คดีฆ่า 3 ศพ นายายอาม

 

12 พ.ค.2555

วันนี้ (12 พ.ค.) พ.ต.ท.สมาน ไชยชาญ สารวัตรเวร สภ.นายายอาม จ.จันทบุรี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายบริเวณหมู่ 6 ต.นายายอาม จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชาติ ไชยบุญเรือง ผกก. รุดไปที่เกิดเหตุ พบรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผบ 2245 ชลบุรี จอดอยู่ข้างทาง ตรวจสอบภายในรถพบผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ศพ ทราบชื่อคือ นายสมบูรณ์ ทักษ์สินา อายุ 47 ปี คนขับ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ศีรษะ 1 นัด และถูกของมีคมฟันที่ใบหน้าเป็นแผลลึก น.ส.สมทรง ทักษ์สินา อายุ 53 ปี ถูกยิงเข้าที่แก้มขวา 1 นัด และนางพจมาน ทักษ์สินา อายุ 57 ปี ถูกยิงที่กกหู 1 นัด ซึ่งทั้ง 3 คนเป็นพี่น้องกัน อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 6 ต.นายายอาม
 

ในที่เกิดเหตุยังพบมีดสปาต้าเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 เล่ม แหวนทอง 1 วง แหวนพลอย 1 วง และเศษเลสข้อมือที่ขาดตกอยู่ 1 เส้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบทรัพย์สินของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คน ประกอบด้วย เงินสดกว่า 4 แสนบาท แหวนทอง 3 วงที่ผู้ตายสวมใส่อยู่ สร้อยคอทองคำน้ำหนักรวมกัน 5 บาท และพระเครื่องกว่า 100 องค์
 

เจ้าหน้าที่ประมวลเหตุการณ์คาดว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และได้มีการนัดผู้ตายมาเจรจาเพื่อตกลงอะไรกันบ้างอย่าง หลังจากจอดรถพูดคุยกันแล้วปรากฏว่าตกลงกันไม่ได้ คนร้ายจึงใช้อาวุธปืนที่เตรียมมายิง 3 พี่น้องจนเสียชีวิต แล้วชิงเอาเงินสดจำนวนกว่า 5 ล้านบาท ที่ผู้ตายเพิ่งได้จากการขายที่ดินหลบหนีไป ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นการสังหารโหด 3 พี่น้องไว้ 3 ประเด็นคือ ความขัดแย้งเรื่องค่านายหน้าขายที่ดิน เนื่องจากผู้ตายทั้ง 3 คนเป็นผู้มีฐานะดี มีที่ดินรวมกันหลาย 100 ไร่ และล่าสุดก็เพิ่งจะขายที่ดินได้เงินมาประมาณ 6 ล้านบาท
 

ประเด็นที่สอง เรื่องการพนันเนื่องจากผู้ตายพึ่งได้เงินจากการไปเล่นการพนันมากว่า 2 แสนบาท และเรื่องธุรกิจเซียนพระเพราะผู้ตายสะสมพระเครื่องและมีพระดังหลายองค์ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจให้น้ำหนักไปที่เรื่องความขัดแย้งค่านายหน้าค้าที่ดินมากที่สุด ล่าสุด พ.ต.อ.อภิชาติ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว และหาเบาะแสของคนร้ายและเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เพราะถือว่าเป็นคดีอุฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน

 

 

 

 

เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 11 พฤษภาคม  พ.ต.ท.สมาน ไชยชาญ  พนักงานสอบสวน สภ.นายายอาม จ.จันทบุรี รับแจ้ง มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 3 ราย ภายในรถกระบะ  จุดเกิดเหตุเกิดในพื้นที่สามแยกบ้านค้นกระบก  ม.6 อ.นายายอาม จ.จันทบุรี จึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นถนนทางเข้าหมู่บ้านต้นกระบก ซึ่งเป็นจุดที่ค่อนข้างเปลี่ยว

 

