นายพล นะเคามวย (นะคะมุย)

 

 

 

5 พ.ค.2555

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์  สารากรบริรักษ์

จะยศ พันเอก พลตรี พลโท หรือพลเอก นะคะมุย นะคำมวย หรือจะนะเคามวย ก็ตาม

ข่าวทางการไทย มีหมายจับนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ  เป็นนายทหารระดับผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยง KAO กำลังตอบโต้กันอยู่ในขณะนี้       หมายจับออกเมื่อปี พ.ศ.2546 หรือ
เกือบ 10 ปีมาแล้ว แต่ทำไม? ไม่มีข่าว มีการประชาสัมพันธ์ และผ่านมาหลายรัฐบาล นายพลนะเคามวย เองก็ไม่ทราบเลยหรือ? หรือเพิ่งมาทราบ เมื่อมีการประกาศย้ำอีกครั้ง
และมีรางวัลนำจับ ก็น่าคิดและแปลกดี  หมายจับ เมื่อศาลออกแล้ว ก็ต้องติดตามจับกุมให้ได้ เพราะเป็นคดีค้างเก่า ที่มีหมายจับค้างอยู่  เหตุการณ์ก็เลยเถิดต่อไป ถึงขั้นที่อาจเกิด
ปัญหากับประชาชนบริเวณแนวชายแดนไทยพม่า ที่ต้องข้ามไป ข้ามมา และค้าขายกันอยู่ ลำพังเพียงหมายจับ นายพลนะเคามวย อาจไม่เข้าใจ ในพยานหลักฐานที่มาก่อนหน้าที่จะ
ขออนุมติศาลในการออกหมายจับ และก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ จนกว่าผู้ต้องหาจะถูกจับ หรือเข้ามอบตัว จึงจะแจ้งข้อเท็จจริง และข้อหาให้ทราบ

ยังไม่ทราบว่าจะลงเอยอย่างไร เพราะต่างฝ่าย ก็ต่างเสียหน้าไม่ได้ เช่นกัน อีกฝ่ายไม่มอบตัว และตอบโต้ ฝ่ายไทยก็ไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดของสำนวนได้ ต้องติดตามกันต่อ
ไป ครับ

 สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ กะเหรี่ยงเคเอ็นยู (อังกฤษ:The Karen National Union,ตัวย่อ KNU) คือ กลุ่มติดอาวุธ
ชาวกะเหรี่ยง
ในพม่าที่ทำการสู้รบกับรัฐบาลพม่าตามแนวชายแดนไทย ในบริเวณอาณาเขตของพื้นที่ที่เรียกเป็นภาษา
กะเหรี่ยงว่า "กอซูเล" (Kawthoolei) ฝ่ายเคเอ็นยูได้สู้รบกับพม่ามานานเกินกึ่งศตวรรษมาแล้ว นับตั้งแต่
พ.ศ. 2491 โดย
ร่วมกับกองกำลังย่อยที่มีชื่อว่า
กะเหรี่ยงเคเอ็นแอลเอ (Karen National Liberation Army - KNLA)

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอยู่ภายใต้การปกครองของนายพลโบเมียะมานานกว่า 30 ปีซึ่งได้ตั้งตนเป็นประธานาธิบดีมาตั้งแต่
พ.ศ. 2519
- พ.ศ. 2543 (นายพลโบเมียะถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ในโรงพยาบาลในประเทศไทย) สหภาพ
แห่งชาติกะเหรี่ยงสามาถเลี้ยงตนเองโดยการควบคุมตลาดมืดที่ทำการค้าชายแดนกับประเทศไทย

หลังจากการลุกฮือต่อต้านเผด็จการของประชาชนชาวพม่าที่เรียกว่า "เหตุการณ์ 8888 ทมิฬ" ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่
8 สิงหาคม
พ.ศ. 2531 และได้ล้มเหลวยุติลงด้วยการปราบปรามอย่างรุนแรงของรัฐบาลเมื่อเดือนกันยายนปีเดียวกัน หลัง
เหตุการณ์นี้ รัฐบาลพม่าได้หันไปขอความช่วยเหลือจากจีน มีการให้สัมปทานทางการค้าหลายอย่างแก่จีนเพื่อแลกเปลี่ยน
กับอาวุธจำนวนมากทำให้กองทัพพม่ามีขนาดใหญ่และเข้มแข็งจากเดิมเป็นอันมาก และในช่วงนี้รัฐบาลพม่าก็ได้เริ่มเปิด
การเจรจากับสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงที่ต่อสู้กับรัฐบาลและเปิดโอกาสให้มีการเจรจาเพื่อให้เข้ามาร่วมมือกับรัฐบาลหรือ
มิเช่นนั้นจะต้องถูกทำลายลงทั้งหมด แต่ฝ่ายกะเหรี่ยงไม่ยอม

กองกำลังของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงอ่อนแอลงมากจากการปราบปรามของฝ่ายรัฐบาลและได้เสียกองบัญชาการที่
"
มาเนอพลอ" ใกล้กับชายแดนไทยเมื่อ พ.ศ. 2537 รวมทั้งการยอมเข้าร่วมมือกับรัฐบาลกองกำลังย่อยส่วนหนึ่งของกะเหรี่ยง
เคเอ็นแอลเอที่เป็นกะเหรี่ยงฝ่ายนับถือพุทธที่เรียกตนเองว่า
กองกำลังกะเหรี่ยงประชาธิปไตยฝ่ายพุทธ (Democratic Karen
Buddhist Army - DKBA)
กองกำลังกลุ่มนี้ได้รับมอบอาณาเขตพื้นที่ส่วนหนึ่งให้ปกครองตนเองเป็นการแลกเปลี่ยนที่ยอม
ร่วมมือกับรัฐบาล กองกำลังกระเหรียงพุทธนี้เองที่มีส่วนสำคัญช่วยรัฐบาลทหารพม่ายึดกองบัญชาการเคเอ็นยูที่มาเนอ
พลอได้ เหตุผลที่กะเหรี่ยงกลุ่มนี้อ้างในการเข้ากับฝ่ายรัฐบาลคือการถูกเอาเปรียบ เหลื่อมล้ำและไม่ได้รับความเป็นธรรม
จากกะเหรี่ยงฝ่ายเคเอ็นยูซึ่งนับถือศาสนาคริสต์

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงกับกะเหรี่ยงเคเอ็นแอลเอยังคงร่วมกันต่อสู้กับรัฐบาลพม่าต่อไป โดยจัดตั้งกองกำลังเป็นหน่วย
ทหารกองโจรขนาดเล็กหลบซ่อนอยู่ตามแนวชายแดนไทยโดยใช้วิธีตั้งค่ายแบบชั่วคราวที่เคลื่อนย้ายหนีได้สะดวก มีการ
ประทะกันประปรายโดยตลอดมาจนถึงปัจจุบัน แม้กองทัพฝ่ายรัฐบาลจะมีขีดความสามารถที่จะกวาดล้างกองกำลัง
กระเหรี่ยงได้เป็นผลสำเร็จ แต่ก็จะเสียกำลัง ยุทธโปกรณ์และงบประมาณไปมาก ซึ่งอาจทำให้กองทัพพม่าโดยรวมอ่อแอลง
ฝ่ายรัฐบาลทหารพม่าจึงยังคงปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไปก่อน

การสู้รบของชาวกะเหรี่ยงนับเป็นการสู้รบเพื่ออิสรภาพที่ยาวนานที่สุดในโลก คือนานมากถึง 59 ปี

 

 

  

พล.ท.นะคำมวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองทัพกะเหรี่ยงโกะทูบลอ ซึ่งถูกทางการไทยขึ้นบัญชีผู้ค้ายาเสพติดถือเป็น
นายทหาร ที่มีอิทธิพลต่อชาวกะเหรี่ยง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนพม่า ด้านตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก และตรงข้าม
จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นเขตอิทธิพลสำคัญ 
พล.ท.นะคำมวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองทัพกะเหรี่ยง โกะ ทู บอ หรือ
KAO หรือ ชื่อเดิม คือ กองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ เป็นชาวพม่าเชื้อสายกะเหรี่ยง ปัจจุบันอายุ 50 ปี จบการศึกษาชั้น 9
ซึ่งเทียบเท่าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของไทย

พล.ท.นะคำมวย เข้าสู่เส้นทางทางทหารด้วยวัยเพียง 15 ปี จากการเป็นทหารของกลุ่มกะเหรี่ยงเคเอ็นยู กองพันที่ 7 ใน
ยศ ส.ท. ก่อนจะสมัครเป็นทหารกองกำลังติดอาวุธเคเอ็นยูในปี 2507- 2527 จากนั้น เลื่อนยศ เป็น พ.ท.ในตำแหน่ง
ผู้บังคับกองพันกองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ กองพลน้อยที่ 999 รับผิดชอบพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด
จ.ตาก ไปจนถึง อ.พญาตองซู ตรงข้าม จ.กาญจนบุรี ระหว่างปี 2528-2549

ได้เลื่อนยศเป็น พ.อ.ตำแหน่งผู้บัญชาการยุทธวิธี โกะทูบลอ ของกองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ก่อนขึ้นเป็น พล.ต.ในตำแหน่ง
ผู้บัญชาการยุทธวิธีไหน่เลเอ กองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ กระทั่งเป็นผู้บัญชาการกองพลน้อยโกะทูบลอกองกำลังกะเหรี่ยง
ดีเคบีเอ

ปี 2553 พล.ท.นะคำมวย ได้โจมตีทหารพม่าใน จ.เมียวดี ตรงข้ามชายแดนแม่สอด พบพระ และ อุ้มผาง จ.ตาก เพราะไม่
ยอมเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน หรือ บีจีเอฟ ให้กับรัฐบาลพม่าส่งผลให้ชาวพม่าตามแนวชายแดนหนีภัยสู้รบมาในฝั่ง
ไทยเป็นจำนวนมากล่าสุดกะเหรี่ยงโกะทูบลอได้เจรจาหยุดยิงกับรัฐบาลพม่า และ ปรับโครงสร้างกองกำลังใหม่

พล.ท.นะคำมวย ได้ชื่อว่า เป็นนายทหารที่จริงจังเป็นที่เคารพของชาวกะเหรี่ยงปัจจุบันกองบัญชาการโกะทูบลอ
อยู่บริเวณตรงข้าม ต.วาเลย์ อ.พบพระ จ.ตาก มีกำลังพลประมาณ 1,500 -2,000 นายมีเขตอิทธิพลอยู่บริเวณชายแดน
ตอนใต้ของพม่าติดกับประเทศไทยตั้งแต่ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก จนถึงตรงข้าม จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นรายได้หลัก
ของ พล.ท.นะคำมวย ทั้งรายได้จากการให้สัมปทานเหมืองแร่สังกะสี ตรงข้ามอำเภออุ้มผาง สัมปทานไม้ และ เก็บภาษ
ีจากท่าขนส่งสินค้าตามแนวชายแดน

