คดีฆ่านายก อบจ.ลพบุรี ตอนที่ 2.

ตอนที่ 2   : เป็นเรื่องของแนวทางการสืบสวนสอบสวน การคลี่คลายคดี ฯ 

คดีฆ่า นายก อบจ.ลพบุรี ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวน เพื่อหาตัวคนร้าย และผู้บงการสั่ง อนุมัติในการสังหาร การสืบสวนจับกุม ขยายผล การดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย  เนื่องจากคดีนี้ เป็นคดีที่น่าสนใจ และติดตามผล ครับ

 

แนวทางการสืบสวน ก็คงหนีไม่พ้น การประมวลเรื่องและสาเหตุทั้งปวง ทั้งอดีต ก่อนหน้า และปัจจุบัน ที่จะเป็นสาเหตุให้สั่งตายได้ อะไรเป็นเรื่องมีเหตุผลมากที่สุด หรือทุกอย่างบังเอิญมาบรรจบพบกัน จากเรื่องเล็ก มาเรื่องกลาง ถึงเรื่องใหญ่ จนเป็นเหตุเพียงพอที่จะมีมติเป็นเอกฉันท์เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย เปรียบเสมือนน้ำหยดลงแก้ว จนปริ่ม และล้นแก้วในที่สุด  ขณะนี้ได้กำหนดประเด็นการสังหารไว้มากและใหญ่โต และก็ไม่แน่ ไม่แน่นะครับ ผลการสืบสวนคลี่คลายคดีในที่สุด อาจมาจากสาเหตุเล็ก ๆ ที่คาดไม่ถึง ก็อาจเป็นไปได้

 

ข่าวครั้งแรก ระบุว่านายกฯ เจี๊ยบ ใช้เส้นทางพหลโยธิน ไปทาง อ.พระพุทธบาท จว.สระบุรี แต่ต่อมาพบว่า ใช้เส้นทาง อ.เมือง อ.บ้านแพรก จว.อยุธยา ไปออกสายเอเซียที่ จว.อ่างทอง เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เป็นเส้นทางที่ใช้ประจำหรือไม่ หรือเส้นทางสะดวกกว่า เพราะบริเวณบายพาสสระบุรี กำลังก่อสร้าง ไฟเขียวแดงเยอะ สู้ออกสายเจ้าปลุก อ.มหาราช แทนไม่ได้  ที่ทำให้น่าคิด ทำไม? กลุ่มมือปืน จึงไม่เลือกลงมือเส้นทาง อ.เมือง - อ.บ้านแพรก ซึ่งเป็นเส้นทางยาว เปลี่ยว ประมาณ 30 ก.ม. มีโค้งเกือบ 40 โค้ง หรือ ไม่สบโอกาส หรือกำหนดพื้นที่สังหารไว้หลายจุด และผ่านเลยมาจนถึง พื้นที่สุดท้าย ปลายทาง คือ กรุงเทพมหานคร ??

.........................................

 

ตร.ได้เค้าคนร้ายลอบยิง"สุบรรณ"แล้ว คาดปมการเมืองหลังข้อมูลชี้ว่าขอตร.คุ้มกันถึง 4 นาย

 

วันนี้(16มิ.ย.)ที่ ศูนย์สืบสวนบช.น. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณอยุธยา รองผบ.ตร ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตร.ระดับสูง อาทิเช่น พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น.  พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก.น.1  พ.ต.อ.จักรภพ สุคณธราช ผกก.สน.ชนะสงคราม  พ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รองผกก.สส.สน.ชนะสงคราม และเจ้าหน้าที่ตร.ที่เกี่ยวข้องประชุมเพื่อคลี่คลายคดี  สังหารนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกฯ อบจ.จ.ลพบุรี
 

โดยใช้เวลาประชุมประมาณ 1ชั่วโมง ก่อน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า  ขณะนี้ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน หลังจากนี้จะแบ่งงานให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาหลักฐาน ซึ่งข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่ตร.ได้มานั้นยังมีไม่มากนัก ในส่วนของประเด็นการสังหารนั้นต้องดูจากพยานหลักฐานว่ามีเชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติหรือการเมืองระดับท้องถิ่นหรือเป็นปมขัดแย้งเรื่องส่วนตัวหรือไม่ อย่างไรก็ดีต้องรอผลการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์และผลจากการตรวจหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ในส่วนของภาพจากกล้องวงจรปิดเบื้องต้นพบว่าพาหนะที่คนร้ายใช้เป็นรถจยย.

ด้าน พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลของตำรวจภูธรภาค1 พบว่า ผู้ตายได้มีการร้องขอกำลังตำรวจจำนวน 4นาย เพื่อดูแลความปลอดภัย เนื่องจากทราบว่ามีคนคอยติดตามปองร้ายอยู่ แต่ในวันนี้ผู้ตายไม่ได้เรียกขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตร.เนื่องจากต้องพาภรรยามาหาหมอ ที่กรุงเทพฯ  ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค1  จึงเดินทางเข้ากรุงเทพพร้อมภรรยาและเลขาเพียงลำพัง โดยไม่มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมา อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้จะนำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปสเก็ตซ์ภาพคนร้าย เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ และวันพรุ่งนี้เวลา 17.00 น. ก็จะเรียกประชุมชุดทำงานทั้งหมดที่ บช.น. เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีด้วย

...........................................

mcot

 

ลพบุรี, กรุงเทพฯ 17 มิ.ย. - บิดานายก อบจ.ลพบุรี ระบุ รู้ตัวคนที่ยิงลูกชายจนเสียชีวิต แต่ขอให้การกับตำรวจเท่านั้น ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กำชับตำรวจติดตามคดี ระบุสาเหตุน่าจะเป็นเรื่องการเมืองระดับชาติ

บรรยากาศที่บ้านพัก จังหวัดลพบุรี นายสุบรรณ จิรพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกลอบยิงเมื่อวานนี้ ค่อนข้างเงียบเหงา นายกมล จิรพันธุ์วาณิช อดีต ส.ส.พรรคชาติไทย บิดาผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ความรู้สึกเสียใจต่อการสูญเสียลูกชายไม่มากเท่ากับ คนที่ทำร้ายลูกชาย เป็นคนที่ตนเองและครอบครัวรู้จักดี เคยชุบเลี้ยงมาแต่ไม่ระบุว่าเป็นใคร โดยจะขอให้การกับตำรวจเท่านั้น

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามคดีลอบยิง นายก อบจ.ลพบุรี เสียชีวิต หลังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวานนี้ เหตุเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าคนร้ายไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย แต่เชื่อจะหาตัวคนก่อเหตุมาลงโทษได้ เพราะมีพยานรู้เห็นจำนวนมาก สันนิษฐานสาเหตุน่าจะมาจากการเมืองระดับชาติ แต่ไม่อยากชี้นำ

เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวกรณีที่ กกต.4 คน ไปดูงานในต่างประเทศว่า ไม่ขอประเมินจะเกี่ยวข้องกับการล้มการเลือกตั้งหรือไม่ แต่แปลกใจว่าในขณะที่ประเทศมีการเลือกตั้ง ทำไม กกต.จึงเดินทางในช่วงนี้ พร้อมเรียกร้องให้ กกต.ทำงานอย่างเข้มแข็ง การที่อดีตนายกรัฐมนตรีระบุจะมีการโกงการเลือกตั้ง ถือเป็นการสบประมาทการทำงานของ กกต.  

ส่วน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ แนะผู้สมัคร ส.ส.ต้องระมัดระวังความปลอดภัยในการหาเสียง โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ หากคิดว่าไม่ปลอดภัย ให้ขอกำลังตำรวจดูแล อย่างไรก็ตามในส่วนของพรรคไม่ได้ร้องขอตำรวจ เพราะไม่ได้มีปัญหา หรือแข่งขันกับใคร .-สำนักข่าวไทย
 

 ................................

