที่ 3 ให้พาทั้ง 9 คนไปแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่เป็นการไปมอบตัว เพราะยังไม่มีความผิด  ตอนนี้อยู่ในที่ควบคุมทางทหาร จากนี้ไปก็จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวน และคงจะได้ข้อเท็จจริงออกมา ยืนยันว่าทหารทุกคนพยายามทำหน้าที่ อาจมีสาเหตุ ข้อติดขัดบางอย่างเกิดขึ้น จึงต้องรอให้เขาชี้แจงออกมา

“ลูกน้องผมในกองทัพ ก็ดีๆ เกินกว่า 90 % อย่าเพิ่งไปตำหนิเขาเลยว่าทำความผิด ไปฆ่าคนนั้นคนนี้  ผมว่าไม่ง่ายหรอกเรื่องการฆ่าคน แม้ผู้บังคับบัญชาจะสั่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ผ่านมามาทหารไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ไม่ใช่เห็นคนแล้วไปยิงหรือ ฆ่าเขาตาย ถ้าไม่ได้รบกันมันลำบาก ตราบใดที่มีการใช้กำลัง ก็ต้องมีการสู้กัน มีการปฏิบัติการทางทหาร ถึงได้ใช้อาวุธ  เมื่อมีการใช้อาวุธ ก็มีการบาดเจ็บ มีความสูญเสีย ล้มตายเป็นเรื่องธรรมดา ผมอยากขอกำลังใจทหารหน่อย ถ้ามีอะไรไม่ดี ก็ให้โอกาสทหารได้ชี้แจงไป ไปพาดหัวไทยว่า 9 ทหารมอบตัวแล้วฆ่าลูกเรือจีน 13 ศพ ทั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินหรือสอบสวนเลย “พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เกือบจะโกโซบิ๊ก

ชกไม่มีมุม
วงค์ ตาวัน

กล่าวกันว่า ถ้าตำรวจไทยไม่สามารถคลายคดียิงลูกเรือชาวจีน 13 ศพทิ้งน้ำโขงที่เชียงแสนได้

เรื่องราวก็อาจบานปลายกลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ระดับชาติ

โกโซบิ๊ก ไม่แพ้ตำนานเลือดซาอุฯ เลยทีเดียว!?!

ทั้งนี้เพราะเรือจีนลำนี้ เข้ามาส่งสินค้าในไทยโดยไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย

แต่ถูกยิงยกลำเรือในน่านน้ำไทย แล้วมียาบ้านับล้านเม็ดโผล่บนเรือ

เท่ากับคนของเขาตายหมู่ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยว ข้องกับการค้ายาเลย!

เป็นอันว่านายกฯ หญิงยิ่งลักษณ์ตัดสินใจได้ดี ที่มอบให้รองนายกฯ เฉลิม อยู่บำรุง ผบ.ตร.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เร่งจับกุมไม่ต้องเกรงใจใคร

รองผบ.ตร.มือสืบสวน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา นำทีมลงไปลุยคดีเอง พร้อมด้วยพล.ต.ต. สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภาค 5 คนใหม่

รองผบ.ตร.มือสอบสวน พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ไปคุมการรวบรวมพยานหลักฐานเอง

จึงทำให้ทหาร 9 นายตกเป็นผู้ต้องหา และผู้บังคับบัญชาก็ร่วมมืออย่างดี จัดส่งมามอบตัวสู้คดี

แต่ผู้ต้องหานำทีมโดยนายทหารยศพันตรี ก็ไม่ให้ปากคำใดๆ

จึงเป็นเรื่องท้าทายกระบวนการของตำรวจ จะแน่นหนาส่งฟ้องขึ้นศาลได้หรือไม่!?

