คดีฆ่านายก อบจ.ลพบุรี (1)

 

เช้าวันที่ 16 มิ.ย.2554 นายกฯ เจี๊ยบ ตื่นนอนตามปกติ อาบน้ำ ทานข้าว ไปทำงาน ไม่มีลางสังหรณ์เลยว่า ช่วงสายการไปกรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ เขาจะไม่ได้กลับมาจังหวัดลพบุรีบ้านเกิดอีก เพราะมีคนตามไปปลิดชีวิตเขา ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า........

นายก อบจ.ลพบุรี ถูกตามฆ่าในเขตกรุงเทพมหานคร ในฐานะที่ผม เพิ่งพบเห็น นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช ครั้งสุดท้าย เมื่องานพระราชทานเพลิงศพบิดาของ นายกเทศมนตรีลำนารายณ์ ที่วัดลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล เมื่อเร็ว ๆ นี้ 

ในเขตจังหวัดลพบุรี นายก ฯ เจี๊ยบ ไปไหนมาไหน มีผู้ติดตามมากมาย เหมือนหน่วยคุ้มกัน รถวิ่งตามกันหลายคัน โอกาสคนร้ายลงมือไม่มีแน่นอน ถึงให้กล้าลงมือ ก็ต้องมีการตอบโต้กันอย่างแน่นอน และยิ่งในฤดูไข้โป้ง   ก่อน 3 ก.ค. 2554 บรรดานักการเมือง ทั้งระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ในจังหวัดต่างระวังตัวกันแจ กระสุนปืนไม่เข้าใครออกใคร แต่เข้าที่ศีรษะที่สำคัญเสมอ 

สำหรับจังหวัดลพบุรี ผู้สมัครที่แข่งขันกัน ที่น่าจับตามองมากที่สุด ขณะนี้ คือพรรคเพื่อไทย กับพรรคภูมิใจไทย เพื่อนรักที่แตกคอกัน ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ก็เรียบง่าย นายกฯ เจี๊ยบ เป็นบุตรชายของนายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีต ส.ส.ผูกขาดชาติไทย คนสนิทของนายบรรหาร ศิลปอาชา  ในระยะ 20 ปีที่ผ่านมานี้ นายกฯเจี๊ยบฯ มีบทบาทสำคัญทางการเมืองมากพอสมควร จากระดับท้องถิ่น จนถึงระดับชาติ มีพรรคพวกเพื่อนฝูงมากมาย มีผู้คนเข้าหามากมายเนื่องจากมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับพรรคภูมิใจไทย พูดอะไร ขออะไรได้หมด โดยเฉพาะฤดูแต่งตั้งโยกย้าย ทั้งฝ่ายปกครอง และตำรวจ และหน่วยอื่น ๆ

การจากไปครั้งนี้  ย่อมกระทบต่อฐานคะแนนเสียงอย่างแน่นอน เพราะบรรดาหัวคะแนนตาม อบต. ตำบล หมู่บ้านต่าง ๆ   ขาดคนควบคุม ที่เหลืออยู่ก็บารมีไม่ถึง  ใครละจะก้าวขึ้นมาแทนที่? ทันเวลาหรือไม่?

การตามสังหาร นายกเจี๊ยบ มีการวางแผนมาก่อนหน้า เลือกพื้นที่สังหารไว้ที่ กทม.ปลายทางแทนที่จะลงมือในจังหวัด หรือระหว่างการเดินทาง มีการติดต่อสื่อสารตลอดเส้นทางที่สะกดรอย มีแผนสำรองไว้ครบถ้วน ไม่ต้องยิงถล่มกันจนวุ่นวาย ทิ้งหลักฐานไว้มากมาย เหมือนกรณีนายสนธิ(ลิ้ม) สถานที่เกิดเหตุ ฝ่ายคนร้ายน่าจะมาตรวจก่อนลงมือด้วยซ้ำไป

แม้จะตั้งประเด็นการสังหาร ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเรื่องการเมือง เรื่องส่วนตัวก็มาจากการเมืองทั้งนั้น บ้างก็ว่าเป็นคำสั่งของคนกล้า บ้างก็ว่าเป็นการตัดยอดฐานคะแนน บ้างก็ว่าเป็นเรื่องการแก้แค้นคืน เพราะได้เวลาประจวบเหมาะพอดี บ้างก็ว่าเป็นมติเอกฉันท์ พร้อมใจกันของผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม และขัดแย้งกัน
ก็สุดแต่จะว่ากันไป  ผมก็ขอเดินทางสายกลาง ไม่อาจกำหนดประเด็น หรือก้าวล่วงไปมากกว่านี้ได้

 

**คดีนี้ถือเป็นคดีดัง และสำคัญของจังหวัดลพบุรี  (แต่สถานที่เกิดเหตุไปเกิดที่กรุงเทพมหานคร) โดยบรรดาเหล่าซุ้มมือปืนเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาจริงเอาจัง ก็ได้ปรับแผนกลยุทธ์ ในเรื่องแผนประทุษกรรม สถานที่เกิดเหตุ และอาวุธที่ใช้ คงไม่มีใครลากเอาเอ็ม 16 อาร์ก้ามาถล่มกัน หากจะมีก็ต้องตามชนบท ที่เปลี่ยวห่างไกล 

เชื่อว่า รูปคดีจะต้องติดตามถึงที่สุด ไม่เงียบหาย ที่จะสรุปไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน   รูปคดีจะต้องคลี่คลายขึ้นในเร็ววัน เพราะหากไม่มีการดำเนินการใด ๆ มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการลักษณะนี้ขึ้นได้อีก หรือมีการแก้แค้นกันไปกันมา ไม่จบสิ้น  เพราะบรรดาพรรคพวก เพื่อนฝูง ลูกน้อง นายกฯเจี๊ยบฯ มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

ฝ่ายรัฐบาล ปชป.ก็เร่งรัดในการสืบสวนจับกุมให้ได้ เหมือนครั้งที่ปี 2551 นายวรวิทย์ เชื้อเพ็ชร์ อดีต สว.ลพบุรี ฟาก ปชป.ถูกคนร้ายยิงตายที่ อ.โคกสำโรง จว.ลพบุรี เรื่องก็เงียบหายไปตามกาลเวลา ที่จนทุกวันนี้ ศาลยกฟ้อง ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้บงการ ??   

ก็ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว ส.ส.กมลฯ ด้วย ครับ การเมืองเล่นกันแรง จริง ๆ

นอกจากเงินทองไม่เป็นพี่น้องกันแล้ว การเมืองก็ไม่เป็นพี่น้องด้วยเช่นกัน   ????

........................................................................................

ทุกวันนี้ " เงิน " เป็นใหญ่ ครับ ง้างได้ทุกสิ่ง 

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิง นายสุบรรณ จิระพันธุ์วานิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย เสียชีวิต และยิง น.ส.อรพรรณ จิระพันธุ์วานิช ภรรยา และ น.ส.ชนุตพร โพธิสัมภารวงศ์ เลขาส่วนตัว ได้รับบาดเจ็บนั้น ล่าสุดขณะนี้ พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก สตช.) เปิดเผยว่า ทางศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการตั้งรางวัลนำจับให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนสามารถจับกุมมือยิง นายสุบรรณ นายก อบจ.ลพบุรี ได้ จำนวน 300,000 บาท และเบาะแสจนสามารถจับกุมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พาคนร้ายหลบหนี จำนวน 100,000 บาท แล้ว

.................................................................