 

 

แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ใน อบจ.ลพบุรี เปิดเผยว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้นอกจาก นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี จะมีความสนิทสนมกับนายเนวิน ชิดชอบ และยังได้รับผิดชอบให้ดูแลใน 3 จังหวัด ประกอบด้วยลพบุรี ปทุมธานี และมหาสารคาม และมีการมอบรางวัลไว้ให้ว่าหากในทีมของนายก อบจ.ลพบุรี นั้นสามารถพาผู้สมัครเข้ามาเป็น ส.ส.ได้จำนวน 10 ที่นั่ง นายสุบรรณ จะได้รับการเสนอชื่อจากพรรคภูมิใจไทยให้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งหากได้เข้าร่วมรัฐบาล

 
ซึ่งจากการลงพื้นที่หาเสียงพบว่าได้รับคะแนนเสียงดีใน 3 จังหวัดที่ดูแล โดยเฉพาะพื้นที่ลพบุรีที่มีการส่งผู้สมัคร ส.ส. 3 เขต คือเขตเลือกตั้งที่ 1 นายรังสรรค์ สละชีพ อดีตรองนายก อบจ.ลพบุรี พบกับผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยอย่างนายพิชัย เกียรติวินัยสกุล อดีตนายก อบจ.ลพบุรี ที่มีคดียิงผู้รับเหมาภรรยานายทหารเสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน แต่ศาลยกฟ้อง และนายพิชัยเองยังถือเป็นเพื่อนสนิทของนายสุบรรณ อีกด้วยแต่ผิดใจกัน เรื่องตำแหน่งนายกอบจ. breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=515437
 

เขตเลือกตั้งที่ 2 นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช น้องสาวของ นายสุบรรณ เองที่เจอศึกหนักในเขตช้างชนช้าง อย่างนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัคร พรรคเพื่อไทย และเป็นเขตที่มีการกระทบกระทั่งกันมากพอสมควร ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 นายสุบรรณได้ส่งนายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สจ.เขตชัยบาดาลพบตระกูล "วรปัญญา" เจ้าของพื้นที่เดิม ทำให้สนามเลือกตั้งของลพบุรีเป็นการแข่งขันกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย กับ พรรคเพื่อไทย

"ในการเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งนี้ ทางพรรคเพื่อไทย ได้ส่ง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี มาคุมพื้นที่ จ.ลพบุรี เพื่อชนกับ นายสุบรรณ และจากแหล่งข่าวยังได้ทราบว่า มีผู้ประสานงานมาว่า พล.อ.พัภลภ ปิ่นมณี จะขอเข้าพบ นายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีต ส.ส.ลพบุรี หลายสมัย และนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี ที่ถือว่าเป็นตัวจักรสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ถูกปฏิเสธ เพราะว่าเวลา และโอกาสยังไม่เหมาะสม หากจะมีการพบกันขอเป็นหลังเลือกตั้งเรียบร้อยเสียก่อน" แหล่งข่าวยืนยัน

โฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงวอนผบ.ตร.สั่งการให้ตร.ช่วยดูแลความปลอดภัย

เผยก่อนหน้านี้หัวคะแนนพรรคถูกดักยิงหลายครั้งแล้ว

 

วันนี้ (16 มิ.ย.) ที่พรรคภูมิใจไทย  นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย(ภท.) แถลงถึงกรณีนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลพบุรี ซึ่งเป็นพี่ชายของน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัครส.ส.ลพบุ รีเขต 2  พรรคภูมิใจไทย ถูกยิงที่บริเวณถนนข้าวสารเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านว่า นายสุบรรณ เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล ซึ่งโดนยิงบริเวณท้ายทอยข้างซ้าย ส่วนนางอรพิน  ภรรยา อายุ 43 ปี  มีบาดแผลสะโพกด้านขวา ต้องเอ็กเรย์ว่ากระสุนเจาะเข้าลำไส้ใหญ่หรือไม่ ถือว่าบาดเจ็บสาหัส  ส่วนน.ส.ชณุตพร โพธิสมภาพวงศ์  อายุ  24 ปี  เลขาส่วนตัว โดนยิงมีบาดแผลหลังมือข้างขวา ซึ่งรู้สึกตัวดี  ทั้งนี้นายสุบรรณ  ถือว่าเป็นผู้ที่ทำงานใกล้ชิด ผูกพันกับพรรคภูมิใจไทยมานาน เป็นผู้สนับสนุนพรรค และน้องสาวก็เป็นส.ส.ของพรรค การถูกยิงเสียชีวิตจะมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งของพรรคใน จ.ลพบุรีอย่างแน่นอน ส่วนสาเหตุเกิดจากอะไรนั้นให้เป็นเรื่องเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน แต่ผลเกิดกับพรรคแน่นอน เรามั่นใจว่าจะได้ ส.ส.ลพบุรีไม่น้อยกว่า 1ที่นั่ง คือน.ส. มัลลิกา และเขตอื่นด้วย มั่นใจว่าอย่างน้อยจะได้ส.ส. 2 คน

 

“พรรคขอแสดงความเสียใจกับการกระทำเช่นนี้ เรามั่นใจว่าเกี่ยวกับการเมืองแน่นอน เพราะอยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง และท่านไม่มีศัตรูกับใคร ที่จะเอาชีวิตกัน ทั้งนี้ความรุนแรงมีมาเป็นระยะ แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงมากที่สุด เนื่องจากคนที่อยากเข้าสู่อำนาจ จึงไปเอาชีวิตคนอื่นเขา ขอเรียกร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มีการกำหนดเขตความรุนแรงมากและรุนแรงน้อย อีกทั้งที่ผ่านมาผู้สมัครของพรรคก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งก็ถูกยิง คือนายก อบจ.นครสวรรค์ ก็ถูกยิงเสียชีวิต รวมถึงผู้สนับสนุนพรรคที่จ.ศรีสะเกษ ก็โดนยิงสาหัส และเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีการลอบยิงบ้านหัวคะแนนของพรรคที่จ.สุโขทัย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจควรเพิ่มเอาจริง ฝากถึงผบ.ตร.ช่วยดูแลและสั่งการในการให้ความเป็นธรรมในการดูแลผู้สมัครด้วย”นายศุภชัย กล่าว  นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การเสียชีวิตของนายสุบรรณ ถือว่าส่งผลกระทบต่อพรรค ไม่เฉพาะจ.ลพบุรี แต่ยังรวมถึงพื้นที่รับผิดชอบในจ. สระบุรี ปราจีนบุรี  และปทุมธานี ซึ่งตนไม่อยากจะบอกว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นเป้าหมายที่ถูกเอาชีวิต แต่การเดินหน้าเรื่องความปรองดองไม่ควรมีเรื่องความรุนแรง อยากให้ผู้สมัครส.ส.เดินแนวทางสันติ อย่ามุ่งหมายเอาชีวิตคนอื่น เพราะส่งผลกับภาพลักษณ์ของประเทศชาติด้วย  “น่าเชื่อว่ามือปืนตามมาจาก จ.ลพบุรีเข้ามาในกรุงเทพฯ เพราะอยู่ที่ จ.ลพบุรีระวังตัวตลอดเวลา วันนี้มากับพ่อ ภรรยา และเลขา ซึ่งมาหาหมอคลินิกแถวนั้น แต่พอแยกย้ายกันก็โดนยิงทันที ถือเป็นการกระที่อุกอาจมาก ขอฝากตำรวจดูแลผู้สมัครทุกคนด้วย ไม่ควรให้ร้องขอเข้ามาแต่ควรเอาจริงเอาจัง รวมทั้งมาตรการกวาดล้างมือปืน  และเหตุการณ์อย่างนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์กับการเลือกตั้ง เพราะผู้สมัครแต่ละคนต้องระแวดระวังกันตลอด”โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวและว่า ในวันที่ 17 มิ.ย.เวลา 15.00 น.จะมีการรดน้ำศพที่จ.ลพบุรี และพรรคจะเป็นเจ้าภาพดูแลเต็มที่

 

...........................

 

 

17 มิถุนายน 2554

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่บ้านพักในตลาดสดสระแก้วเลขที่ 119 ถนนนเรศวร ต.ทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นบ้านของ นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช หรือนายกเจี๊ยบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต และภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ในตลาดถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. เป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยตั้งแต่ช่วงเช้า นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พล.ต.ต.ชาติชาย แตงเอี่ยม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เดินทางมาเยี่ยม และให้กำลังใจครอบครัว จิระพันธุ์วาณิช พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาดูแลความปลอดภัยในบ้านพัก เพราะหวั่นเกรงว่าจะมีการส่งทีมสังหารมาก่อเหตุกับครอบครัวจิระพันธุ์วาณิชรอบสอง
ขณะที่ชาวบ้านในอำเภอต่างๆ ของ จ.ลพบุรี ที่ทราบข่าวการเสียชีวิตของ นายสุบรรณ หรือนายกเจี๊ยบ ต่างร้องไห้กันระงมด้วยความเสียใจที่สูญเสียผู้นำที่เสียสละและหวังจะพัฒนาจังหวัดลพบุรีให้ก้าวหน้า โดยโครงการที่สร้างความประทับใจให้กับชาวบ้านในระดับรากหญ้า คือโครงการแจกถุงยังชีพ เปิดโลกสว่างให้ผู้สูงอายุด้วยการตัดแว่นตาฟรีให้ จึงสร้างความพอใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ซึ่งการสูญเสีย นายก อบจ.ลพบุรี ในครั้งนี้เหมือนจังหวัดขาดพ่อพระทางการศึกษาไปอีก 1 คน และต้องสูญเสียบุคคลากรที่มีค่าในการพัฒนาจังหวัดลพบุรี
โดยงานศพของนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี จะมีการตั้งศพไว้บำเพ็ญกุศลที่วัดป่าธรรมโสภณ ต.ทะเลชุศร อ.เมือง จ.ลพบุรี เป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 17-19 มิ.ย.นี้ จากนั้นทางญาติจะเก็บศพไว้ก่อนเพื่อทำการหาเสียงเลือกตั้ง และเมื่อเสร็จจากการเลือกตั้ง วันที่ 3 ก.ค. แล้ว จึงจะพิจารณาวันเผาศพอีกครั้ง
................................ 

