ี่คดีฆ่า ร.ต.อ.ล่อซื้อยาบ้า (2)

รองสารวัตรสืบ สน.หัวหมาก นำกำลังล่อซื้อยาไอซ์ในย่านรามคำแหง คนร้ายไหวตัวชัก 11 มม.กระหน่ำยิงเข้ากกหูดับก่อนขึ้นแท็กซี่หนีไปได้ ประวัติทำงานจริงจังคลี่คลายคดีดังหลายคดี ภรรยาเผยทั้งน้ำตาเพิ่งแต่งงานเพียงปีเศษยังไม่มีลูก บก.น.4 ส่งชุดติดตามเร่งล่าตัว

      

       วันนี้ (15 พ.ย.2552) เมื่อเวลา 04.00 น. ร.ต.ท.ทรงวุฒิ เทพมณี พนักงานสอบสวน สน.บางชัน รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.เกษมราษฎร์ สุขาภิบาล 3 ถนนรามคำแหง แขวงและเขตสะพานสูง กทม.ว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ถูกคนร้ายแก๊งค้ายาเสพติดยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตภายหลังนำส่งโรงพยาบาล จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก และบก.น.4 แล้วรุดไปสอบสวน

      

       พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน ผกก.สน.หัวหมาก เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก นำโดย ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา รองสว.สส.สน.หัวหมาก และเป็นหัวหน้าชุดเข้าไปล่อซื้อยาเสพติดประเภท 1 (ยาไอซ์) หลังได้รับแจ้งจากสายว่าจะมีการส่งมอบของจำนวนมากเวลา 23.30 น.ภายในซอยรามคำแหง 127 จึงกำลังเข้าไปซุ่มอยู่บริเวณจุดดังกล่าว กระทั่งถึงเวลานัดหมาย คนร้ายเป็นชาย 2 คนนั่งรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ไม่ทราบยี่ห้อและรุ่น ทะเบียนไม่ทราบหมวดอักษร 9454 กทม.ขับเข้ามายังจุดนัดหมายก่อนจะส่งมอบยาให้สายไม่ต่ำกว่า 1 กก.ร.ต.อ.อาทิตย์จึงแสดงตัวเพื่อเข้าจับกุม

 

 

      

       ขณะที่กำลังเข้าชาร์จตัวคนร้ายนั้น คนร้ายก็ไหวตัวทันชักอาวุธปืนขนาด 11 มม.ออกมายิงสวนเข้าใส่กลุ่มตำรวจจำนวนหลายนัด และถูก ร.ต.อ.อาทิตย์ เข้าที่บริเวณกกหูด้านขวากระสุนฝังใน จากนั้นคนร้ายก็ขึ้นรถแท็กซี่ที่นั่งมาส่งของหลบหนีมุ่งหน้าไปทางมีนบุรีอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก และบก.น.4 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ใกล้เคียงช่วยสกัดจับ

      

       “หลังจาก ร.ต.อ.อาทิตย์ถูกยิง ลูกน้องก็ช่วยกันนำโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุขาภิบาล 3 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลใกล้เคียงที่สุด แต่สุดท้ายเราก็ต้องสูญเสียตำรวจฝีมือดีจากการปฏิบัติหน้าที่ล่อซื้อยาไอซ์ครั้งนี้ ที่ผ่านมา ร.ต.อ.อาทิตย์อยู่ในชุดคลี่คลายคดีฆ่าข่มขืนพนักงานโรงแรมที่ป้ายรถเมล์ ตรงข้ามวัดศรีบุญเรือง และคลี่คลายทหารเกณฑ์ควงอาวุธสงครามหวังจะไปปล้นทรัพย์ โดย ร.ต.อ.อาทิตย์ ซึ่งย้ายจากงานด้านสอบสวนมาอยู่งานสืบสวนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551 ล้วนแล้วแต่คลี่คลายคดีใหญ่ๆ ทั้งนั้น จากนี้ไปจะได้เสนอปูนบำเหน็จตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” พ.ต.อ.วัฒนากล่าว

