คดีดวลปืนแย่งหมอโอเกะ

เรื่องของสุรา นารี และปืน ซึ่งไม่ควรจะอยู่ใกล้กัน โดยเฉพาะการพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในสถานที่ดังกล่าว กฏหมายห้ามเด็ดขาด แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตาม หากไม่ใช่การปฏิบัติงานในหน้าที่แล้ว พกพาเข้าไปไม่ได้  บรรดานักเที่ยว ที่เข้าไปเที่ยว หากเป็นพวกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. มักชอบนำปืนลงไปได้วย บางคนก็เก็บไว้ที่รถ ไม่ทราบว่าจะเอาไปทำอะไร หรือนำไปอวดนักน้อง หมอนวด

เพราะฉะนั้น คนที่รู้ดีที่สุดว่าแขกพาอาวุธปืนมาด้วยหรือๆไม่ คือนักร้องและหมอนวด เพราะจะเห็น หรือรู้สึกได้จากการสัมผัส หรือโอบกอดกัน และเมื่อรู้ว่ามีการนำอาวุธปืนเข้ามาในร้าน ก็น่าจะแจ้งเจ้าของร้าน แจ้งตำรวจมาจัดการ เหตุการณ์ก็ไม่เกิดขึ้น ครับ

เสียดาย ชีวิตคน ต้องมาจบลงทั้งสองฝ่าย เพราะหมอนวด ต่างด้าว แท้ ๆ  ????

 

 

 

 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 มี.ค. ที่สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นายอัมรินทร์ หรือตั้ม ดาวเจริญ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/5 หมู่ 8 ต.บางเลน อ.บางเลน จ.นครปฐม และมีตำแหน่งเป็นกำนัน ต.บางเลน เข้ามอบตัวต่อ พล.ต.ท.หาญพล นิตวิบูลย์ ผบช.ภาค 7 และ พล.ต.ต.เพชรรัตน์ แสงไชย ผบก.นครปฐม เนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุยิงกันภายในร้านทิพวัลนวดแผนโบราณ และคาราโอเกะ ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี มีผู้เสียชีวิต และจากการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีนายอัมรินทร์อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

 สำหรับรายละเอียดในเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ปรัชญา พงษ์อัมพรสกุล สารวัตรเวร สภ.นครชัยศรี รับแจ้งจาก ร.พ.นครชัยศรี ว่ามีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ถูกนำส่งมารักษาตัวที่ร.พ. และเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบทราบชื่อ นายวสิษฐ์ หรือหน่อย ประภาโชติ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/1 หมู่ 2 ต.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี เป็นเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ถูกยิงกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. เข้าหน้าอก 1 นัด ลำตัว 2 นัด และศีรษะ 1 นัด และนายวิชาญ หรือโบ๊ะ วิบูลเชื้อ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 10 ต.บางไทรป่า อ.บางเลน และเป็นเจ้าของบ่อนไก่ ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.เข้าชายโครงขวา 1 นัด

 จากการสอบสวนทราบว่า สถานที่เกิดเหตุอยู่ที่ร้านทิพวัลนวดแผนโบราณและคาราโอเกะ หมู่ 3 ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี ทางเจ้าหน้าที่จึงรุดไปตรวจสอบพบกระจกถูกยิง ที่โซฟามีรอยกระสุนปืน 3 นัด ที่พื้นมีอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. 1 กระบอก ปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. 5 ปลอก และปลอกกระสุนปืนขนาด 11 ม.ม. 2 ปลอก จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

 สอบสวนพนักงานเสิร์ฟให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวสิษฐ์ กับเพื่อนรวม 3 คน มานั่งดื่มสุราตั้งแต่ในช่วงบ่าย โดยเรียก น.ส.ไก่ อายุ 20 ปี หมอนวดชาวพม่ามานั่งเป็นเพื่อน กระทั่งเวลา 20.00 น. นายอัมรินทร์ หรือตั้ม ดาวเจริญ อายุ 38 ปี กำนัน ต.บางเลน นายสมชาย หรือแจ่ม ณ เรืองศรี อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 225/1 หมู่ 8 ต.บางเลน อ.บางเลน และ นายวิชาญ หรือโบ๊ะ วิบูลเชื้อ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 10 ต.บางไทรป่า อ.บางเลน เข้ามานั่งโต๊ะใกล้กัน เนื่องจากนายสมชายมาติดพันน.ส.ไก่ เช่นกัน ทำให้ต่างมองหน้าเขม่นกัน