วันนี้ (16 มิ.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รองผกก.สส.สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย บริเวณตลาดราชดำเนินพลาซ่า โซน A17 แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. ถนนข้าวสาร เยื้องสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณอยุธยา รองผบ.ตร.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รองผบก.น.1 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

 

ที่เกิดเหตุบริเวณทางเดินหน้าร้านขายเครื่องประดับคิวปิก พบเพียงกองเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระพยาบาล ไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อต่อมา คือ นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี ผู้สนับหนุนพรรคภูมิใจไทย น.ส.อรพรรณ จิระพันธุ์วาณิช ภรรยา น.ส.ชนุตพร โพธิสัมภารวงศ์ เลขาฯ โดย นายสุบรรณถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วน น.ส.อรพรรณ และ น.ส.ชนุตพร อาการปลอดภัยแล้ว

 สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน ได้เดินมาจากทางลานจอดรถ จากนั้นได้แวะซื้อไอศกรีมจากรถเข็นที่จอดอยู่หน้าร้าน จู่ๆ คนร้ายเป็นชาย 1 คน สูงประมาณ 170 ซม
.สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ได้เดินมาจ่อยิงที่ศีรษะ นายสุบรรณ และยิงผู้หญิง
ทั้ง 2 คน ล้มลง รวม 4 นัด จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหนีไปขึ้นรถ จยย.ที่มีคนร้ายอีกคนสตาร์ทเครื่องติดรออยู่แล้วหลบหนีไป

พ.ต.ท.ณฐกร กล่าวว่า เบื้องต้นทราบเพียงว่ากลุ่มของนายสุบรรณได้เดินทางมาหาเพื่อนของภรรยานายสุบรรณซึ่งเป็นแพทย์ โดยจะเดินทางมาเป็นประจำเพื่อทำดีทอล์กดูแลสุขภาพ ระหว่างที่ยืนซื้อไอศกรีมก็มีคนร้ายมาจ่อยิง ก่อนวิ่งหลบหนีไป คาดว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตาย และตามมาสังหาร สำหรับสาเหตุการสังหารขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวพยานไปสเกตช์ภาพคนร้ายแล้ว

 พ.ต.ท. เอกรัตน์ เปาอินทร์ รองผู้กำกับการปราบปราม สน.ชนะสงคราม ระบุว่ามีเหตุยิงกันที่บริเวณตรอกมะยม ถนนข้าวสาร เยื้องสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในเวลาประมาณ 14.45 น. ขณะนี้กำลังสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เบื้องต้นได้นำผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่งรพ.วชิรพยาบาล โดยผู้ที่ถูกยิงเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ชื่อนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช อายุ 53 ปี ซึ่งได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่ภรรยาและเลขานุการส่วนตัวได้รับบาดเจ็บ  เบื้องต้นคาดว่า น่าจะมาจากสาเหตุทางการเมือง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภาพวงจรปิด พบว่า หลังจากที่รถตู้ของผู้ตายมาจอดที่ลานจอดรถ และลงมาที่ตลาดดังกล่าว ก็มีชาย 1 คน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยเดินตาม ซึ่ง พล.ต.อ.วิเชียร จะทำการแถลงข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งที่ บก.สส.บช.น.


จับตาการเมืองลพบุรีป่วนหลังสิ้นสุบรรณ

รางงานข่าวแจ้งว่า นายสุบรรณ เป็นแกนนำพรรคภูมิใจไทยในจังหวัดลพบุรี  ที่ได้ส่งผู้สมัครคือ เขต 1 นายรังสรรค์ สละชีพ อดีตรองนายกอบจ.ที่ลาออกไปสมัคร ส.ส. เขต 2 น.ส.มัลลิกา น้องสาว และเขต 4 นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ อดีตส.อบจ. ลาออกมาลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้  โดยนายสุบรรณหมายมั่นว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้ จะต้องกวาดที่นั่งให้ได้ทั้ง 3 เขต  แม้ว่าเขต 1 พรรคเพื่อไทยส่งนายพิชัย เกียรติ วินัยสกุล อดีต นายกอบจ.  และ น.ส. ผ่องศรี ธาราภูมิ พรรคประชาธิปัตย์  เขต 2 มีนายสุชาติ ลายน้ำเงิน อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นคู่แข่ง  ส่วนเขต 4 นั้น นายสุบรรณ หมายมั่นที่จะผลักดันนายเกียรติ ให้เข้าไปนั่งในสภาให้ได้ เกมการเมืองในลพบุรีทำท่าจะรุนแรง แต่เหตุการณ์กลับตาลปัด เมื่อ นายสุบรรณ มาโดนยิงเสียก่อน

 เมื่อนายสุบรรณเสียชีวิตลงในครั้งนี้ การเมืองการเลือกตั้ง ส.ส.ในจังหวัดลพบุรี อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยเหนื่อยมากขึ้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เคยสนับสนุนนายสุบรรณอาจจะเปลี่ยนแปลงเปลี่ยนขั้วก็เป็นไปได้ เพราะองค์กรปกครองท้องถิ่นเกือบทั้งจังหวัดให้การสนับสนุนนายสุบรรณมาโดยตลอด เมื่อไม่มีนายสุบรรณย่อมที่จะมีการเปลี่ยนแปลง

 

 "การเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 กรกฎาคม นี้เวลาที่เหลือในการหาเสียงในลพบุรี อาจจะมีความรุนแรงมากขึ้น บรรดาคนสนิทของนายสุบรรณ อาจจะต้องแยกย้ายกันไปทำให้การหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยอาจจะสะดุดบ้าง แต่ก็จับตาดูเพราะนายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีต ส.ส. 11 สมัยของพรรคชาติไทยเดิม บิดาของ นายสุบรรณอาจจะต้องออกมาช่วยคนของพรรคภูมใจไทยหาเสียงเองก็เป็นได้" แหล่งข่าวกล่าวและว่า

 นายสุบรรณเคยเปิดเผยก่อนจะเสียชีวิตว่ามีคนคอยติดตามเพื่อที่จะจ้องสังหาร

นายรังสรรค์ กล่าวภายหลังทราบข่าวโดยเชื่อว่า มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งการเมืองระดับชาติ เนื่องจากนายสุบรรณเปิดตัวอย่างชัดเจนว่า จะสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเต็มที่ หากต้องการตัดคะแนนพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องตัดนายสุบรรณออก ที่ผ่านมามีหลายฝ่ายพยายามเข้าขอความสนับสนุนนายสุบรรณ

 นายรังสรรค์ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครืออีกว่า หลังจากนี้ผู้สมัครส.ส.พรรคภูมิใจไทยทุกคนต้องทำงานย่างหนัก เพื่อชิงตำแหน่ง ส.ส.ทุกที่นั่งให้ได้ เพื่อมอบให้แก่นายสุบรรณ อย่างไรก็ตาม การที่นายสุบรรณ เดินทางมาที่ กรุงทพฯ เพื่อพาภรรยามาหาหมอ ส่วนตนหลังจากทราบข่าวก็เดินทางมาที่ กรุงเทพฯทันที

