คดีฆ่า 2 ศพกาแฟบ้านไร่

 

4 ก.ค.2554

คนร้ายจ่อยิงหัว พนักงานขายร้านกาแฟชื่อดังดับสยองคาร้าน 2 ศพ ปมคดียังเป็นปริศนารายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 ก.ค. ร.ต.ท.ศุภากร รสชอบ ร้อยเวร สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุยิงกันตาย 2 ศพ ภายในร้านบ้านไร่กาแฟ เลขที่ 189 หมู่ 7 บ้านไทยเดิม ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.วชิรวิทย์ กฤษณ์ฤทธิศักดิ์ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา พ.ต.อ.ภควัต ธรรมดี ผกก.สภ.ปากช่อง พ.ต.ท.สมชัย โสภณปัญญาภรณ์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ทอง อรชุน รอง ผกก.ป.นำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่วิทยาการ แพทย์เวรโรงพยาบาลปากช่องนานา และเจ้าหน้าที่กู้ภัยปากช่อง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นร้านขายกาแฟชั้นเดียวยกพื้นสูง ริมถนนมิตรภาพขาเข้า กทม.ที่ห้องทำงานหลังร้านพบศพนายสมโภชน์ อำมฤต อายุ 28 ปี พนักงานขายของร้าน อยู่บ้านเลขที่ 89 หมู่ 14 บ้านชลประทาน ต.กลางดง อ.ปากช่อง ถูกยิงด้วยปืนพกไม่ทราบขนาดเข้ากกหูซ้ายกระสุนฝังใน 1 นัด ในกระเป๋ากางเกงพบเงินสดจำนวนหนึ่ง และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และศพ น.ส.รัตนา บัวระกา อายุ 21 ปี พนักงานขายของร้าน อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 1 บ้านวชิราลงกรณ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง ถูกยิงด้วยปืนพกไม่ทราบขนาดเข้ากกหูซ้าย กระสุนฝังใน 2 นัด ในกระเป๋ากางเกงพบเงินสด 600 กว่าบาท และ โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ตรวจสอบภายในร้านพบร่องรอยถูกรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย เบื้องต้นพบว่าตู้เซฟเก็บเงินในร้านหนักประมาณ 80 กก.ได้หายไป

จากการสอบสวนนายกฤษณะ หรือมอส อิ่มวิบูลย์ อายุ 21 ปี สามีของ น.ส.รัตนา ผู้ตายเปิดเผยว่าได้ขี่รถ จยย.มารับภรรยาที่ร้านหลังเลิกงานโดยจอดรถรอที่หน้าร้านพบว่าร้านปิดเงียบ และภรรยาไม่เดินออกมา เป็นที่ผิดสังเกตจึงเดินเข้าไปในร้านก็พบว่าภรรยาถูกยิงเสียชีวิตพร้อมกับ เพื่อนร่วมงาน 2 ศพ ส่วนนางวิภาวี อินหนู อายุ 30 ปี พนักงานร้านบ้านไร่กาแฟและเป็นภรรยานายสมโภชน์ที่เดินทางมาดูศพสามีเปิดเผย ว่าอยู่กินกับนายสมโภชน์มีลูกด้วยกัน 1 คน ส่วนนายสมโภชน์เคยมีภรรยามาก่อนและมีลูกติดกับภรรยาเก่า 1 คน ปกตินายสมโภชน์เข้าเวรกะอื่น แต่มาเข้ากะแทนเพื่อนพนักงานที่ลาออกไปตั้งแต่เวลา 19.00-07.00 น. ส่วนตนทำงานช่วงกลางวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 -19.00 น. ส่วนสาเหตุสามีถูกยิงนั้นไม่ทราบ