พล.ท.นะคำมวยถูกทางการไทยขึ้นบัญชีผู้ค้ายาเสพติดเมื่อ 5 ปีก่อน หลังถูกลูกน้องที่ค้ายาเสพติดซัดทอดกระทั่งวันที่
20 เม.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีประกาศตั้งรางวัลนำจับผู้ค้ายาเสพติด 25 ราย ซึ่งหนึ่งใน
นั้นคือ พล.ท.นะคำมวย จึงทำให้ผู้นำกองทัพโกะทูบลอไม่พอใจ 

รายงานข่าวจากชายแดนจังหวัดตากแจ้งว่า ที่กองบัญชาการกองทัพโกะทูบลอ (KAO) ที่แยกตัวออกมาจากกองกำลัง
ทหารกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) นายพล นะคะมวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพกะเหรี่ยงโกะทูบลอ
KAO ได้นำนายทหาร ฝ่ายพลเรือน และผู้นำระดับสูง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนไทย และต่างประเทศ ในกรณีที่พลเอก
นะคะมวย ถูกทางการไทยขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ค้ายาเสพติด

 


       
       โดยนายพล นะคะมวยต้องการให้รัฐบาลไทยแสดงความรับผิดชอบในการกล่าวหาตนเองเป็นผู้ค้ายาเสพติด ทำให้
้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล และทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายกะเหรี่ยงโกะทูบลอกับฝ่ายไทย รวมไปถึงความ
สัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่าด้วย
       
       นายพล นะคะมวยกล่าวว่า หากฝ่ายไทยไม่ลบชื่อของตนเองออกจากบัญชีผู้ค้ายาเสพติด จะเพิ่มมาตรการตอบโต
้ตามแนวชายแดนมากขึ้น โดยจะมีการปิดท่าขนส่งสินค้าไปจนถึงอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และจะมีมาตรการอื่นๆ ตาม
มา ซึ่งจะให้เวลารัฐบาลไทยในการลบชื่อออก
       
       นอกจากนี้ หากฝ่ายร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และทีมงานข้องใจขอให้เข้าพื้นที่ของโกะทูบ
ลอได้ทันที โดยพร้อมที่จะรักษาความปลอดภัยให้ และหากฝ่ายตนเองผิดจริงก็พร้อมที่จะเข้าไปเขตไทยเพื่อมอบตัวด้วย
ศักดิ์ศรีชายชาติทหารของชาวกะเหรี่ยง
       
       ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้เฝ้าระวัง และสังเกต
การณ์ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้านอำเภอพบพระเป็นกรณีพิเศษ เน้นไม่ให้ประชาชนข้ามไปฝั่งพม่าเกรงว่าจะถูกจับกุม และดูแลรักษาความสงบชายแดนไทย- พม่า หลังจากที่นายพล นะคะมวย ผู้นำ KAO ได้สั่งปิดช่องทางเข้า-ออกชายแดนทั้งหมด 12 จุด ตั้งแต่อำเภอพบพระขึ้นไปจนถึงอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ในพื้นที่รับผิดชอบของ ฉก.ร.4 แต่ล่าสุดจนถึงขณะนี้ยังไม่มี
เหตุรุนแรงเกิดขึ้น
       
       อย่างไรก็ตาม หลังจากทางการไทยได้ประกาศบัญชีรายชื่อผู้ค้ายาเสพติด โดยพลเอก นะคะมวยมีรายชื่ออยู่ในบัญชี
ด้วย จึงเกิดความไม่พอใจฝ่ายไทย ประกาศการปิดช่องทางเข้า- ออก ทำให้ประชาชนที่ทราบข่าวไม่กล้าเข้าออกตามแนว
ชายแดน รวมทั้งผู้ประกอบการค้าไม้ และค้าแร่ในฝั่งพม่าต้องถูกสั่งให้ยุติการดำเนินกิจการไปก่อน เนื่องจากทางฝ่าย
กะเหรี่ยงไม่รับรองความปลอดภัยคนไทยที่ข้ามแดนไปฝั่งพม่าในเขตอิทธิพลของ KAO

 

 

30 เมษายน 2555

พันเอกนะคะมุย ผู้นำกะเหรี่ยงเคเอโอสั่งปิดชายแดน "อุ้มผาง-พบพระ" ตอบโต้เฉลิมขึ้นบัญชีดำ
ค้ายาเสพติด

  วันที่ 30 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  มีรายงานข่าวระบุว่า พันเอกนะคะมุย  ผู้บัญชาการทหารกองทัพกะเหรี่ยงโกะทูบลอ 
(เคเอโอ) ที่มีเขตอิทธิพลบริเวณชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.พบพระ และอ.อุ้มผาง จ.ตาก  สั่งให้ปิดช่องทางเข้า–ออก
ตามแนวชายแดนไทย –พม่า   12 จุด ตั้งแต่ อ.อุ้มผาง ลงมาถึง อ.พบพระ จ.ตาก เพื่อเป็นการตอบโต้ทางการไทย
โดยทีมของร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศรายชื่อผู้ค้ายาเสพติด หนึ่งในนั้น มีรายชื่อ และ
ภาพถ่ายของ พันเอกนะคะมุย ปรากฏอยู่ด้วย ทำให้ฝ่ายกะเหรี่ยงเกิดความไม่พอใจ จนมีคำสั่งปิดจุดผ่านแดนดังกล่าว
และไม่รับรองความปลอดภัยของราษฎรไทยที่ข้ามไปมาระหว่างเขตไทย กับ เขตพม่า

 ขณะที่ผู้ประกอบการเหมืองแร่ในฝั่งพม่า เขตอิทธิพลของฝ่ายพันเอกนะคะมุย  ถูกสั่งห้ามเคลื่อนย้ายเครื่องจักรและขนแร่ ออกนอกพื้นที่

 นายพจน์ หรูวรนันท์ นายอำเภอพบพระ จ.ตาก กล่าวว่า การปิด–เปิดจุดผ่านแดน เป็นเรื่องภายในของประเทศเพื่อนบ้าน
แต่ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการผ่านแดน 

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 ที่กองบัญชาการกองทัพ โกะทูบลอ ( เคเอโอ ) ตรงข้ามอำเภอพบพระ จ.ตาก พลเอกนะเคามวย
( ซอละปอย ) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพกะเหรี่ยงโกะทูบลอ ได้นำนายทหาร ฝ่ายพลเรือน และผู้นำระดับสูง
แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ ในกรณีที่พลเอกนะเคามวยถูกทางการไทยขึ้นบัญชีดำ เป็นผู้ค้ายาเสพติด

ทั้งนี้ในการแถลงข่าวทางพลเอกนะเคามวยต้องการให้รัฐบาลไทยแสดงความรับผิดชอบในการกล่าวหาตนเองเป็นผู้ค้ายา
เสพติด ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง วงศ์ตระกูล และทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายกะเหรี่ยงโกะทูบลอ กับฝ่ายไทย
และรวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่าด้วย การจัดแถลงข่าวครั้งนี้ มีสื่อมวลชนจากประเทศพม่า เช่น เอ็มอาร์ทีวี.
ทีวีของรัฐบาลพม่า และสื่อทีวีของพม่าอีกหลายช่องไปบันทึกภาพ ทำข่าวด้วย

พลเอกนะเคามวย กล่าวว่า หากฝ่ายไทยไม่ลบชื่อของตนเองออกจากบัญชีผู้ค้ายาเสพติด จะเพิ่มมาตรการตอบโต้ตาม
แนวชายแดนมากขึ้น โดยจะมีการปิดท่าขนส่งสินค้าไปจนถึงอำเภอแม่สอด จ.ตาก และจะมีมาตรการอื่นๆตามมา ซึ่งจะ
ให้เวลารัฐบาลไทยในการลบชื่อออก นอกจากนี้หากฝ่าย ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และทีมงานข้องใจ
ขอให้เข้าพื้นที่ของโกะทูบลอได้ทันที และพร้อมที่จะรักษาความปลอดภัย และหากฝ่ายพลเอกนะเคามวยผิดจริง ก็พร้อม
ที่จะเข้าไปเขตไทยเพื่อมอบตัว ด้วยศักดิ์ศรีชายชาติทหารของประชาชน

อนึ่งพลเอกนะเคามวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองทัพโกะทูบลอ เคยเป็นทหารกะเหรี่ยงสภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง
( เคเอ็นยู. ) กลุ่มของนายพลโบเมียะ และเมื่อปี 2537 แยกตัวออกจากกองทัพเคเอ็นยู. ไปตั้งกองทัพดีเคบีเอ.
( กะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย ) ร่วมกับฝ่ายรัฐบาลพม่าปราบปรามชนกลุ่มน้อยกลุ่มนายพลโบเมียะ และกลุ่มอื่นๆที่ต่อ
ต้านรัฐบาลพม่า ตามแนวชายแดนไทย - พม่า ทั้งหมด ต่อมาเมื่อปีพ.ศ. 2554 รัฐบาลทหารพม่า ต้องการให้กะเหรี่ยงดีเค
บีเอ.แปรสภาพไปเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดน ( บีจีเอฟ. ) เพื่อขึ้นยุทธการกับทหารพม่าก่อนการเลือกตั้ง แต่พลเอกนะ
เคามวย ไม่ยอม และส่งกำลังทหารปฏิบิตการโจมตีฝ่ายพม่าที่จังหวัดเมียวดี หลังวันเลือกตั้งทั่วไปเพียงวันเดียว

ล่าสุดหันไปเจรจากับฝ่ายพม่า ตกลงหยุดยิง และเปลี่ยนชื่อจากกะเหรี่ยงดีเคบีเอ.เป็น โกะทูบลอ โดยมีพลเอกนะเคามวย
เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งมีกำลังภายใต้สังกัดกว่า 2,000 คน รับผิดชอบชายแดนตั้งแต่ด้านจังหวัดกาญจนบุรี ขึ้นมา
จนถึงด้านจังหวัดตาก สุดเขตที่อำเภอพบพระ
 

 

"นายพลนะคะมุย" ผู้บัญชาการกองพล 999 กองพันพิเศษ​ 907 กะเหรี่ยงดีเคบีเอ. แถลงข่าวตอบโต้แบล็กลิสต์ยาเสพติด
ไทยมั่ว หลังติดอยู่ในประกาศจับนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ 25 ราย ของ ป.ป.ส. ท้า "เหลิม" โชว์หลักฐาน พร้อมงัดมาตร
การตอบโต้ ปิดชายแดนฝั่งกาญจนบุรี ห้ามคนไทยเข้าพม่า ขู่ดำเนินคดีตามกฎหมายพม่า…