คนร้ายจ่อยิงหัว นายก อบจ.ลพบุรี 4 นัด เสียชีวิต ส่วนภรรยา และ เลขาฯ ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่พยาน เผย คนร้ายเป็นชายสูง 170 ซม. เดินมาจ่อยิงผู้ตายอย่างใจเย็น จากนั้นได้วิ่งขึ้นรถคนร้ายที่สตาร์ทรถ จยย.รออยู่แล้วเผ่นหนี
       
       วันนี้ (16 มิ.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รองผกก.สส.สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย บริเวณตลาดราชดำเนินพลาซ่า โซน A17 แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณอยุธยา รองผบ.ตร.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รองผบก.น.1 และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน

ที่เกิดเหตุบริเวณทางเดินหน้าร้านขายเครื่องประดับคิวปิก พบเพียงกองเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้บาดเจ็บทั้ง 3 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระพยาบาล ไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อต่อมา คือ นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนพรรคภูมิใจไทย นางอรพินท์ จิระพันธุ์วาณิช ภรรยา น.ส.ชนุตพร โพธิสัมภารวงศ์ เลขาฯ โดย นายสุบรรณ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วน นางอรพินท์ และ น.ส.ชนุตพร อาการปลอดภัยแล้ว
       
       จากการสอบ พยานที่เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุบรรณ กับภรรยาเดินทางมาพบแพทย์ ซึ่งเป็นเพื่อนของภรรยาที่มิชชั่น เมติคอล คลินิก ตั้งอยู่เลขที่ 86 ถนนข้าวสาร แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม. ระหว่างที่เดินออกมาจากคลินิก ผู้ตายกับภรรยาและเลขาฯ ได้แวะซื้อไอศกรีมที่หน้าร้านเครื่องประดับ จังหวะนั้นคนร้ายเป็นชาย 1 คน สูงประมาณ 170 ซม.สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า นุ่งกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ได้เดินเข้าไปหานายสุบรรณ แล้วชักอาวุธปืน 11 มม.ขึ้นมาจ่อยิงที่ศีรษะ นายสุบรรณ และยิงผู้หญิงทั้ง 2 คน ล้มลง รวม 4 นัด จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหนีไปขึ้นรถ จยย.ที่มีคนร้ายอีกคนสตาร์ทเครื่องติดรออยู่แล้วหลบหนีไป

ในขณะเดียวกัน มีพยานระบุอีกว่า คนขับรถจยย.ของมือปืน ได้จอดรถรออยู่ที่ตรอกมะยม โดยสวมเสื้อคลุมแขนยาวสีดำ กางเกงสแล็ค สีดำ หมวกกันน็อคเต็มใบสีดำ ส่วนรถของผู้ตาย เป็นรถตู้โฟลค์ ทะเบียน ฮธ6758 กทม.
       
       พ.ต.ท.ณฐกร กล่าวว่า เบื้องต้นทราบเพียงว่ากลุ่มของนายสุบรรณ ได้เดินทางมาหาเพื่อนของภรรยานายสุบรรณ ซึ่งเป็นหมอ โดยจะเดินทางมาเป็นประจำเพื่อทำดีทอล์กดูแลสุขภาพ ระหว่างที่ยืนซื้อไอศกรีมก็มีคนร้ายมาจ่อยิง ก่อนวิ่งหลบหนีไป คาดว่า คนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตาย และตามมาสังหาร สำหรับสาเหตุการสังหารขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวพยานไปสเกตช์ภาพคนร้ายแล้ว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภาพวงจรปิด พบว่า หลังจากที่รถตู้ของผู้ตายมาจอดที่ลานจอดรถ และลงมาที่ตลาดดังกล่าว ก็มีชาย 1 คน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้ต้องสงสัยเดินตาม ซึ่ง พล.ต.อ.วิเชียร จะทำการแถลงข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งที่ บก.สส.บช.น.
       
อย่างไรก็ตาม สำหรับ นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกฯ อบจ.ลพบุรี ถือเป็นหัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ นายสุบรรณ เป็นตัวหลักในการสนับสนุนผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งพื้นที่ เขต 1 ,เขต 2 และ เขต 4 โดยมีนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย เขต 2 ซึ่งเป็นน้องสาว และมีพรรคคู่แข่งสำคัญคือ พรรคเพื่อไทย มีนายสุชาติ ลายน้ำเงิน เป็นผู้สมัครและหัวหน้าทีม อย่างไรก็ตาม หลังจากนายสุบรรณ ถูกยิงเสียชีวิต ทำให้ชาวลพบุรีต่างเชื่อว่า สาเหตุน่ามาจากเรื่องการเมืองอย่างแน่นอน

ที่เกิดเหตุพบเพียงกองเลือด รองเท้าแตะ และปลอกกระสุนปืน ขนาด 11 ม.ม. ตกเกลื่อนพื้น จำนวน 4 ปลอก และหัวกระสุนขนาดเดียวกันอีก 2 หัว จึงปิดกั้นบริเวณจุดที่เกิดเหตุไว้ จากนั้นประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ตรวจเก็บหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียด ส่วนผู้ถูกยิงเบื้องต้นทราบว่าพลเมืองดีช่วยนำส่งร.พ.วชิรพยาบาลแล้ว ทราบชื่อต่อมาว่านายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช อายุ 51 ปี นายกอบจ. ลพบุรี ที่ชาวลพบุรีรู้จักกันดีในนาม "นายกเจี๊ยบ" อยู่บ้านเลขที่ 80 ซอยศรีสุริโยทัย ต.ทะเลชุบศร อ.เมือง จ.ลพบุรี ถูกยิงกระสุนเจาะเข้าศีรษะอาการสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา และยังมีนางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช ภรรยา ถูกยิงเข้าบริเวณสะโพก น.ส.ชณุตพร โพธิสมภาพวงศ์ เลขานุการส่วนตัวนายสุบรรณ ถูกยิงเข้ามือ

จากการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุเบื้องต้น ทราบว่า นายสุบรรณ หรือนายกเจี๊ยบ พร้อมด้วยภรรยา และเลขานุการสาว เดินทางโดยรถตู้โฟล์ค ทะเบียน ฮธ 6758 กทม. มาจากจ.ลพบุรี เพื่อทำสเต็มเซลล์ ดีท็อกซ์ หรือล้างสารพิษตกค้างออกจากร่างกาย ที่วิชั่นเมติคอล ซึ่งเป็นคลินิกเล็กๆ ในเครือร.พ.มิชชั่น ย่านตรอกข้าวสาร เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. หลังลงจากรถตู้นายกเจี๊ยบ ภรรยา และเลขานุการสาว เข้าไปในคลินิกนานประมาณ 20 นาที จากนั้นพากันเดินออกมาเลี้ยวเข้าตรอกด้านหลังกองสลากฯ ตรอกตลาดราชดำเนินพลาซ่าไปยังลานจอดรถ

พยานให้การอีกว่า ระหว่างนั้นภรรยากับเลขานุการสาวแวะซื้อไอศกรีมรถเข็น ส่วนนายกเจี๊ยบยืนรออยู่ใกล้ๆ คาดว่าคนร้ายซึ่งมี 2 คนมาดักรออยู่ก่อนแล้ว โดยหนึ่งในนั้นสูงประมาณ 170 ซ.ม. สวมหมวกแก๊ปสีดำอำพรางใบหน้า เสื้อเชิ้ตสีฟ้าคล้ายคนขับแท็กซี่ สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตทับอีกชั้น นุ่งกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน เดินปรี่ตรงเข้ามาชักอาวุธปืนจ่อศีรษะนายกเจี๊ยบแล้วลั่นไก 2 นัดซ้อนจนล้มฟุบลงกับพื้นจมกองเลือด จากนั้นสาดกระสุนสะเปสะปะอีก 3 นัด กระสุนปืนไปถูกภรรยานายกเจี๊ยบ และเลขานุการสาวบาดเจ็บด้วย ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งไปซ้อนรถจักรยานยนต์ที่พรรคพวกจอดรออยู่หลบหนีไปทางลัดออกถนนราชดำเนิน