เจ้าหน้าที่ พบรถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน ผบ-2245 ชลบุรี จอดอยู่สภาพรถด้านนอก ด้านหน้ารถ และด้านข้างคนขับ พบรอยกระสุนจำนวนมาก ส่วนด้านในรถพบผู้เสียชีวิต 3 ราย เป็นชาย 1 ทราบชื่อคือ นายสมบูรณ์ ทักษินารี  47 ปี นั่งเสียชีวิต อยู่บริเวณที่นั่งคนขับ และหญิงอีก 2 ราย ทราบชื่อคือ นางสาวพจมาน ทักษิณารี  57 ปี นางสาวสมทรง  ทักษิณารี  52 ปี  นั่งอยู่ด้านข้างคนขับ และบริเวณส่วนแค็ป ด้านหลังคนขับ ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นพี่น้องกัน กำลังจะกลับบ้านในพื้นที่ดังกล่าว โดยจุดที่ผู้ตายทั้ง 3 เสียชีวิตอยู่ห่างจากบ้านพัก เพียง 200 เมตรเท่านั้น

ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงให้การว่า เมื่อช่วงประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัด แต่ไม่กล้าเข้าไปดู จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และพบว่า มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว  ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหาปมเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้

 

 

 

ต่อมา พ.ต.อ.อภิชาติ  ไชยบุญเรือง ผกก.สภ.นายายอาม เปิดเผยความคืบหน้าเหตุคนร้าย กระหน่ำยิง 3 พี่น้องเมืองจันทบุรี ดับคารถกระบะ ขณะกำลังกลับเข้าบ้าน ใน อ.นายายอาม ว่าจากการการสอบสวน พบว่า 3-4 วัน ก่อน  กลุ่มผู้ตายเพิ่งขายที่สวนยางพาราไป 1 แปลง จากทั้งหมด 3 แปลง ได้เงินมา 2-3 ล้านบาท  โดยก่อนเกิดเหตุมีผู้ยืนยันว่า ผู้ตายพกเงินสดนับล้านบาท ติดตัวไปบนรถด้วย

 

ผกก.สภ.นายายอาม กล่าวว่า ปมสังหารน่าจะมาจากคนร้ายต้องการจะชิงเงินล้านที่ผู้ตายพกติดตัวไป  เนื่องจากการตรวจสอบภายในรถพบว่า กระเป๋าใบเล็กมีสร้อยคอทองคำและเงินจำนวนหนึ่งคนร้ายไม่ได้เอาไป แต่กระเป๋าใบใหญ่ที่ใส่เงินล้านหายไปเพียงใบเดียว  ซึ่งคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นคนใกล้ชิดที่ทราบว่า ผู้ตายพกเงินจำนวนมากไปด้วย หรือ อาจเป็นคนที่ตามมาจากงานเลี้ยง เพราะจากการตรวจสอบภายในรถพบมีสุรา และอาหารหลายอย่าง ประกอบกับ นายสมบูรณ์ ทักษินารี เป็นคนพูดจาโผงผาง เมื่อดื่มสุรา อาจพลั้งปากจนมีคนทราบว่า พกเงินล้านติดตัว  จึงมาดักรอเพื่อชิงทรัพย์
 
ส่วนประเด็นเรื่องมรดกนั้น มีน้ำหนักน้อยเพราะกลุ่มผู้ตายไม่มีญาติ
ส่วนพี่น้องอีก 2 คน ก็อยู่ต่างจังหวัด ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน

 

 

ศพ น.ส.พจมาน อายุ 57 ปี น.ส.สมทรง อายุ 53  ปี และ นายสมบูรณ์ อายุ 47 ปี สามพี่น้องตระกูลทักสินารี ถูกญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่บ้านเลขที่ 142  หมู่ 6 ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี หลังถูกยิงเสียชีวิตภายในรถยนต์คู่ใจช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา
 
พ.ต.อ.อภิชาติ ไชยบุญเรือง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนายายอาม เปิดเผยว่า รับแจ้งเหตุยิงกันบริเวณหมู่ 6 ต.นายายอาม จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบรถกระบะ โตโยต้าวีโก้ สีบรอน ทะเบียน ผบ-2245 ชลบุรี จอดอยู่ข้างทาง ภายในรถพบผู้เสียชีวิต 3 คน ถูกยิงด้วยปืนลูกโม่บริเวณศรีษะและลำตัว นอกจากนี้ ยังพบมีดสปาต้า 1 เล่ม เงินสด 300,000 บาท พร้อมเอกสารการเบิกเงินจากธนาคาร จ.ระยอง โทรศัพท์มือถือ แหวนทอง และแหวนพลอยอย่างละ 1 วง และเศษเลสข้อมือตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 
เบื้องต้นคาดว่า คนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน มีการจอดรถเจรจากัน แต่คงตกลงกันไม่ได้ คนร้ายจึงยิง 3 พี่น้องเสียชีวิต พร้อมชิงเงินกว่า 5,000,000 บาท หลบหนีไป
 
