คดีฆ่า 5 ศพเขม่นในผับ

 

 

21 มกราคม 2555

 

เหตุวัยรุ่นขับรถไล่กวดยิง เกิดในกรุงเทพมหานคร เมืองหลวง  ผลมีคนตาย 5 ศพ  สาเหตุแค่เขม่นกันในผับ ขับรถไล่กวดยิงเหมือนในภาพยนตร์ หากรถฝ่ายผู้ต้องหาไม่ชนจนเสียหาย  ก็หลบหนีไปแล้ว ตำรวจคงมืดมนกว่าจะคลี่คลายได้

นอกจากจะเป็นคดีระหว่างฝ่ายผู้เสียหาย และผู้ต้องหาแล้ว ที่เดือดร้อนแน่ ๆ คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งงานสืบสวนและงานป้องกันปราบปราม  เนื่องจากวันเวลา สถานที่ก่อนเกิดเหตุ เป็นสถานบริการ ที่แน่นอนปิดประมาณ 04.00 น. คนเจ็บเป็นเยาวชน อายุยังไม่ถึง 20 ปีหลายคนเข้าไปใช้บริการ   มีการนำพาอาวุธมาด้วย โดยจะติดตัวหรืออยู่กับรถ ก็ตาม การขับรถขณะมึนเมาสุรา จนเกิดเหตุฉกรรจ์ขึ้น  การดื่มสุราเป็นเวลานานเกินไป ก็เกิดการสะสมปริมาณแอลกอฮอล์  จนถึงขั้นที่เรียกว่า เมา ครองสติไม่ได้

หากกลับบ้านเสีย ก็คงไม่เกิดเหตุร้ายแรง  ฝ่ายหนึ่งตาย ฝ่ายหนึ่งติดคุก  ตำรวจโดนวินัย แถมย้ายในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน

( ปกติแล้ว ช่วงฤดูทำนา แต่ละท้องที่จะป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดในพื้นที่ รวมทั้งเข้มงวดกวดขันอาชญากรรม อบายมุข  ตามสโลแกน หยุด-ไม่เอา-ไม่มี และ ไม่ได้ ?? )

  

แก๊งโจ๋เปิดศึกไล่ยิงสยองกรุงตาย 5 ศพ เผยมีเรื่องกัน ในผับระหว่างดูคอนเสิร์ต'บิ๊ก แอส' จนตี 4ออกมาจากสถานบันเทิง โจ๋ขับเก๋งซีวิคออกตามล่าคู่อริที่มากันในรถปิกอัพ ก่อนตามทันที่แยกไฟแดง ใช้ปืนรัวยิง รถปิกอัพเร่งเครื่องหนีแต่เก๋งซีวิคไม่ยอมไล่ตามรัวยิงสนั่นถนนสุขสวัสดิ์ กระทั่งปิกอัพถูกยิงยางแตกหมุนกลางถนน วัยรุ่น 5 คนที่นั่งท้ายกระบะกระเด็นร่วง ถูกเก๋ง ซีวิคคู่อริที่แล่นตามมาทับตายเกลื่อน ก่อนเก๋งจะชนกับรถคู่กรณีเครื่องพัง ทิ้งรถแยกย้ายหลบหนี รุ่งเช้าพ่อพาคนขับเข้ามอบตัว อ้างเพื่อน 2 คนที่ไม่รู้จักชื่อจริงบอกให้ช่วยขับรถล่าคู่อริ ด้วยความเมาจึงทำตาม กระทั่งเกิดเรื่องร้ายขึ้น ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก ส่วน 2 โจ๋มือปืนเผ่นหนีไปตจว.แล้ว

เหตุยิงสยองกรุงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 20 ม.ค. พ.ต.ท.ธีระ กิจบำรุง สารวัตรเวรสน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุไล่ยิงกันจนเกิดอุบัติเหตุรถชนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก บริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ 23 ถ.สุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีดำหมายเลขทะเบียน ถง 6993 กทม. จอดชนกับเกาะกลางถนน ใกล้ปากซอยสุขสวัสดิ์ 23 ช่วงขาออก สภาพรถพังยับเยิน