ผบช.น.เผยส่งทีมสืบสวนสอบสวนคดีฆ่านายก อบจ.ลพบุรี ฐานะหัวคะแนนพรรคภูมใจไทยลงพื้นที่หาเบาะแสคนร้ายแล้ว ยังไม่ฟันธงปมสังหารประเด็นใด เชื่อคนร้ายประกบติดมาจากพื้นที่ก่อนสบโอกาสลงมือ ขณะที่ตำรวจเตรียมสเกตช์ภาพคนร้ายก่อนเผยแพร่เร่งติดตามมาดำเนินคดี
       
       วันนี้ (17 มิ.ย.) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายยิงจ่อหัวนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนพรรคภูมิใจไทย และฐานะพี่ชาย น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เขต 2 จนเสียชีวิต บริเวณตลาดราชดำเนินพลาซ่า ตรอกมะยม วานนี้ (16 มิ.ย.) ว่า ทีมสืบสวนได้ประชุมกันอย่างเข้มงวด โดยมีการแบ่งงานในการลงพื้นที่เพื่อสืบหาเบาะแสการติดตามคนร้ายแล้ว ส่วนสาเหตุการสังหารนายสุบรรณครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจไปที่ประเด็นใดเพียงประเด็นเดียว เนื่องจากมีหลายสาเหตุที่อาจเป็นปมการฆ่าครั้งนี้ได้
       
       ผบช.น.กล่าวด้วยว่า ส่วนพฤติกรรมคนร้ายนั้นจากการสืบสวนสอบสวนเชื่อว่าน่าจะมีการติดตามมาจากพื้นที่ จ.ลพบุรี และน่าจะมีมา 2 คน โดยอาจมีคนที่พามือปืนหลบหนี หรือชี้เป้าอีก 1 คน ซึ่งน่าจะเป็นมือปืนรับจ้าง เพราะมีพฤติกรรมอุกอาจบุกเข้ายิงกลางสถานที่มีคนพลุกพล่าน
       
       สำหรับกล้องวลจรปิดนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องตั้งแต่คืนที่ผ่านมาแล้ว อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นนั้นทราบว่าผู้ตายมีความระวังตัวอยู่ตลอดเวลามานานแล้วเช่นกัน
       
       ด้าน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานก่อน ซึ่งข้อมูลที่ได้มาตอนนี้ยังไม่มากนัก ส่วนประเด็นการสังหารต้องดูจากพยานหลักฐานว่าเชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติหรือท้องถิ่น หรือเป็นเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ ต้องรอผลการสอบปากคำพยานรวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
       
       สำหรับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ขณะนี้กำลังเร่งตรวจสอบเส้นทางก่อนก่อเหตุ และเส้นทางหลบหนีของคนร้ายอยู่ ส่วนปมสังหารในครั้งนี้นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ขอมุ่งไปในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยวันนี้ตำรวจจะนำพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปสเกตช์ภาพคนร้ายก่อนนำออกเผยแพร่ พร้อมส่งกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบลงพื้นที่กรุงเทพมหานครและลพบุรี เพื่อติดตามจับกุมคนร้าย และเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง ว่าสามารถบันทึกภาพคนร้ายได้หรือไม่ ก่อนตำรวจจะเรียกประชุมเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐาน และข้อมูลทั้งหมดช่วงเย็นวันนี้
 

 .........................................

ระบุเป็นชายไทยสูง 170 ซม.แต่ยังออกหมายไม่ได้ต้องรอหลักฐานชี้ตัวบุคคล นำกำลังบช.น.รักษาความปลอดภัยเมียผู้ตายเข้ม

 
เมื่อเวลา 12.00 น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายจ่อยิงนายสุบรรณ จิระพันธ์วานิช นายก อบจ.ลพบุรี หลังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อบ่ายวานนี้ ว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ออกภาพสเกตช์คนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวแล้ว
เป็นชายไทยอายุ 30 ปีเศษ รูปร่างสูงใหญ่ประมาณ 170 ซม.
ผิวคล้ำ สวมหมวกผ้า เสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงสีเข้ม
แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถออกหมายจับได้ เนื่องจากต้องหาหลักฐานอื่นๆ มาประกอบระบุตัวบุคคล ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นคนขับจักรยานยนต์ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อมอื่นๆ ทั้งนี้ประเด็นการก่อเหตุได้มีการพูดคุยกับทางตำรวจภูธรภาค 1 แล้วและได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในเรื่องความขัดแย้งระหว่างผู้ตายกับกลุ่มบุคคลอื่น แต่ต้องมีการตรวจสอบจากบุคคลใกล้ชิดและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จ.ลพบุรีและใกล้เคียงอีกครั้ง เพื่อหาประเด็นที่มีน้ำหนักมากที่สุด
"การรักษาความปลอดภัยภรรยาของผู้ตายที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลก็ได้จัดกำลังจาก บช.น. เข้าไปดูแล ส่วนญาติที่ต่างจังหวัดหากต้องการกำลังรักษาความปลอดภัยก็สามารถประสานตำรวจในพื้นที่ได้ นอกจากนี้ ยังได้มีการนำปลอกกระสุนและหัวกระสุนส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน สตช. เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนที่เคยมีการกระทำผิดเกี่ยวกับเรื่องความขัดแย้งในพื้นที่ภาคกลางแล้ว ทั้งนี้ในช่วงเย็นวันนี้จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าวในเวลา 17.00 น. โดยมี พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุม" พล.ต.ต.สุเมธ กล่าว

 

........................ ผู้จัดการ 17 มิ.ย.2554

 ญาตินายก อบจ.ลพบุรี อยู่ในอาการเศร้าโศกท่ามกลางการเดินทางมารับศพ ขณะที่แม่ผู้ตาย วอนตำรวจให้เร่งตามจับคนร้ายยิงลูกชายดับมาดำเนินคดี ย้ำลูกชายไม่เคยมีศัตรู เชื่อปมสังหารจากการเมือง เพราะให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย พร้อมสงสัยพรรคคู่แข่งก่อเหตุ ยังคงห่วงความปลอดภัยของลูกสาวและทีมผู้สมัครที่ลงแข่งขันเลือกตั้ง ขณะที่ตำรวจได้ออกภาพสเกตช์คนร้าย แต่ยังไม่ออกหมายจับรอรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน
       
       วันนี้ (17 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รพ.วชิระ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับศพ นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช หรือ นายกฯ เจี๊ยบ นายก อบจ.ลพบุรี ซึ่งเป็นหัวคะแนนของพรรคภูมิใจไทย ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีครอบครัว ญาติ และบรรดาคนสนิท ของผู้ตายเดินทางมารอรับศพท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจกับการจากไปของนายสุบรรณ
       
       โดยนางพยงศ์ จิระพันธุ์วาณิช มารดาของนายสุบรรณกล่าวทั้งน้ำตา ว่า นายสุบรรณเป็นลูกชายคนเดียวของตน ซึ่งที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยมีความขัดแย้งกับใครมาก่อน ส่วนสาเหตุที่ทำให้ลูกชายถูกสังหารน่าจะมาจากเรื่องการเมือง เนื่องจากลูกชายได้ให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย อีกทั้งยังได้ผลักดันผู้สมัครให้ลงชิงชัยถึง 3 เขต คือนายรังสรรค์ สละชีพ อดีตรองนายก อบจ.ลพบุรี ลงสมัครเขต 1, น.ส.มัลลิกา ลงสมัครเขต 2 และนายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ อดีต ส.อบจ.ลพบุรี เขต 4 ลงสนามแข่งขันการเลือกตั้งครั้งนี้ อย่างไรก็ดี ในพื้นที่ของ จ.ลพบุรีมีการข่มขู่หัวคะแนนเป็นระยะ ๆ ว่าอย่าให้เลือกพรรคภูมิใจไทยได้ไม่เช่นนั้นจะได้รับอันตราย ซึ่งหลังจากที่เกิดเรื่องตนก็สงสัยว่าคนก่อเหตุน่าจะเป็นพรรคคู่แข่ง
       
       นางพยงค์ กล่าวอีกว่า อยากจะถามผู้ที่ลงมือสังหารลูกชายตนว่าทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ ตนเสียใจที่เสียบุตรชายคนเดียวไป จึงอยากขอฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยจับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุให้ได้ เพราะทุกครั้งที่มีการยิงหัวคะแนน ตำรวจไม่สามารถจับคนร้ายได้เลย ซึ่งขณะนี้ตนเป็นห่วงลูกสาวรวมทั้งทีมงานผู้สมัครของพรคคภูมิใจไทย เพราะกลัวว่าจะได้รับอันตราย แต่ลูกสาวยังยืนกรานว่าจะขอสู้ต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผานมา ได้มีลางบอกเหตุร้ายโดยบุตรชายเน้นย้ำกับตนและครอบครัวว่าให้ระวังตัวให้ดี และบอกว่าเป็นห่วงทุกคน เหมือนกับจะลาจากไป สำหรับศพของลูกชายตนจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าธรรมโสภณ จ.ลพบุรี โดยจะทำพิธีสวด 3 วันและเก็บศพไว้ 100 วัน