ส่วนประเด็นสังหารตั้งไว้ 3 ประเด็น คือ การโกงค่านายหน้าขายที่ดิน ปัญหาการพนัน และขัดแย้งธุรกิจเซียนพระ แต่เจ้าหน้าที่ให้น้ำหนักไปที่การโกงค่านายหน้าค้าที่ดินมากกว่า เนื่องผู้เสียชีวิตมีที่ดินหลาย 100 ไร่ และเพิ่งจะขายที่ดินได้เงินกว่า 6,000,000 บาท ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อนำผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
 
ผู้สื่อข่าว : เบญจณัฎฐ์ โอฬารวนิชกุล
ข่าวจริงสปริงนิวส์ ทันเหตุการณ์ เห็นอนาคต
 
 
 
 
 
ผบก.ภ.จว.จันทบุรี เผย รวบแล้ว 1 มือยิงถล่ม 3 พี่น้องจันทบุรีดับ สารภาพ ต้องการชิงทรัพย์ หลังทราบว่าผู้ตายได้เงินจากการขายที่ดินนับล้านบาท
พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยกับ สำนักข่าว INN ถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงถล่มใส่รถปิกอัพ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผบ-2245 ชลบุรี เป็นเหตุ ให้ 3 พี่น้องตระกูล "ทักษ์สินา" เสียชีวิต โดยระบุว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายแล้วจำนวน 1 รายคือ นายอ๊อด อายุ 46 ปี ซึ่งให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันกับพวกอีก 1 ราย ซึ่งหลบหนีไป ส่วนเหตุครั้งนี้เพื่อต้องการจะชิงเงินของผู้ตาย เนื่องจากทั้ง 3 เพิ่งได้เงินจำนวนมาก ประกอบกับ ผู้ตายคุยโม้ว่า ได้เงินจากการขายที่ดิน จึงวางแผนชิงทรัพย์ดังกล่าว ส่วนที่ต้องลงมือยิงอย่างเหี้ยมโหดนั้น เนื่องจาก ผู้ตายจำหน้าได้จึงต้องยิงทิ้ง เพื่อหนีความผิด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาอีก 1 ราย ตามที่ นายอ๊อด ให้การรับสารภาพแล้วซึ่งคาดว่าจะจับกุมตัวได้ในเร็วๆ นี้

 

จากกรณีเมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นายายอาม จ.จันทบุรี รับแจ้งเหตุพบศพ นายสมบูรณ์ ทักษ์สินา อายุ 47 ปี น.ส.สมทรง ทักษ์สินา อายุ 53 ปี และนางพจมาน ทักษ์สินา อายุ 57 ปี โดยทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน และถูกยิงเข้าที่ศีรษะคนละ 1 นัด เสียชีวิตอยู่ภายในรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผบ 2245 ชลบุรี ซึ่งจอดทิ้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 ต.นายายอาม ตรวจสอบพบว่าทรัพย์สินบางส่วนผู้ตายยังอยู่ แต่กระเป๋าใส่เงินสดกว่า 5 ล้านบาท ที่ทั้งสามเพิ่งได้จากการขายที่ดินมาหายไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 13 พ.ค. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ ผบก.ภ.จ.จันทบุรี และพ.ต.อ.อภิชาติ ไชยบุญเรือง ผกก.สภ.นายายอาม ร่วมกันแถลงจับกุม นายสงั่น นาคตระกูล อายุ 46 ปี ชาวจันทบุรี พร้อมของกลางเงินสด 140,000 บาท อาวุธปืน .38 ลูกโม่ 1 กระบอก พร้อมปลอกกระสุนอีก 6 ปลอก โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง สามารถจับกุมได้ขณะกำลังขับรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บบ 4247 ฉะเชิงเทรา ที่ใช้ก่อเหตุหลบหนี

สอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่าได้ร่วมกับ นายชาตรี ดวงจันทร์ อายุ 41 ปีชาว จ.หนองคาย ที่กำลังหลบหนีอยู่ ใช้อาวุธปืนจ่อยิงทั้งสามเพื่อชิงเงินสด 5 ล้านบาท ที่ทราบว่าทั้งสามเพิ่งได้มาจากการค้าที่ดิน โดยตั้งใจจะชิงทรัพย์เพียงอย่างเดียว ไม่ได้มีความขัดแย้งหรือโกรธเคืองกันแต่อย่างใด แต่ขณะก่อเหตุกลุ่มผู้เสียชีวิตขัดขืนต่อสู้ จึงต้องลงมือสังหาร ก่อนแบ่งเงินกันและแยกย้ายกันหลบหนี จนมาถูกจับกุมดังกล่าว อย่างไรก็ดีผู้ต้องหายังไม่ยอมให้การถึงเงินจำนวนที่เหลือว่านำไปซ่อนไว้ที่ใด จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจ และสาปแช่งในพฤติกรรมโหดเหี้ยม

ผู้สื่อข่าวยังรายงานอีกว่า ขณะทำแผนอยู่นั้นได้รับรายงานว่า นายชาตรี ผู้ต้องหาอีกคน ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทำการจับกุมตัวไว้ได้แล้วที่ จ.หนองคาย และจะนำตัวกลับมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

 

สืบจากกล่องโฟมคลี่ปมฆ่า'3พี่น้อง'

สืบจากกล่องโฟมคลี่ปมฆ่า"สามพี่น้อง" : ตะลุยข่าว โต๊ะรายงานพิเศษ

           กล่องโฟมบรรจุอาหารซึ่งพบในที่เกิดเหตุเป็นเบาะแสชิ้นสำคัญที่ทำให้ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.นายายอาม จ.จันทบุรี สามารถติดตามจับกุมคนร้ายที่ลงมือสังหารโหด 3 พี่น้องตระกูล "ทักษิณาจารี" มาดำเนินคดีได้ในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน   
 
              คดีสังหารโหดสามพี่น้องตระกูล "ทักษิณาจารี" ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 12 พฤษภาคม ที่บริเวณสามแยกค้นกระบก หมู่ 6 ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ซึ่งหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อภิชาติ ไชยบุญเรือง ผกก.สภ.นายายอาม พร้อมด้วย พ.ต.ท.เจียม มณีโชติ สว.สส.สภ.นายายอาม นำกำลังตำรวจชุดสืบสวนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย
 
              ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผบ 2245 ชลบุรี จอดอยู่ข้างทาง ภายในรถพบผู้เสียชีวิต จำนวน 3 คน คือนายสมบูรณ์ ทักษิณาจารี อายุ 47 ปี ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด ใบหน้าถูกมีดฟันเป็นแผลฉกรรจ์ 1 แผล เสียชีวิตอยู่ที่บนเบาะนั่งคนขับ
 
              ส่วนอีก 2 คนคือ น.ส.สมทรง ทักษิณาจารี อายุ 53 ปี ถูกยิงเข้าที่แก้มขวา 1 นัด และนางพจมาน ทักษิณาจารี อายุ 57 ปี ถูกยิงที่กกหู 1 นัด โดยทั้งสามเป็นพี่น้องกัน พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 6 ต.นายายอาม
 
              นอกจากนี้ภายในรถยังพบมีดสปาร์ต้าตกอยู่ 1 เล่ม เงินสด 4 แสนบาท แหวนทองคำรูปพรรณ 1 วง แหวนพลอย 1 วง และเศษสร้อยข้อมือ ทองรูปพรรณและพระเครื่องจำนวนหนึ่ง อีกทั้งยังพบกล่องโฟมบรรจุอาหารประเภทปลาราดพริก หอยจ๊อ ผัดทะเลรวมมิตร รวมถึงสุราชื่อดังยี่ห้อหนึ่งถูกเปิดดื่มไปแล้วค่อนขวด ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 
              ทั้งนี้จุดเกิดเหตุเป็นถนนลูกรัง ขณะคนร้ายลงมือสังหารผู้ตายมีพยานได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด หลังจากนั้นไม่นานได้สังเกตเห็นรถกระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ ไม่ทราบรุ่นและหมายเลขทะเบียนแน่ชัด คาดว่าจะเป็นคนร้ายขับออกจากบริเวณดังกล่าวด้วยความเร็ว โดยพยานเห็นชายฉกรรจ์นั่งอยู่ในกระบะท้ายรถคันนี้ 1 คน 
 