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 55 ที่กองบัญชาการทหารกะเหรี่ยง กองพล 999 ตรงข้ามบ้านวาเล่ ต.วาเล่ อ.พบพระ จ.ตาก มีรานงาน
ว่า พลตรีนะคะมุย ผู้บัญชาการกองพล 999 กองพันพิเศษ 907 ดีเคบีเอ. ที่มีอำนาจควบคุมการเข้า-ออก ตามแนวชายแดน
ไทย-พม่า ด้าน อ.พบพระ อ.อุ้มผาง และเขตชายแดน จ.กาญจนบุรี เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนไทยและพม่า ถึงกรณีท
ี่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำ
นวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ (ผอ.ศพส.) เป็นประธานในการแถลงข่าว “ประกาศจับนักค้า
ยาเสพติดรายสำคัญ” จำนวน 25 ราย โดยมีรายชื่อพันเอกนะคะมุย หรือคำมวย ค่าหัว 1 ล้านบาท นั้น สร้างความเสื่อม
เสียให้กับตน รวมทั้งประชาชนชาวกะเหรี่ยง-พม่าทั้งในและนอกประเทศด้วย เนื่องจากขณะนี้ ตนได้เข้าเซ็นสัญญาหยุดยิง
กับรัฐบาลทหารพม่าแล้ว และเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลพม่าด้วย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดใดๆ ทั้งสิ้น หาก
ร.ต.อ.เฉลิม คิดว่ามีใครค้ายาในฝั่งตนบอกมา หรือจะเดินทางมาร่วมจับกับตนก็ได้ ตนพร้อมจะให้ความร่วมมือ แต่อย่า
มากล่าวหากันลอยๆ การกล่าวหาของ ร.ต.อ.เฉลิม ในครั้งนี้ หากรัฐบาลไทยต้องการความจริงเข้ามาพิสูจน์ในพื้นที่ได้
ทางเราจะรับรองความปลอดภัย และหากรัฐบาลกล่าวหาและไม่ชี้แจง รวมทั้งไม่รับผิดชอบทางดีเคบีเอ. จะหาวิธีจัดการ
เกี่ยวกับเรื่องนี้เอง โดยเบื้องต้นได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังสำนักงานปราบปรามยาเสพติดประเทศ สหรัฐอเมริกาแล้ว


ส่วนการตอบโต้ชายแดนครั้งนี้ รัฐบาลพม่ารับรอง และจะดำเนินการต่อเนื่องและจะมีผลต่อการค้าชายแดนในระยะยาว หาก
รัฐบาลไทยยังไม่หยุดกล่าวหาตน โดยมีการปิดช่องทางเข้า-ออกชายแดนไทย-พม่า ตั้งแต่ จ.กาญจนบุรี จนถึง จ.ตาก จน
กว่าชื่อ พลตรีนะคะมุย จะได้รับการยืนยันถอนรายชื่อนักค้าออกไป ซึ่งล่าสุด พ่อค้าไทย นักธุรกิจไทย ทั้งบริษัทอิตาเลียน
ไทยฯ บริษัทอื่นๆ อีกหลายบริษัทที่ไปสำรวจแร่และขุดแร่ต่างๆ ต้องรีบเก็บสัมภาระ เดินทางออกพื้นที่ควบคุมชายแดนในฝั่ง
พม่าของกองกำลังกระเหรี่ยงดีเคบีเอ ข้ามมาฝั่งไทยหมดแล้ว โดยฝ่ายกะเหรี่ยงยึดเครื่องมือหนักทุกชนิดไว้ ส่วนเกษตรกร
ไทยนับพันคนที่เข้าไปทำเกษตรกรรมฝั่งพม่า ก็ถูกสั่งห้ามเข้าด้วย

พล.ต.นะคะมุย กล่าวผ่านล่ามอีกว่า คำสั่งรัฐบาลไทย โดยรอง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง กล่าวหาถ้าเป็นความจริง ถ้ามีหลักฐาน
เห็นด้วยตาและหลักฐานชัดเจน ตนจะไม่หนี เต็มใจที่จะเข้าไปหาและสู้เพื่อความจริงและเพื่อชาวกะเหรี่ยงทุกคน จะไม่ยอม
ถอยหลังเพราะประเทศพม่ามีกฎหมาย ไทยมีกฎหมาย ตนจะสู้ทุกทางทั้งทางศาลโลกด้วย และหาก ร.ต.อ.เฉลิม ไม่มีหลัก
ฐาน ทางกะเหรี่ยงก็จะดำเนินการต่อไปตามกฎหมายของรัฐบาลพม่า.

ผู้นำกลุ่มกะเหรี่ยงโกะทูบลอ (ดีเคบีเอ) ตอบโต้การถูกขึ้นบัญชีดำ ผู้ค้ายาเสพติดที่มีหมายจับทางการไทย ระบ
ุไม่รับรองความปลอดภัย คนไทยที่ข้ามไปค้าขายในเขตอิทธิพลที่รับผิดชอบ แต่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายก
รัฐมนตรี ก็ตอบโต้กลับโดยแสดงหมายจับ พ.อ.นะคะมวย และยังท้าทายให้ เข้ามามอบตัวที่ฝั่งไทย
ร.ต.อ.เฉลิม
อยู่บำรุง แสดงหมายจับจากศาลอาญารัชดาลงวันที่ 26 สิงหาคม 2546 ถูกนำยืนยันต่อสื่อมวลชน เพื่อเป็นหลักฐานว่ามี
หมายจับ พ.อ.นะคะมวย จริง และไม่ใช่การกลั่นแกล้ง เพราะการออกหมายจับจากศาล ต้องมีพยานหลักฐานความผิดแล้ว
ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ยังท้าให้ พล.ต.นะคะมวย เข้ามอบตัวสู้คดีฝั่งไทย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจสำนักงานป้องกันและปราบ
ปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ของไทย ยังออกหนังสือชี้แจงการออกหมายจับ พันเอกนะคำมวย จากพยานหลักฐานการตรวจยึด
ยาบ้า 9.4 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2546 ที่ อำเภอแม่สอดจังหวัดตาก และมีหลักฐานว่า พ.อ.นะคะมวย น่าจะเกี่ยว
ข้อง ซึ่งการเป็นผู้ที่ถูกออกหมายจับ เป็นเพียงบุคคลถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด มีสถานะเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งจะไ

้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่มีความผิดตามความนัยมาตรา 39 วรรคสองของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550
และสามารถเข้ามาพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการยุติธรรมของศาลไทยขณะที่เมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) พ.อ.นะคะมวย พร้อม
นายทหาร ฝ่ายพลเรือน และผู้นำระดับสูง แถลงที่บริเวณกองบัญชาการกองทัพกะเหรี่ยงโกะทูบลอ ฝั่งพม่าตรงข้ามอำเภอ
พบพระ จังหวัดตาก เรียกร้องรัฐบาลไทยแสดงความรับผิดชอบ และลบชื่อกลุ่มของพวกเขาออกจากบัญชีผู้ค้ายาเสพติด
หากไม่ดำเนินการจะเพิ่มมาตรการตอบโต้ตามแนวชายแดนมากขึ้น โดยเฉพาะการปิดจุดผ่อนปรน ท่าขนส่งสินค้ารวมถึง
ผู้ประกอบการค้าไม้ และค้าแร่สังกะสี ในฝั่งพม่า จนกว่าจะมีการแก้ปัญหา โดยยืนยันว่ากลุ่มกะเหรี่ยงโกะทูบลอ มีอุดมการณ
์ในการแก้ปัญหายาเสพติด หลังทำข้อตกลงกับรัฐบาลพม่า ได้ร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติดมาโดยตลอด

มีรายงานว่าคำประกาศของ พ.อ.นะคะมวย ทำให้ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ต้องจัดกำลังเฝ้าระวัง และสังเกต
การณ์แนวชายแดนไทย-พม่า ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ให้ราษฎรชาวไทยข้ามไปฝั่งพม่า เพราะเกรงว่าจะถูกจับกุมและเป็น
อันตรายได้  

รายงานข่าวจากชายแดนจังหวัดตากแจ้งว่า ที่กองบัญชาการกองทัพโกะทูบลอ (KAO) ที่แยกตัวออกมาจากกองกำลังทหาร
กะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) นายพล นะคะมวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพกะเหรี่ยงโกะทูบลอ KAO
ได้นำนายทหาร ฝ่ายพลเรือน และผู้นำระดับสูง แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนไทย และต่างประเทศ ในกรณีที่พลเอก นะคะมวย
ถูกทางการไทยขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ค้ายาเสพติด
       
       โดยนายพล นะคะมวยต้องการให้รัฐบาลไทยแสดงความรับผิดชอบในการกล่าวหาตนเองเป็นผู้ค้ายาเสพติด
ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล และทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายกะเหรี่ยงโกะทูบลอกับฝ่ายไทย
รวมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่าด้วย
       
       นายพล นะคะมวยกล่าวว่า หากฝ่ายไทยไม่ลบชื่อของตนเองออกจากบัญชีผู้ค้ายาเสพติด จะเพิ่มมาตรการตอบโต
้ตามแนวชายแดนมากขึ้น โดยจะมีการปิดท่าขนส่งสินค้าไปจนถึงอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และจะมีมาตรการอื่นๆ ตาม
มา ซึ่งจะให้เวลารัฐบาลไทยในการลบชื่อออก
       
       นอกจากนี้ หากฝ่ายร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และทีมงานข้องใจขอให้เข้าพื้นที่ของ
โกะทูบลอได้ทันที โดยพร้อมที่จะรักษาความปลอดภัยให้ และหากฝ่ายตนเองผิดจริงก็พร้อมที่จะเข้าไปเขตไทยเพื่อ
มอบตัวด้วยศักดิ์ศรีชายชาติทหารของชาวกะเหรี่ยง
       
       ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้เฝ้าระวัง และสังเกต
การณ์ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้านอำเภอพบพระเป็นกรณีพิเศษ เน้นไม่ให้ประชาชนข้ามไปฝั่งพม่าเกรงว่าจะถูกจับกุม
และดูแลรักษาความสงบชายแดนไทย- พม่า หลังจากที่นายพล นะคะมวย ผู้นำ KAO ได้สั่งปิดช่องทางเข้า-ออกชายแดน
ทั้งหมด 12 จุด ตั้งแต่อำเภอพบพระขึ้นไปจนถึงอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ในพื้นที่รับผิดชอบของ ฉก.ร.4 แต่ล่าสุดจนถึง
ขณะนี้ยังไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น
       
       อย่างไรก็ตาม หลังจากทางการไทยได้ประกาศบัญชีรายชื่อผู้ค้ายาเสพติด โดยพลเอก นะคะมวยมีรายชื่ออยู่ในบัญชี
ด้วย จึงเกิดความไม่พอใจฝ่ายไทย ประกาศการปิดช่องทางเข้า- ออก ทำให้ประชาชนที่ทราบข่าวไม่กล้าเข้าออกตามแนว
ชายแดน รวมทั้งผู้ประกอบการค้าไม้ และค้าแร่ในฝั่งพม่าต้องถูกสั่งให้ยุติการดำเนินกิจการไปก่อน เนื่องจากทางฝ่าย
กะเหรี่ยงไม่รับรองความปลอดภัยคนไทยที่ข้ามแดนไปฝั่งพม่าในเขตอิทธิพลของ KAO