ขณะเดียวกันมีพยานพบคนขับรถจักรยาน ยนต์ของมือปืน จอดรถรออยู่ที่ตรอกมะยม สวมเสื้อแจ๊กเกตคล้ายผ้าร่มแขนยาวสีดำ กางเกงสแล็กสีดำ หมวกกันน็อกเต็มใบสีดำ

จากการสอบสวนยังทราบอีกว่า นายสุบรรณเดินทางโดยรถตู้โฟล์คจากจ.ลพบุรี มาพร้อมกับคนขับรถ ภรรยา เลขานุการสาว และตำรวจติดตามอีก 1 นาย แต่เมื่อมาถึงอ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี นายสุบรรณให้ตำรวจติดตามลงรถไปก่อน จากนั้นเดินทางต่อเข้ามากทม. กระทั่งถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว

ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.วิเชียร โพธิ์พจน์ศรี ผบ.ตร. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.ศูนย์สืบสวนบก.บช.น. พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผบก.น.1 เดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากนั้นมอบหมายสั่งการนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเร่งรัดคลี่คลายคดีโดยด่วน เพราะเป็นคดีอุกอาจสะเทือนขวัญ คนถูกยิงเป็นถึงระดับนายกอบจ. โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดเกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสคนร้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากวชิรพยาบาลว่า ทันทีที่ร่างนายสุบรรณมาถึงแพทย์รีบนำเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิต แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เนื่อง จากนายสุบรรณเสียชีวิตตั้งแต่ในที่เกิดเหตุแล้ว สำหรับนางอรพิน ภรรยาถูกยิงเข้าสะโพก กระ สุน ทะลุช่องท้อง อาการสาหัส แพทย์ต้องนำเข้าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูว่ากระสุนตัดผ่านอวัยวะสำคัญหรือไม่ ส่วนน.ส.ชณุตพร เลขานุการสาวถูกยิงบริเวณข้อมือซ้ายอาการปลอด ภัย ขณะที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยต่างรุดมาดูศพนายสุบรรณด้วยความเศร้าสลด อาทิ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค นางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค เป็นต้น

นายบุญเชิด สุขอินทร์ อายุ 44 ปี คนขับรถของนายสุบรรณ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุบรรณ ออกจากบ้านจ.ลพบุรีเดินทางเข้ากทม. เพื่อเข้ารักษาตัวที่คลินิกใกล้ที่เกิดเหตุ โดยพานางอรพินมาด้วย ทั้งที่ปกติทั้งคู่ไม่ค่อยไปไหนมาไหนด้วยกัน โดยออกจากจ.ลพบุรีเวลาประมาณ 12.00 น. จากนั้นเข้าไปภายในคลินิก 3 คน เหลือเพียงตนนั่งรอหลบแดดอยู่ด้านหลังรถ ขณะเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด จึงชะโงกหน้าออกไปมอง เห็นชาย 2 คนขับขี่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ และสี หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเจ้านาย กระทั่ง น.ส.ชณุตพรวิ่งกุมมือโชกเลือดมาบอกว่านายสุบรรณถูกยิง

นายบุญเชิดกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ออกจากจ.ลพบุรีไม่ได้สังเกตว่ามีรถติดตามหรือไม่ หากมีคนร้ายตามมาน่าจะลงมือภายในปั๊มน้ำมันที่จ.อ่างทอง เนื่องจากแวะเข้าไปเติมน้ำมัน และนายสุบรรณเดินลงไปเข้าห้องน้ำ มีเวลาลงมือนานมาก เบื้องต้นไม่ทราบสาเหตุว่ามาจากเรื่องอะไร เพราะเวลาขับรถจะปิดกระจกกั้นระหว่างห้องโดยสารกับห้องคนขับ ทำให้ไม่ได้ยินเวลาเจ้านายพูดคุยกัน ทั้งนี้ถ้าหากอยู่ในจ.ลพบุรี นายสุบรรณจะมีตำรวจติดตามดูแลความปลอดภัย แต่เวลาเข้ากทม.จะเดินทางตามลำพัง โดยนายสุบรรณเพิ่งมารับการรักษาที่คลินิกแห่งนี้เพียง 10 ครั้งเท่านั้น ตามกำหนดนัดของแพทย์ต้องเข้ารักษา 30 ครั้ง โดยมักมาเข้ารับการรักษาประมาณ 2-3 วันต่อครั้ง ใช้เวลาครั้งละ 15 นาที

ขณะที่พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผบช.ภาค 1 กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเคยเตือนนายสุบรรณให้ระวังตัวหลายครั้ง เนื่องจากมีแนวโน้มว่าจะมีคนปองร้าย รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ไปคอยคุ้มกันให้ แต่นายสุบรรณมักจะยอมทำตามเมื่ออยู่ในพื้นที่จ.ลพบุรีเท่านั้น เวลาออกนอกพื้นที่มักไม่ให้ตำรวจติดตามไป อย่างการเข้ากทม.ทุกครั้งจะทิ้งตำรวจไว้ที่อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุครั้งนี้มีต้นตอมาจากพื้นที่จ.ลพบุรี ขณะนี้กำลังร่วมประชุมกับบช.น. เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

ต่อมาเวลา 17.00 น.พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้องที่ศูนย์สืบสวนนครบาล พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้เพื่อแบ่งงานกันไปทำ ขณะนี้ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานก่อน หลังจากนี้จะแบ่งงานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาหลักฐาน ซึ่งข้อมูลที่ได้มาตอนนี้ยังไม่มากนัก ส่วนประเด็นการสังหารต้องดูจากพยานหลักฐานว่าเชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติหรือท้องถิ่น หรือเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ต้องรอผลสอบปากคำพยานรวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดเบื้องต้นพบว่าพาหนะที่คนร้ายใช้เป็นรถจักรยานยนต์

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ เปิดเผยอีกว่า ช่วงที่ใกล้ถึงการเลือกตั้งจะมีการนำเรื่องใช้ความรุนแรงใกล้เลือกตั้งเข้าไปพูดในที่ประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้งของตร. โดยปกติในที่ประชุมจะปรับแผนปฏิบัติเหตุรุนแรงช่วงเลือกตั้งอยู่แล้ว หากพบว่าพื้นที่ใดมีความขัดแย้งรุนแรงก็จะเข้าไปคลี่คลายความขัดแย้งเพื่อป้องกันเหตุ

จากนั้นนายตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมกับพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ ประกอบด้วยพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รองผบก.น.1 พ.ต.อ.จักรภพ สุคณธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รองผกก.สส.สน.ชนะสงคราม และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวนหนึ่ง ใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ช.ม.