ด้าน พ.ต.อ.ภควัต ธรรมดี ผกก.สภ.ปากช่อง เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ แต่จากการสอบพยานแวดล้อมสันนิษฐานว่าขณะเกิดเหตุผู้ตายทั้งสองคงจะนั่งทำงาน ที่เคาน์เตอร์เก็บเงินภายในร้าน ระหว่างนั้นมีคนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 คน ขับรถยนต์มาจอดหน้าร้านและถือปืนบุกเข้ามาในร้าน เมื่อทั้งคู่เห็นคนร้ายตกใจกลัวพากันวิ่งหนีไปที่ห้องด้านหลังร้านและคนร้าย วิ่งตามเข้าไปจ่อยิงล้มทรุดขาดใจตายคาที่อย่างโหดเหี้ยมทั้ง 2 ศพ ก่อนจะยกตู้เซฟของร้านไปขึ้นรถขับหลบหนีไป ส่วนปมเหตุในเบื้องต้นสันนิษฐานไว้ 2 ประเด็นคือคนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์กับเรื่องชู้สาว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกคนใกล้ชิดมาสอบเป็นแนวทางสอบสวนคลี่คลายปมสังหาร และเร่งติดตามจับกุมมือปืนโหดต่อไป


 

ตำรวจโคราชรวบแล้ว 2 คนร้ายโหด ยิงดับพนักงาน 2 ศพ ฉกเซฟร้านบ้านไร่กาแฟ ริมถนนมิตรภาพ อ.ปากช่อง

นครราชสีมา วันนี้ (5 ก.ค. 54) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พลตำรวจโทเดชาวัต รามสมภพ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ ได้ตัวผู้ต้องหารวม 2 คน ประกอบด้วย นายวรวุฒิ พิทักษ์หมู่ อายุ 29 ปี และนายวุฒิพล กุลแก้ว อายุ 29 ปี ทั้งสองคนเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา พร้อมของกลางตู้เซฟจำนวน 1 ตู้ และอาวุธปืนพกสั้นขนาดจุด 38 ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 1 กระบอก

ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 ก.ค. 54 ที่ผ่านมา คนร้ายทั้งสองคนได้เข้าไปในร้านบ้านไร่กาแฟ ริมถนนมิตรภาพ ตำบลหนองน้ำแดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และใช้อาวุธปืนจ่อยิงนายสมโภชน์ อำมฤต อายุ 28 ปี และนางสาวรัตนา บัวระกา อายุ 21 ปี พนักงานภายในร้านเสียชีวิตทั้งคู่ ก่อนที่คนร้ายทั้งสองคนจะขโมยเอาตู้เซฟ และเงินสดจำนวนหนึ่งที่อยู่ในลิ้นชักเคาเตอร์ภายในร้านหลบหนีไป ซึ่งต่อมาตำรวจได้ทำการสืบสวน และสามารถจับกุมคนร้ายทั้งสองคนที่เป็นผู้ก่อเหตุได้

ซึ่งจากการสอบสวนคนร้ายทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันแอบเข้าไปในร้านกาแฟดังกล่าวจริงเพื่อหวังจะชิงทรัพย์ โดยนายวุฒิพล 1 ในคนร้ายเคยทำงานอยู่ที่ร้านกาแฟดังกล่าวก่อนจะถูกไล่ออกจากงานเนื่องจากถูกจับได้ว่ายุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด

ซึ่งก่อนเกิดเหตุนายวุฒิพลอาศัยที่เคยทำงานอยู่ที่ร้านจึงทราบว่าภายในร้านดังกล่าวมีตู้เซฟและเงินสดที่ได้จากการขายกาแฟหมุนเวียนตลอดทั้งวัน นายวุฒิพลจึงร่วมกับเพื่อนคือนายวรวุฒิวางแผนเข้าไปชิงทรัพย์ แต่ระหว่างเข้าไปชิงทรัพย์พนักงานของร้านกลับไม่ยอมและขัดขืนจึงถูกนายวรวุฒิใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตทั้งคู่ดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายวรวุฒิยังเคยติดคุกคดีปล้นทรัพย์เป็นเวลา 7 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อช่วงต้นปี 54 ที่ผ่านมา ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และชิงทรัพย์ ก่อนจะส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 


« Back