 วันนี้( 3 พ.ค.2555) “นายอำเภอพบพระ” กำชับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ห้ามข้ามฝั่งพม่า
หวั่นได้รับอันตรายหลัง “นะคำมวย”ผบ.กองทัพกะเหรี่ยง
KAO ประกาศไม่รับรองความปลอดภัยคนไทย

      นายพจน์ หรูวรนันท์ นายอำเภอพบพระ จ.ตาก ได้กำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่แนวชายแดนไทย-พม่า
โดยเฉพาะช่องทางเข้า-ออก บ้านวาเล่ย์ใต้ และวาเล่ย์เหนือ ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ ให้ระมัดระวังอย่าข้ามไปฝั่งประเทศพม่าอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเกรง
ว่าจะได้รับอันตราย หลังจากที่ นายพลนะคำมวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพกะเหรี่ยง
KAO ประกาศจะไม่รับรองความปลอดภัยคนไทยที่ข้าม
ไปฝั่งพม่า หลังจากถูกทางการไทยประกาศขึ้นบัญชีรายชื่อบัญชีดำ ผู้ค้ายาเสพติด ขณะเดียวกัน นายพลนะคำมวย ได้ประชุมชี้แจงสร้างความเข้าใจ
ให้กับราษฎรชาวกะเหรี่ยง รวมทั้งฝ่ายทหารที่กองบัญชาโกะทูบลอ ตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งฝ่ายชาวกะเหรี่ยงได้รับทราบข้อมูลแล้ว เกิดความไม
่พอใจต่อฝ่ายไทย และชาวกะเหรี่ยงก็เข้าใจ และรู้ถึงการทำงานของกองทัพ
KAO ที่ต่อสู้เพื่ออิสรภาพและการปกครองตนเอง ไม่ใช่ค้ายาเสพติดอย่าง
ที่ถูก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีของไทย กล่าวหา

      ทั้งนี้ กองทัพ KAO พร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปตรวจสอบในเขตอิทธิพล และพร้อมรับรองความปลอดภัยทุกสถานการณ์ โดยกองทัพ KAO
พร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปตรวจสอบในเขตอิทธิพล และพร้อมรับรองความปลอดภัยทุกสถานการณ์

      อย่างไรก็ดี ฝ่ายทหารไทย หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด ยังคงเฝ้าระวังในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า โดยเฉพาะบริเวณชายแดน
ไทย – พม่า พื้นที่ อ.พบพระ และ อ.อุ้มผาง รวมทั้งบ้านแม่โกนเกน ต.มหาวัน อ.แม่สอด ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของนายพลนะคะมวย

 

 

รองโฆษกบัวแก้วมั่นใจ "นะคะมุย" ปิดด่านไม่กระทบชายแดน ยันสัมพันธ์ไทย-พม่าแน่นแฟ้น

 เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 พ.ค. ที่กระทรวงการต่างประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดำรง ใคร่ครวญ รองอธิบดีกรม
สารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดบริเวณแนวชายแดนไทยและเมียนมาร์ ภาย
หลังพล.ต.นะคะมุย อดีตหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงพุทธ หรือ ดีเคบีเอ ประกาศปิดช่องทางเข้าออกบริเวณ
ชายแดน จ.ตาก ด้วยว่า ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่จะกระทบต่อความสัมพันธ์ไทยกับเมียนมาร์ (พม่า) เพราะระดับผู้นำมีความ
สัมพันธ์ที่ดีมาก และผู้นำพม่าก็เข้าใจ การไปมาหาสู่ของประชาชนของทั้งสองประเทศก็เป็นไปได้ด้วยดี สิ่งที่เกิดขึ้น
บริเวณแนวชายแดน เป็นเพียงปฎิกิริยาต่อหมายจับของทางการไทยต่อบุคคลที่พัวพันยาเสพติด 

 ทั้งนี้การค้าบริเวณแนวชายแดนยังเป็นปกติ ตนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลเมียนมาร์มีศักยภาพพอในการจัดการปัญหาในพื้นที่ที่เป็น
อธิปไตยของตัวเอง และเชื่อว่า รัฐบาลเมียนมาร์ก็ต้องการเห็นชายแดนทั้งสองประเทศมีสันติสุขเช่นกัน ยืนยันว่าการ
จะปิดด่านชายแดนได้นั้น จะต้องเป็นอำนวจของทางการเมียนมาร์เท่านั้น ซึ่งการดำเนินการของกลุ่มดังกล่าวไม่น่าม
ีผลกระทบในวงกว้าง
 
มาติดตามความเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนไทย-พม่า ด้านจังหวัดตาก หลังจากที่พลตรี “นะคะมุย”  ผู้บัญชาการทหาร
กองกำลังกะเหรี่ยง ดีเคบีเอ  ที่มีเขตอิทธิพลอยู่ในพื้นที่ สั่งปิดด่านเพื่อเป็นการตอบโต้หลังจากที่มีรายชื่อติดบัญชีดำ
ผู้ค้ายาเสพติด  
สถานการณ์ตามแนวด่านชายแดนไทย – พม่า  ด้านอำเภอพบพระ และอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ค่อนข้างเงียบสงบ
แต่ขณะนี้พบว่าคนไทยไม่กล้าข้ามไปยังฝั่งพม่า ขณะที่หมู่บ้านในฝั่งพม่าเองก็เงียบสงบเช่นกัน  อย่างไรก็ตามมีรายงาน
จากหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า พบความเคลื่อนไหวด้านกำลังทหารผิดปกติที่บริเวณชายแดนไทย – พม่า
เมื่อพลตรี “นะคะมุย” แถลงข่าวตอบโต้ หลังจากที่ปรากฎชื่อเป็นผู้ค้ายาเสพติดที่มีหมายจับ มีค่าหัว 1 ล้านบาท โดยขอ
ให้ฝ่ายไทยลบชื่อออกจากบัญชีดำทันที ซึ่งหากไม่ดำเนินการฝ่ายกะเหรี่ยง “ดีเคบีเอ” จะเพิ่มมาตรการตอบโต้ โดยก่อน
หน้านี้ได้ปิดจุดผ่อนปรนหรือ ช่องทางเข้า - ออก ในเขตอิทธพลไปแล้ว 12 จุด 
ด้านพลโท ชาญชัยณรงค์ ธนารุณ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดน ในพื้นที่รับผิดชอบว่า กองทัพภาคที่ 3
ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์ ว่าขณะนี้ในพื้นที่มีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น โดยในส่วนที่มีการหยุด
ดำเนินการก็เป็นเรื่องของการประกอบธุรกิจ แต่ยืนยันว่า วิถีชาวบ้านบริเวณชายแดนก็ยังดำเนินไปตามปกติ ซึ่งในส่วน
ของกำลังทหารไม่ได้มีการสั่งเพิ่มกำลังลงไปในพื้นที่ แต่อย่างใด แต่ได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการในการดูแลประชาชน
ให้เข้มงวดมากขึ้น
 
 

พล.ท.ชาญชัยณรงค์  ธนารุณ  แม่ทัพภาคที่ 3  กล่าวถึงกรณีที่ นายนะคำมวย  หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงพุทธ
(ดีเคบีเอ)  ปิดช่องทางเข้าออกชั่วคราว  12 จุดบริเวณชายแดนฝั่งตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก เพื่อตอบโต้หมายประกาศ
จับนักค้ายาเสพติดของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ว่า จากการข่าวยังไม่พบว่ามีการนำสิ่ง
กีดขวางใดๆ มาปิดกั้น แต่เขาได้แถลงข่าวกระจายเสียงในลักษณะของการข่มขู่ว่าไม่ขอรับรองความปลอดภัย  
จึงทำให้ชาวบ้านที่ใช้ช่องทางไม่ค่อยกล้าเข้า- ออก แต่ก็ยังพบว่ามีชาวบ้านบางส่วนที่ข้ามไปมาค้าขาย ทำการเกษตร
ก็ยังใช่ช่องทางนี้อยู่เหมือนเดิม  ส่วนกรณีที่ บ.ผาแดง อินดัสตรี้ ที่ได้สัมปทานเข้าไปขุดแร่บริเวณดังกล่าวไม่สามารถ
นำแร่ข้ามกลับมาได้นั้น เท่าที่ทราบ ไม่น่าจะเกิดจากการที่มีกองกำลังกีดขวาง แต่น่าจะเกิดจากที่ทางบริษัทก็คงกังวล
เรื่องคำขู่ที่จะไม่รับประกันความปลอดภัยมากกว่า  อย่างไรก็ตาม  ในทางเปิดยังไม่เคยพบว่า นายนะคำ มวย จะข้ามมา
ฝั่งไทย แต่อาจจะมีการลักลอบเข้ามาบ้าง  แต่หากเจ้าหน้าที่พบสามารถจับกุมตัวได้ทันที  เพราะมีการออกหมายจับ
ไปแล้ว

               
แม่ทัพภาคที่ 3  กล่าวว่า  ด้านการข่าวมีการยืนยันด้วยว่า ชนกลุ่มน้อยที่บริเวณชายแดนไทย –พม่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
ยาเสพติด  แต่ขอพูดในภาพกว้างไม่ระบุว่าเป็นกลุ่มใด  ซึ่งที่ผ่านมา กองกำลังนเรศวร ที่ดูแลชายแดนด้านเหนือค่อน
ไปทางตะวันตก และ กองกำลังผาเมืองที่ดูแลชายแดนด้านเหนือ  ก็เข้มงวดกวดขันและร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม
ได้อย่างต่อเนื่อง  และจากการที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดหน่วยปฏิบัติก็ได้เพิ่มมาตรการในการเฝ้า
ตรวจบริเวณชายแดนอย่างเข้มข้น   ซึ่งชายแดนฝั่งกองกำลังนเรศวรที่ดูแลพื้นที่ อ.แม่สอด หรือ พบพระ จ.ตาก มีสถิติใน
การจับกุมน้อยกว่าทางฝั่ง กองกำลังผาเมือง โดยส่วนใหญ่เป็นรายย่อย  ในขณะที่ชายแดนด้านกองกำลังผาเมืองที่ติดกับ
แหล่งผลิต จะมีการเคลื่อนไหวมากกว่า   


เหลิม”หาช่องกม.ส่งหมายจับขอให้รัฐบาลพม่าส่งตัว”นะคะมุย”มาดำเนินคดีในไทย ย้ำแค่คำขู่ปิดด่าน ไม่มีแนวร่วม
ไม่กระทบการค้าชายแดนไทยสั่งย้ายนักโทษขาใหญ่เมืองคอน 50-70รายขังคุกเขาบินเล็งถกอธิบดีราชทัณฑ์หาเกาะทำ
คุกขังนักโทษค้ายาเร่งชงแก้กม.ประหารชีวิตนัก.โทษคดีค้ายาใน 15วันหลังศาลชั้นต้น-ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนประหาร
และกม.ฉี่ม่วงส่งบำบัดไม่ต้องดำเนินคดี