      

       ด้าน นางประภาพรรณ เดชะเทศบุปผา อายุ 27 ปี ภรรยา ร.ต.อ.อาทิตย์ ซึ่งอยู่ในอาการเศร้าโศกกล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนกับผู้ตายเพิ่งจะแต่งงานได้เพียงปีเศษ ปกติสามีเป็นคนจริงจังกับงาน ค่อนข้างบ้าระห่ำ อาจหาญ แต่ไม่ค่อยจะบอกว่าไปทำงานอะไรมาบ้าง สามีเข้าเวรตั้งแต่บ่ายวานนี้ (14 พ.ย.) แต่วันเดียวกันนั้น ก็ได้ไปซื้อรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซที่ศูนย์ฮอนด้าคริสตัลปาร์คและตนก็ขับมาส่งที่ สน.หัวหมาก กระทั่งเวลาประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง ตนโทร.ไปหาสามีซึ่งก็บอกว่าวันนี้มีงานใหญ่ สายรายงานมาแล้ว แต่ตนก็ไม่ได้ซักถามอะไรเพราะเข้าใจว่าทำงานอยู่ แต่ทราบเพียงว่างานจะเริ่มประมาณ 5 ทุ่มเศษ กระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืนเศษ ลูกน้องของสามีโทร.มาบอกว่าสามีได้รับบาดเจ็บขาหักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุขาภิบาล 3 ให้รีบมาดู ตนพร้อมญาติจึงรีบเดินทางที่โรงพยาบาล เมื่อมาถึงก็ทราบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว เพราะถูกยิงเข้ากกหูขวากระสุนฝังในจากการปฏิบัติหน้าที่ล่อซื้อยาเสพติดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

      

       “ขณะนี้ฉันยังรู้สึกทำใจไม่ได้ เสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเพิ่งแต่งงานได้เพียงปีเศษ ยังไม่มีลูกด้วยกัน เขาเป็นเสาหลักของครอบครัวแต่ก็ต้องมาจากไป ไม่รู้ว่าอนาคตฉันจะมีชีวิตอยู่อย่างไร จะโดดเดี่ยวซักแค่ไหน” นางประภาพรรณกล่าวทั้งน้ำตา

      

       ด้าน ร.ต.อ.สุรพล อยู่ชยันตี รองสว.สส.บก.น.4 กล่าวว่า ได้รับการประสานว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ถูกคนร้ายแก๊งค้ายาเสพติดยิงเสียชีวิต จึงรีบนำกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในซอยรามคำแหง 127 และส่งชุดติดตามคนร้ายใช้แท็กซี่เป็นยานพาหนะในการหลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ถือว่าเป็นการสูญเสียตำรวจฝีมือดีของ สน.หัวหมาก จากข้อมูลทราบว่าเป็นการล่อซื้อยาไอซ์ล็อตใหญ่ และสามารถยึดของกลางเป็นยาไอซ์อย่างน้อย 1 กก.ไปทำการตรวจสอบ

 

 

 

 

"มือปราบอัศวิน"นำทีมสืบสวนไล่ล่า“เอกขาว” มือฆ่า"ผู้กองโอ๊ต"หลังหนีกบดานเพชรบูรณ์ เจ้าตัวฮึดสู้ชักปืนยิงใส่จึงถูกวิสามัญดับคาที่

วันนี้ (18 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้ลงพื้นที่หาข่าวนายเอกชัย หรือเอกขาว ชุนหชัย 37 ปี ผู้ต้องหาก่อคดียิง ร.ต.อ.อาทิตย์ บุบผา รอง สว.สส.สน.หัวหมาก จนเสียชีวิต ขณะล่อซื้อยาไอซ์ ภายในซอยรามคำแหง 127 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ 1 ราย คือ นายเทิดเกียรติ หรือเก่ง ชุนหชัย อายุ 28 ปี นอกจากนี้ยังสามารถยึดรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน ชษ-6101 กทม.พร้อมของกลางยาไอซ์น้ำหนักประมาณ 100 กรัม มูลค่า 3 แสนบาทได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 