 พนักงานเสิร์ฟให้การต่อว่า จากนั้นนายวสิษฐ์เดินไปถามนายสมชายว่ามองทำไม โดยที่มือไพล่หลังคว้าปืนที่เหน็บอยู่ นายอัมรินทร์ที่นั่งอยู่ด้วย จึงตอบไปว่าเป็นกำนัน ต.บางเลน นายวสิษฐ์จึงพูดสวนไปว่า พ่อก็เคยเป็นกำนัน ทำไมไม่รู้จัก นายสมชายไม่พอใจ ชักอาวุธปืนยิงเข้าใส่ นายวสิษฐ์ก็ชักปืนยิงใส่นายวิชาญ ก่อนที่นายวิชาญจะชักปืนยิงรุมใส่นายวสิษฐ์อีกหลายนัดจนแน่นนิ่งไป ขณะที่นายวิชาญจะล้มฟุบแน่นิ่งไปเช่นกัน นายสมชายและนายอัมรินทร์ จึงรีบออกจากร้านไป รวมทั้งเพื่อนอีก 2 คนของนายวสิษฐ์ ก็หนีออกจากร้านไปเช่นกัน

 พล.ต.ท.หาญพล กล่าวว่า สาเหตุยิงดวลกันเกิดจากหึงหวงสาวหมอนวด และกล้องวงจรปิดในร้านบันทึกเหตุการณ์ไว้หมด ส่วนนายอัมรินทร์ที่มอบตัวนั้น ภายหลังสอบปากคำในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหา ก่อนปล่อยตัวไป พร้อมทั้งกำชับให้นายอัมรินทร์ นำตัวนายสมชาย มือปืนที่ก่อเหตุมามอบตัว ถือว่าเป็นบุคคลอันตราย หากบริสุทธิ์จริงก็ขอให้นำมามอบตัว และให้นำอาวุธปืนที่ครอบครองไว้ทั้งหมดมาให้ตรวจสอบด้วย จากการตรวจสอบจากทะเบียนอาวุธปืนของ อ.บางเลน พบว่าขออนุญาตมีอาวุธปืน 3 กระบอก เป็นขนาด 11 ม.ม. 1 กระบอก และ ขนาด 9 ม.ม. 2 กระบอก
 


 

เป็นภาพนาทีเป็นนาทีตายจริงๆ AAกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านทิพวัลนวดแผนโบราณและคาราโอเกะ ตั้งอยู่หมู่ 3 ต.บางกระเบา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ที่กล้องวงจรปิดในร้านจับภาพเหตุการณ์ระทึกเอาไว้ได้

เมื่อเสี่ยหนุ่มร้านรับเหมาก่อสร้างกับพวกรวม 3 คน มาเที่ยวดื่มกินตั้งแต่บ่ายจนค่ำ กระทั่งไปเจอกับกลุ่มกำนันคนดังใน อ.บางเลน ที่พาลูกน้องมาเที่ยวหาความสำราญเช่นกัน และดันไปจีบผู้หญิงคนเดียวกันจนเกิดมีปากเสียงกลายเป็นเรื่องใหญ่

ฝ่ายเสี่ยรับเหมาทำท่าจะเอาเรื่อง พยายามขยับมือชักปืน 11 ม.ม.ที่พกไว้ออกจากเอวเพื่อชิงความได้เปรียบก่อนใคร แต่ ทว่าช้ากว่าลูกน้องกำนันที่ในมือกำปืนอยู่ก่อนแล้วจึงระเบิด กระสุนใส่

งานนี้ดวลกันอย่างในหนังแบบไม่มีใครยอมใคร

 



ผลคือตาย 2 ศพอย่างน่าสลดใจ

ปฐมบทของเหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 25 มี.ค.55  นายวสิษฐ์ หรือ เสี่ยหน่อย ประภาโชติ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/1 หมู่ 2 ต.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี เสี่ยเจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ชักชวนเพื่อน 2 คนไปนั่งกินดื่มหาความสำราญที่ร้านทิพวัลนวดแผนโบราณร้านขาประจำ

ซึ่งนอกจากเรื่องกินดื่มแล้ว เป้าหมายของนายวสิษฐ์อีกอย่างคือการได้มาอยู่ใกล้ชิด น.ส.ไก่ วัย 20 ปี หมอนวดสาวชาวพม่าที่ตนเองติดพันอยู่ จึงทำให้นายวสิษฐ์และพรรคพวกฝังตัวอยู่ที่ร้านหมอนวดแห่งนี้ไม่ยอมย้ายไปไหน

วงสุราของนายวสิษฐ์เริ่มคึกคักขึ้นมาในทันใด เมื่อมีสาวหมอนวดมานั่งคลอเคลียด้วยตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงเย็น

กระทั่งบรรยากาศเริ่มกร่อยลงเมื่อมีกลุ่มของนายอัมรินทร์ หรือ กำนันตั้ม ดาวเจริญ อายุ 38 ปี กำนันต.บางเลน นายสมชาย หรือ แจ่ม ณ เรืองศรี อายุ 36 ปี และ นายวิชาญ หรือ เสี่ยโบ๊ะ วิบูลเชื้อ อายุ 42 ปี เจ้าของบ่อนไก่ในเมืองนครปฐม เข้ามานั่งดื่มกินในตอนค่ำ นั่งโต๊ะใกล้ๆ