ประตูฝั่งซ้ายพบรอยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 2 รู ใกล้กันบริเวณกลางถนนพบศพผู้เสียชีวิต 3 ราย ทราบชื่อคือนายวรวุฒิ วิชชุปัญญาพงษ์ อายุ 23 ปี, นายอารมณ์ แซ่เล้า อายุ 23 ปี และนายสมชาย สนธิพงษ์ อายุ 20 ปี สภาพกระดูกแหลกเหลว คอหัก นอกจากนี้ยังมีคนในรถกระบะบาดเจ็บอีก 7 รายประกอบด้วยนายนที เอี่ยมสา อายุ 19 ปี, นายชวาล ทองประดิษฐ์ อายุ 18 ปี,น.ส.อนุสรา สังฆรัตนเสน อายุ 18 ปี, น.ส.สุนิสา วงศ์คำภู อายุ 18 ปี, น.ส.สกุลรัตน์ ใจแกล้ว อายุ 18 ปี, นายนิว คงทอง อายุ 19 ปี และน.ส.จอย หลักเพชร อายุ 18 ปี นำส่งร.พ.บางปะกอก และร.พ. ราษฎร์บูรณะ ก่อนที่นายนที และนายชวาล จะเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวมมีผู้เสียชีวิต 5 ราย

 

 


ในที่เกิดเหตุห่างจากรถกระบะประมาณ 50 เมตร พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ทะเบียน ชผ 1959 กทม. สภาพรถด้านหน้าห้องเครื่องพังยับ จากการตรวจสอบภายในรถพบลูกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 2 นัดบริเวณเบาะหลัง เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนายนิว คนขับรถกระบะได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ให้การว่าก่อนเกิดเหตุพาเพื่อนๆ รวม 10 คนไปเที่ยวที่เอ็กซ์ไซต์ผับ ย่านพระราม 3 ซึ่งมีคอนเสิร์ตวงดนตรีบิ๊กแอส ระหว่างนั้นเพื่อนในกลุ่มเกิดกระทบกระทั่งกับวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง ก่อนที่จะเคลียร์กันได้ กระทั่งประมาณตี 4 ออกจากผับปรากฏว่าคู่กรณีตามมาหาเรื่องถึงลานจอดรถ ตนจึงให้เพื่อนขึ้นรถและขับออกมา แต่คู่อริซึ่งมากัน 5-6 คน ก็ขึ้นรถเก๋งซีวิค ขับไล่ตามมากระทั่งทันกันที่แยกไฟแดงบุคคโล คนในรถเก๋งก็ลดกระจกยิงเข้าใส่ จึงรีบเร่งเครื่องหนีเข้ามาทางถ.สุขสวัสดิ์ แต่คนร้ายก็ขับไล่ตามยิงมาตลอดทาง

นายนิวให้การอีกว่าเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุคนร้ายยิงถูกยางล้อทำให้รถเสียหลักชนต้นไม้หมุนคว้างกลางถนนพุ่งชนเกาะกลาง เพื่อนผู้ชาย 5 คนที่นั่งกระบะหลังกระเด็นตกจากรถ เป็นจังหวะที่เก๋ง ซีวิคซึ่งแล่นตามมาชนท้ายรถกระบะ และแล่นไปทับเพื่อนๆ อีกหลายคนเสียชีวิต ก่อนที่รถเก๋งจะไปจอดนิ่งอยู่กลางถนน โดยกลุ่มวัยรุ่นเปิดประตูรถแยกย้ายกันหลบหนีไป

