ี่คดีฆ่า ร.ต.อ.ล่อซื้อยาบ้า (1)

"ล่อซื้อยาบ้า"

สงครามยาเสพติดยืดเยื้อมานานหลายปี และไม่มีวันหมดสิ้น เป็นนโยบายปราบปรามระดับชาติ แหล่งผลิตอยู่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านของเรานี่เอง ข่าวคราวปัจจุบัน มักไม่ค่อยพบแหล่งผลิตในประเทศไทย   เหมือนสมัยที่ยาเสพติดประเภทเฮโรอินระบาดหนัก และยาบ้า หรือยาม้ายังไม่เข้ามาทดแทน การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่มีวันจบสิ้น ไม่พบว่าสถิติยาบ้าลดจำนวนลงเลย มีแต่เพิ่มสูงขึ้น  ปัจจัยสนับสนุนการกระทำผิดมีมากมาย จากปัญหาเศรษฐกิจ ความยากจน ตกงาน บุคคลพ้นโทษ รวมทั้งผู้ติดยาเสพติดหันมาเป็นผู้จำหน่ายเสียเอง การค้ายาเสพติดไม่ต้องลงทุนอะไร รับของมา ขาย คืนทุนไป กำไรเสพ กำไรใช้มากมายมหาศาล เราเสียนายตำรวจในการล่อซื้อจับกุม การขยายผลทางคดีมาแล้วมากมาย โทษคดียาเสพติดอัตราสูง คนร้ายไม่ต้องการติดคุก ยอมตายดีกว่า เพราะฉะนั้น ไหน ๆ ก็จะต้องตาย ก็ขอต่อสู้เจ้าพนักงาน เพราะถึงอย่างไรก็ตายเช่นกัน คนร้ายจึงมีอาวุธปืนติดตัวเสมอ ปืนหลายกระบอก มีประสิทธิภาพดีกว่าเจ้าหน้าที่เสียอีก  ตราบใด ที่เรายังแก้ปัญหากันที่ปลายเหตุ ด้วยการปราบปรามจับกุม รณรงค์ ก็แค่นั้น ยาเสพติดไม่หมดไปแน่ มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ตามความเจริญ และจำนวนประชากร หนทางเดียวที่จะหยุดได้ จะต้องทำลายล้างแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะถือว่าเป็นสงครามทำลายประชาชนของประเทศไทยเรา

 

 

รวบแล้ว 2 พี่น้องแก๊งค้ายาบ้ามือยิง ร.ต.อ.สืบสวนเมืองกาญจน์เสียชีวิต ตร.ตามจับได้ในวันเดียวกัน รายแรกเป็นน้องชายถูกจับหลังจากหลบซ่อนตัวอยู่แถวจุดทิ้งรถของกลาง ในสภาพถูกยิงขาทะลุ หลังจากนั้นไม่นาน ญาติก็พาตัวพี่ชายซึ่งเป็นคนลั่นกระสุน เข้ามอบตัวกับตร. เพราะกลัวถูกวิสามัญฆาตกรรม ทั้งคู่ให้การหมดเปลือก ถึงนาทีฆ่าผู้กองหนุ่ม ตร.นำตัวไปทำแผนประกอบ คำรับสารภาพทันที "จุมพล มั่นหมาย" เดินทางรดน้ำศพ เลื่อนชั้นยศ 7 ชั้นให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์รายนี้

จากกรณีคนร้ายแก๊งค้ายาบ้าเมืองกาญจน์ ก่อเหตุสะเทือนขวัญใช้อาวุธปืนจ่อยิงร.ต.อ.กร เดชธนสถิรนันท์ รอง สว.สส.ศสส.บก.ตร. กาญจนบุรี เสียชีวิตขณะกำลังล่อซื้อยาบ้าบนถนนสายเนินสวรรค์-บ่อพลอย หมู่ 6 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี ในวันต่อต้านยาเสพติดโลก ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากร.ต.อ.กร จะสละชีพเพื่อหน้าที่แล้ว ยังมีสายตำรวจคือนายอำนาจ ภิญโญ อายุ 39 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย เหตุเกิดในตอนเย็นวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุพล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ตร. ภ.จ.กาญจนบุรี นำกำลังออกไล่ล่าคนร้ายเป็นการด่วน ตามที่เสนอไปนั้น