 
       ด้านนายแพทย์จรูญศักดิ์ นวลแจ่ม หัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยา-ชันสูตรโรคกลาง รพ.วชิระพยาบาล เปิดเผยว่าผลการชันสูตรศพของนายสุบรรณนั้นมีบาดแผล 2 จุดด้วยกัน จุดแรกกระสุนเจาะที่ศีรษะด้านหลังซ้ายเข้ากะโหลกทะลุออกจมูก ซึ่งบาดแผลนี้ไม่ถึงกับทำให้เสียชีวิต ส่วนบาดแผลที่สองกระสุนเจาะเข้าที่สะบักซ้ายทะลุปอดขวาตัดเส้นเลือดใหญ่ขาด ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องจำนวนมาก ซึ่งเพียง 2-3 นาที หลังถูกยิงก็จะทำให้เสียชีวิตทันท
      

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่ครอบครัวของนายสุบรรณจะเดินทางมารับศพที่รพ.วชิระพยาบาล ได้เดินทางไปที่เกิดเหตุบริเวณตรอกมะยมด้านหลังกองสลากฯ เพื่อทำการเชิญวิญญาณของนายสุบรรณให้กลับไปที่บ้านเกิด ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ

พล.ต.ต.สุเมธ กล่าวถึงการรักษาควาปลอดภัยผู้บาดเจ็บที่เหลืออีก 2 คน คือภรรยาผู้ตาย กับเลขานุการส่วนตัวว่า ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดกำลังดูแลความปลอดภัยแล้ว ส่วนญาติที่อาศัยในจังหวัดลพบุรีเป็นหน้าที่ของตำรวจภูธรภาค 1 จะต้องประสานงาน
       
       ขณะเดียวกันในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกภาพสเกตช์ของคนร้ายเป็นชายสูงประมาณ 170 เซนติเมตร อายุประมาณ 30 ปี สวมหมวกผ้า ใส่เสื้อเชิ๊ตสีฟ้า นุ่งกางเกงสีเข้ม แต่ยังไม่มีการออกหมายจับ เนื่องจากต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานความขัดแย้งของผู้ตายกับกลุ่มคนร้ายให้ชัดเจนก่อน

เจ้าหน้าที่ตำรวจประชุมเครียด เร่งคลี่คลายคดีสังหารนายกเจี๊ยบ หัวคะแนนพรรคภูมิใจไทย พร้อมสนธิกำลังหลายฝ่าย แต่ยังไม่ฟันธงปมสังหาร ส่วนที่พ่อนายยกเจี๊ยบบอกรู้จักผู้ร่วมสังหารเป็นอย่างดี ไม่สามารถนำมาสรุปได้ว่าคนร้ายเป็นใคร ต้องรอพยานหลักฐานชัดเจน
       
       วันนี้(17 มิ.ย.) เมื่อเวลา17.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร.ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อคลี่คลายคดีคนร้ายลอบยิงนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกอบจ.จ.ลพบุรี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมประชุมหลายนาย ประกอบด้วยพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบชน. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ2 ชั่วโมง
       
       พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า คดีนี้ได้ร่วมกันทำงานหลายฝ่ายทั้งบช.น. กองปราบ ภูธรภาค1 กองพิสูจน์หลักฐาน หรือแม้กระทั่งสันติบาล เพื่อปฏิบัติงานในคดีนี้ให้สำเร็จ สำหรับสาเหตุการสังหารก็เหมือนกับคดีอื่นที่ต้องตั้งประเด็นเอาไว้ มีทั้งเรื่องการเมือง เรื่องหน้าที่การงาน ธุรกิจ และเรื่องส่วนตัว ซึ่งทางตำรวจต้องคลี่คลายต่อไป ไม่สามารถสรุปว่าเป็นประเด็นใดประเด็นหนึ่งได้
       
       พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวอีกว่า ภาพสเก็ตคนร้ายออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีการออกหมายจับต้องใช้เวลา ยืนยันว่าจะพยายามทำงานให้สำเร็จโดยเร็ว ส่วนหลักฐานจากกล้องวงจรปิดก็ได้ประโยชน์บ้างไม่ได้บ้าง ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดและดูย้อนหลังไปก่อนหน้านี้ด้วย เนื่องจากคนร้ายน่าจะมีการมาดูลาดเลาและวางแผนมาเป็นอย่างดี

 เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าพ่อของผู้ตายให้สัมภาษณ์ว่ารู้จักกับผู้ร่วมก่อเหตุเป็นอย่างดีเพราะชุบเลี้ยงมา พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ตำรวจต้องทำงานภายใต้พยานหลักฐานโดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจได้ข้อมูลจากญาติและเพื่อนสนิทของผู้ตายมากพอสมควรแล้ว จะนำเอาข้อมูลตรงนี้มาประมวลเพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจนเพื่อที่จะได้สาวไปถึงตัวคนร้าย อย่างไรก็ตามเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยผู้ตายเคยขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากที่รู้ว่ากำลังถูกปองร้าย โดยพล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผบช.ภ.1 ก็เคยส่งสัญญาณเตือนและได้นำกำลังไปคุ้มกันแล้ว แต่ครั้งนี้ผู้ตายไม่ได้ร้องขอให้มีการตามมาคุ้มกันทำให้คนร้ายชิงลงมือนอกพื้นที่

"พล.อ.พัลลภ" ลั่น เป็นนักเลงพอ ไม่ได้ลอบยิง นายก อบจ.ลพบุรี ย้ำ ไม่เคยล็อบบี้พูดคุยด้วย ชี้อาจมีโจทก์เยอะ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ประจำ จ.บุรีรัมย์ และ จ.ลพบุรี กล่าวถึงกระแสข่าวไปเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ลอบยิง นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ว่า เป็นธรรมดาที่เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมา ก็ต้องพุ่งเป้ามาที่ตนเอง เพราะดูแลพื้นที่เขตเลือกตั้ง จ.ลพบุรี ของพรรคเพื่อไทย

พล.อ.พัลลภ กล่าวอีกว่า พออะไรเกิดขึ้น ก็คิดว่าเป็นฝีมือของผม อะไรๆ ก็ พัลลภ ผมเป็นลูกผู้ชาย เป็นนักเลงพอ ไม่ใช้วิธีแบบนี้แน่นอน และยืนยันว่า ไม่เคยไปล็อบบี้ พูดคุย เพราะรู้อยู่แล้วว่า เขาอยู่คนละฝ่าย ผู้สื่อข่าวลองไปเช็กดู จะรู้ว่าผู้ตายเขาก็มีโจทย์เยอะ

 

18 มิถุนายน 

 ( การตายของนายกเจี๊ยบ กระทบต่อคะแนนเสียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

  โดยเฉพาะฐานเสียงจาก อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน )

  ข่าวสด

 บรรดาหัวคะแนนต่างผวากันไปทั่ว กรณีข่าวบุกยิง สุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี และประธานสโมสรลพบุรี เอฟซี หรือวานรไฟ

หัวคะแนนใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย เป็นพี่ชายของน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัครส.ส.เขต 2 ลพบุรี และเป็นคนสนิทของ เนวิน ชิดชอบ แกนนำภูมิใจไทย ในฐานะรุ่นน้องโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ถูกมือปืนบุกยิงจ่อหัว ภายในตรอกมะยม ตลาดราชดำเนินพลาซ่า ถ.ราชดำเนิน เขตพระนครเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล


ปมสังหารพุ่งเป้าไปเรื่องการเมือง ที่มีการต่อสู้กันเข้มข้นในพื้นที่ลพบุรี

ชื่อเล่น เจี๊ยบ เกิด 26 พ.ค. 2501 บุตรของนายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคชาติไทย 13 สมัยและนางพยงค์ จิระพันธุ์วาณิช สมรสกับ นางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช มีบุตรชาย 3 คน จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ สถาบันราชภัฏเทพสตรี ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผ่านหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ชั้นสูง สถาบันพระปกเกล้า

เข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่น เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เมื่อปี 2528

จากนั้นได้รับเลือกเรื่อยมา ปี 2531 นั่งประธานสภาจังหวัด และปี 2538 และ 2542 เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด

เป็นนายก อบจ. ปี 2542-2544 เคยเป็นที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์, เลขานุการรมว.ศึกษาธิการ และที่ปรึกษารมว.มหาดไทย มี.ค.2547 เป็นนายก อบจ.ลพบุรี รับผิดชอบพื้นที่เลือกตั้งในจ.ลพบุรี และยังดูแลสนับสนุนผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยในเขตอื่นๆ ถูกบุกยิงอุกอาจ สังเวยชีวิตเซ่นการเมือง