จากนั้นพล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ กล่าวว่า จากข้อมูลของตำรวจภาค 1 พบว่า ผู้ตายรู้ตัวว่ามีคนติดตามปองร้าย ได้ร้องขอกำลังตำรวจ 4 นายคอยดูแลความปลอดภัย แต่วันนี้ผู้ตายเกรงใจตำรวจ เพราะจะต้องเข้ากทม. ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของตำรวจภาค 1 จึงเดินทางมาพร้อมกับภรรยาและเลขานุการโดยไม่มีตำรวจติดตามมา ซึ่งวันพรุ่งนี้จะนำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปสเกตช์ภาพคนร้าย เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ และจะเรียกประชุมชุดทำงานทั้งหมดที่บช.น. เวลา 17.00 น.เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี

รายงานข่าวแจ้งว่า ตามแนวทางการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นายสุบรรณ หรือนายกเจี๊ยบ ถือเป็นคนสนิทระดับมือขวาของนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้รับมอบหมายงานสำคัญๆ จากนายเนวินมาตลอด นอกจากนี้นายกเจี๊ยบยังเป็นผู้กว้างขวางในจ.ลพบุรี ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทหารหน่วยหลักๆ ในพื้นที่ มีชื่อเข้าไปพัวพันกับคดีใหญ่ๆ หลายคดี และมีความขัดแย้งกับกลุ่มคนหลายกลุ่มหลายสี ระยะหลังๆ นายกเจี๊ยบไม่ค่อยปรากฏตัวในที่สาธารณะ มักเก็บเนื้อเก็บตัวเหมือนรู้ว่ากำลังถูกปองร้าย หากจะติดต่อธุรกิจหรือทำธุระสำคัญจะเดินทางเข้ามากทม. เนื่อง จากเชื่อว่ามีปลอดภัยสูงกว่าอยู่ในจ.ลพบุรี

สำหรับนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช หรือนายกเจี๊ยบ นายกอบจ.ลพบุรี เกิดวันที่ 26 พ.ค. 2503 เป็นลูกชายคนโตของนายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีตส.ส.ลพบุรี 13 สมัย และนางพยงค์ จิระพันธุ์วาณิช มีพี่น้อง 3 คน สมรสกับนางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกอบจ.ลพบุรี มีบุตร 3 คน เรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ สถาบันราชภัฏเทพสตรี ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผ่านหลักสูตรเศรษฐ ศาสตร์ชั้นสูง สถาบันพระปกเกล้า

นายสุบรรณ ลงเล่นการเมืองครั้งแรก ปี 2528 โดยสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกอบจ.ลพบุรี ได้รับเลือกตั้งมาโดยตลอด ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นนายกอบจ.ลพบุรี 2 สมัยติดต่อกัน ในการเลือกตั้งครั้งนี้นายสุบรรณถือเป็นหัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ส่งน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช น้องสาว ลงสมัครเลือกตั้งส.ส.ลพบุรี เขต 2 นอกจากนี้ยังดูแลสนับสนุนผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยในเขตอื่นๆ ด้วย

ด้านนายรังสรรค์ สละชีพ ผู้สมัครส.ส.ลพบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย คนสนิทนายสุบรรณ กล่าวภายหลังทราบข่าวนายสุบรรณเสียชีวิตว่า เชื่อว่าสาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องการเมืองระดับชาติ เนื่องจากนายสุบรรณเปิดตัวอย่างชัดเจนว่าสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ดังนั้นหากต้องการตัดคะแนนพรรคภูมิใจไทยก็ต้องตัดนายสุบรรณออกไป ที่ผ่านมามีหลายฝ่ายพยายามเข้ามาขอความสนับสนุนจากนายสุบรรณ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ไม่มีลางบอกเหตุใดๆ ว่านายสุบรรณจะถูกยิงเสียชีวิต

นายรังสรรค์กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยทุกคนต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อชิงตำแหน่งส.ส.ทุกที่นั่งในลพบุรีมาให้ได้เพื่อมอบอุทิศให้กับนายสุบรรณ

ทั้งนี้ แพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของนายสุบรรณว่า ถูกยิงที่ท้ายทอยมีรู 0.8 ซม. ส่วนภรรยาผู้ตาย คือนางอรพิณ ถูกยิงที่สะโพกขวาทะลุช่องท้อง และนางสาวชณุตพร โพธิสมภาพวงษ์ อายุ 24 ปี เลขาฯนายสุบรรณ มีบาดแผลที่ข้อมือซ้าย โดยแพทย์ได้ทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ ศพนายสุบรรณ ญาติและครอบครัวจะนำออกจากวชิรพยาบาล ในเวลา 11.00 น. วันที่ 17มิถุนายน

ก่อนนำไปทำพิธีบำเพ็ญกุศล ที่วัดชีป่าสิตาราม จ.ลพบุรีต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวภายหลังมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บว่า สาเหตุฆ่านายสุบรรณน่าจะมาจากจ.ลพบุรี ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับปัญหาในกทม. ที่ผ่านมามีตำรวจติดตามผู้ตายอยู่ตลอด แต่เมื่อเช้าทราบว่าผู้ตายแจ้งว่าไม่ต้องตาม อย่างไรก็ตาม คงต้องให้ฝ่ายสืบสวนภูธรจ.ลพบุรี ร่วมกับ บก.สส.บช.ภ.1 เข้ามาร่วมทำงานกับ บช.น. เพื่อติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุและผู้อยู่เบื้องหลัง

คนขับรถเผยมือปืนขี่จักรยานยนต์ประกบยิง

ผู้สื่อข่าวสอบถามนายบุญเชิด สุขอินทร์ อายุ 44 ปี คนขับรถของนายสุบรรณ เปิดเผยว่า วันนี้นายสุบรรณมาพบหมอที่คลินิก ซึ่งเป็นสาขาของโรงพยาบาลมิชชั่น เพื่อให้น้ำเกลือและรักษาอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากที่ผ่านมานายสุบรรณลงพื้นที่หาเสียงหนักทำให้เหนื่อยง่าย โดยมาครั้งหนึ่งแพทย์จะให้น้ำเกลือประมาณ 15 นาที  ก่อนเกิดเหตุหลังจากเข้ารับการรักษาตามปกติ ทั้ง 3 คน ก็ออกไปซื้อไอศกรีมจากรถเข็นที่มาจอดในบริเวณใกล้เคียง โดยตนยืนรออยู่ที่ปากซอย

"จังหวะนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด และเห็นรถจักรยานยนต์มีคนขับและคนซ้อนขับออกจากในซอย ก่อนที่เลขาโบว์ จะวิ่งออกมาบอกว่านายกถูกยิงจึงรีบนำมาส่งโรงพยาบาล แต่ตนไม่ทราบสาเหตุที่ถูกยิง เพราะปกติจะไม่ยุ่งเรื่องของนาย อย่างไรก็ตาม ปกติเมื่อนายสุบรรณไปไหนจะมีตำรวจตามไปด้วยแต่เมื่อเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ นายสุบรรณแจ้งว่าไม่ต้องตามมาจนมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น"นายบุญเชิดกล่าว
ผู้สื่อข่าวสอบถามนายบุญเชิด สุขอินทร์ อายุ 44 ปี คนขับรถของนายสุบรรณ เปิดเผยว่า วันนี้นายสุบรรณมาพบหมอที่คลินิก ซึ่งเป็นสาขาของโรงพยาบาลมิชชั่น เพื่อให้น้ำเกลือและรักษาอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากที่ผ่านมานายสุบรรณลงพื้นที่หาเสียงหนักทำให้เหนื่อยง่าย โดยมาครั้งหนึ่งแพทย์จะให้น้ำเกลือประมาณ 15 นาที  ก่อนเกิดเหตุหลังจากเข้ารับการรักษาตามปกติ ทั้ง 3 คน ก็ออกไปซื้อไอศกรีมจากรถเข็นที่มาจอดในบริเวณใกล้เคียง โดยตนยืนรออยู่ที่ปากซอย

"จังหวะนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด และเห็นรถจักรยานยนต์มีคนขับและคนซ้อนขับออกจากในซอย ก่อนที่เลขาโบว์ จะวิ่งออกมาบอกว่านายกถูกยิงจึงรีบนำมาส่งโรงพยาบาล แต่ตนไม่ทราบสาเหตุที่ถูกยิง เพราะปกติจะไม่ยุ่งเรื่องของนาย อย่างไรก็ตาม ปกติเมื่อนายสุบรรณไปไหนจะมีตำรวจตามไปด้วยแต่เมื่อเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ นายสุบรรณแจ้งว่าไม่ต้องตามมาจนมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น"นายบุญเชิดกล่าว

ข่าวสด 19 มิ.ย.2554

 ระอุขึ้นมาอีกครั้งสถานการณ์การเมืองที่ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม การแข่งขันก็ยิ่งดุเดือดเลือดพล่านมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนเศษๆ หลังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา ก็เกิดเหตุไล่เช็ก บิลหัวคะแนนพรรคการเมืองต่างๆ รวมไปถึงนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย

มาตอนนี้มีเหยื่ออีกรายคือ "นายกเจี๊ยบ"นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช อายุ 51 ปี นายกอบจ.ลพบุรี คนสนิทระดับ "มือขวา" ของ "นายเนวิน ชิดชอบ" ผู้มากบารมีตัวจริงของพรรคภูมิใจไทย

ชนวนเหตุนั้นตำรวจเชื่อว่ามาจากการเมืองแน่นอน แต่จะเป็นการเมืองเพียวๆ หรือมีเรื่องอื่นผสมโรงด้วยหรือไม่ยังน่าสงสัยอยู่!??

เพราะแม้ทางหนึ่งนายกเจี๊ยบจะเป็นหัวคะแนนใหญ่และดูแลฐานคะแนนเสียงให้ผู้สมัครส.ส.ภูมิใจไทยหลายจังหวัด แต่อีกทางก็เป็นผู้กว้างขวาง มีมือไม้เป็นทั้งคนมีสีและไม่มีสี

นอกจากนี้นายกเจี๊ยบยังถูกระแวงว่าพัวพันกับหลายคดีที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะคดีเกี่ยวกับคนเสื้อแดง!??

มือปืนรัว 11 ม.ม.ดับโหด

วันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา นายสุบรรณ หรือ นายกเจี๊ยบ พร้อมด้วยนางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช ภรรยา และ น.ส.ชณุตพร โพธิสมภาพวงศ์ เลขานุการส่วนตัว เดินทางโดยรถตู้โฟล์ก ทะเบียน ฮธ 6758 กทม. มีนายบุญเชิด สุขอินทร์ อายุ 44 ปี เป็นคนขับจากลพบุรีเข้ากรุงเทพฯ

นายกเจี๊ยบมีนัดทำสเต็มเซลล์ และดีท็อกซ์ หรือล้างสารพิษตกค้างออกจากร่างกายที่วิชั่นเมติคอล คลินิกย่านถนนข้าวสาร ตามโปรแกรมต้องทำ 2-3 วัน/ครั้ง ทั้งหมด 30 ครั้ง นายกเจี๊ยบเข้ามาทำแล้วประมาณ 10 ครั้ง

ก่อนเกิดเหตุนายกเจี๊ยบกับเมียและเลขาฯ เข้าไปที่คลินิกประมาณ 20 นาทีก็กลับออกมาเพื่อเดินขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านนอก เพราะจุดที่ทำนั้นอยู่ภายในซอยที่รถเข้า-ออกลำบาก

ทั้ง 3 คนเดินผ่านตรอกตลาดราชดำเนินพลาซ่า หลังกองสลากฯ ระหว่างทางภรรยากับเลขานุการสาวแวะซื้อไอศกรีมรถเข็น โดยนายกเจี๊ยบยืนรออยู่ข้างๆ

จังหวะนั้นเองคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 ซ.ม. สวมหมวกผ้าสีดำ เสื้อเชิ้ตสีฟ้า สวมเสื้อเชิ้ตลายสกอตทับอีกชั้น นุ่งกางเกงยีนส์สีน้ำเงินซึ่งดักรออยู่ เดินตรงเข้ามาชักอาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. จ่อศีรษะนายกเจี๊ยบแล้วลั่นไก 2 นัดซ้อน จากนั้นสาดกระสุนเป็นการข่มขู่อีก 3-4 นัด แล้ววิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนซึ่งสวมหมวกกันน็อกเต็มใบติดเครื่องรออยู่ เร่งเครื่องหนีไปทางลัดออกถนนราชดำเนิน

นายกเจี๊ยบโดนกระสุนเข้าเต็มศีรษะ ล้มฟุบจมกองเลือด ส่วนนางอรพิน ภรรยา ถูกยิงเข้าบริเวณสะโพก และน.ส.ชณุตพร เลขานุการถูกยิงที่มือ

หลังเกิดเหตุนายบุญเชิด คนขับที่รออยู่ข้างๆ รถได้ยินเสียงปืนวิ่งมาดูและรีบพาทั้งหมดส่งร.พ. แต่นายกเจี๊ยบทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

รู้ตัวมานานถูกปองร้าย

หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภาค 1 พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และกลับไปประชุม ก่อนมอบหมายให้พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ดูแลคดีนี้

เจ้าหน้าที่พบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย และรูปพรรณคนร้าย ซึ่งคาดว่ามือปืนเลือกลงมือในบริเวณนี้เพราะทราบว่านายกเจี๊ยบจะเดินทางมาที่คลินิกในละแวกใกล้เคียงเป็นประจำ และในทุกครั้งที่เข้ากรุงเทพฯ จะไม่มีตำรวจติดตามมาด้วย

ที่ประชุมได้ข้อมูลจากตำรวจภาค 1 ว่า ก่อนหน้านี้นายกเจี๊ยบรู้ตัวว่ามีคนติดตามปองร้าย ร้องขอกำลังตำรวจ 4 นายคอยดูแลความปลอดภัย แต่ทุกครั้งที่เข้ากรุงเทพฯ จะไม่มีตำรวจติดตามเพราะเห็นว่าออกนอกพื้นที่ วันเกิดเหตุมีตำรวจคุ้มกัน 1 นาย แต่นายกเจี๊ยบให้ลงกลางทางที่ จ.อ่างทอง

ตำรวจเชื่อว่าการสังหารนายกเจี๊ยบเกี่ยวพันกันทั้งเรื่องการเมืองและความแค้นเก่า!??

นายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีตส.ส.ลพบุรี 13 สมัย พ่อนายกเจี๊ยบ ระบุว่าก่อนหน้านี้มีโทรศัพท์ข่มขู่ระบุว่าให้ลูกชายออกจากกลุ่มนายเนวิน ไม่เช่นนั้นจะโดนฆ่า!??