 



ความคืบหน้าเรื่องนี้ เริ่มเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การไล่ล่าคนร้ายยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อค่ำวันที่ 26 มิ.ย. พล.ต.ต. เรวัช ได้รับรายงานจากพ.ต.อ.วิเชียร แช่มช้าง ผกก.สภ.บ่อพลอย และพ.ต.อ.ฐานันดร์ นาคขำพันธ์ ผกก.สภ.พนมทวน ว่า พบรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บบ 734 กาญจนบุรี ซึ่งเป็นรถยนต์ของคนร้าย จอดทิ้งไว้บนเส้นทางสายหนองโรง-บ่อพลอย หมู่ 6 บ้านทัพพระยา ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี โดยคนร้ายนำไปซุกไว้ใต้กอไผ่ ภายในหมู่บ้านทัพพระยา พล.ต.ต.เรวัช จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบว่าบริเวณด้านหน้ารถมีคราบเลือดติดอยู่ จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน และในเวลาไล่เลี่ยกัน พ.ต.อ.วิเชียร แช่มช้าง ผกก.สภ.บ่อพลอย ได้นำกำลังเข้าล้อมจับกุมนายยุทธนา หรือ "โย" สืบเกลี้ยง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 6 ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี คนร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในละแวกจุดทิ้งรถเอาไว้ได้ ในสภาพถูกยิงเข้าที่โคนขาขวา 1 นัด จากการยิงปะทะกับร.ต.อ.กร เจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลก่อนนำตัวไปสอบปากคำ

จากการสอบสวนนายยุทธนาให้การเบื้องต้น ว่า ได้ร่วมกับนายกฤษณะ หรือ "จ๊อด" สืบเกลี้ยง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 129/1 หมู่17 ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพี่ชาย พาร.ต.อ.กรพร้อมสายไปเอายาบ้าเพิ่ม แต่พอรู้ว่าเป็นตำรวจพี่ชายจึงตัดสินใจขับรถเปลี่ยนเส้นทาง ทำให้ร.ต.อ.กร สั่งให้รถหยุดบริเวณจุดเกิดเหตุ ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุมและเกิดการแย่งปืนกัน พี่ชายจึงใช้ปืนขนาด .38 ซูเปอร์ กระหน่ำยิงใส่ ร.ต.อ.กร เสียชีวิต และถูกนายอำนาจ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนีจนกระทั่งถูกจับกุม

 


เวลา 00.30 น. วันที่ 27 มิ.ย. ญาติได้นำตัวนายกฤษณะ เข้ามอบตัวกับพล.ต.ต.เรวัช พร้อมอาวุธปืนขนาด .38 ซูเปอร์ แม็กกาซีน 2 อัน และกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวมาสอบสวนพร้อมกับนายยุทธนา และนายธีระวุฒิ หรือ "บิ๊ก" เหล่าทรัพย์ อายุ 20 ปี เพื่อนร่วมแก๊งที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้

โดยเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหานายกฤษณะ กับนายยุทธนา ฐานร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสา ธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควร ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่โดยใช้กำลัง ประ ทุษร้าย และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้า)โดยผิดกฎหมายและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า ) ไว้ในความ ครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนนายธีระวุฒิ ถูกตั้งข้อหาร่วมกันค้ายาบ้า

 

 

ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ควบคุมตัวนายยุทธนาและนายกฤษณะ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ รวม 5 จุด โดยจุดแรกคือ บริเวณหน้าร้านปั๊มน้ำ มันหลอด สามแยกบ้านหนองสองตอน ข้างถนนสายหนองสองตอน-บ่อพลอย พื้นที่หมู่ 6 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นจุดที่ผู้ต้องหานัดพบกับร.ต.อ.กรและสายข่าว แต่ทั้งสองกลุ่มคลาดกัน และเมื่อเจอกัน ร.ต.อ.กรกับนายอำนาจได้นั่งรถไปกับ 2 พี่น้องมือปืนรายนี้ ส่วนสายข่าวอีกคนขับรถไปกับนายธีรวุฒิ จุดที่สองคือบริเวณคือจุดเปลี่ยนเส้นทางจากถนนสายหลักมาเป็นถนนสายหนองสองตอน-เนินสวรรค์ จากนั้นเดินทางไปจุดที่สาม คือจุดที่มีการยิงกันจนทำให้ร.ต.อ.กรเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งจุดนี้คนร้ายให้การว่า ร.ต.อ.กรเห็นว่าพวกตนเปลี่ยนเส้นทางออกนอกแผนที่วางไว้ ร.ต.อ.กรจึงขอให้คนร้ายหยุดรถ และแสดงตัวเข้าจับกุม โดยโดดล็อกคอนายยุทธนา ทำให้นายกฤษณะชักปืนยิงใส่ร.ต.อ.กรทันที 4 นัด ตอนนั้นนายอำนาจเข้าไปช่วยร.ต.อ.กร นาย กฤษณะจึงหันปืนยิงใส่อีก 3 นัดได้รับบาดเจ็บ จุดที่สี่คือจุดที่คนร้ายนำรถไปซ่อนไว้ที่บ้านทัพพระยา ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี และจุดที่ห้า คือ ป่าละเมาะข้างทางในพื้นที่บ้านทัพพะยาเป็นจุดที่คนร้ายทิ้งปืนที่ก่อเหตุ ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำแผนนานกว่า 3 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

พล.ต.ต.เรวัช กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากการขยายผลจับกุมขบวนการค้ายาบ้า 250,000 เม็ดมาก่อนหน้านี้ แล้วร.ต.อ.กร นำไปขยายผลต่อ แต่เกิดความผิดพลาดจึงถูกยิงในที่สุด ซึ่งกรณีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะให้การช่วยเหลือครอบครัวร.ต.อ.กรอย่างเต็มที่ โดยตนมอบเงินส่วนตัวให้ 100,000 บาท และจะเสนอขอพระ ราชทานชั้นยศในกรณีพิเศษ ซึ่งตามระเบียบจะได้ 7 ชั้นยศเป็นพลตำรวจเอก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศงาน ศพร.ต.อ.กร ญาติได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านพักเลขที่ 139/2 หมู่ 2 บ้านโป่งนก ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.7 เดินทางมารดน้ำศพ ท่ามกลางบรรยา กาศอันเศร้าสลด

สำหรับประวัติของร.ต.อ.กร เกิดวันที่ 24 ม.ค. 2524 เดิมชื่อ "ศุทรา ห่อหอม" ต่อมาเปลี่ยนชื่อและนามสกุล เป็น "กร เดชธนสถิรนันท์" เป็นบุตรของนายประดิษฐ์ ห่อหอม และ นางบุญเทียม ห่อหอม เกิดที่จ.กาญจนบุรี จบการศึกษาชั้นประถม 1 ถึง 4 ที่ ร.ร.บ้านโป่งนก ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากนั้นมาเรียนต่อชั้น ป.5-6 ที่ ร.ร.เทศบาล3(บ้านบ่อ) เขตเทศบาล เมืองกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ต่อจากนั้นเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-4 ที่ร.ร.วิสุทธรังสี และสอบเข้ารร.เตรียมทหารได้ในปี 2541 จาก นั้นแยกเหล่าไปเรียนรร.นายร้อยตำรวจสามพราน รุ่น 57 เมื่อจบออกมาได้ยศร.ต.ต. ตำแหน่ง รองสว.ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จากนั้นย้ายไปเป็น (พงส.สบ.1) สภ.อ.เมืองนครศรีธรรมราช ก่อนได้รับคำสั่งย้ายมารับตำแหน่ง รอง สว.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี

 

 

 