ต่อมาเวลา 08.00 น. นายมนูญ นิลใบ อายุ 49 ปี นำตัวนายเอกรินทร์ นิลใบ อายุ 19 ปี ลูกชาย เข้ามอบตัวกับพ.ต.อ.มานพ สุคนธนพัฒน์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ โดยเป็นเจ้าของและคนขับรถเก๋งซีวิคที่ไล่ยิงคู่กรณีเสียชีวิต 5 ราย นายเอกรินทร์ ให้การว่าไปเที่ยวสถานบันเทิงเอ็กซ์ไซต์กับเพื่อนรวม 6 คน ในจำนวนนี้มีคนชื่อกี้ กับอั้ม ไม่ทราบชื่อจริงเพราะเพิ่งรู้จักไม่นาน หลังผับเลิกเพื่อนบอกให้ช่วยขับรถตามคู่อริ ด้วยความเมาจึงขับตามไปเมื่อมาทันกันที่ไฟแดงนายกี้กับนายอั้มใช้ปืนยิงใส่รถกระบะ และสั่งให้ขับรถตามไปเรื่อยๆ กระทั่งรถชนกันในที่สุด เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันพยายามฆ่า, ยิงปืนในที่สาธารณะ และพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายกี้ กับนายอั้ม ทราบว่าหลบหนีไปต่างจังหวัด อยู่ระหว่างติดตามจับกุม

 

 

สำหรับความคืบหน้าคดี ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบตัวผู้ที่อยู่ในรถเก๋งฮอนด้าแล้ว มีทั้งหมด 6 คน รวมทั้ง นายเอกรินทร์ ผู้ต้องหา ที่เข้ามอบตัวก่อนหน้า โดยวันนี้ พนักงานสอบสวน จะนำพยานหลักฐานไปขออำนาจศาลอาญาธนบุรี ออกหมายจับ

นายวีรยุทธ จรูญเรือง หรือ อั้ม อายุ 23 ปี

นายศักดิ์สิทธิ์ หรือ กี้ วรรณพาหุล อายุ 20 ปี

นายวรุฒ หรือ ตู้ พละเดช อายุ 23 ปี

ในข้อหาร่วมกันฆ่าคนตายโดยเจตนา ร่วมกันพยายามฆ่า มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หรือ หมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนอีก 2 คน คือ นายสุทธินันท์ หรือ แนท กังวาลเพราะ อายุ 19 ปี และนายพงศ์เทพ หรือ หนุ่ย ผ่องแผ้ว อายุ 22 ปี ที่โดยสารมากับนายเอกรินทร์ เจ้าหน้าที่ จะติดตามตัวมาสอบสวนอีกครั้ง

 

ASTV ผู้จัดการรายวัน - เจ้าของเก๋งซีวิคเข้ามอบตัว สารภาพอยู่ในรถคันก่อเหตุไล่ยิงกระบะคู่อริจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ปฎิเสธไม่ได้เป็นคนลั่นไก อ้างห้ามเพื่อนไม่ให้ก่อเหตุแต่ไม่ฟัง พบประวัติเคยถูกดำเนินคดีพยายามฆ่าผู้อื่น ส่วนพวกอีก 5 ตำรวจรู้ชื่อหมดแล้วเตรียมขอศาลออกหมายจับต่อไปวานนี้ (20 ม.ค.) เวลา 05.00 น. พ.ต.ท.ธีระ กิจบำรุง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ราษฎร์บูรณะ ได้รับแจ้งเหตุวัยรุ่นขับรถไล่ยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดบริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ 23 ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์ รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
       
       ที่เกิดเหตุพบบริเวณใต้สะพานลอยและบนถนนติดริมฟุตปาธ พบผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย ทราบชื่อต่อมาคือนายวรวุฒิ วิชชุปัญญาพงษ์ หรือเน็ต อายุ 23 ปี, นายอารมณ์ แซ่เล้า หรือแม็ค อายุ 23 ปี และนายสมชาย สนธิพงษ์ หรือแอ๊ด อายุ 20 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งหมด 4 ราย ถูกนำตัวส่ง รพ.บางปะกอก 3 ราย ทราบชื่อคือนายชวาล ทองประดิษฐ์ น.ส.สุนิสา วงคำพู น.ส.อนุสรา สังเษม ส่วนอีก 1 รายคือนายนที เอี่ยมสา นำส่ง รพ.ราษฎร์บูรณะ
       