ล่าสุดเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปกบดานทางภาคเหนือ พื้นที่ หมู่ 6 ต.วังหิน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ จึงประสานขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 6 ตามไปปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งที่ผู้ต้องหาซ่อนตัวอยู่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เกลี้ยกล่อมให้ นายเอกชัยเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ผู้ต้องหาขัดขืนใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงยิงสวนออกไปหลายนัด ทำให้นายเอกชัยเสียชีวิตคาที่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงานเหตุวิสามัญดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชา ทราบแล้ว

สำหรับประวัติของ นายเอกชัย หรือเอกขาว ชุนหชัย 37 ปี นั้นเป็นคนพื้นเพย่านสำเหร่ แต่ภายหลังได้ย้ายไปอยู่ย่านภาษีเจริญ พ่อกับแม่เลิกทางกัน พ่อเป็นกำนันแถวบางหัวเสือย่านพระประแดง เคยมีประวัติก่อเหตุยิงลูกเขยตัวเอง เอกขาวมีประวัติเป็นคนเกเรเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำเหร่กับ สน.บุคคโล รู้จักดี ในฐานะผู้มีอิทธิพล และนักเล่นการพนันตัวยง เคยมีคดีเกี่ยวกับเช็คในท้องที่สำเหร่แต่ยอมความได้และคดีหมดอายุความไปแล้ว ต่อมาช่วงหลังประมาณ 1 ปี ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสืบทราบได้ว่าเอกขาวเริ่มหันมาค้ายาเสพติดจึงได้ วางแผนการจับกุมแต่ก็รอดมาได้หลายครั้ง กระทั่งก่อเหตุยิง ร.ต.อ.อาทิตย์ เสียชีวิตและตัวเองถูกวิสามัญตายดังกล่าว

 

 

 

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก และ กก.สส.น.4 ก็ทุ่มกำลังควานหาตัวเอกขาวชนิดพลิกแผ่นดิน ประวัติต่างๆ ในอดีตถูกรื้อฟื้นขึ้นมาตรวจสอบละเอียดยิบ จนพบว่ามีคดีพยายามฆ่าและฆ่าคนตายในท้องที่ สน.สำเหร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างต่อสู้คดี ยิ่งทำให้ชุดสืบสวนต้องรีบได้ตัวก่อนที่จะไปก่อกรรมทำเข็ญอีก ในยามที่ถูกไล่ให้จนตรอกเช่นนี้

เอกขาวเดิมเป็นนักเลงหัวไม้ชอบเล่นการพนัน จนเรียกได้ว่าเป็นนักพนันตัวยง เดินทางเข้าออกบ่อนกาสิโนปอยเปต ประเทศกัมพูชา เป็นว่าเล่น สั่งสมชื่อชั้นในวงการพนันจนหลายคนต่างรู้จักดี ต่อมาได้ผันตัวเองเข้ามาสู่วงการยาเสพติดประเภทยาไอซ์ เป็นเอเย่นต์คนสำคัญสร้างรายได้มหาศาล เก็บเงินเตรียมเปิดสถานบริการ กระทั่งมาพลาดท่าถูกชุดผู้กองโอ๊ตขยายผลถึง และต่อสู้ขัดขวางจนเอาชีวิตข้าราชการหนุ่มไปในที่สุด

การติดตามไล่ล่าดำเนินไปชนิดทุ่มกำลังแทบทั้งหมดที่มีอยู่พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.สั่งการให้ชุดสืบสวน สน.หัวหมาก และ กก.สส.น.4 รวมถึงศูนย์สืบสวน บช.น.ออกหาข่าวความเคลื่อนไหวชนิดก้าวต่อก้าว กระทั่งได้เบาะแสว่า เอกขาวหลบหนีออกนอกกรุงเทพฯ ไปแล้ว ไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักย่านฝั่งธนฯ และไม่น่าจะกล้าข้ามพรมแดนไปอยู่ฝั่งกัมพูชา ดังนั้นจึงเหลืออีกเพียงที่เดียวที่เอกขาวน่าจะไปกบดานคือ ที่บ้านพักใน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์