ในชั้นต้น ฝ่ายตำรวจจีนซึ่งมาหาข้อเท็จจริงเอง ก็พึงพอใจในระดับหนึ่ง

เพราะการที่ตำรวจกล้าดำเนินคดีกับผู้ต้องหาระดับนี้ ก็แสดงความเข้มแข็งให้ปรากฏ

กระนั้นก็ตาม นายกรัฐมนตรีจีนเพิ่งเอ่ยปากขอให้เร่งรัดดำเนินคดีเพื่อลงโทษตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

หมายความว่าคดีจะต้องไปถึงชั้นศาลให้ได้

แต่ถ้า 3 พล.ต.อ.ลงมาจี้คดีขนาดนี้ ส่งฟ้องไม่ได้ ก็ต้องยุบทิ้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว

เบื้องหลังเหตุสยดสยองครั้งนี้ ตำรวจพอจะรู้ว่า มาจากเจ้าพ่อยาบ้าย่านสามเหลี่ยมทองคำ

บุกจี้บังคับเรือสินค้าจีนลำนี้เพื่อซุกซ่อนยาเข้าไทย

พร้อมกับส่งข่าวสารให้กับเจ้าหน้าที่ไทยหน่วยหนึ่งเพื่อจับกุม โดยมีข้อแลกเปลี่ยน

ให้จับกุมแล้วยึดยาส่วนหนึ่งไปเป็นผลงาน

แต่น่าเชื่อว่ายาบ้าอีกส่วนซึ่งเยอะกว่า มีการขนย้ายออกไปก่อน

เป็นบทเรียน  การอยากได้ผลงานที่ไม่คุ้มค่า !

5 พ.ย.2554

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา ว่าที่ผบช.ภาค 5 ประชุมมอบนโยบายให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.สุเทพ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีฆ่า 13 ศพกัปตันและลูกเรือสินค้าของประเทศจีน กลางแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่มีทหารกองกำลังผาเมือง 9 นาย ตกเป็นผู้ต้องหาว่า จากการเดินทางไปร่วมประชุมกับตำรวจจีนที่ประเทศจีน ทราบว่าทางการจีนพอใจการทำงานของตำรวจไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่าทางการจีนกำชับอะไรมาเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.ต.สุเทพ กล่าวว่า ทางจีนบอกว่าหากมีส่วนใดที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ไทยทำไม่ได้ ทางจีนยินดีจัดหาให้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตำรวจไทยมีภาพกล้องวิดีโอเป็นหลักฐานเด็ดที่ตำรวจท้องที่บันทึกภาพเรือ และพบมีกลุ่มคนอยู่บนเรือ ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ขณะที่ทางจีนก็มีภาพวิดีโอเช่นกัน และส่งให้ตำรวจไทย หลักฐานภาพวิดีโอระบุชัดเจนว่ากลุ่มคนที่อยู่บนเรือเป็นใคร

"คดีนี้ดูจะเป็นคดีใหญ่เกี่ยวกับความมั่นคงระดับประเทศ ยิ่งกว่าคดีเพชรซาอุฯ ด้วยซ้ำ รัฐบาลจีนไม่พอใจที่คนของเขาถูกฆ่าตาย แล้วยังมีกระแสข่าวเรื่องเงินบนเรือหายไปอีก คดีนี้จีนเฝ้าติด ตามดูการทำงานของเราตลอด เป็นคดีละเอียดอ่อน ต้องให้รอบคอบและชัดเจน" ว่าที่ผบช.ภาค 5 กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนบช.ภาค 5 นำหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวิดีโอที่ฝ่ายสืบสวน สภ.เชียงแสน บันทึกภาพไว้ ขณะที่เรือสินค้าจีนวิ่งเข้ามายังฝั่งไทย และพบว่าบนเรือมีเจ้าหน้าที่รัฐหน่วยหนึ่งของไทยอยู่บนเรือด้วย ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญหนึ่งที่ยืนยันตัวบุคคลที่อยู่บนเรือสินค้าจีน

ข่าวแจ้งอีกว่า นอกจากนี้ ชุดคลี่คลายคดียังตรวจสอบพบว่า เหตุเกิดช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. แต่กว่าที่พนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน จะได้ขึ้นไปตรวจสอบบนเรือก็ล่วงเลยไปถึงเวลาประมาณ 14.00 น. เนื่องจากเจ้าหน้าที่หน่วยดังกล่าวไม่ยอมให้ขึ้นเรือ จนทางหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) มาประสาน ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ขึ้นไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และพบร่องรอยกระสุนปืนตามจุดต่างๆ บนเรือ อีกทั้งทราบต่อมาว่า จำนวน 13 ศพชาวจีนนั้น มีสายลับชาวจีนที่คอยส่งข่าว และให้ข้อมูลเบาะแสยาเสพติดกับหน่วยงานรัฐของไทย ถูกฆ่าตายรวมอยู่ด้วย

 

 

 

 

 


 

« Back