กลุ่มเครือข่ายอาหลง

 

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.แสงสูรย์ กรรณสูต ผบก.ปส.2 แถลงผลการจับกุม นายวิโรจน์ จรัลพรเลิศสิน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.13 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย นายสรพงษ์ หรืออาหลง ขวัญจิราพันธุ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/350 ม.4 ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และนายจะเซ ตะนายอู สัญชาติพม่า พร้อมของกลางเฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 7 กก. รถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน ถต 8660 กรุงเทพมหานคร สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 3 ใบ

พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส.กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อปลายเดือน พ.ย. 2551 บช.ปส. ร่วมกับ บช.ภ.5 ได้สืบสวนจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดชาวจีนฮ่อ ที่มีนางสุพรรษา ทวีอภิรดีไพจิตร หรืออาเม่ย แซ่ฉิน ชาวจีนฮ่อ เป็นตัวการสำคัญ โดยนางสุพรรษา อยู่ระหว่างการหลบหนีประกันในชั้นศาลอุทธรณ์ ในคดียาเสพติด มีนายสรพงษ์ หรืออาหลง เป็นเครือข่าย แก๊งค้า ยาเสพติดรายนี้จะสั่งเฮโรอีนครั้งละมากๆจากแหล่งผลิตภายนอกประเทศ ลำเลียงเข้ามาพักไว้ในประเทศ เพื่อส่งไป จำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้และต่างประเทศ

พล.ต.ท.วุฒิกล่าวต่อว่า กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 ร่วมกับศูนย์สืบสวน บช.ปส.ทำการส่งสายลับติดต่อล่อซื้อยาเสพติดจากขบวนการยาเสพติดดังกล่าว กระทั่งจับกุมนายวิโรจน์ได้ที่ห้างเทสโก้ โลตัส ฟอร์จูน ถนนรัชดาภิเษก และจับกุมนายสรพงษ์ และนายจะเซ ได้ที่ห้องหมายเลข 402 โรงแรมปิยะพรเพลส เลขที่ 77/1 ม.1 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากการ สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นเพียงผู้รับจ้างขนเฮโรอีน โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 5 แสนบาท เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.วุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนางสุพรรษา หรืออาเม่ย เป็นหัวหน้าขบวนการค้ายาเสพติด “แม่สลองนอก” เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญใน 24 ราย อยู่ ในบัญชีดำที่ บช.ปส.ต้องการตัวมากที่สุด ขณะนี้ได้หลบหนีการประกันตัวชั้นศาลอุทธรณ์ ซึ่งหลังจากนี้ได้สั่งการให้ขยายผลเพื่อติดตัวผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป

 

 

วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2554 ตำรวจพิษณุโลก จับเครือข่ายยาเสพติดภาคเหนือ ของกลางยาบ้า 6 หมื่นเม็ด ยาไอซ์ 1 กิโลกรัม มูลค่า 21 ล้านบาท เตรียมส่งกรุงเทพฯ  พลตำรวจโท วันชัย ถนัดกิจ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ของภาคเหนือ ได้ผู้ต้องหา 7 คนของกลางเป็นยาบ้า 6 หมื่นเม็ด ยาไอซ์ 1 กิโลกรัม มูลค่า 21 ล้านบาท ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นชาวจังหวัดเชียงราย โดย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ได้กล่าวถึงการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในครั้งนี้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งข่าวว่าจะมีเครือข่ายยาเสพติด จากภาคเหนือ ลำเลียงยาเสพติดผ่านเข้ามาในพื้นที่จึงได้วางแผนจับกุม พร้อมขยายผลจนสามารถจับผู้ต้องหาได้จำนวน 7 คน
   โดยนายอุทัย จ้อยนิล ผู้ต้องหารายหนึ่ง ได้ให้การรับสารภาพว่าตนเองมีหน้าที่รับจ้างขนส่ง ยาไอซ์ ไปส่งให้กับเอเยนต์รายใหญ่ ที่เขตบางนา กรุงเทพฯโดยได้ค่าจ้างเป็นเงิน 1 แสนบาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการขยายผลไปยังเอเยนต์รายใหญ่ต่อไป
   อย่างไรก็ตาม พลตำรวจโท วันชัยยังได้กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึง คาดว่าเครือข่ายยาเสพติดจะมีความเคลื่อนไหว โดยอาศัยจังหวะเวลาที่เป็นวันหยุดยาวประชาชนสัญจรเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางกองบังคับการตำรวจภูธรภาค 6 จะได้ทำการตั้งด่านตรวจในเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มข้นควบคู่ไปกับการให้บริการประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

 

กรุงเทพฯ 28 ม.ค.55  - ตำรวจ ปส.สนธิกำลังดีเอสไอ จับเครือข่ายอาข่า 10 คน เปิดร้านอาหารบังหน้าย่านรามคำแหง พบยาบ้า 400,000 เม็ด และยาไอซ์มูลค่าเกือบ 200 ล้านบาท