ขณะที่ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ในฐานะ ผอ.เลือกตั้ง จ.บุรีรัมย์ และ จ.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องแม้จะแข่งขันกับพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ลพบุรี และมีกระแสข่าวว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย!??

"พออะไรเกิดขึ้นก็คิดว่าเป็นฝีมือผม อะไรๆ ก็พัลลภ ผมเป็นลูกผู้ชาย เป็นนักเลงพอ ไม่ใช้วิธีแบบนี้แน่นอน และยืนยันว่าไม่เคยไปล็อบบี้ พูดคุย เพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาอยู่คนละฝ่าย ลองไปเช็กดู จะรู้ว่าผู้ตายเขาก็มีโจทก์เยอะ" พล.อ.พัลลภกล่าว

พลิกปูมมือขวา"เนวิน"

สำหรับนายกเจี๊ยบถือว่าเป็นคนดังและกว้างขวางในพื้นที่ลพบุรี รวมถึงหลายจังหวัดใกล้เคียง เป็นลูกชายคนโตของนายกมล อดีตส.ส.ลพบุรี 13 สมัย และนางพยงค์ จิระพันธุ์วาณิช

จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ สถาบันราชภัฏเทพสตรี ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผ่านหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ชั้นสูง สถาบันพระปกเกล้า

อุปนิสัยเป็นคนไม่กลัวใคร และอารมณ์ร้อน ไม่เกรงใครกระทั่งตำรวจใหญ่ๆ ก็ไม่สน

ปี 2528 ลงสู่สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เป็น ส.อบจ.ลพบุรี และเป็นผูกขาดมาจนถึงปัจจุบัน ต่อมาได้รับเลือกให้เป็นนายก อบจ.ลพบุรีถึง 2 สมัย เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงและหัวคะแนนสำคัญให้กับบิดามานับสิบปี โดยก่อนหน้านี้นายกมลสังกัดพรรคชาติไทย

มีลูกน้องติดสอยห้อยตามจำนวนมาก และสนิทสนมกับคนมีสีในพื้นที่ ทั้งกลุ่มที่เป็นทหารอาชีพจริงๆ รวมทั้งกลุ่มที่ "รับจ๊อบ" อื่นๆ ด้วย

เมื่อปี 2549 เคยตกเป็นข่าวใหญ่เมื่อถูก นายวิลัย ชมดง ผู้ใหญ่บ้าน ต.หนองกระเบียน อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี แจ้งความว่านายกเจี๊ยบและลูกน้องทำร้าย สาเหตุมาจากนายวิลัยเป็นหัวคะแนนให้กับพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งใหญ่ จนทำให้นายกมลสอบตก

จนเมื่อเกิดการปฏิวัติเมื่อเดือนกันยายน 2549 พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ตามมาด้วยการยุบพรรคพลังประชาชน เมื่อนายเนวินแยกตัวออกมาตั้งพรรคภูมิใจไทย จึงดึงนายกเจี๊ยบมาเป็นพวก เป็นมือไม้สำคัญในการทำงานด้านต่างๆ

เมื่อพรรคชาติไทยถูกยุบตามไปอีกพรรค ทำให้นายกมล บิดาซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคต้องเว้นวรรคทางการเมือง กำนันเจี๊ยบก็สนับสนุนนางมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช น้องสาวซึ่งเล่นการเมืองท้องถิ่นมาตลอด ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมในนามพรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อปี 2552 สามารถคว้าเก้าอี้มาครองได้สำเร็จ และการลงสมัครเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้นางมัลลิกาย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย


ถูกเพ่งเล็ง-หนีเข้ากรุง

หลังจากนายกเจี๊ยบมาอยู่กับนายเนวิน ทำหน้าที่หัวคะแนนและเป็นคนสนิทระดับมือขวา ซึ่งนายเนวินให้ความไว้วางใจอย่างมาก เวลามีปัญหามักจะให้มาช่วยจัดการ

นายกเจี๊ยบมีบทบาทในทางลับมากขึ้นหลังนายเนวินพาพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ขึ้นเป็นนายกฯ

ยิ่งเมื่อเกิดเหตุวุ่นวายทางการเมืองตั้งแต่ปี 2552-2553 และเกิดเหตุร้ายกับกลุ่มคนเสื้อแดง การสืบสวนของตำรวจหรือกลุ่มที่สนับสนุนคนเสื้อแดง พบว่าหลายคดีที่มีความเคลื่อนไหวผิดปกติของคนมีสีในจังหวัดลพบุรี!??

ทำให้นายกเจี๊ยบเริ่มระมัดระวังตัวเพราะรู้ว่าถูกเพ่งเล็งอยู่

เพราะแม้ในพื้นที่ลพบุรีจะสนิทสนมกับทั้งผู้กว้างขวางและคนมีสี แต่ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด เพราะฝ่ายตรงข้ามก็มีมือไม้ในพื้นที่ทั้งคนมีสีและไม่มีสีเช่นกัน

ในระยะหลังๆ นายกเจี๊ยบจึงพยายามเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ไปไหนมาไหนในพื้นที่ แต่เลือกทำกิจกรรมในกรุงเทพฯ

ว่ากันว่าแม้แต่จะตัดผม หรือซื้อหาข้าวของยังต้องเข้ามากรุงเทพฯ เพราะเชื่อว่ามีความปลอดภัยมากกว่า

แต่ท้ายที่สุดกรุงเทพฯ ก็กลายเป็นสุสานของนายกเจี๊ยบจนได้!??

 คมชัดลึก

สำหรับพฤติกรรมคนร้ายนั้นจากการสืบสวนสอบสวน เชื่อว่า น่ามีการติดตามมาจากพื้นที่ จ.ลพบุรี และน่ามา 2 คน โดยอาจมีคนที่พามือปืนหลบหนี หรือชี้เป้าอีก 1 คน และพฤติกรรมคนร้ายน่าเป็นมือปืนอาชีพ จึงกล้าลงมืออุกอาจบุกเข้ายิงกลางสถานที่พลุกพล่านต่อหน้าประชาชน อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นนั้นทราบว่าผู้ตายรู้ตัวก่อนหน้านี้ มีความระวังตัวอยู่ตลอดเวลามานานแล้วเช่นกัน

อนึ่งเวลา 15.00 น.วานนี้(16มิ.ย.) พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รองผกก.สส. สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุคนถูกยิงที่หน้าร้านคิวปิก ตลาดราชดำเนินพลาซ่า โซน A17 ตรอกมะยม ด้านหลังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพฯ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) พ.ต.อ.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย รอง ผบก.น.1 เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

 ที่เกิดเหตุพบเพียงกองเลือด สายออกซิเจน เครื่องมือแพทย์ และปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. ตกอยู่ 3 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้บาดเจ็บ 3 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อต่อมาคือนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ถูกยิงเข้าที่ท้ายทอยทะลุจมูก ลำคอ และหน้าผาก รวม 3 นัด ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล น.ส.อรพรรณ จิระพันธุ์วาณิช ภรรยานายสุบรรณ ถูกยิงที่สะโพก และ น.ส.ชนุตพร โพธิสัมภารวงศ์ เลขาฯ นายสุบรรณ ถูกยิงที่ฝ่ามือ ทั้งสองอาการปลอดภัยแล้ว
พยานเผยจ่อยิงสุดอุกอาจ

 