              พ.ต.อ.อภิชาติ รายงานเหตุที่เกิดขึ้นให้ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.สุรพล วิรัตน์โยสินทร์ ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ทราบก่อนจะได้รับคำสั่งให้ตรวจสอบรายละเอียดของหลักฐานที่พบในจุดเกิดเหตุให้ได้มากที่สุดเพื่อหาเบาะแสของคนร้าย จึงเป็นที่มาของการตรวจสอบกล่องโฟมบรรจุอาหารซึ่งพบภายในรถกระบะของผู้ตาย
 
              "กล่องโฟมอาหารที่พบทำให้ทราบว่าก่อนเกิดเหตุไม่นานผู้ตายเพิ่งไปรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่งใน อ.แกลง จ.ระยอง ชุดสืบสวนจึงเดินทางไปสอบถามพนักงานในร้านอาหารแห่งนี้ทราบว่าผู้ตายมารับประทานอาหารเป็นประจำเพราะมีเพื่อนพักอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ชุดสืบสวนจึงเดินทางไปพบกับเพื่อนผู้ตายเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่ม ปรากฏว่าบ้านพักของเพื่อนผู้ตายติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้จึงขอตรวจสอบ และพบว่าสามารถบันทึกภาพรถกระบะโตโยต้าตามประกบผู้ตายทั้งสามมาตลอด" พ.ต.อ.อภิชาติบอก
 
              ตำรวจชุดสืบสวนนำข้อมูลที่ได้จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมใกล้ที่เกิดเหตุมาประติดประต่อกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ได้จากบ้านพักของเพื่อนผู้ตาย พบว่ามีความสอดคล้องกัน โดยเชื่อว่ารถกระบะโตโยต้าที่เห็นในภาพจากกล้องวงจรปิดน่าจะเป็นพาหนะของคนร้ายที่ใช้ในการลงมือสังหารผู้ตายทั้งสาม หลังจากนั้นจึงพยายามตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางที่รถยนต์ของผู้ตายวิ่งผ่าน พบรถกระบะที่ขับตามรถของผู้ตายตลอดทางคือรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บบ 4247 ฉะเชิงเทรา มีนายสงั่น นาคตระกูล อายุ 46 ปี เป็นผู้ครอบครอง
 
              หลังได้เบาะแสดังกล่าวเพียงชั่วข้ามคืน คือวันที่ 13 พฤษภาคม ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้เชิญตัวนายสงั่นมาสอบสวน ปรากฏว่านายสงั่นพยายามบ่ายเบี่ยงทุกประเด็นจนเป็นพิรุธ อีกทั้งรถกระบะคันดังกล่าวก็มีร่องรอยเพิ่งผ่านการทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอก และเพิ่งทำสีตัวถังใหม่เป็นบางจุด และในเวลาต่อมามีพยานปากสำคัญนำอาวุธปืนขนาด .38 มามอบให้ตำรวจ และระบุว่าปืนกระบอกดังกล่าวนายสงั่นเพิ่งนำมาฝากไว้ไม่นาน
 
              ตำรวจจึงเค้นสอบนายสงั่นอย่างหนัก กระทั่งยอมรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายชาตรี ดวงจันทร์ อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดหนองคาย ร่วมกันฆ่าผู้ตายทั้งสามคนเพื่อชิงทรัพย์
 
              "นายสงั่นรับสารภาพว่า รู้จักกับกลุ่มผู้เสียชีวิตมาได้ระยะหนึ่ง และรู้ว่าผู้ตายทั้งสามเพิ่งขายที่ดินได้เงินมาหลายล้านบาท จึงได้ร่วมกับนายชาตรีวางแผนชิงทรัพย์ โดยนายชาตรีเป็นผู้ลงมือใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสามคนจนเสียชีวิต ส่วนนายสงั่นทำหน้าที่ขับรถพาหลบหนี" พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 เปิดเผย
 
              หลังการสอบปากคำนายสงั่น ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นายายอาม ได้ออกติดตามจับกุมนายชาตรี อย่างเร่งด่วนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมได้ระหว่างเตรียมหลบหนีออกนอกพื้นที่ ปิดฉากคดีนี้ได้ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

« Back