จนได้ภาพจยย.ต้องสงสัยด้วย สรุป เบื้องต้นคนร้ายมากัน 2 คน ลงมือด้วย 11 ม.ม. ก่อนใช้จยย.เป็นพาหนะหลบหนี ทีมผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี ภูมิใจไทย เปิดแถลงมั่นใจปมฆ่าเรื่องการเมือง เผย"นายกเจี๊ยบ"บารมีสูง คุมอบจ.-อบต.แทบยกจังหวัด พ่อแฉลูกชายเคยโดนโทร.ขู่ฆ่า โทษฐานไปคบกับ"เนวิน" "พรทิวา" โวยการเมืองไม่สร้างสรรค์ เล่นแรงเอาชีวิตกัน จวกตร.สุโขทัย เพิกเฉยทำคดีหัวคะแนนถูกยิงถล่มขู่ "พัลลภ"โผล่โต้ไม่เกี่ยว รับพอเกิดเรื่องขึ้นก็ถูกเพ่งเล็ง แต่ตัวเป็นนักเลงพอ ขณะที่"สุชาติ ลายน้ำเงิน"จากเพื่อไทย ขอไม่ไปร่วมงานศพ กลัวมีเหตุบานปลาย

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุยิงนายสุบรรณ หรือนายกเจี๊ยบ จิระพันธุ์วาณิช อายุ 53 ปี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เสียชีวิต นางอรพิน จิระพันธุ์วาณิช อายุ 43 ปี ภรรยา ถูกยิงที่สะโพก และน.ส.ชณุตพร หรือโบว์ โพธิสมภาพวงษ์ อายุ 24 ปี เลขาฯ นายสุบรรณ ถูกยิงที่มือซ้ายบาดเจ็บ และรักษาตัวที่วชิรพยาบาล เหตุเกิดภายในตลาดราชดำเนินพลาซ่า ตรอกมะยม ถนนราชดำเนิน แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายสุบรรณเป็นหัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ทำให้ปมสังหารพุ่งไปที่เรื่องการเมือง ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ได้ภาพสเกตช์มือฆ่าเด็กเนวิน

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. (ฝ่ายสืบสวน) เปิดเผยความคืบหน้าว่า ขณะนี้ได้รับผลสเกตช์ภาพมือปืนที่เป็นคนร้ายแล้ว เป็นชายไทยรูปร่างสูงใหญ่ สวมหมวกคล้ายลักษณะเป็นผ้า สวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงเข้ม ผิวคล้ำ อายุประมาณ 30 ปีเศษ สูง 170 เซนติเมตรขึ้นไป ทางกองทะเบียนประวัติอาชญากรรม (ทว.) เอาพยานไปสเกตช์มา ส่วนการออกหมายจับก็ต้องรอก่อน ชั้นนี้ได้เพียงภาพสเกตช์ ต้องมีพยานหลักฐานอื่นพอก่อน เพื่อให้รู้ว่าเป็นใคร จึงจะออกหมายจับได้ นอกจากนี้กำลังไล่ติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดต่างๆ ด้วย

รอง ผบช.น.กล่าวว่า ส่วนประเด็นสังหาร ได้คุยกับพล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 ซึ่งมาประสานข้อมูลร่วมประชุมกัน ก็ได้ข้อมูลเป็นประโยชน์เรื่องความขัดแย้งที่มีความเป็นไปได้ ระหว่างผู้ตายและกลุ่มบุคคลอื่นๆ มาส่วนหนึ่งแล้วในเบื้องต้น โดยขณะนี้ก็สอบรายละเอียดเพิ่มเติมจากคนใกล้ชิด ทั้งครอบครัวของผู้ตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จ.ลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อมารวบรวมตั้งประเด็นว่าอันไหนมีน้ำหนักสูง และมีพยานหลักฐานรองรับ ส่วนหนึ่งก็ใช้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งจากปลอกกระสุนปืน หัวกระสุนปืน ขนาด 11 ม.ม. ที่เก็บได้ปลอก 4 ปลอก หัวกระสุนในที่เกิดเหตุก็พบ 2 หัว และจะต้องตรวจสอบจากทางคนเจ็บคนตายด้วย โดยส่งให้ทางสำนักงานพิสูจน์หลักฐานของตำรวจตรวจสอบทั้งหมด และเปรียบเทียบหัวกระสุนและปลอกที่พบ จากการกระทำผิดในพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด ที่อาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของผู้ตาย และใช้อาวุธปืนประเภทนี้ โดยพล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.ตร. กับทีมงานก็เร่งทำตรงนี้อยู่ ก่อนนำข้อมูลต่างๆมาเปรียบเทียบวิเคราะห์กัน

ยันคนร้ายมี 2 คน-ใช้ปืน 11 ม.ม.

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อเกิดเหตุแล้วมีการส่งกำลังตำรวจไปดูแลเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.ต.สุเมธกล่าวว่า สำหรับความปลอดภัยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรกภรรยาของผู้ตายที่อยู่โรงพยาบาล ได้จัดกำลังตำรวจไปดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว ส่วนทางญาติที่เดิมทีผู้ตายขอกำลังตำรวจที่ จ.ลพบุรี คุ้มครองอยู่แล้ว โดยในวันเกิดเหตุก็มีกำลังคุ้มครองปกติ แต่เมื่อมาถึง จ.อ่างทอง ก็ให้ตำรวจคุ้มกันกลับไป เพราะอาจเกรงใจ ทำให้คนร้ายซึ่งทราบความเคลื่อนไหวก่อเหตุ โดยผู้ตายก็มากรุงเทพฯ ประจำ เดือนละหลายครั้ง เพื่อรักษาสุขภาพที่คลินิกใกล้ที่เกิดเหตุ หากญาติผู้ตายประสงค์ให้ตำรวจมาดูแลก็แจ้งพื้นที่ได้ ซึ่งพื้นที่ต้องดูแลในส่วนนี้

"สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ยืนยันว่าเป็นขนาด 11 ม.ม. โดยคนร้ายมากัน 2 คน เป็นคนขับรถจักรยานยนต์คนหนึ่ง และคนซ้อนซึ่งเป็นมือปืนอีกคน โดยพยานไม่ค่อยชัดเจน ส่วนภาพในที่เกิดเหตุก็ต้องรอชุดสืบสวนที่ไปทำงานมาร่วมประชุมเย็นนี้ ว่าได้ภาพจากที่ไหน มาวิเคราะห์ อธิบายว่าเป็นอย่างไร" พล.ต.ต.สุเมธกล่าว

เมื่อถามว่าพอจะทราบหรือไม่ว่าผู้ก่อเหตุเป็นเด็กนักการเมืองหรืออยู่กลุ่มไหน รอง ผบช.น. ตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ภาพ ภาพสเกตช์อย่างเดียวยังไม่เชื่อได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นแค่แนวทางในการทำงาน แต่ต้องมีอย่างอื่นร่วมด้วยอีกหลายอย่าง เพื่อให้พิสูจน์ได้ว่าน่าจะเป็นใคร ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในพื้นที่ แต่ทีมงานที่ส่งข่าวอาจเป็นคนในพื้นที่ มือปืนไม่จำเป็นต้องเป็นคนในพื้นที่ อาจเอามาจากที่อื่น และมีคนพามาเตรียมการ มาดักรอ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ กำลังตรวจสอบอยู่

อาจแค้นส่วนตัว-เลือกจังหวะฆ่า

พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ขณะนี้แบ่งฝ่ายสืบสวนเป็นจุดๆ ไป โดยรวมข้อมูลจาก บช.ภ.1 ร่วมด้วย เพื่อหา กลุ่มแก๊ง กลุ่มเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยพล.ต.ต. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 พ.ต.อ.นันทชาติ ศุภมงคล รอง ผบก.สส.บช.น. และพ.ต.อ. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ ก็ลงไปพื้นที่ จ.ลพบุรี แล้ว ส่วนทางนี้กำลังเร่งตรวจสอบกล้องวิดีโอวงจรปิด ส่วนสาเหตุก็น่าจะมีศัตรูอยู่แล้ว ก็ดูว่าคู่กรณีเป็นอย่างไร การเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมาเป็นอย่างไร สำหรับตำรวจติดตาม 4 คน ที่ไม่ได้ตามมา ก็เนื่องจากความเหมาะสม ส่งถึงแยกอ่างทองแล้วก็กลับ ส่วนที่ผู้ตายเดินทางมาในกรุงเทพฯ ก็เพื่อมาทำดีท็อกซ์ โดยต้องทำต่อเนื่อง 30 ครั้ง ครั้งละ 5 หมื่นบาท เพื่อแก้อาการอ่อนเพลีย ที่ผ่านมาก็เข้ากรุงเทพฯ ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย.เป็นต้นมา โดยเว้นวันที่ 15 มิ.ย.วันเดียว ก่อนมาอีกวันที่ 16 มิ.ย. ซึ่งคนร้ายน่าจะเฝ้าไม่เกิน 3 วันก็พอรู้ว่าเอารถอะไรมา

พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าวต่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอาจเป็นเรื่องความแค้นส่วนตัว แต่อาจเป็นจังหวะช่วงมีการเลือกตั้งด้วย อีกทั้งเป็นหัวคะแนนให้พรรคภูมิใจไทยด้วย เป็นคนสำคัญที่คุมพื้นที่ภาคกลาง โดยนายกเจี๊ยบเป็นเพื่อนเรียนสวนกุหลาบฯ กับพล.ต.ต.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผบก.ตม.1 และสนิทกันมาตลอดกับตระกูลชิดชอบ ซึ่งสาเหตุต้องค่อยๆ สืบสวนให้แน่ชัดอีกครั้ง