"เราต้องสูญเสียตำรวจมือดีไปอีก 1 นาย ร.ต.อ.กร เป็นตำรวจที่เสียสละ ยอมตายในหน้าที่ ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สินติราษฎร์อย่างเต็มที่ รู้ว่าการล่อซื้อยาบ้าครั้งนี้เสี่ยงอันตราย แต่ก็ทำ และลงมือเองโดยไม่ใช้ลูกน้อง นับว่ากล้าหาญมาก ทั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้พิจารณาเลื่อนชั้นยศ 7 ขั้น และจะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตให้ดีที่สุด"

คือ คำกล่าวไว้อาลัยของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ซึ่งเดินทางมาร่วมงานศพ ร.ต.อ.กร เดชธนสถิรนันท์ รอง สว.กลุ่มงานสืบสวน บก.ภ.จว.กาญจนบุรี ที่ถูกสองพี่น้องแก๊งยาบ้ายิงตายขณะล่อซื้อ

โดยที่มาของเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากการที่ทีมของร.ต.อ.กร จับกุมแก๊งค้ายาบ้ารายใหญ่เอาไว้ได้ จึงขยายผลล่อซื้อเพิ่มเติมจากสองพี่น้องผู้ขาย แต่ระหว่างที่ปลอมตัวเข้าไปปะปนอยู่กับคนร้าย แก๊งยาบ้าเกิดไหวตัวทันจึงชักปืนยิงใส่ร.ต.อ.กรจนเสียชีวิต และยิงสายตำรวจได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย

แต่สุดท้ายโจรสองพี่น้องก็จนมุมตำรวจจนได้ โดยคนน้องถูกลูกปืนของร.ต.อ.กร ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ส่วนพี่ชายนั้น ญาติๆ พาเข้ามอบตัวเพราะกลัวถูกทำวิสามัญฆาตกรรม

 



วงการสีกากีเสียตำรวจน้ำดีไปอีกหนึ่ง!!?

ย้อนไปดูเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังจากที่ตำรวจชุดสืบสวนภ.จว.กาญจนบุรี จับกุมคนร้ายแก๊งค้ายาบ้าเอาไว้ได้ก่อนหน้านี้ ได้ผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายธีระวุฒิ หรือ "บิ๊ก" เหล่าทรัพย์ อายุ 20 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวนหนึ่ง

นายธีระวุฒิให้การซัดทอดว่านำยาบ้าเหล่านี้มาจากสองพี่น้องตระกูล "สืบเกลี้ยง" คือ นายกฤษณะ หรือ "จ๊อด" สืบเกลี้ยง อายุ 25 ปี มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 129/1 หมู่ 17 ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี และ นายยุทธนา หรือ "โย" สืบเกลี้ยง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94 หมู่ 6 ต.บ่อพลอย อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน เป็นเอเยนต์ยาบ้ารายใหญ่อยู่ในย่านเมืองกาญจน์

ภารกิจสำคัญจึงตกอยู่กับร.ต.อ.กร!!

ทันทีที่ได้รับมอบงาน ผู้กองหนุ่มผู้นี้ทำเรื่องขออนุมัติเงินล่อซื้อยาบ้าจำนวน 2 แสนบาท จากพล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรีทันที ซึ่งภารกิจนี้ร.ต.อ.กร ตัดสินใจเข้าเสี่ยงเอง โดยทำงานร่วมกับสายตำรวจ คือ นายอำนาจ ภิญโญ อายุ 39 ปี วางแผนกันว่าจะนำเงินจำนวนนี้ไปล่อซื้อยาบ้าจากคนร้าย แล้วให้ลูกน้องขับรถตามไปห่างๆ เพื่อตลบหลังจับกุม

แผนล่อซื้อยาบ้าจึงเริ่มขึ้น

เย็นวันที่ 26 มิ.ย. สายติดต่อสองพี่น้องแก๊งค้ายาบ้าได้สำเร็จ ทั้งหมดนัดเจอกันที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันหลอด แถวสามแยกบ้านหนองสองตอน อ.เมืองกาญจนบุรี โดยผู้กองกร กับนายอำนาจ นำเงินมาให้คนร้ายตามนัดที่ปั๊มแห่งนี้ หลังจากนั้นคนร้ายได้ให้ผู้กองกร กับนายอำนาจ ขึ้นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บบ 734 กาญจนบุรี ขับมุ่งหน้าไปตามถนนเพื่อส่งมอบของกลาง