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.10 น.  ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุงรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าขณะนี้ตนได้ทำงานร่วม
กับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยกร่างกฎหมาย 2ฉบับส่งไปให้กระทรวงยฺุติธรรมเป็นเจ้าของเรื่องพิจารณาเสนอ
เรื่องแรกคือคดียาเสพติดเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ในส่วนกลางตัดสินตรงกันให้ประหารชีวิต ให้ประหารชีวิตภาย
ใน 15 วัน ภายหลังควบคุมตัวไว้แล้วจากเดิมในปัจจุบันที่กำหนดให้ประหารชีวิตหลังจากควบคุมตัวไว้แล้วเกิน 60วัน
ซึ่งมันช้าไป   องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆสอบถามมาตนก็อธิบายให้ฟังว่าคนร้ายคดียาเสพติดไม่เหมือนคดีอื่น ๆเพราะ
ไม่ได้เกิดจากเหตุบันดาลโทสะ ผิดพลาดบกพร่องแต่เรื่องยาเสพติดมันจะเป็นสันดานและถ้าเราไม่แก้อย่างนี้ก็ยังไม่มีใครถูกประหารพอไปอยู่ใเนรือนจำ
ก็ก่อเหตุสั่งซื้อขายว่าจ้างค้ายาเสพติดก่อให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมืองอย่างมากเพราะฉะนั้นต้องทำงานเป็นระบบ
ส่วนเรื่องที่สองขณะนี้มีปัญหาการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พอมีฉี่ม่วงบางคนก็อ้างว่าทานยา หรือไม่ยอมให้ตรวจจน
ทะเลาะแบะแว้งไม่จบสิ้นตนจึงขอแก้ไขกฎหมายว่ากรณีที่ตรวจพบฉี่สีม่วง แล้วบุคคลนั้นเต็มใจสมัครใจบำบัดรักษาก็ไม
่ต้องดำเนินคดี นำตัวไปบำบัดรักษาเลยหากนำไปควบคุมตัวดำเนินคดีจะเสียเวลาสุดท้ายก็ต้องบังคับบำบัดหรือสมัครใจ
บำบัด

รองนายกฯ กล่าวว่า  ส่วนกรณีที่พล.ต. นะคะมุยผู้บัญชาการทหารกองกำลังติดอาวุธชาวกะเหรี่ยง กองพลน้อยโกะทูบลอ
หรือดีเคบีเค ขู่สั่งปิดจุดผ่อนปรนแนวชายแดนไทย-พม่าตอบโต้การถูกขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ค้ายาเสพติด นั้นตนกำลังศึกษาว่า
จะหาช่องทางส่งหมายจับให้รัฐบาลพม่าดำเนินการจับกุมแล้วส่งตัวพล.ต.นะคะมุยมาให้เราดำดำเนินคดีในประเทศไทย
เพราะศาลได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 26 เม.ย.2546 ผ่านมาแล้ว 9 ปีก็ยังเอะอะตึงตังข่มขู่ประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่เขา
ทำเองแต่ไม่มีแนวร่วม แกนนำของกองพลน้อยโกะทูบลอก็ยังไม่เห็นด้วยเพราะทำให้เขาขาดรายได้  และกะเหรี่ยงเป็น
แค่ชนกลุ่มน้อย ไม่ใช่ประเทศทางรัฐบาลพม่าเองก็ไม่ได้สอบถามอะไรมา เรียนพี่น้องชาวอำเภอพบพระ จ.ตากอย่าไปตก
ใจ การปิดด่านทำไม่ได้ เพราะตัวมันจะอดตายก่อนยืนยันไม่มีผลกระทบกับแรงงานไทย  เพระมีแต่แรงงานพม่าข้ามทำงาน
ฝั่งไทยแต่พวกที่ลักลอบค้าแร่ ของหนีภาษี ทำผิดกฎหมายเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ ตนไปเอาข้อมูลมาจากฝั่งโน้น แต่เราเข้าไปจับกุมเขาไม่ได้และที่สื่อบางแห่งไปลงข่าวว่าเขาติดต่อผ่านกระทรวงการต่างประเทศของเรานั้นไม่ใช่ 
เพียงแต่ฝ่ายต่างประเทศของเคเคโอหรือกองพลน้อยโกะทูบลอได้ติดต่อผ่านคนรู้จักกับตนมาอธิบายความว่าพล.ต.นะคุมุย
ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งตนบอกว่าตนแก้ไขไม่ได้เพราะศาลออกหมายจับหากไม่มีพยานหลักฐานศาลคงไม่อนุมัต
ิออกหมายจับตั้งแต่ปี2546 ซึ่งศาลยุติธรรมเชื่อถือได้ ทั่วโลกเขาให้ความเคารพเชื่อถือศาลไทย

“ก่อนจะทำผมได้พิจารณาโดยรอบคอบแล้วตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้องชอบธรรม  ไอ้หน่อคำไปคนแล้วไอ้บยี่เซ
ก็หนีหัวซุกหัวซุน เหลือพล.ต.นะคะมุย นี่แหละออกมาอะอะเดี๋ยวผมจะหาช่องทางกฎหมายเอาตัวมาดำเนินคดีส่วนที่เขา
ออกมาประกาศว่าไม่เกี่ยวกับยาเสพติดและท้าทายให้ผมเดินทางไปพิสูจน์ในพื้นที่ผมจะเข้าไปได้อย่างไร เพราะไม่ม
ีอำนาจอะไร เพราะไม่ใช่ตำรวจจะมาท้าพิสูจน์อะไร เพราะศาลอาญารัชดาออกหมายจับ ไม่ใช่ผมไปกล่าวหาพล.ต.
นะคะมุยต้องมาพิสูจน์ไม่ใช่ผมไปพิสูจน์เพราะเขาทำผิดในราชอาณาจักรไทย พยานหลักฐานชัดและที่ออกมาแก้ตัวนั้น
เป็นการแก้ตัวส่วนตัว แนวร่วมไม่มี” รองนายกฯ กล่าว

เมื่อถามถึง การตรวจค้นเรือนจำนครศรีธรรมราชที่พบข้อมูลเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดถึง 20แก๊งและเชื่อมโยง
กับเครอือข่ายแก๊งค้าเสพติดข้ามชาติ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าเมื่อวันที่ 3 พ.ค.  พล.ต.ต. รณพงษ์ ทรายแก้ว
ผบก.ภ.จ.นครศรีธรรมราชได้มาคุยกันตน  แต่ตนยังไม่ได้รับรายละเอียดเชิงลึกถึงการเชื่อมโยงกับแก๊งค้ายาเสพติด
ข้ามชาติหรือไม่ แต่ได้บอกไปว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำความผิดให้จับให้หมดและยาเสพติดข้ามชาติคงไม่มีหรอก
มีอยู่ 2-3 ชาติเท่านั้นที่ผลิตยาเสพติดแต่อย่าไปพูดว่าต้องล้างบางเรือนจำทั้งประเทศกันใหม่เพราะเรือนจำบางที่ก็ทำงาน
ดี มีไม่มากที่มีปัญหาเพราะมีการปล่อยปละละเลยกันมานาน สมัยที่ผ่านไม่มีใครทำแต่ตนเป็นตำรวจเก่าก็รู้เชิงลึกเมื่อเอาจริงเอาจังข้อมุลก็หลั่งไหลเข้ามามากเตรียมตัวตายกันได้พวก
ผู้ค้ารายใหญ่เพราะจะเร่งแก้ไขกฎหมายให้ประหารชีวิตเร็วขึ้นแต่ไม่ใช่ไปขู่ฆ่าตัดตอนอะไรตนได้สั่งการแล้วให้นักโทษ
คดียาเสพติดจากเรือนจำนครศรีธรรมราช 50-70 คนย้ายไปขังไปเรือนจำเขาบิน   และเมื่อวันที่ 3พ.ค.ตนได้สั่งให้ดีเดย์
ตรวจค้นเรือนจำจ.ศรีสะเกษและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3  ได้ตั้งบก.ส่วนหน้ารับรองว่าตนรับผิดชอบเรื่องนี้
ยาเสพติดไม่จบก็เหลือน้อยและถึงมีแนวคิดต้องใช้เกาะเป็นเรือนจำโดยได้หารือกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์เตรียมหาสถานที่
ที่เหมาะสมไว้แล้วเพื่อจะได้ตัดปัญหาเรื่องสัญญาณโทรศัพท์

 

ทหารกะเหรี่ยงของ "พล.ต.นะเคามวย" เคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย-พม่า ผิดปกติ ด้านชาวไทยผวา ไม่กล้าข้ามฝั่งไปในพื้นที่อิทธิพลนายพลชื่อดัง หวั่นได้รับอันตราย...ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า
ด้านตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก หลังจากที่ พล.ต.นะเคามวย ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ตอบโต้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่ขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ค้ายาเสพติดและมีหมายจับ จึงสร้างความไม่พอใจให้ฝ่ายกะเหรี่ยงโกะ ทู บลอ
เป็นอย่างยิ่ง และขอให้ฝ่ายไทยลบชื่อ พล.ต.นะเคามวย ออกจากรายชื่อผู้ค้ายาเสพติดทันที หากไม่ดำเนินการฝ่ายกะเหรี่ยงจะเพิ่มมาตรการตอบโต้ฝ่ายไทย กองกำลังทหารกะเหรี่ยงกลุ่มโกะ ทู บลอ
(KLOH-HTOO-BOR) ภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.ต.นะเคามวย ผู้บัญชาการทหารสูงสูด กองทัพโกะ ทู บลอ ที่แยกตัวออกจากกลุ่มกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) ได้มีการเคลื่อนไหวกองกำลังทหารอย่างผิดปกติ ที่บริเวณชายแดนด้าน อ.อุ้มผาง และ อ.พบพระ จ.ตากทั้งนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการปิดจุดผ่อนปรน หรือช่องทางเข้า-ออกตามแนวชายแดนไทย-พม่า ไปแล้ว 12 จุด ตั้งแต่ อ.พบพระ ไปจนถึง อ.อุ้มผาง ซึ่งการเคลื่อนไหวของกำลังทหารนั้น ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนต่างพากันวิตกกังวล เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาความไม่สงบตามแนวชายแดนขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.พบพระ และ อ.อุ้มผาง ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่มีประชาชนไทยกล้าข้ามไปฝั่งพม่า รวมทั้งชาวบ้านที่เคยเข้าไปทำการเกษตรในฝั่งพม่าก็ไม่กล้าข้ามไปเก็บเอาผลิตผล
เพราะทหารของ พล.ต.นะเคามวย ได้สั่งห้ามเด็ดขาด ส่วนหมู่บ้านในฝั่งพม่าเองก็เงียบสงบเช่นกัน โดยมีกองกำลังทหารกะเหรี่ยงดูแลพื้นที่เต็มอัตราศึก ในขณะที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 และกองกำลังนเรศวร ได้เข้ารักษาความสงบตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดแล้ว และมีการตรวจค้นบุคคลเข้า-ออกทุกคน ส่วนทางด้านเชิงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สอด การค้าขายของทั้งสองฝั่งยังคงเป็นปกติ เพราะอยู่นอกเขตยึดครองของ พล.ต.นะเคามวย.กองกำลังกะเหรี่ยง ดีเคบีเอ ภายใต้การนำ 'พล.ต.นะเคามวย' ประกาศปิดเส้นทางการค้าชายแดนระหว่างอ.แม่สอด และเมืองเมียวดี อีก เพื่อตอบโต้รัฐบาลไทย ชี้ ข้อกล่าวหาของรองนายกฯ เฉลิม เป็นเรื่องโคมลอย ขณะที่พบทหารกะเหรี่ยง ดีเคบีเอ เคลื่อนไหวชายแดนไทย
- พม่า ผิดปกติ ...
เว็บไซต์สำนักข่าวอิระวดี สื่อพม่ารายงานอ้างจากคำกล่าวของ พ.อ.ซานออง โฆษกกองกำลัง
กะเหรี่ยงโกะ ทู บลอ (KLOH-HTOO-BOR) หรือ ดีเคบีเอ ที่กล่าวจะปิดเส้นทางการค้าชายแดน  ระหว่าง อ.แม่สอด
จ.ตาก และ จ.เมียวดี ของพม่า อีก 2-3 วัน และเรื่องนี้ กะเหรี่ยงดีเคบีเอได้แจ้งรัฐบาลพม่าแล้ว แม้ว่าทางการพม่า จะไม่ปิดชายแดนของพวกเขา แต่ทางกะเหรี่ยงดีเคบีเอ จะปิดบริเวณพื้นที่ควบคุม เพราะคำสั่งนี้มาจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพวกเขา เพื่อเป็นการตอบโต้รัฐบาลไทยที่ประกาศให้นายพลนะคำมวย
ผู้นำกองทัพ เป็นอันดับ 5 ผู้ค้ายาเสพติด ที่ทางการไทยต้องการตัวมากที่สุด โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายพลนะคำมวย
ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทั้งสื่อพม่าและสื่อไทยที่ฐานของเขาในเมืองเมียวดี