ข่าวแจ้งว่า ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิดรอบๆที่เกิดเหตุ แล้วพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย นั่งซ้อนกันมา 2 คน วนเวียนก่อนเกิดเหตุ

แม่รุดรับศพ-ยันการเมืองฆ่าแน่

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่แผนกนิติเวชฯ ร.พ. วชิรพยาบาล นางพยงศ์ จิระพันธุ์วาณิช มารดานายสุบรรณ พร้อมญาติๆ และหลานชายทั้ง 3 คน เดินทางมาติดต่อเพื่อขอรับศพนายสุบรรณหรือนายกเจี๊ยบ ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าธรรมโสภณ อ.เมือง จ.ลพบุรี บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ

นางพยงศ์กล่าวว่า นายกเจี๊ยบเป็นบุตรชายคนเดียวของตน ที่ผ่านมาบุตรชายไม่เคยมีความขัดแย้งกับใครมาก่อน ส่วนสาเหตุที่ทำให้บุตรชายถูกสังหารน่าจะมาจากเรื่องการเมืองแน่นอน เนื่องจากบุตรชายได้ให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในพื้นที่ จ.ลพบุรี นั้นมีการข่มขู่หัวคะแนนเป็นระยะๆ ว่าอย่าให้เลือกพรรคภูมิใจไทย ไม่เช่นนั้นจะได้รับอันตราย หลังจากที่เกิดเรื่องตนก็สงสัยว่าคนก่อเหตุน่าจะเป็นพรรคคู่แข่ง ตนอยากจะถามผู้ที่ลงมือสังหารบุตรชายตนว่า ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ ตนเสียใจที่เสียบุตรชายคนเดียวไป จึงอยากขอฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยจับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุให้ได้ เพราะทุกครั้งที่มีการยิงหัวคะแนนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับคนร้ายได้เลย ซึ่งขณะนี้ตนเป็นห่วงน.ส. มัลลิกา บุตรสาว รวมทั้งทีมงานผู้สมัครของ พรคคภูมิใจไทย กลัวว่าจะได้รับอันตราย แต่บุตรสาวยังยืนกรานว่าจะขอสู้ต่อไป ซึ่งเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายกเจี๊ยบเพิ่งเน้นย้ำกับตนและครอบครัวว่าให้ระมัดระวังตัวให้ดี และบอกว่าเป็นห่วงทุกคน เหมือนกับจะลาจากไป

ยังปิดไม่ให้เมียรู้ว่าเสียชีวิตแล้ว

นางพยงศ์กล่าวอีกว่า ตอนนี้ภรรยาของนายสุบรรณยังไม่รู้ว่าสามีตัวเองเสียชีวิต ทุกคนช่วยกันปิดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ยอมเข้าห้องผ่าตัด กระทั่งเวลานี้ก็ยังไม่รู้เลย หลังจากนี้ ทางครอบครัวอยากจะวิงวอนขอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เพิ่มกำลังดูแลความปลอด ภัยตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากครอบครัวต้องเดินทางมารักษาตัวที่ กทม.ทุกสัปดาห์ ลำพังตำรวจท้องที่ จ.ลพบุรี ก็ดูแลได้เพียงครึ่งทาง แต่พอออกนอกพื้นที่ก็ไม่สามารถตามมาคุ้มกันได้ ส่วนเรื่องความคืบหน้าทางคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อมาว่ามีความคืบหน้าพอสมควร มีการออกภาพสเกตช์แล้ว และก่อนหน้าที่บุตรชายจะเสียชีวิตได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้งแล้วถึงกลุ่มเป้าหมายที่คอยข่มขู่และตามเอาชีวิต ทุกคนและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่รู้ดีว่าเป็นกลุ่มไหน สำหรับศพของลูกชายจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดป่าธรรมโสภณ จ.ลพบุรี โดยจะทำพิธีสวด 3 วัน และเก็บศพไว้ 100 วัน

ด้านน.พ.จรูญศักดิ์ นวลแจ่ม หัวหน้าภาควิชาพยาธิวิทยา-ชันสูตรโรคกลาง กล่าวว่า สำหรับผลการชันสูตรศพของนายสุบรรณ มีบาดแผล 2 จุด คือกระสุนเจาะที่ศีรษะด้านหลังซ้าย เข้ากะโหลกทะลุออกจมูก ซึ่งบาดแผลนี้ไม่ถึงกับทำให้เสียชีวิต ส่วนบาดแผลที่สอง กระสุนเจาะเข้าที่สะบักซ้ายทะลุปอดขวาตัดเส้นเลือดใหญ่ขาด ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องจำนวนมาก เพียง 2-3 นาทีหลังถูกยิงก็ทำให้เสียชีวิตทันที

มาร์คยันลพบุรีแข่งกันดุเดือด

ที่โรงเรียนอนุบาลปราจีนบุรี อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายก อบจ.ลพบุรี ถูกยิง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุมาจากการ เมืองระดับชาติว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวน ซึ่งเราต้องยอมรับว่าพื้นที่ดังกล่าวการแข่งขันค่อนข้างเข้มข้น จึงต้องรีบสอบสวนเพื่อหาคนผิดมาลงโทษ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวน ซึ่งมีหลายประเด็นไม่ใช่เฉพาะประเด็นทางการเมือง แต่มันมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเรื่องการเมือง

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสื่อว่าการเลือกตั้งรุนแรงขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มันจะมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับนักการเมืองท้องถิ่น และหัวคะแนนต่างๆ ดังนั้น ใครมีปัญหาขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปอารักขาได้ อย่างพื้นที่ จ.ลพบุรี ตนทราบว่ามีความขัดแย้งกันพอสมควร ต่อข้อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการทำลายบรรยากาศการเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เราต้องจำกัดไม่ให้มันลุกลาม ขณะนี้ในภาพรวมถือว่าเรียบร้อย

ปูไม่อยากเห็นความรุนแรง

ที่สถานีรถไฟฟ้า ศูนย์วัฒนธรรม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหัวคะแนน ของผู้สมัครส.ส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ถูกยิงเสียชีวิตใน กทม.ว่า ไม่อยากเห็นความรุนแรง จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสงบและสร้างสรรค์ และตนเชื่อว่าผู้สมัครทุกคนคงปฏิบัติตามกติกาของกกต.

เมื่อถามว่า หลังเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจะเตือนผู้สมัครของพรรคในพื้นที่ที่มีการแข่งขันกันสูงให้ระวังตัวเป็นพิเศษหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า คงไม่ขนาดนั้น ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติของการหาเสียง และเชื่อว่าคงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อย รวมทั้งไม่จำเป็นต้องขอเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย

ทีมผู้สมัครภท.ลพบุรีแถลง

ที่ จ.ลพบุรี เมื่อเวลา 12.00 น. นายรังสรรค์ สละชีพ หรือรองดอน ผู้สมัครส.ส.ลพบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 16 พร้อมนายก่อเกียรติ ฮุ้นสกุล นายจิรัฐชัย โพธิ์ยิ้ม นายภาณุ สายันต์ นางจันทร์วิภา ภัทรบดี นายวิโรจน์ ชอบเพื่อน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายรังสรรค์กล่าวว่า พวกตนมั่นใจว่าสาเหตุมาจากเรื่องการเมืองระดับชาติอย่างแน่นอน ไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองท้องถิ่น แต่จะเป็นฝีมือของใครนั้นขณะนี้คงระบุไม่ได้ เนื่องจากช่วงต้นปี 2554 ตำรวจเคยจับกุมตัวคนที่คิดปองร้ายนายกเจี๊ยบได้ 1 คน ขณะกบดานอยู่ในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในตัวเมืองลพบุรี เป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย และฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมีบ้านอยู่แถบจังหวัดภาคอีสาน และให้การรับสารภาพว่ารับจ้างมาสังหารนายกเจี๊ยบ หลังจากนั้นก็มีคนตักเตือนให้นายกเจี๊ยบระวังตัว โดยจัดให้มีกำลังตำรวจมาคุ้มกันและติดตาม แต่เพราะนายกเจี๊ยบไม่ใช่เป็นนักเลง แต่เป็นคนมีบารมีและมีอำนาจเงิน หลังเวลาผ่านไปหลายเดือนจึงไม่ระวังตัวเท่าที่ควรและออกในลักษณะประมาท จึงถูกตามสังหารโหดเสียชีวิตดังกล่าว