แต่ระหว่างนั้นคนร้ายสังเกตรถอีกคันที่ลูกน้องของร.ต.อ.กรขับตามมา จึงเปลี่ยนเส้นทาง จากถนนสายหลักเลี้ยวรถเข้าไปยังถนนสายหนองสองตอน-เนินสวรรค์ ซึ่งเป็นทางเปลี่ยว เมื่อรถแล่นมาถึงริมป่าหมู่ 6 ต.แก่งเสี้ยน ร.ต.อ.กรเห็นว่าผิดแผนที่วางไว้ จึงสั่งหยุดรถพร้อมแสดงตัวเป็นตำรวจเข้าจับกุมทั้งสองคน โดยผู้กองกรพยายามกระโดดล็อกคอนายกฤษณะ แต่ทว่าห้วงนั้นนายกฤษณะซึ่งนึกเอะใจและเตรียมพร้อมอยู่แล้ว จึงชักปืน .38 ซูเปอร์ ยิงใส่ร.ต.อ.กรทันที 4 นัด กระสุนพุ่งเจาะเข้าเป้าอย่างแม่นยำ แรงปะทะทำให้ร่างผู้กองหนุ่มทรุดฮวบลงเดี๋ยวนั้น แต่ก็ยังกัดฟันยิงสวนคนร้ายไปหลายนัด กระสุนถูกเข้าที่โคนขานายยุทธนาเลือดอาบ

จังหวะนั้นนายอำนาจเข้ามาช่วยพยุงร่างร.ต.อ.กร เลยถูกนายกฤษณะยิงใส่อีก 3 นัด กระสุนเจาะเข้าที่หน้าอก ไหล่ซ้ายและใต้รักแร้ได้รับบาดเจ็บไปเช่นกัน ก่อนที่คนร้ายจะขับรถหลบหนี

ทิ้งร่างตำรวจกับสายนอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น

 


หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รีบหามร่างนายอำนาจส่งโรงพยาบาล ส่วนร.ต.อ.กรนอนเสียชีวิตอยู่ตรงนั้น

คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐ์พงษ์ ผบช.ภ.7 ลงมาสั่งการไล่ล่าคนร้ายด้วยตนเอง มอบหมายให้พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ติดตามคนร้ายมาลงโทษให้ได้ ซึ่งในค่ำวันเดียวกัน ตำรวจเมืองกาญจน์ไปพบรถกระบะคนร้ายจอดทิ้งไว้ในป่าไผ่บนเส้นทางสายหนองโรง-บ่อพลอย หมู่ 6 บ้านทัพพระยา ต.หนองโรง อ.พนมทวน เมื่อกระจายกำลังค้นหาจึงไปพบนายยุทธนาซ่อนตัวอยู่ในละแวกใกล้ๆ กัน ในสภาพถูกยิงเข้าที่โคนขาขวาเลือดอาบ จึงนำส่งโรงพยาบาล ก่อนสอบสวน ซึ่งนายยุทธนาให้การรับสารภาพตลอดข้อหา

แต่ก่อนที่ตำรวจจะตามล่าถึงตัวนายกฤษณะ เที่ยงคืนวันเดียวกันนั้นญาติได้พานายกฤษณะเข้ามอบตัวกับผู้การฯ เรวัช พร้อมอาวุธปืนขนาด .38 ซูเปอร์ของกลาง เพราะกลัวถูกทำวิสามัญฆาตกรรมจึงควบคุมตัวไว้

แจ้งข้อหานายกฤษณะ กับนายยุทธนา ฐานร่วมกันฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควร ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติตามหน้าที่โดยใช้กำลัง ประทุษร้าย และร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมายและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนนายธีระวุฒิ ผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้ถูกตั้งข้อหาร่วมกันค้ายาบ้าเช่นกัน