และที่สำคัญนายสมชายก็มาติดพัน น.ส.ไก่เช่นกัน

เสียงหัวเราะเริ่มเงียบลงเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดเข้ามาแทนเดี๋ยวนั้นบรรยากาศในร้านตึงเครียดขึ้นมาทันที เมื่อต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันและเริ่มมีปากเสียงกัน

ฝ่ายนายวสิษฐ์มีดีกรีเป็นเสี่ยใหญ่และมีญาติเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ในขณะที่ฝ่ายของนายสมชายก็เป็นพรรคพวกของกำนันดัง

ที่สำคัญ ต่างฝ่ายต่างมีปืนทั้งคู่

นายวสิษฐ์ในชุดเสื้อสีดำซึ่งนั่งอยู่ใกล้โต๊ะกำนันหันมามีปากเสียงกับกลุ่มคู่อริชนิดที่ไม่มีใครยอมกัน แม้จะมีเพื่อนของนายวสิษฐ์คอยห้ามปราม ก่อนที่เหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้นนายวสิษฐ์ลุกขึ้นยืนทำท่าจะชักปืนที่เหน็บอยู่ด้านหลัง

แต่ทว่า "วสิษฐ์" ช้ากว่านายสมชายที่ระวังตัวอยู่ก่อนหน้านั้นจึงชักปืนพกในมือออกมาเหนี่ยวไกยิงใส่ไม่ยั้ง

ปังๆๆ... กระสุนพุ่งเจาะร่างนายวสิษฐ์เข้าอย่างจังจนล้มทั้งยืน ล้มฟุบลงตรงประตูทางเข้าร้าน

แต่ด้วยอานุภาพของกระสุนขนาด 9 ม.ม. ซึ่งมีความคมแต่แรงปะทะน้อย จึงหยุดนายวสิษฐ์ไม่ได้เดี๋ยวนั้น เมื่อตั้งหลักได้นายวสิษฐ์จึงกัดฟันชักปืน 11 ม.ม. ออกมาเหนี่ยวไกยิงใส่นายวิชาญ คู่อริที่นั่งอยู่ใกล้ตัวมากที่สุด กระสุนพุ่งเจาะร่างนายวิชาญเข้าที่ชายโครงขวาอย่างจัง

ห้วงนั้นนายวิชาญซึ่งเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่จึงยังไม่ทัน รู้สึกตัว เลยชักปืน 9 ม.ม. ออกมายิงใส่นายวสิษฐ์อีกหลาย นัดด้วยกัน

ต่างฝ่ายต่างยื่นมือออกมายิงทะลุโซฟาที่ตั้งอยู่ตรงกลางเป็นฉากกั้น

ไม่นานเสียงปืนก็สงบ

นายวิชาญพยายามวิ่งออกจากร้าน แต่ไปได้ไม่ไกลก็ล้มลงสิ้นใจตาย ขณะที่นายวสิษฐ์ก็นอนสิ้นใจอยู่ตรงนั้น

หลังเกิดเหตุพ.ต.ท.ปรัชญา พงษ์อัมพรสกุล สารวัตรเวร สภ.นครชัยศรี จึงรุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมรายงานให้พล.ต.ท.หาญพล นิตวิบูลย์ ผบช.ภาค 7 และพล.ต.ต.เพชรรัตน์ แสงไชย ผบก.นครปฐม รับทราบเพื่อไล่ล่าติดตามคนร้าย

ศพของนายวสิษฐ์ถูกยิงด้วยปืน 9 ม.ม. เข้ากลางหน้าอก 1 นัด ลำตัว 2 นัด และศีรษะ 1 นัด ส่วนนายวิชาญถูกยิงด้วย 11 ม.ม.เข้าชายโครงขวา 1 นัด กระสุนแฉลบตัดขั้วหัวใจ

ส่วนนายสมชายมือปืนอีกคนหลบหนีไป


ทิ้งไว้เพียงโซฟาที่พรุนด้วยรูกระสุน และปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.กับ 11 ม.ม.เกลื่อนพื้น

ทุกเสี้ยวนาทีของเหตุการณ์ถูกบันทึกเอาไว้ได้โดยกล้องวงจรปิดของทางร้าน

คดีนี้เป็นคดีใหญ่และเป็นคดีสะเทือนขวัญ พล.ต.ท.หาญพลสั่งตำรวจท้องที่เข้มงวดกวดขัน ห้ามมิให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก เนื่องจากภาพที่ปรากฏในวงจรปิดชี้ให้เห็นถึงความหย่อนยานในการดูแลป้องกันเหตุร้ายในสถานบริการที่มี อยู่ทั่วไป

และที่สำคัญ หากปล่อยให้คนเมาเหน็บปืนไปเที่ยวเตร่ได้ตามใจชอบ พอเกิดเขม่นกันเมื่อไหร่ก็ ชักปืนออกมายิงกัน ถือเป็นเรื่องใหญ่

เพราะคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อาจโดนลูกหลงด้วยก็ได้

« Back