นายพลนะคำมวย กล่าวว่า ข้อกล่าวหาของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ไทย เป็นการกล่าวหาแบบโคมลอย
และกล่าวอีกว่า ทางการไทย เสี่ยงที่จะเกิดปัญหาความมั่นคงทางชายแดน ส่วนเรื่องที่ถูกกล่าวหานั้น จะเชิญคณะผู้แทนในการตรวจสอฐานที่มั่นเพิ่มเติม แต่ถ้าตนเองไม่ได้เป็นอย่างที่รองนายกฯ ไทย กล่าวหา
นายพลนะคำมวย ขู่ว่าจะนำเรื่องไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ ทั้งนี้ นายพลนะคำมวย ปฏิเสธว่า ตนไม่เคยค้า
ยาเสพติด หรือ เกี่ยวข้อง

อีกด้าน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ชายแดนไทย - พม่า ด้านตรงข้าม อ.พบพระ จ.ตาก ว่า พบเห็นกองกำลังทหารกะเหรี่ยงกลุ่มโกะ ทู บลอ (KLOH-HTOO-BOR) ภายใต้การบังคับบัญชาของ พล.ต.นะเคามวย ที่แยกตัวออกจากกลุ่มกะเหรี่ยงพุทธเพื่อประชาธิปไตย (DKBA) ได้มีการเคลื่อนไหวกองกำลังทหารอย่างผิดปกติ ที่บริเวณชายแดนด้าน อ.อุ้มผาง และ อ.พบพระ จ.ตาก ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการปิดจุดผ่อนปรน หรือช่องทางเข้า-ออกตามแนวชายแดนไทย-พม่า ไปแล้ว 12 จุด ตั้งแต่ อ.พบพระ ไปจนถึง อ.อุ้มผาง ซึ่งการเคลื่อนไหวของกำลังทหารนั้น ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนต่างพากันวิตกกังวล เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาความไม่สงบตามแนวชายแดนขึ้นอีก

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.พบพระ และ อ.อุ้มผาง ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่มีประชาชนไทยกล้าข้ามไปฝั่งพม่า รวมทั้งชาวบ้านที่เคยเข้าไปทำการเกษตรในฝั่งพม่าก็ไม่กล้าข้ามไปเก็บเอาผลิตผล เพราะทหารของ พล.ต.นะเคามวย ได้สั่งห้ามเด็ดขาด ส่วนหมู่บ้านในฝั่งพม่าเองก็เงียบสงบเช่นกัน โดยมีกองกำลังทหารกะเหรี่ยงดูแลพื้นที่เต็มอัตราศึก ในขณะที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 และกองกำลังนเรศวร ได้เข้ารักษาความสงบตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดแล้ว และมีการตรวจค้นบุคคลเข้า - ออกทุกคน ส่วนทางด้านเชิงสะพานมิตรภาพไทย - พม่า ด้าน อ.แม่สอด การค้าขายของทั้งสองฝั่งยังคงเป็นปกติ เพราะอยู่นอกเขตยึดครองของ พล.ต.นะเคามวย.

  

ตาก - กลุ่มกะเหรี่ยง KAO ของ “นะคะมวย” ยังแผลงฤทธิ์ตอบโต้คำสั่ง “เป็ดเหลิม” ให้ขึ้นแบล็กลิสต์ฐานค้ายาเสพติด ถึงขั้นห้ามรถขนแร่-คนของ “ผาแดงฯ” ข้ามฝั่ง แถมห้ามขนเครื่องจักรออกซ้ำ หลังปิด 5 ด่านพบพระ 7 ด่านอุ้มผางมาก่อน ขณะที่ประธานหอการค้าจังหวัดตากยัน ณ วันนี้ยังไม่กระทบการค้าแม่สอด-เมียวดี ด้านผู้ว่าฯ ประสานทหาร-ตชด.ดูแลเข้มกว่าปกติ
       
       รายงานข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.พบพระ จ.ตาก ภายหลังจากที่นายพล นะคะมวย ผู้บัญชาการกองทัพกะเหรี่ยงโกะทูบลอ หรือ KAO สั่งปิดชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบคือตรงข้าม อ.พบพระ 5 ด่าน และตรงข้าม อ.อุ้มผาง 7 ด่าน เพื่อตอบโต้กรณีถูกทางการไทยออกหมายจับเป็นหนึ่งในผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ค่าหัว 1 ล้านบาท ซึ่งการปิดด่านได้สร้างความเสียหายแก่หลายบริษัทที่เข้าไปทำกิจการเหมืองแร่ในพื้นที่ อ.อุ้มผาง เริ่มได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น เมื่อทหารกะเหรี่ยงที่มีอิทธิพลในฝั่งพม่า มีคำสั่งห้ามรถขนแร่บริษัท ผาแดงอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) เข้าออก และให้พนักงานออกจากพื้นที่ โดยไม่ยินยอมให้ขนเครื่องจักรออกมา ส่วนประชาชนที่เข้าไปทำพืชไร่การเกษตรก็มีคำสั่งห้ามคนไทยข้ามไปฝั่งพม่า เป็นการตอบโต้ฝ่ายไทยที่ออกหมายจับโดยไม่มีหลักฐาน

        นายพล นะคะมวยได้เปิดใจถึงปัญหานี้ว่า ตนปกครองลูกน้องจำนวนมาก อาจจะมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ทางกะเหรี่ยงมีกฎตายตัวอยู่แล้วว่า หากใครไปยุ่งเกี่ยวกับสุรายาเมา หากพบจะต้องถูกทุบตีเพราะมีคำสั่งห้ามเด็ดขาด
       
       ส่วนเรื่องยาเสพติดยิ่งหนัก หากพบถูกประหารชีวิตทันทีไม่มีข้อยกเว้น สิ่งไม่ดี 3 อย่างที่ตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด คือ 1. ค้ายา 2. ค้ามนุษย์ และ 3. ค้าอาวุธ ตนไม่ต้องการทั้งชื่อเสียง เกียรติยศ และเงินทอง จึงไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง ตนเป็นนักรบ เป็นผู้นำกะเหรี่ยง รบเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของชนชาติกะเหรี่ยง หลายครั้งทางการพม่าติดต่อให้เข้าร่วมอุดมการณ์ แต่เมื่อตนถามประชาชนชาวกะเหรี่ยงซึ่งทุกคนปฏิเสธไม่เข้าร่วม จนถึงปัจจุบันประชาชนมาบอกว่าเข้าร่วมกับพม่าเพื่อมาพัฒนาบ้านเมือง ตนจึงเข้าร่วม และเพิ่งไปเซ็นสัญญาหยุดยิงกับพม่าเมื่อเดือนเมษายน 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งพม่าก็ให้สิทธิตนปกครองตนเองและควบคุมพื้นที่แห่งนี้

        ส่วนเรื่องที่ถูกออกหมายจับ ถือว่า ไม่เป็นธรรมเพราะตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยว คนที่ทำเรื่องนี้หากไม่มาแก้ไขปัญหาชายแดนด้านนี้จะต้องมีปัญหาแน่นอน
       
       ส่วนเรื่องที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีของไทย บอกว่า หากรู้ว่าไม่ผิดก็รีบมามอบตัว นายพล นะคะมวยบอกว่า เรื่องนี้เขาไม่สนใจ ไม่เกี่ยวข้อง แล้วจะให้ไปมอบตัว ไม่ไปเด็ดขาด
       
       “ณ เวลานี้ต้องการให้คนมีหน้าที่มาตรวจสอบ จะรับรองความปลอดภัยให้ทุกสิ่งทุกอย่าง นอกจากถูกยุงกัดเท่านั้นที่ช่วยไม่ได้”

 
 
       ส่วนสถานการณ์ทั่วไปตามด่าน แม้ทางการกะเหรี่ยงจะปิดด่าน แต่ก็ยังมีประชาชนของทั้งสองฝั่งข้ามไปมา รวมทั้งเด็กนักเรียนกะเหรี่ยงที่ข้ามมาเรียนหนังสือฝั่งไทย
       
       ด้านนายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้า จังหวัดตาก เปิดเผยถึงสถานการณ์การค้าชายแดนไทย-พม่า บริเวณจังหวัดตากว่า ขณะนี้บรรยากาศการค้าที่ อ.แม่สอดยังมีการค้าขายตามปกติวันละกว่า 100 ล้านบาท ไม่ได้รับผลกระทบจากการที่นายพล นะคะมวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองกำลังกะเหรี่ยงโกะทูบลอ หรือ KAO ที่แสดงความไม่พอใจทางการไทยแต่อย่างใด

 
       ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นมีบ้าง เฉพาะพื้นที่ตรงข้าม อ.พบพระ และ อ.อุ้มผาง ที่เป็นเขตอิทธิพลของนายพล นะคะมวย แต่กระทบไม่มาก เนื่องจากมีเพียงจุดผ่อนปรนเล็กๆ ที่ชาวบ้านใช้ข้ามฝั่งไปมา มีการค้าขายตามวิถีชาวบ้านเท่านั้น
       