ชุดสืบสวนตรวจสอบข่าวนี้จนแน่ใจว่าเอกขาวหลบไปกบดานอยู่ในพื้นที่หมู่6 ต.วังหิน อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ จริง พล.ต.ท.อัศวินจึงสั่งการให้หน่วยอรินทราช 26 ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการพิเศษ 14 นาย เดินทางไปพร้อมกับฝ่ายสืบสวนอีกกว่า 30 ชีวิต เดินทางไปยังบ้านเป้าหมาย กว่าจะถึงก็ปาเข้าไป 2 ทุ่ม วันที่ 18 พฤศจิกายน เป็นบ้านพักเลขที่ 59 ตั้งอยู่ในสวนผลไม้ของข้าราชการบำนาญ กระทรวงสาธารณสุข

ชุดปฏิบัติการสวมเสื้อเกราะและติดอาวุธครบมือเดินเท้าเข้าพื้นที่เป็นระยะทางราว 2-3 กิโลเมตร ตรงเข้าปิดล้อมบ้านเป้าหมาย ก่อนจะตะโกนบอกให้มอบตัว แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ก็เกิดขึ้น เมื่อเอกขาวสู้อย่างคนจนตรอก สาดกระสุนปืนเข้าใส่เจ้าหน้าที่ เกิดการยิงปะทะต่อสู้กันนานกว่า 1 ชั่วโมงเมื่อเสียงปืนสงบทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ก็พบศพเอกขาวนอนเสียชีวิตอยู่

"ผู้ต้องหายิงปืนใส่ตำรวจจึงต้องป้องกันตัว เพราะเกรงจะเกิดการสูญเสียขึ้นอีก จึงต้องป้องกันอย่างเต็มที่ เมื่อคนร้ายยิงสวนก็ต้องป้องกัน ยิงตอบโต้จนถูกคนร้ายเสียชีวิต" พล.ต.ท.อัศวิน กล่าว

 

 

 

 

 

บ้านที่เอกขาวใช้เป็นที่กบดานเป็นบ้านทรงไทย2 ชั้นบนฝ้าเพดานชั้นสองมีเปลนอนผูกไว้กับขื่อบ้าน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ดำรงชีพหลายรายการ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงคอมฟอร์ด 100 หรือที่ปัสสาวะแบบพกพาวางอยู่ข้างเปลนอน คล้ายกับว่าจะไม่ยอมเคลื่อนกายไปไหนโดยไม่จำเป็น ที่สำคัญสิ่งที่ชวนให้ชุดสืบสวนฉงนสนเท่ห์คือ สภาพเอกขาวที่โกนหัวโกนคิ้วและไม่ใส่เสื้อผ้าเลย

"นายเอกชัยไม่ยอมให้จับกุม เปิดฉากยิงใส่ชุดสืบสวน จึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้ป้องกันตัว หลังจากเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ตกใจและแปลกใจว่าทำไมนายเอกชัยถึงต้องโกนหัว โกนคิ้ว และไม่ใส่เสื้อผ้าด้วย" พ.ต.อ.ปกรณ์ กิตติวัฒน์ ผกก.สส.น.4 ตั้งคำถาม

ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดเอกขาวถึงต้องทำแบบนั้นจะเป็นเพราะสำนึกผิดหรือก็ไม่น่าจะใช่ เพราะหลังเกิดเหตุเขาไม่เคยติดต่อเข้ามอบตัวเลย หรือทำไปเพื่ออำพรางตัวหลบหนี ดูจากสภาพแวดล้อมที่กบดานแล้ว เหมือนกับว่าเขาจะไม่ไปไหนอีกถ้าไม่จำเป็นหรือเป็นเหตุสุดวิสัย แต่ไม่ว่าจะทำด้วยวัตถุประสงค์อะไรเขาก็ไม่อยู่ให้คำตอบอันชวนสงสัยอีกต่อไปแล้ว

 

 

 

« Back