       ใกล้กันพบรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นไทรทัน สีดำ หมายเลขทะเบียน ถง 6993 กทม. เสียหลักชนเกาะกลาง สภาพพังยับเยิน ส่วนบริเวณประตูด้านซ้ายพบรอยกระสุนปืนไม่ทราบขนาดจำนวน 2 รอย ห่างไปประมาณ 10 เมตร พบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค ทะเบียน ชผ 1959 กทม. สภาพรถด้านพังยับเยิน
       
       จากการสอบสวนนายนิว กรงทอง 20 ปี ที่นั่งมากับรถกระบะเปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุพวกเพื่อนๆ ทั้งหมด 10 คน ได้ไปเที่ยวที่เอ็กไซต์ผับ ย่านพระราม 3 และเกิดเขม่นกับวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง หลังจากกำลังเดินทางกลับบ้าน ซึ่งเมื่อมาถึงแยกมไหสวรรย์ ถ.รัชดา-ท่าพระ พบรถเก๋งฮอนด้าซีวิคจอดติดไฟแดงอยู่ข้างรถของพวกตน จากนั้นคนในรถได้ใช้ปืนยิงใส่รถของพวกตนหลายนัด ซึ่งเพื่อนที่เป็นคนขับจึงได้ขับรถหนีเข้ามาที่ถนนสุขสวัสดิ์ แต่รถเก๋งคันดังกล่าวยังตามไล่และยิงใส่ตลอดเวลา จนมาถึงบริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ 23 รถกระบะของตนเกิดเสียหลักชนต้นไม้ข้างทางก่อนรถจะหมุนไปชนกับรถเก๋งคู่กรณีที่ตามมา ทำให้เพื่อนที่นั่งอยู่ด้านหลังกระบะ 3 คนถูกแรงเหวี่ยง ตกจากรถลงมากระแทกพื้นเสียชีวิตดังกล่าว
       
       นายนิวกล่าวต่อว่า ขณะที่ตนและคนอื่นๆ ที่บาดเจ็บเล็กน้อยกำลังลงมาดูเพื่อนที่บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้นก็มองเห็นผู้ชายประมาณ 5-6 คนออกมาจากรถเก๋งคันดังกล่าว โดยมี 2 คนถืออาวุธปืนลงมาด้วยก่อนที่ทั้งหมดจะวิ่งไปฝั่งตรงข้ามและหลบหนีไป นอกจากนี้หนึ่งในคู่กรณีจำได้ว่าเคยมีเรื่องกับเพื่อนของตนมาก่อนหน้านี้
       
       ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่ สน.ราษฎร์บรณะ พล.ต.ต.พิสิทธิ์ พิสุทธิศักดิ์ รักษาราชการแทนรองผบช.น. พร้อม พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รองผบช.น. เปิดเผยถึงเรื่องเดียวกันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งที่เกิดเหตุและที่โรงพยาบาลรวม 5 ราย ประกอบด้วย นายสมชาย สนธิพงษ์ อายุ 20 ปี, นายวรวุฒิ วิชชุปัญญาพงศ์ อายุ 23 ปี, นายอารมณ์ แซ่เล้า อายุ 23 ปี, นายชวาล ทองประดิษฐ์ อายุ 18 ปี และนายนที เอี่ยมสา อายุ 19 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย
       
       พล.ต.ต.พิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ผู้ที่อยู่ในรถเก๋งฮอนด้า ซีวิคคันก่อเหตุทราบชื่อเล่นว่า นายเป๊ปซี่ อายุ 19 ปี เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า ซีวิคคันดังกล่าว ได้เข้าให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวน โดยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เบื้องต้นสาเหตุเกิดจากการมีปากเสียงกันในสถานบริการในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลวัดพระยาไกร และใช้อาวุธ 2 กระบอกก่อเหตุ ขนาด .380 และ 6.35 ในการก่อเหตุ ซึ่งมีผู้อยู่ในรถยนต์ซีวิค รวม 6 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง
       