       ขณะที่นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ยังกำชับให้นายอำเภอทั้ง 2 พื้นที่แจ้งให้ประชาชนรับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้ระมัดระวังมากขึ้น ส่วนด้านความปลอดภัย ได้ประสานกับกองกำลังนเรศวร และตำรวจตระเวนชายแดนดูแลเข้มข้นกว่าปกติ พร้อมประสานคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-พม่า เพื่อพูดคุยแก้ปัญหาดังกล่าวแล้ว

 

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล ตร.กล่าวถึงการติดตามจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายสำคัญจำนวน 25 ราย ตามหมายจับของ ป.ป.ส.ว่า ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้น ต้องทำทั้งระบบ จะมารอจับอย่างเดียวไม่ได้ ส่วนผู้ต้องหาค้างเก่าที่มีอิทธิพล ต้องมีการกดดันให้เดือดร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ต้องหาที่ศาลออกหมายจับ ทั้ง 25 ราย เช่น นายหน่อคำ มีรางวัลนำจับ 2 ล้านบาท นายอิสมานยังจับไม่ได้ ส่วน พ.ท.ยี่เซ กำลังหนีหัวซุกหัวซุน จะต้องมีการตามจับกุมตัวให้ได้ สำหรับความคืบหน้าในการติดตามตัว พล.ต.นะเคามวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพกะเหรี่ยงโกะทูบลอ (เคเอโอ) นั้น ทางศาลได้ออกหมายจับตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2546 ฉะนั้นตรงนี้ขอยืนยันว่าไม่ได้แกล้ง พล.ท.นะเคามวยและการที่ออกมาตอบโต้ว่าให้ตนเดินทางไปหานั้นจะไปหาเรื่องอะไร เพราะตนไม่ต้องพิสูจน์ตัวเองเนื่องจากตนเป็นรองนายกฯ แต่ทาง พล.ท.นะเคามวย ต้องพิสูจน์ตัวเอง เดินทางเข้ามามอบตัวในประเทศไทย


ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง พล.ท.นะเคามวยยืนยันว่าจะไม่เข้ามามอบตัวนั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า "ไม่มีทางมาอย่างแน่นอนชาติหน้าก็คงไม่มา"


เมื่อถามว่าจะมีการใช้ความสัมพันธ์อันดีกับทางพม่าหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เรื่องนี้ได้สั่งทาง ป.ป.ส.ไปแล้ว ให้ดำเนินการทุกช่องทาง เพื่อติดตาม พล.ท.นะเคามวย มาดำเนินคดีในประเทศไทยให้ได้ แต่ถ้าไม่ได้ ตนจะเดินทางไปประเทศพม่า ตรงนี้แม้จะมีอิทธิพลหรือข่มขู่อย่างไร ตนในฐานะที่เคยเป็นตำรวจเก่าบุคคลที่เดือดร้อนนั้นไม่ใช่ประชาชนคนไทย แต่บุคคลที่เดือดร้อน คือ พล.ท.นะเคามวยจะอดตาย เนื่องจากมีรายได้มาจากประชาชนไทยที่เดินทางไปค้าขาย


"การทำงานครั้งนี้ผมขอวัดดวง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด อย่ามาข่มขู่นะเพราะผมเป็นตำรวจเก่า ผมไม่กลัวหรอก เพราะคนเราเกิดมาก็ตายทีเดียว" รองนายกฯ กล่าว พร้อมกับชี้แจงถึงการประสานกับทางกองทัพหากสถานการณ์เริ่มมีความรุนแรงว่า ตรงนี้ยังไม่กล้าบอกว่า มีการประสานหรือไม่


เมื่อถามย้ำว่าได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ซึ่งมีการเฝ้าระวังการเคลื่อนกำลังต่างๆ หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.ได้ต่อสายกับทางรอง ผบ.ทบ.และตนได้พูดคุยเพื่อเรียนว่าเรื่องนี้เป็นมาอย่างไร โดยเรื่องยังไม่มีอะไร เพราะกลุ่มอื่นๆ อย่างกลุ่มบีจีเอฟก็ไม่เอาด้วยเพราะกลุ่มกระเหรี่ยงต่างๆ นั้นเรียกยาก

 

  

 

มีรายงานข่าวสถานการณ์ชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.พบพระ จ.ตาก ภายหลังจากที่นายพลนะเคามวย ผู้บัญชาการกองทัพกะเหรี่ยง โก ทู บลอ KAO สั่งปิดชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบคือตรงข้าม อ.พบพระ 5 ด่าน และตรงข้าม อ.อุ้มผาง 7 ด่าน เพื่อตอบโต้กรณีถูกทางการไทยออกหมายจับเป็นหนึ่งในผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ค่าหัว 1 ล้านบาท ซึ่งการปิดด่านได้สร้างความเสียหายให้กับหลายบริษัทที่เข้าไปทำกิจการเหมืองแร่ในพื้นที่ อ.อุ้มผาง เริ่มได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้น เมื่อทหารกะเหรี่ยงที่มีอิทธิพลในฝั่งพม่า มีคำสั่งห้ามรถขนแร่ บริษัทผาแดงอินดัสทรี จำกัด(มหาชน) เข้าออก และให้พนักงานออกจากพื้นที่ โดยไม่ยินยอมให้ขนเครื่องจักรออกมา ส่วนประชาชน ที่เข้าไปทำพืชไร่การเกษตรก็มีคำสั่งห้ามคนไทยข้ามไปฝั่งพม่า ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นตอบโต้ ฝ่ายไทยที่ออกหมายจับโดยไม่มีหลักฐาน

นายพลนะเคามวย ได้เปิดใจถึงปัญหานี้ว่า "ตนปกครองลูกน้องจำนวนมาก อาจจะมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ทางกะเหรี่ยงมีกฎตายตัวอยู่แล้วว่า หากใครไปยุ่งเกี่ยวกับสุรายาเมา หากพบจะต้องถูกทุบตี เพราะมีคำสั่งห้ามเด็ดขาด ส่วนเรื่องยาเสพติดนั้น หากพบ จะถูกประหารชีวิตทันที ไม่มีข้อยกเว้น สิ่งไม่ดี 3 อย่างที่ตนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาดคือ 1 ค้ายา 2 ค้ามนุษย์ และ 3 ค้าอาวุธ
 
นายพลนะเคามวย กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องที่ถูกออกหมายจับโดยไม่เป็นธรรม เพราะตนไม่ได้ยุ่งเกี่ยว คนที่ทำเรื่องนี้หากไม่มาแก้ไขปัญหาชายแดนด้านนี้จะต้องมีปัญหาแน่นอน ส่วนเรื่องที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี บอกว่า หากรู้ว่าไม่ผิดก็รีบมามอบตัว นายพลนะเคามวย บอกว่า เรื่องนี้ไม่สนใจ ไม่เกี่ยวข้อง แล้วจะให้ไปมอบตัว ไม่ไปเด็ดขาด ณ เวลานี้ ต้องการให้คนมีหน้าที่มาตรวจสอบ จะรับรองความปลอดภัยให้ทุกสิ่งทุกอย่าง นอกจากถูกยุงกัดเท่านั้นที่ช่วยไม่ได้
 
 
 
 
 
 

เหตุไม่พอใจไทยขึ้นแบล็กลิสต์ยาเสพติด

จากความไม่พอใจของ พล.อ.นะคะมวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองกำลังทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ที่ถูกทางการไทยออกหมายจับในคดียาเสพติด จนมีคำสั่งปิดพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า ตรงข้ามอำเภอพบพระและแม่สอด 12 จุด ยกเว้นจุดผ่อนปรนชั่วคราว บ้านวาเล่ย์ใหม่

ล่าสุดยังคงมีการเสริมกำลังทหารจากฐานที่มั่นตรงข้ามบ้านยะพอ อีก 10 คันรถ จำนวนกว่า 100 นาย เข้ามาในพื้นที่ชายแดน ขณะที่ทหารก็เสริมกำลังตรึงแนวชายแดนและจุดตรวจผ่านแดนเช่นกัน

ขณะที่ทางอำเภอพบพระ ได้กำชับให้ผู้นำท้องถิ่นห้ามประชาชนข้ามฝั่งไปประกอบอาชีพเพราะทหารกะเหรี่ยงดีเคบีเอประกาศไม่รับรองความปลอดภัย แต่ในขณะที่ชาวพม่าต่างเดินทางเข้ามาซื้ออาหารในฝั่งไทยไปกักตุน เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ เกรงจะปิดด่านชายแดนทั้งหมด.

 

8 พ.ค.2555

 

รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยัน พล.ต.นะเคามวย เอี่ยวค้ายาบ้า จริง เร่งประสานทางการพม่า ขอตัวดำเนินคดีในไทย

ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึง กรณี พล.ต.นะเคามวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกะเหรี่ยงโกะทูบลอ และอดีตหัวหน้ากองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงพุทธ (ดี.เค.บี.เอ) แถลงข่าวตอบโต้ทางการไทย ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการค้ายาเสพติด ที่ทางการไทยได้ออกหมายจับ

พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า ทางกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดที่ทาง บช.ปส. จับกุมได้ ในช่วง ปี 2546 พร้อมยาบ้าลอตใหญ่ กว่า 9 แสนเม็ด ซึ่งศาลได้พิพากษาประหารชีวิตผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษจำคุกตลอดชีวิตแทน  จากกรณีดังกล่าวนี้ เจ้าหน้าที่ ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า พล.ต.นะเคามวย มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการค้ายาเสพติดจริง เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งเป็นพยานที่ทำการติดต่อซื้อขายยากับ พล.ต.นะเคามวย และตนขอยืนยันว่า พล.ต.นะเคามวย เป็นเจ้าของยาลอตใหญ่ดังกล่าว

ทั้งนี้ บช.ปส. ยืนยันมีว่ามีหลักฐานสามารถดำเนินคดีเอาผิดกับ พล.ต.นะเคามวย ได้ส่วนที่มีการออกหมายจับนั้น ทางศาลได้ออกหมายจับนานแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไร อยากให้มาต่อสู้คดีในชั้นศาล 

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้  บช.ปส. จะได้ประสานไปยังทางการพม่า เพื่อขอตัว พล.ต.นะเคามวย มาดำเนินคดีในกฎหมายของประเทศไทยต่อไป

 

รองนายกฯ "เฉลิม" เตรียมเดินทางเจรจาพม่า ขอตัว "พล.ต.นะเคามวย" มาดำเนินคดี มั่นใจ ไม่สร้างปัญหาบานปลายให้ชายแดน ด้าน "สุรพงษ์" ยัน "พล.ต.นะเคามวย" ไม่มีชื่อในบัญชีดำ ชี้ ศาลอาญาออกหมายจับคดียาเสพติดเท่านั้น