ในตอนสายของวันรุ่งขึ้นตำรวจเมืองกาญจน์คุมตัว 2 พี่น้องยาบ้าไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ เริ่มตั้งแต่จุดนัดเจอ จุดเปลี่ยนรถ จุดยิงปะทะ และจุดที่คนร้ายนำรถไปซ่อนก่อนถูกจับกุม ใช้เวลาทำแผนนานกว่า 3 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น

 

 

การจากไปของร.ต.อ.กรในครั้งนี้ ถึงแม้จะสร้างความเศร้าเสียใจให้กับทุกคนในครอบครัว แต่ทุกคนก็ทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระราชทานพวงมาลาตั้งหน้าศพร.ต.อ.กรอย่างสมเกียรติ โดยมีนายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.กาญจนบุรี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร., พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ถวิล สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.7 และเพื่อนข้าราชการตำรวจ ร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัวร.ต.อ.กรอย่างพร้อมเพรียง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำเรื่องพระราชทานชั้นยศในกรณีพิเศษ 7 ชั้นยศ เป็นพลตำรวจเอก

จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอย่างสมเกียรติ!!

สำหรับประวัติของร.ต.อ.กร เกิดวันที่ 24 ม.ค.2524 เดิมชื่อ "ศุทรา ห่อหอม" ต่อมาเปลี่ยนชื่อและนามสกุล เป็น "กร เดชธนสถิรนันท์" เป็นบุตรของนายประดิษฐ์ ห่อหอม และ นางบุญเทียม ห่อหอม เกิดที่จ.กาญจนบุรี จบการศึกษาชั้นประถม 1 ถึง 4 ที่ร.ร.บ้านโป่งนก ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จากนั้นมาเรียนต่อชั้น ป.5-6 ที่ร.ร.เทศบาล 3 (บ้านบ่อ) เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ต่อจากนั้นเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-4 ที่ร.ร.วิสุทธรังสี และสอบเข้าร.ร.เตรียมทหารได้ในปี 2541 จากนั้นแยกเหล่าไปเรียนร.ร.นายร้อยตำรวจสามพราน รุ่น 57 เมื่อจบออกมาได้ยศ ร.ต.ต. ตำแหน่ง รองสว.ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จากนั้นย้ายไปเป็น (พงส.สบ.1) สภ.อ.เมืองนครศรีธรรมราช ก่อนได้รับคำสั่งย้ายมารับตำแหน่ง รอง สว.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี

ก่อนจะเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญ!!

 

 

เมื่อเวลา 21.00 น.วานนี้ (28 ธ.ค.50 ) ร.ต.ท.อุดม บุญพุฒ ร้อยเวร สน.ร่มเกล้า รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยิงปะทะกับคนร้ายคดียาเสพติด ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 100/139 การเคหะร่มเกล้า โซน 7 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. โดยมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย จึงรุดไปตรวจสอบ
       
       ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านขายของชำ ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น พบโต๊ะเก้าอี้มีร่องรอยของการตั้งวงสุรา ข้าวของกระจัดกระจาย นอกจากนี้ยังพบกองเลือด ปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม.ตกอยู่จำนวนมาก เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ คือ พ.ต.ท.จรูญ บุญมี สว.สป.สน.ร่มเกล้า ถูกยิงเข้าบริเวณหน้าท้อง 1 นัด ท้องน้อย 2 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส นำตัวส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และ ส.ต.อ.ชัยมงคล แหล่งหล้า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า ถูกยิงเข้าที่บริเวณขาได้รับบาดเจ็บ นำตัวส่งโรงพยาบาลนวมินทร์ นอกจากนี้ทราบว่ามีคนร้ายถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างนำส่งรพ.เกษมราษฎร์ สุขาภิบาล 3 คือ นายพิรุณ พันธุ์มะเกียรติ หรือ หรั่ง อายุ 28 ปี และนายนคร พันธุ์มะเกียรติ หรือโต้ง อายุ 24 ปี ทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน
       
       จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. พ.ต.ท.จรูญ พร้อมกำลังตำรวจอีก 4 นาย ได้นำหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าจับกุมนายนคร ในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด เมื่อไปถึงพบนายนครกำลังดื่มสุรากับเพื่อนร่วม 10 คน พ.ต.ท.จรูญ จึงแสดงหมายศาลเพื่อจับกุม ทำให้นายนครเกิดความไม่พอใจ ตรงเข้าแย่งหมายจับ มาฉีกทิ้ง พร้อมกับผลักอก พ.ต.ท.จรูญ ขณะเดียวกันนางวันเพ็ญ น้องสาวของนายนคร ซึ่งอยู่ในวงเหล้า และได้ร่วมผลักอก พ.ต.ท.จรูญ ได้ร้องตะโกนขึ้นมาว่าถูกตำรวจลวนลาม ระหว่างนั้นนายพิรุณซึ่งเป็นพี่ชายนายนคร ได้วิ่งเข้ามาพร้อมชักปืนขนาด 11 มม.ของเพื่อนที่นั่งดื่มเหล้ากันยิงใส่ พ.ต.ท.จรูญ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้ พ.ต.ท.จรูญ ใช้อาวุธยิงสู้จน นายนคร และนายพิรุณ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการของ พ.ต.ท.จรูญ และส.ต.อ.ชัยมงคล ล่าสุดทั้งคู่พ้นขีดอันตรายแล้ว
       
       ต่อมา พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รองผบ.ตร.ฝ่ายสืบสวนปราบปราม ได้เดินทางมาที่ สน.ร่มเกล้า และได้เรียกนายตำรวจระดับสูงเข้าประชุม อาทิ พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น พล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน ผบก.น.3 พ.ต.อ.สุนทร เขมะประภา ผกก.สน.ร่มเกล้า โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
       
       พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจาก พ.ต.ท.จรูญ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมผู้ค้ายาเสพติดตามหมายจับของศาลจังหวัดมีนบุรี ปรากฏว่า นายนครและนายพิรุณ พี่ชายได้ใช้อาวุธปืนยิงตำรวจได้รับบาดเจ็บ จึงถูกตำรวจยิงเสียชีวิตทั้ง 2 คน ทั้งนี้ สำหรับชุมชนดังกล่าวถือเป็นเป้าหมายสำคัญ เพราะมีการแพร่ระบาดของยาเสพติดเป็นจำนวนมาก เนื่องจากชุมชนนี้ได้อพยพมาจากคลองเตย ทำให้มีเครือข่ายค้ายาเสพติดจากคลองเตยเป็นจำนวนมาก ซึ่งตำรวจได้พยายามที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยตนได้สั่งการให้ สน.ร่วมเกล้า ทำการกวดขันจับกุมมาโดยตลอด ซึ่งที่ผ่านมา 1 เดือนสามารถจับกุมผู้เสพได้ถึง 162 ราย จนกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดไม่พอใจ เคียดแค้น มีการข่มขู่ ยิงปืนขึ้นฟ้าหลายครั้ง กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมครั้งนิ้ จึงก่อเหตุยิงตำรวจจนได้รับบาดเจ็บ
       
       พล.ต.ต.อำนวย กล่าวด้วยว่า สำหรับกรณีนี้ พล.ต.อ.วงกต ได้สั่งการให้ประสานกับเจ้าหน้าที่ปปส.เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ของคนร้ายทั้ง 2 คน ซึ่งทราบว่ามีรถยนต์อยู่หลายคัน และทรัพย์สินอื่นๆ ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ซึ่งแม้คนร้ายจะตายไปแล้วแต่ทรัพย์สินที่ได้จากการค้ายาเสพติด ต้องถูกยึดทรัพย์ด้วย ขณะเดียวกันจะดำเนินคดีต่อนางวันเพ็ญ น้องสาวของผู้ตายทั้ง 2 คน ในข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เนื่องจากระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมนางวันเพ็ญได้แย่งหมายจับ พร้อมกับผลักอก พ.ต.ท.จรูญ และยังแกล้งร้องตะโกนว่าถูกลวนลามด้วย

 

« Back