       ด้านพ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เปิดเผยว่า หนึ่งในคนร้ายได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ส่วนผู้ร่วมกระทำผิดอีก 5 คนเป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 19 -22 ปีที่อยู่ในพื้นที่ราษฎร์บูรณะ โดยขณะนี้ตำรวจทราบชื่อ และนามสกุลจริงแล้ว ซึ่งเตรียมขอศาลออกหมายจับในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ส่วนข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาจะต้องรอพิจารณาหลักฐานว่าใครเป็นผู้ลงมือยิงจึงจะแจ้งข้อหาดังกล่าว เนื่องจากจากการยิงส่งมีผลให้รถเสียหลักจนทำให้มีผู้เสียชีวิต
       
       พ.ต.อ.มานพ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำนายเอกรินทร์ นิลใบ หรือ เป็ปซี่ ได้รับสารภาพว่า ตอนเกิดเหตุอยู่ในรถคันที่ก่อเหตุจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือยิง และพยายามห้ามปรามเพื่อนไม่ให้ก่อเหตุ แต่เพื่อนไม่ฟัง ซึ่งหลังเกิดอุบัติเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนีไป ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรนายเอกรินทร์พบว่าเคยถูกดำเนินคดีพยายามฆ่าผู้อื่นในท้องที่สน.บางยี่ขัน.

 พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เปิดเผยความคืบหน้า กรณีกลุ่มคนร้าย จำนวน 6 คน ร่วมกันก่อเหตุขับรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค ไล่ยิงคู่อริ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาว่า หนึ่งในคนร้าย ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ส่วนผู้ร่วมกระทำผิดอีก 5 คน ซึ่งเป็นวัยรุ่น อายุประมาณ 19-22 ปี ที่อยู่ในพื้นที่ราษฎร์บูรณะ ขณะนี้ ตำรวจทราบชื่อและนามสกุลจริงแล้ว  โดยเตรียมขออนุมัติศาล ออกหมายจับในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ส่วนข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา จะต้องรอพิจารณาหลักฐานว่า ใครเป็นผู้ลงมือยิง จึงจะแจ้งข้อหาดังกล่าวได้ เนื่องจาก ผลจากการยิงส่งผลให้ รถเสียหลักจนทำให้มีผู้เสียชีวิต ขณะที่ นายเอกรินทร์ นิลใจ หรือ เป๊ปซี่ ยอมรับว่า ตอนเกิดเหตุ ตนอยู่ในรถคันก่อเหตุจริง แต่ปฏิเสธไม่ได้เป็นผู้ลงมือยิง และได้ห้ามปรามเพื่อน ไม่ให้ก่อเหตุแล้ว แต่เพื่อนไม่ฟัง ซึ่งหลังเกิดอุบัติเหตุ ได้แยกย้ายกันหลบหนีไปสำหรับ นายเอกรินทร์ เคยถูกดำเนินคดีพยายามฆ่าผู้อื่น ในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลบางยี่ขันมาแล้วครั้งหนึ่ง

วัวหายล้อมคอก ?? 

 

วันนี้ ( 21 ม.ค.) เมื่อเวลา 01.00 น. พ.ต.อ.เกรียติณรงค์ เฉลิมบุญ ผกก.สน.วัดพระยาไกร นำกำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ 50 นาย เข้าตรวจสถานบริการเอ็กไซต์ผับ ถนนเจริญราษฎร์ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม.หลังเกิดเหตุวัยรุ่นมีเรื่องเขม่นกันในผับดังกล่าว ก่อนขับรถไล่ยิงกันเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย
       
       จากการตรวจสอบพบ น.ส.นุต ศรีโนนทอง อายุ 41 ปีเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ได้รับใบอนุญาต และพบนักเที่ยวประมาณ 30 คน จึงได้ทำการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ แต่ไม่พบปัสสาวะสีม่วงแต่อย่างใด
       
       พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ กล่าวว่า ที่มามาตรวจวันนี้ก็เนื่องจาก เมื่อวานสถานบันเทิงแห่งนี้มีการเปิดเกินเวลา จนเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดเหตุอาชญากรรม จากการเข้าตรวจค้นไม่พบอะไรผิดกฏหมาย และมีนักเที่ยวจำนวนน้อย ต่างจากเมื่อวานที่มีนักเที่ยวนับพันคนเนื่องจากทางร้านมีคอนเสิร์ตและมีการเปิดเกินเวลา จึงดำเนินคดีกับทางเจ้าของร้านในข้อหาเปิดดำเนินการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
       
       พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เสนอให้ทาง ผบช.น.พิจารณาในการสั่งปิดกิจการร้านดังกล่าวเป็นเวลา 60 วัน ซึ่งคาดว่าทาง ผบช.น.น่าจะมีคำสั่งมาใน 2-3 วันนี้ สำหรับสถานที่ดังกล่าวเมื่อปีที่แล้ว เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสั่งปิดกิจการชั่วคราวไปแล้วครั้งหนึ่ง หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบนักเที่ยวพกพาอาวุธมาในสถานบริการ ซึ่งหลังจากถูกปิดกิจการชั่วคราวทางร้านก็ได้มีการปรับปรุงก่อนเปิดให้ดำเนินการตามปกติ กระทั่งมาเกิดเหตุเมื่อคืน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่มีการตรวจตราตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะมาจากความขัดแย้งส่วนตัว

 

23 มกราคม 2555 แนวหน้า

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาก่อคดีไล่ยิงกันบริเวณ ถ.สุขสวัสดิ์ ปาก ซ.สุขสวัสดิ์ 23 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม.จนมีเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 5 ราย โดยเหตุเกิด เมื่อวันที่ 20 ม.ค.55 เวลาประมาณ 04.30 น.โดยได้ผู้ต้องหา 5 คน คือ นายวรุฒ หรือ ตู้ พละเดช อายุ 23 ปี , นายศักดิ์สิทธิ์ หรือ กี้ วรรณพาหุล อายุ 20 ปี ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 คน เป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี และยังคงมีผู้ต้องหาอีก 1 คน หลบหนี คือ นายวีรยุทธ หรือ อั้ม จรูญเรือง ที่ถูกซัดทอดว่าเป็นคนใช้อาวุธปืนไล่ยิงกลุ่มผู้เสียชีวิตจนรถยนต์เสียหลัก กระทั่งมีคนตายถึง 5 ศพ

     อย่างไรก็ตาม ผบช.น.กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มของผู้ตาย ซึ่งมีนายนิว หรือ โช้ค กงทอง ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน ทะเบียน ถง-6993 กทม.พาเพื่อนนับ 10 คน ไปกินเที่ยวที่ผับดังย่านพระราม 3 และเกิดมีเรื่องกับกลุ่มของผู้ต้องหา ซึ่งสาเหตุเกิดจาก นายวีรยุทธ หรือ อั้ม ผู้ต้องหาที่หลบหนีกับพวกเดินไปเข้าห้องน้ำ และเกิดเขม่นกันกับกลุ่มของนายนิว ถึงขั้นจะชกต่อยและใช้ขวดสุราฟาดใส่กัน ทำให้นายวีรยุทธ หรือ อั้ม เกิดความโมโห จึงออกมาดักกลุ่มผู้ตายกับพรรคพวกที่หน้าผับ และเมื่อกลุ่มผู้เสียชีวิตขับรถยนต์กระบะออกจากร้าน นายวรวุฒิ หรือ ตู้ ผู้ต้องหาอีกราย จึงขับรถยนต์ฮอนด้าซีวิค ทะเบียน ชผ-1959 กทม.ไล่ตาม พร้อมกับนายวีรยุทธ หรือ อั้ม และกลุ่มเพื่อนที่เป็นเยาวชน

     ทั้งนี้ พล.ต.ท.วินัย กล่าวต่อว่า จากนั้นกลุ่มของผู้ต้องหาจึงขับไล่กลุ่มผู้เสียชีวิต ซึ่งนั่งอยู่ในรถกระบะ จำนวน 10 คน โดยไล่กันมาตั้งแต่ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ต่อเนื่องถึงแยกมไหศวรรย์ โดยระหว่างทาง นายวีรยุทธ หรือ อั้ม ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถกระบะของกลุ่มผู้ตายตลอดทาง กระทั่งมาถึงปาก ซ.สุขสวัสดิ์ 23 รถกระบะจึงเสียหลักพุ่งชนขอบทาง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตคาที่ 3 ราย และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีก 2 ราย โดยหลังจากเกิดเหตุกลุ่มผู้ต้องหาได้พากันแยกย้ายหลบหนี กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวในที่สุด