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณี พล.ต.นะเคามวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองกำลังโกะทูบลอ เป็นการออกหมายจับจากศาลอาญา ซึ่งผ่านมานานแล้ว และก็ไม่ต้องผ่านการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ แต่อย่างใด พร้อมกับมั่นใจว่า ศาลอาญาของไทย มีกระบวนการกฎหมายที่เป็นสากล ทั้งนี้คดีความของ พล.ต.นะเคามวย ถูกออกหมายจับ ตั้งแต่ปี 2546 ในสมัยของรัฐบาล พล.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร แต่รัฐบาลต่อมา ไม่มีการสานต่อเพื่อขอส่งตัว เมื่อมาถึงรัฐบาลนี้  ซึ่งตนจะเดินทางไปหารือประสานกับทางการพม่าเองขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม ย้ำว่า ไม่มีความเกรงใจ และไม่กังวลว่า จะทำให้ปัญหาชายแดนไทย-พม่า เกิดบานปลายขึ้นมา เนื่องจากเป็นคดียาเสพติด ที่ตนประกาศไว้แล้วว่าจะต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม  ร.ต.อ.เฉลิม ปฏิเสธว่า ไม่ทราบมีนักโทษในคุก ขู่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนยันว่าไม่มีอิทธิพลมืดในคุกอย่างแน่นอนรมว.กต.ยัน "นะเคามวย" ไม่มีชื่อบัญชีดำนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ได้หารือกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี แล้ว เกี่ยวกับกรณีศาลอาญาออกหมายจับ พล.ต.นะเคามวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองกำลังโกลทูบอ ซึ่งเป็นเรื่องนานมาแล้ว และ พล.ต.นะเคามวย ไม่ได้อยู่ในแบล็กลิสต์ ทั้งนี้ หากทาง ร.ต.อ.เฉลิม ขอให้มีการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ก็จะประสานกับทางการพม่าให้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประสานมาแต่อย่างใด ขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า ด่านชายแดนแม่สอดก็ยังคงเปิดตามปกติ และมีการประสานกันระหว่างเจ้าหน้าที่ว่าจะไม่มีการปะทะกันกับชนกลุ่มน้อย ส่วนในวันนี้ทางองค์การการประชุมอิสลาม หรือ OIC จะเข้าพบตนในเวลา 12.30 น. โดยรัฐบาลไทยจะชี้แจงกับ OIC พร้อมยืนยันว่าจะใช้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ในการบริหารดูแลพื้นที่เช่นเดิม ทั้งนี้เชื่อว่า OIC จะไม่แทรกแซงการบริหารงานภาคใต้ของไทยอย่างแน่นอน 10 พ.ค.2555  วันนี้(10 พ.ค.55) นายพลนะคะมวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองกำลังกะเหรี่ยงโกะทูบลอ หรือKAO ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทั้งไทย-พม่า และผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศ กว่า 100 คน ณ.กองบัญชาการใหญ่กองกำลัง KAO โดยมีหน่วยคอมมานโด KAO กว่า 500 นาย พร้อมอาวุธครบมือมาคอยคุ้มกัน และรักษาความปลอดภัยให้ผู้นำ KAO
       
       นายพลนะคะมวย กล่าวว่า ขอยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยว หรือเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และพร้อมที่จะให้ทางการไทยเข้ามาตรวจสอบ โดยจะให้ความปลอดภัยอย่างเต็มที่
       เขาบอกอีกว่า ความจริงแล้วรัฐบาลไทยและพม่า ต่างมีหน่วยงาน ป.ป.ส.ซึ่งสามารถประสานงานกัน และเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ของตนเองพร้อมกันได้เลย เมื่อมีการตรวจสอบชัดเจนแล้วตนเองก็จะได้ใช้เวลาเพื่อไปพัฒนาพื้นที่เขตกะเหรี่ยง และให้ประชาชนชาวกะเหรี่ยงกินดีอยู่ดี มีความบริสุทธิ์และยุติธรรมในการปกครอง
       
       ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองกำลังกะเหรี่ยง KAO บอกอีกว่า ตนเองเป็นชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า ถึงแม้ว่าหากมีความผิดจริงก็จะต้องสู้คดีในพม่า ทำไมต้องไปขึ้นศาลไทย ที่สำคัญตนเองไม่มีความผิด อีกประการคือ หมายจับของทางการไทย มีขึ้นตั้งแต่ปี 2546 แต่ทำไมเพิ่งนำมาเปิดประเด็นในเวลานี้ ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ตนเองกำลังจะมีการเจรจากับรัฐบาลพม่า ทำให้เกิดความเสียหายกับตนเองมาก 
       
       “ผมพร้อมที่จะให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จับกุมหากมาตรวจสอบและพบว่าผมผิดจริง ตอนนี้ขอให้ บิ๊กเฉลิม ไปตามจับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ก่อน เพราะคดีดังกล่าวศาลไทยได้ตัดสินและระบุโทษความผิดไปแล้ว เพื่อรักษากฎหมายไทยให้ถูกต้อง มีความหมาย ส่วนคดีผมนั้นยังไม่มีอะไรที่มีหลักฐานเลย มีเพียงการกล่าวหา สร้างความเสียหายให้ผมเท่านั้นเอง” ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองกำลังกะเหรี่ยง KAO กล่าว
       
       นายพลนะคะมวย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองไม่เคยค้ายาเสพติด-ไม่เคยให้กองกำลังทหารของตนเองรวมทั้งประชาชนค้ายาเสพติด แต่สิ่งที่ตนเองจะทำคือพัฒนากองทัพเพื่อความเป็นเอกภาพและสันติภาพของชนชาวกะเหรี่ยงทุกคน เราต่อสู้เพื่ออิสรภาพและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

พลตรี นะคะมุย พร้อมคุย"เฉลิม"-ท้าให้ปปส.ไทย-พม่าเข้าตรวจสอบพื้นที่

 เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า นายพลนะคะมุย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองกำลังกะเหรี่ยงโกะทูบอร์ (KAO : Klo Htoo Bor Karen Organization) เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ทั้งไทย-พม่า และผู้สื่อข่าวจากต่างประเทศกว่า 40 คน  ณ กองบัญชาการใหญ่ KAO บริเวณชายแดนไทย-พม่า ด้านตรงข้าม บ้านมอเกอร์ไทย ต.วาเลย์ อ.พบพระ จ.ตาก  โดยมีหน่วยคอมมานโดของ KAO กว่า 500 นาย พร้อมอาวุธครบมือมาคอยคุ้มกันและรักษาความปลอดภัยให้ผู้นำ KAO    นายพลนะคะมุย กล่าวว่า ตนขอยืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และพร้อมที่จะให้ทางการไทยเข้ามาตรวจสอบในพื้นที่ โดยตนจะให้ความปลอดภัยอย่างเต็มที่   ซึ่งในความเป็นจริง รัฐบาลไทยและพม่าต่างมีหน่วยงานปปส. ซึ่งสามารถประสานงานกันและเข้ามาตรวจสอบพร้อมกันในพื้นที่ของตนเองได้เลย    เมื่อมีการตรวจสอบชัดเจนแล้วตนเองก็จะได้ใช้เวลาเพื่อไปพัฒนาพื้นที่เขตกะเหรี่ยงและให้ประชาชนชาวกะเหรี่ยงกินดีอยู่ดี มีความบริสุทธิ์ และยุติธรรมในการปกครอง  ตนเป็นชาวกะเหรี่ยง สัญชาติพม่า  หากมีความผิดจริงก็จะต้องสู้คดีในพม่า  ทำไมต้องไปขึ้นศาลไทย และที่สำคัญตนเองไม่มีความผิด     อีกประการหนึ่ง หมายจับของทางการไทยมีขึ้นตั้งแต่ปี 2546 แต่ทำไมเพิ่งนำมาเปิดประเด็นในเวลานี้ ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่ตนเองกำลังจะมีการเจรจากับรัฐบาลพม่า ทำให้เกิดความเสียหายกับตนเองมาก  “ผมพร้อมที่จะให้ร.ต.อ.เฉลิม  อยู่บำรุง  รองนายกรัฐมนตรีของไทย เข้าจับกุมหากมีการมาตรวจสอบและพบว่าผมผิดจริง  ตอนนี้ขอให้ บิ๊กเฉลิม ไปตามจับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทยก่อน เพราะคดีดังกล่าวศาลไทยได้ตัดสินและระบุโทษความผิดไปแล้ว เพื่อรักษากฎหมายไทยให้ถูกต้อง มีความหมาย ส่วนคดีผมนั้นยังไม่มีอะไรที่มีหลักฐานเลย มีเพียงการกล่าวหา สร้างความเสียหายให้ผมเท่านั้นเอง”  ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองกำลังกะเหรี่ยง KAO กล่าว  นายพลนะคะมุย กล่าวย้ำอีกว่า กองกำลังทหารของตนเองไม่เคยค้ายาเสพติด ทั้งนี้รายได้ที่นำมาดูแลกองกำลังนั้น ไม่ได้มาจากการค้ายาเสพติด  แต่ได้มาจากการอนุญาตให้มีการทำเหมืองแร่ในเขตรับผิดชอบ ตลอดจนการค้าขายตามแนวชายแดน  เพื่อนำมาพัฒนากองทัพ สู่ความเป็นเอกภาพและสันติภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของชนชาวกะเหรี่ยงทุกคน
11 พ.ค.2555

“เฉลิม” ประกาศพร้อมเดินทางไปพม่าด้วยตัวเองเพื่อประสานทางการจับกุม “นะคะมวย” มาดำเนินคดีให้ได้
       
       วันนี้(11 พ.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินการออกหมายจับ พล.ต.นะคะมวย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพกะเหรี่ยงโก ทู บลอ (เคเคโอ) ว่า ขณะนี้ พล.อ.อดุลย์ แสงสีแก้ว เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) ได้ส่งเอกสารนำเสนอพร้อมหมายจับไปยังทางพม่าแล้ว และยังได้ประสานไปยังผู้ช่วยทูตของไทยที่พม่าให้ติดตามอยู่ และเชื่อว่าภายในวันนี้ (11 พ.ค. ) ก็จะรายงานผลกลับมาให้ทราบแล้ว ซึ่งหากจำเป็นที่ตนต้องเดินทางไปเจรจากับทางราชการของพม่า ตนก็จะไป เพราะต้องเอาตัวมาให้ได้
       
       “ขอย้ำอีกครั้งว่า พล.ต.นะคะมวย ไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในแบล็กลิสต์ แต่เป็นบุคคลตามหมายจับเท่านั้น ซึ่งจะต้องไปเกรงใจอะไรผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ถ้าไม่ทำ ไม่กดดันกัน ก็ไม่หยุด ซึ่งถูกจับมียาเสพติดไว้ในครอบครองตั้ง 920,000 เม็ด และมีมาตั้งแต่ในอดีต ไม่ใช่ผมต้องการมาเปิดศึกด้วย อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ามาตรการกดดันครั้งนี้ ผู้ค้ายาเสพติดเหล่านี้คงจะไม่สามารถเดินทางมายัง อ.แม่สอด และ จ.เชียงใหม่ ที่เกิดการผลิตยาเสพติดได้อีกเป็นแน่ ไม่เว้นแม้แต่แก๊งค์ยาซูโดอีเฟรดีน ก็สั่งดำเนินการเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ด้วยเช่นกัน”

« Back