คุมอบจ.-อบต.แทบยกจังหวัด

นายรังสรรค์ยังได้กล่าวอีกว่า หลังนายกเจี๊ยบถูกฆ่าแล้วมีผลต่อการเมืองใน จ.ลพบุรี ทุกระดับ ไม่ว่าจะระดับสมาชิก อบจ.ลพบุรี เทศบาลตำบล อบต. รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะนายกเจี๊ยบถือว่าเป็นพี่ใหญ่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยในส่วนของ อบจ. ลพบุรีมีสมาชิกทั้งหมด 30 คน อยู่ในกลุ่มของนายกเจี๊ยบถึง 28 คน ส่วนระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อบต.ซึ่งมีอยู่ 122 อบต. อยู่ในกลุ่มของนายกเจี๊ยบถึง 100 กว่าอบต. ซึ่งในจุดนี้จึงฆ่านายกเจี๊ยบทิ้ง เพื่อเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงและเป็นการทำลายขวัญของผู้นำท้องถิ่นที่ให้ การสนับสนุนนายกเจี๊ยบนั่นเอง

นายรังสรรค์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้มีผลต่อการเลือกตั้งส.ส.ลพบุรี ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งส่งผู้สมัครลงแข่งขัน 3 เขตเลือกตั้งอย่างแน่นอน แต่พวกตนก็จะไม่ท้อ จะเดินหน้าต่อไป เพื่อให้การเมืองระดับชาติเห็นว่านายกเจี๊ยบคือตัวชี้วัดของพรรคภูมิใจไทยใน จ.ลพบุรี เพราะที่ผ่านมานายกเจี๊ยบทำงานทุ่มเทให้กับประชาชนอย่างเต็มที่ โครงการต่างๆ ที่นายกเจี๊ยบทำขึ้นมา ประชาชนส่วนใหญ่ล้วนได้ประโยชน์กันจริงๆ ดังนั้น เมื่อเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยในลพบุรี ที่มีนายกเจี๊ยบเป็นแกนนำ คือพรรคที่ประชาชนนิยม จึงตัดลำไส้ใหญ่ทิ้ง เพื่อเป็นการตัดคู่แข่งดังกล่าว

เลือกภท.-นายกเจี๊ยบตายตาหลับ

"ผมและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ทำงานกับนายกเจี๊ยบมานาน 8 ปี กล้ายืนยันได้เลยว่านายกเจี๊ยบเป็นคนดี ทำงานโดยยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แต่ก็ไม่วายถูกปองร้ายจนได้ ดังนั้น ชาวลพบุรีทุกคนถ้ารักนายกเจี๊ยบการเลือกตั้งส.ส.ลพบุรี ในวันที่ 3 ก.ค.2554 ต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง เพื่อที่วิญญาณของนายกเจี๊ยบจะได้นอนตาหลับ และพวกผมก็จะได้สานงานต่อจากนายกเจี๊ยบ ที่ทำเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป ให้สมกับสโลแกนที่นายกเจี๊ยบกล่าวว่า "ท้องถิ่นจะรุ่งเรือง ผมทำเพื่อเมืองลพบุรี" นั่นเอง" นายรังสรรค์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจทั้งจากนครบาล กองปราบฯ และชุดสืบสวน ภ.1 ลงพื้นที่หาข่าวที่ จ.ลพบุรี หลายชุดด้วยกัน โดยเดินทางมาพบกับตำรวจลพบุรี ขอข้อมูลในเรื่องความขัดแย้งของนายสุบรรณกับฝ่ายตรงข้าม เบาะแสของคนร้าย พร้อมตรวจสอบประวัติมือปืนและคนติดตามผู้สมัครส.ส.ทุกกลุ่ม เพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลในการติดตามจับกุมตัวมือปืนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแหล่งข่าวกล่าวว่า การสังหารโหดนายกเจี๊ยบมีการเตรียมการมาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน และติดตามความเคลื่อนไหวของนายกเจี๊ยบตลอดเวลา จนทราบว่านายกเจี๊ยบต้องเดินทางไปหาหมอที่ในกรุงเทพฯ เป็นประจำ โดยทีมสังหารเป็นขบวนการใหญ่ หลังนายกเจี๊ยบเดินทางออกจากลพบุรี โดยไม่มีตำรวจติดตามคุ้มกัน จึงติดตามไปสังหารโหดดังกล่าว

สุชาติพท.ขอไม่ไปงานศพ

นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัครส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายก อบจ.ด้วย ตนคงไม่ไปร่วมงานศพ แต่ใจจริงก็อยากไป เพราะเราเป็นนักการเมืองด้วยกัน แต่ชาวบ้านและผู้หลักผู้ใหญ่บอกว่าไม่ควรที่จะไป เพราะจะทำให้ทางญาติเขามองว่าเราจะไปเยาะเย้ยเขา และอีกประการหนึ่งก็คือเกรงจะเกิดการเสี่ยงที่จะเกิดเรื่องกันขึ้นในวัดได้ เนื่องจากสมัครพรรคพวกของผู้ตาย หรือญาติของผู้ตาย อาจจะเข้าใจผิดว่ากลุ่มพรรคเพื่อไทยทำให้เขาตาย และอาจจะบันดาลโทสะมาทำร้ายเราถึงตายได้ จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะไปงานศพเขา

ผู้สื่อข่าวถามว่า คนเขาตั้งประเด็นว่าการเสียชีวิตของนายสุบรรณมาจากเรื่องการเมือง นายสุชาติกล่าวว่า คงไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างแน่นอน เพราะว่าการหาเสียงก็ต่างคนต่างหาเสียงต่อสู้ทางการเมืองแบบนี้มาโดยตลอด ไม่เคยคิดร้ายต่อใคร แล้วแต่ประชาชนจะเป็นผู้พิจารณาตัวบุคคล โดยเฉพาะนายสุบรรณกับตนก็รู้จักกัน ไม่มีเรื่องเบาะแว้งกันแม้แต่น้อย ไปเจอกันตามงานก็ยังนั่งคุยกันเลย เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดตนไม่อยากจะพูดอะไร และไม่อยากโทษใคร ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะหลายต่อหลายศพแล้วที่ยังจับไม่ได้ สำหรับตน พร้อมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอให้มาถามกันตรงๆ อย่าทำเพียงแค่สงสัย

พ่อแฉถูกขู่ฆ่าไปคบเนวิน

เวลา 16.00 น. มีพิธีรดน้ำศพนายสุบรรณ ที่วัดป่าธรรมโสภณ ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี มีนักการเมืองไปร่วมงานกันจำนวนมาก อาทิ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายชัย ชิดชอบ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น.พ. ชวรัตน์ ชาญนุกูล ตลอดจนนักการเมืองจำนวนมาก บรรยากาศมีฝนตกลงมาอย่างหนัก

นายกมล จิระพันธุ์วาณิช อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคชาติไทย บิดานายสุบรรณ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่สูญเสียลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไป แต่ก็ทำใจ เพราะมีคนโทร.มาขู่ก่อนที่ลูกจะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ว่าอย่าไปอยู่กับเนวินเลย เพราะเนวินคบไม่ได้ และขู่จะหมายเอาชีวิตทั้งครอบครัว ตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่มีการโทร.มาขู่อีก จนกระทั่งลูกก็มาโดนจนได้ เพราะตนก็ไม่สนใจใครคบไม่ได้ แต่ครอบครัวของตนคบได้ก็พอแล้ว

ส่วนน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เขต 2 น้องสาวนายสุบรรณ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจ เป็นเพราะอะไรก็ไม่รู้ พี่ชายของตนพยายามสร้างความเจริญให้กับบ้านเมือง ก็มีคนมาขัดขวาง มาใช้วิธีนี้ บอกตามตรงเลยนะว่าใช้ไม่ได้ ถามว่าตนจะท้อไหม ก็ไม่รู้สึกท้อแต่อย่างใด กลับมีแต่กำลังใจที่จะต้องต่อสู้เพื่อพี่ชายต่อไป สู้แบบผู้ชายเลย

พรทิวาประณามการเอาชีวิต

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ถือเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงที่ไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงที่กำลังมีการเลือกตั้ง ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นทางผู้บริหารของพรรคได้มีการหารือกัน โดยได้แสดงความห่วงใยญาติของนายสุบรรณ ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำพื้นที่มานาน รวมทั้งเป็นบุคคลที่หลายฝ่ายให้ความเคารพ ที่สำคัญได้มีการกำชับผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยทุกคน ให้ระมัดระวังตนเองให้มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงของการลง พื้นที่หาเสียง ทั้งนี้ ในส่วนของการแข่งขันใน จ.นครราชสีมา นั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีเหตุบ่งชี้ว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นกับผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่ แต่ตนได้กำชับให้ผู้สมัครส.ส.ในพื้นที่โคราชทุกคนระมัดระวังและดูแลตนเองให้มากขึ้น โดยเฉพาะยิ่งใกล้ช่วงโค้งสุดท้าย

ด้านนางพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า นายสุบรรณถือเป็นกำลังสำคัญของพรรค การกระทำดังกล่าวอุกอาจมาก บ้านเมืองมีขื่อมีแป เหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าเกิดขึ้น อยากให้ผู้รักษากฎหมาย โดยเฉพาะพล.ต.อ. วิเชียรเร่งเอาผิดกับผู้กระทำผิดและผู้บงการให้เร็วที่สุด