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตำรวจนครบาล เข้าล่อซื้อยาบ้าจำนวน 400,000 เม็ด ยาไอซ์ 24 กิโลกรัม มูลค่า ประมาณ 200 ล้านบาท พร้อมจับกุมนายสุรเดช แซ่ลี้  นายอาลู่ แซ่ลี้ นายอาเต๋อ แซ่ฮวง นายเอกพจน์ แซ่จาง และเครือข่ายรวม 10 คน ภายในร้านอาหารไออีท เรสเตอรองต์ เลขที่ 55/13 และ 14 ซอยรามคำแหง 24/3 แขวงหัวหมากเขตบางกะปิ หลังตำรวจสืบทราบมีการนำยาเสพติดลอตใหญ่จากเครือข่ายทางภาคเหนือ มาพักไว้ในกรุงเทพมหานคร เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้ามีนายอาเต๋อ ระหนสิงขร เป็นหัวหน้าแก๊ง จึงประสานกับศูนย์ข่าวกรองของตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำการล่อซื้อยาไอซ์จากนายอาลู่ ด้วยเงินสดจำนวน 40 ล้านบาท และนัดหมายดูเงินที่ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส เลียบด่วนรามอินทรา ก่อนแสดงตัวเข้าจับกุม จากนั้นซ้อนแผนให้หนึ่งในผู้ต้องหาติดต่อกับคนในร้านอาหาร และนำยาไอซ์ 24 กิโลกรัม มาส่งให้ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนที่จะขยายผลเข้าตรวจค้นร้านอาหารดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ ด้านล่างเปิดเป็นร้านอาหาร 2 คูหาบังหน้า ด้านในพบผู้ต้องหา 4 คน ทำหน้าที่ดูแลยาเสพติด และภายในร้านอาหารพบยาบ้า 400,000 เม็ด บรรจุในกล่องพลาสติกสีน้ำเงิน เพื่อรอส่งตอให้ลูกค้า

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการขยายผลไปถึงเครือข่ายที่อยู่ทางภาคเหนือที่ผู้ต้องหาอ้างว่าไปรับยามา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย. - สำนักข่าวไทย

 

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองอธิบดีดีเอสไอพร้อมด้วย พ.ต.ท.พเยาว์ ทองเสน  ผอ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 แถลงภายหลังจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ โดยได้นำตัวผู้ต้องหามาร่วมแถลงข่าวด้วย ซึ่งผู้ต้องหาที่จับกุมได้เป็นชาวจีนฮ้อหรือกลุ่มอาหลง ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่แถบตะเข็บชายแดนในพื้นที่ภาคเหนือคือนายดาวชัย ภู่วิจิตรถาวรชัย และนางประณิพร ภูวิจิตรถาวรชัย ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 134/14  หมู่ 9 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมอายัดทรัพย์สินผู้ต้องหาโดยมีหินขาว หรือหยกข่าวที่แกะสลักเป็นพระพุทธรูป บ้านพร้อมที่ดิน 6 หลัง ที่ดินพร้อมโรงงาน 2 แห่ง รถยนต์ 2 คันรวมมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท 

พ.ต.อ.ญาณพล  กล่าวว่า สืบเนื่องจากดีเอสไอร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย(ดีอีเอ) ร่วมกันสืบสวนเครือข่ายดังกล่าวและได้ส่งสายลับเข้าแฝงตัวอยู่ในเครือข่ายเป็นเวลา 2 ปี จนได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่เป็นผู้เจรจาซื้อขายยาเสพติด หลังจากนั้นสายลับจึงได้วางแผนกับเจ้าหน้าที่ล่อซื้อเฮโรอีนจากผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวด้วยเงิน 400,000 บาท  อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการปราบปรามจับกุมยาเสพติดต่อเนื่องทำให้เครือข่ายระมัดระวังตัวมากขึ้น การจะล่อซื้อในปริมาณมากกว่าเดิมจึงทำได้ยาก   ดีเอสไอจึงได้ขอศาลออกหมายจำผู้ต้องหาจากหลักฐานที่มีอยู่เดิม เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเท
 

พ.ต.อ.ญาณพล กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังเหลือผู้ต้องหาอีก 1 คนที่ถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต คือนายเค ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ส่งยาเสพติดให้สายลับที่ล่อซื้อ  โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งทำการติดตามจับกุมมาดำเนินคดีโดยเร็ว  อย่างไรก็ตาม กำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไออีกส่วนหนึ่งได้ทำการเข้าตรวจค้นคอนโดภายในซอยประชารา ไม่พบยาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมาย พบเพียงชายชาวจีนฮ้อ 1 คนอาศัยอยู่ โดยจากสอบปากคำไม่พบพิรุธจึงได้ปล่อยตัวไป.
 

« Back