     "ส่วนนายวีรยุทธ หรือ อั้ม ผู้ต้องหาที่ถูกซัดทอดว่าเป็นคนยิงใส่กลุ่มผู้เสียชีวิตนั้น ทางตำรวจจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือจะแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น และส่งตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป" พล.ต.ท.วินัย กล่าว

     นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในการแถลงข่าวเป็นไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากมีญาติของกลุ่มผู้เสียชีวิตเข้ามาดูหน้าผู้ต้องหาจำนวนนับ 20 คน ตำรวจต้องวางกำลังเพื่อป้องกันเหตุการณ์รุนแรง

  

 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (9 พ.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. พล.ต.ต.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.  พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย ผกก.สส.บก.น.6 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายวีรยุทธ หรืออั้ม จรูญเมือง ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นในรถกระบะ มิตซูบิชิ สีดำ ทะเบียน ถง 6993 กทม. จนมีผู้เสียชีวิต 5 ราย  โดยจับกุมตัวได้ที่สถานบันเทิง ฟรีไนท์ผับ ถ.เพชรเกษม ต.อ้อมใหญ่ อ.สามพราน  จ.นครปฐม


พล.ต.ท.วินัย เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 20 ม.ค. 2555 ได้เหตุยิงกันบริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ 23 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กทม. เป็นเหตุให้รถกระบะเสียหลักเฉี่ยวชนกับรถยนต์เก๋งฮอนด้าซีวิค มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุได้แล้ว 5 ราย เหลือมือปืนคือนายอั้ม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 32/2555 ลงวันที่ 20 ม.ค.2555 ในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ,ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต กระทั่งเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีสายลับแจ้งมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่านายวีรยุทธ มักจะเดินทางไปเที่ยวยังสถานบันเทิงฟรีไนท์ผับ จึงนำกำลังไปตรวจสอบ และเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด สำหรับนายวีรยุทธ เป็นหัวโจกที่ก่อเหตุในครั้งนี้ โดยการใช้อาวุธปืนยิงใส่รถกระบะจนมีผู้เสียชีวิตทันที 5 ราย


พล.ต.ท.วินัย กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนนายวีรยุทธ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงใส่รถกระบะจริง ทั้งนี้ผู้ต้องหามีที่พักอยู่หลายแห่ง จากการตรวจค้นภายในห้องพักเดอะหลิว เอ็กซ์คลูซีฟ อพาร์ทเมนท์ ซ.จรัลสนิทวงศ์ 49 พบอาวุธปืนขนาด 7.65 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ อาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก และยาไอซ์จำนวน 20 กรัม ส่วนห้องพักเลขที่ 701 AEC อพาร์ทเมนท์ ซ.สาธุประดิษฐ์ 15 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม. พบของกลางยาไอซ์ หนัก 43.87  กรัม ยาบ้า 59 เม็ด และพบนายพิชิตพล วงษ์ศรีแก้ว อายุ 20 ปี และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี อยู่ภายในห้องด้วย  โดยทั้งสองคนยอมรับว่า มียาเสพติดไว้เพื่อเตรียมจำหน่าย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ราษฎร์บูรณะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบประวัติของนายวีรยุทธ พบว่าเป็นกลุ่มเดียวกับนายดนัย หรือเบียร์ สายสนิท ที่ก่อเหตุปล้นทรัพย์นายศิริพงษ์ จิรพงษ์  อายุ 67 ปี เจ้าของร้านสูท “เงาะ” เสียชีวิต เนื่องจากมีที่พักอยู่ในย่านตรอกบ้านบาตรด้วยเหมือนกัน.


« Back