จากการสอบถาม นางเอ (สงวนชื่อสกุลจริง) เล่าเหตุการณ์ว่า ขณะพักผ่อนอยู่ในตรอกใกล้จุดเกิดเหตุได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด จึงออกไปดู เห็นคนขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำ-แดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยคนขับชายสวมเสื้อแจ็กเก็ตผ้าร่มแขนยาวสีดำ กางเกงผ้าร่มสีน้ำเงิน แต่งตัวคล้ายคนส่งเอกสาร สวมหมวกกันน็อกสีดำ ขณะที่คนซ้อนซึ่งเป็นคนลงมือ สวมหมวกแก๊ปสีดำ เสื้อเชิ้ตแขนยาวลายจุดสีฟ้า กางเกงยีนสีน้ำเงิน ถัดจากจุดเกิดเหตุประมาณ 10 เมตร เห็นผู้ชายคนหนึ่งเลือดไหลท่วมตัวนั่งพิงกำแพงหายใจรวยริน พยาบาลพยายามปั๊มหัวใจยื้อชีวิต และผู้หญิงถูกยิงได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน

 น.ส.บี (สงวนชื่อสกุลจริง) พยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ทั้งสามเดินออกจากลานจอดรถ ได้แวะซื้อไอศกรีมรถเข็นที่จอดอยู่หน้าร้านดังกล่าว จู่ๆ คนร้ายเป็นชาย 1 คน สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า กางเกงยีนสีน้ำเงิน เดินเข้ามาจ่อยิงที่ศีรษะนายสุบรรณและยิงผู้หญิงอีก 2 คน จนล้มลงกองกับพื้น รวม 4 นัด จากนั้นคนร้ายวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ที่มีคนร้ายอีกคนสตาร์ทเครื่องรออยู่แล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความตกตะลึงของประชาชนที่เดินจับจ่ายซื้อของ
ตร.เชื่อใบสั่งการเมือง

 ต่อมา พล.ต.อ.วิเชียรสั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมที่กองบังคับการสืบสวนเพื่อเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี เพราะเป็นคดีอุกฉกรรจ์

 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ กล่าวว่า นอกจากการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์แล้ว เตรียมตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณเกิดเหตุและสถานที่ใกล้เคียง ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากความขัดแย้งทางการเมือง

 ด้าน พ.ต.ท.ณฐกร กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสุบรรณเดินทางมาหาเพื่อนของภรรยาซึ่งเป็นหมอเป็นประจำเพื่อทำดีท็อกซ์ คาดว่าคนร้ายรู้ความเคลื่อนไหวจึงตามมาสังหาร ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถสรุปได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวพยานไปสเกตช์ภาพคนร้าย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภาพวงจรปิด พบว่าหลังจากผู้ตายขับรถตู้มาจอดที่ลานจอดรถแล้วลงมาที่ตลาด มีผู้ต้องสงสัยชาย 1 คน เดินตามมา นอกจากนี้พยานระบุว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ดูลาดเลา 2 รอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุบรรณ หรือ "นายกเจี๊ยบ" ถือเป็นนักการเมืองท้องถิ่นคนสำคัญของ จ.ลพบุรี เป็นพี่ชายของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ยังเรียนหนังสือที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่นเดียวกับนายเพิ่มพูน ชิดชอบ น้องชายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย และถือเป็นคนสนิทที่สุดอีกคนหนึ่งของนายเนวิน ในการวางยุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้

 ทั้งนี้ ในพื้นที่ จ.ลพบุรี นายสุบรรณสนับสนุนผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย 3 เขต คือ นายรังสรรค์ สละชีพ อดีตรองนายก อบจ.ลพบุรี ลงสมัครเขต 1, น.ส.มัลลิกา ลงสมัครเขต 2 และนายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ อดีต ส.อบจ.ลพบุรี เขต 4 ซึ่งนายสุบรรณเชื่อว่าสามารถชนะคู่แข่งได้ทั้ง 3 เขต

ด้าน นายรังสรรค์ สละชีพ กล่าวถึงปมสังหารโหดนายสุบรรณว่า น่าจะมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองระดับชาติ เนื่องจากนายสุบรรณเปิดตัวอย่างชัดเจนว่า จะสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยเต็มที่ หากต้องการตัดคะแนนพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องตัดนายสุบรรณออก ที่ผ่านมามีหลายฝ่ายพยายามเข้าขอความสนับสนุนจากนายสุบรรณ
 "หลังจากนี้ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ทุกคนต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อชิงตำแหน่ง ส.ส.ทุกที่นั่งให้ได้ เพื่อมอบให้แก่นายสุบรรณ อย่างไรก็ตาม การที่นายสุบรรณเดินทางไปที่กรุงทพฯ เพื่อพาภรรยามาหาหมอ ส่วนผมหลังจากทราบข่าวก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทันที" นายรังสรรค์กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

ในช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อรพรรณ จิระพันธุ์วาณิช ภรรยานายสุบรรณ ถูกยิงที่สะโพก และ น.ส.ชนุตพร โพธิสัมภารวงศ์ เลขาฯ นายสุบรรณ ถูกยิงที่ฝ่ามือ ทั้งสองยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และนักการเมืองทยอยเดินทางมาเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศุภชัย ใจสมุทร และนางพรทิวา นาคาศัย

 นางพรทิวากล่าวว่า มาให้กำลังใจครอบครัวของนายสุบรรณ ตอนนี้รู้สึกเสียใจ เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ คนที่จะเข้ามาเล่นการเมืองควรจะคิดใหม่ น่าจะใช้ฝีมือและสมอง ไม่ควรใช้ความรุนแรง หลังจากนี้ทางพรรคจะมีการประชุมหารือกัน รวมทั้งในพื้นที่คงจะต้องคุยกัน

 ด้าน นายศุภชัยกล่าวว่า เสียใจมาก เพราะผู้ตายสนิทกับพรรคภูมิใจไทยมาก รวมทั้ง น.ส.มัลลิกา น้องสาวก็ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่อยากพูดอะไรมากในตอนนี้ ต้องให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสืบสวนหาตัวคนร้ายและคนที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดี

ขณะเดียวกัน ที่หน้าห้องพยาธิวิทยา อาคารนิรมัย ญาตินายสุบรรณ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ลพบุรี มารอรับศพเพื่อนำไปทำพิธีบำเพ็ญกุศล ที่วัดชีป่าสิตาราม จ.ลพบุรี โดย น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจ และเสียดายพี่ชายที่มาด่วนจากไป

 "เหตุการณที่เกิดขึ้นฟันธงได้เลยว่า เกี่ยวข้องกับการเมือง เกี่ยวข้องกับฉันที่ลงสมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทยในพื้นที่โดยตรง เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยได้ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลง 3 เขต คือ  เขต 1 เขต 2 และเขต 4  ซึ่งทั้ง 3 เขต เรามั่นใจได้ว่าจะได้คะแนนเสียง ส.ส.ทั้งหมด ที่ผ่านมาเคยมีลักษณะเคยถูกข่มขู่แต่ไม่ได้ข่มขู่โดยตรง แต่บรรดาทีมงานถูกข่มขู่มากกว่า เมื่อวานนี้ (15 มิ.ย.) ก็ถูกโทรศัพท์ข่มขู่ โดยส่วนตัวไม่เคยเกรงกลัวใครอยู่แล้ว ถึงแม้จะถูกข่มขู่ เพราะยังเชื่อมั่นในความดีตลอด" น.ส.มัลลิกากล่าว

« Back