"วันนี้เราควรทำการเมืองกันแบบสร้างสรรค์ ไม่ใช่การเอาชีวิต รุกราน ข่มขู่กัน ทุกฝ่ายควรสร้างผลงานให้ประชาชนชื่นชอบ เล่นการเมืองแบบรักษากติกา ถ้าไม่รักษากติกาก็ไม่ส่งผลดีกับใคร อยากให้ผู้สมัครของทุกพรรคระวังตัวมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย เพราะคนอื่นอาจจะมองเราว่าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่น่าห่วง" นางพรทิวากล่าว

โวยตร.-หัวคะแนนสุโขทัยถูกขู่

นางพรทิวากล่าวถึงกรณีที่มีการยิงหัวคะแนนพรรคภูมิใจไทยที่เขต 4 จ.สุโขทัย โดยหลังจากไปแจ้งความที่ สภ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย และไม่ได้รับความอำนวยความสะดวกว่า สาเหตุที่คดีล่าช้าอาจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพล.ต.ต.รังสรรค์ คชไกร ผบก.ภ.จว.สุโขทัย สามีของนางสุอำภา คชไกร ส.ว.สุโขทัย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับนายอารยะ ชุมดวง ผู้สมัคร ส.ส.สุโขทัย เขต 4 พรรคชาติไทยพัฒนา โดยมีข้อสังเกตจากรูปถ่ายคู่ของนายอารยะและนาง สุอำภา เรื่องดังกล่าวทางผู้สนับสนุนพรรคได้ร้องขอความเป็นธรรมกับผบ.ตร.แล้ว แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ส่วนตนต้องการให้ผบ.ตร.จัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพราะจะได้ไม่เกิดความคลางแคลงใจกับผู้สมัครและผู้สนับสนุนของพรรค

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา กล่าวถึงเหตุการณ์การยิงถล่มบ้านหัวคะแนนที่ จ.สุโขทัย ว่า เป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีความรุนแรงในพื้นที่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง

ผู้สมัคร 360 คนขอตร.อารักขา

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสตช. กล่าวถึงความคืบหน้าการลอบยิงนายสุบรรณว่า พล.ต.อ.วิเชียรมอบหมายให้พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. ในฐานะผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์ร้ายแรง ให้ดูแลปัญหาร้ายแรงที่เกิดในช่วงการเลือกตั้ง ซึ่งได้ประชุมและแบ่งงานกับฝ่ายสืบสวนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เรื่องนี้คาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติม ส่วนสาเหตุยังสรุปไม่ได้ เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง

เมื่อถามถึงการดูแลหัวคะแนนคนอื่น พล.ต.ต. ประวุฒิ กล่าวว่า ฝ่ายสืบสวนดูแลทั่วประเทศ แต่กรณีนี้ผู้เสียชีวิตไม่ได้เป็นผู้สมัครส.ส. อย่างไร ก็ตามขณะนี้ผู้สมัครส.ส.จำนวน 350 คนได้ขอกำลังตำรวจดูแล ซึ่งทางสตช.ได้จัดส่งตำรวจไปทั้งหมด และวันนี้คาดว่าจะมีการเพิ่มเติมเป็น 360 คน ทางสตช.ได้เตรียมกำลังไว้ 800 คนเพื่อดูแลผู้สมัครส.ส.

พัลลภโผล่โต้-รับถูกเพ่งเล็ง

พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ในฐานะผอ.เลือกตั้ง จ.บุรีรัมย์ และจ.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ลอบยิงนายสุบรรณว่า เป็นธรรมดาที่เมื่อเกิดเหตุอะไรขึ้นมาก็ต้องพุ่งเป้ามาที่ตนเอง เพราะดูแลพื้นที่เขตเลือกตั้งจ.ลพบุรีของพรรคเพื่อไทย

"พออะไรเกิดขึ้นก็คิดว่าเป็นฝีมือผม อะไรๆ ก็พัลลภ ผมเป็นลูกผู้ชาย เป็นนักเลงพอ ไม่ใช้วิธีแบบนี้แน่นอน และยืนยันว่าไม่เคยไปล็อบบี้ พูดคุย เพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาอยู่คนละฝ่าย ผู้สื่อข่าวลองไปเช็กดู จะรู้ว่าผู้ตายเขาก็มีโจทก์เยอะ"
 
 
 

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา สบ.10 แถลงข่าวศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับกรณีคนร้ายลอบยิง นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช หรือ นายกเจี๊ยบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี หัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ว่า การสืบสวนขณะนี้ มีความคืบหน้ามาก เนื่องจากการให้การของพยานเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2-3 วันจะสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ ซึ่งได้ส่งตำรวจกองบังคับการปราบปรามลงพื้นที่แล้ว แต่ทั้งนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่า เป็นการกระทำที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือไม่
        ทั้งนี้ มีการปรับระดับการดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ จ.ลพบุรี จากพื้นที่สีเหลืองเป็นสีแดงแล้ว ส่วนจำนวนผู้สมัคร ส.ส.ที่ขอการคุ้มกันมีแล้ว 377 คน ซึ่งที่ จ.ลพบุรี มี 8 คน หลังเกิดเหตุลอบยิงนายก อบจ.ลพบุรี อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันความสูญเสียและเหตุรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านสกัดกั้นตรวจอาวุธปืนตั้งแต่ 16 พฤษภาคม จนถึงขณะนี้ ตรวจยึดได้แล้ว 163 กระบอก

 

..............................

เดลินิวส์

 

ศรส.ลต.ตร.ปรับพื้นที่เมืองลิงเป็นพื้นที่สีแดง หลังเกิดเหตุลอบสังหาร “นายกเจี๊ยบ” จ่อหมายจับคนร้าย

วันที่ 18 มิ.ย.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่ปรึกษา สบ10  แถลงภายหลังประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวแห่งชาติ(ศรส.ลต.ตร.) ว่าพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.  สั่งการให้มีการรักษาความปลอดภัยผู้สมัครรับเลือกตั้ง หัวคะแนน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง พร้อมปรับพื้นที่เฝ้าระวังในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง โดยปรับจังหวัดลพบุรีจากเดิมพื้นที่สีส้ม เป็นสีแดง คือเฝ้าระวังพิเศษ หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบยิง นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี และหัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย เสียชีวิตบริเวณตรอกมะยม ถนนราชดำเนิน  ทำให้ขณะนี้มีพื้นที่สีแดงรวม 4 จังหวัด คือ  เชียงราย นครสวรรค์ นราธิวาส  และลพบุรี  ขณะเดียวกันขณะนี้มีจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ขอกำลังตำรวจคุ้มครองเพิ่มเป็น 377 ราย  ซึ่งผู้สมัครทั้งหมดสามารถขอกำลังเพิ่มได้ หากประเมินสถานการณ์ว่าไม่ปลอดภัย และจากนี้ไปจะให้ตำรวจที่คุ้มครองติดตามตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งผู้สมัครจะไม่สามารถปฏิเสธมาตรการรักษาปลอดภัยได้ เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสีย   อย่างไรก็ตาม ศรส.ลต.ตร. จะไม่ประมาท

 

ส่วนความคืบหน้ากรณีคดีคนร้ายบุกยิงนายสุบรรณนั้น คาดว่าจะสามารถออกหมายจับคนร้ายตามภาพสเกตช์ได้ภายใน 2-3 วัน เนื่องจากมีพยานหลักฐานให้การเป็นประโยชน์ ทำให้การสอบสวนมีความคืบหน้าไปมาก โดยทางกอบัญชาการตำรวจนครบาล มีการประสานทำงานกับตำรวจภูธรภาค 1 อย่างใกล้ชิด พร้อมส่งเจ้าหน้าตำรวจฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป  
                                   
     
................................................................

ด้านพล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1  เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้ชุดฝ่ายสืบสวนภูธรภาค 1 ลงพื้นที่ที่จังหวัดลพบุรี เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมโดยเน้นที่บริเวณบ้านพักและที่ทำงานโดยให้เช็กจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อมต่าง ๆ เนื่องจากคาดว่ากลุ่มมือปืนจะต้องติดตามการเคลื่อนไหวขอผู้ตายมาได้ระยะหนึ่งแล้วก่อนที่จะลงมือสั่งหารโหด   จากการตรวจสอบหลักฐานในเบื้องต้นที่ได้จากภาพสเก็ตช์คนร้ายในที่เกิดเหตุพบว่า ไม่มีความใกล้เคียงกับประวัติของกลุ่มมือปืนที่ทางตำรวจภูธรภาค 1 มีอยู่เลย

 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 กล่าวเปิดเพิ่มเติมว่า คนร้ายมีความเชี่ยวชาญด้านการใช้อาวุธปืนและทำงานอย่างมีขั้นตอนซึ่งในเบื้องต้นตนเองเชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มมือปืนที่มีสีในพื้นที่ของจังหวัดลพบุรี ส่วนสาเหตุก็น่าจะมาจากการขัดผลประโยชน์ทางการเมืองเป็นหลักแต่ก็ไม่ทิ้งสาเหตุอื่นๆหากประชาชนมีข้อมูลเพิ่มเติมมาก็สามารถแจงข้อมูลมาที่ตำรวจภูธรภาคหนึ่งได้ตลอด (17 มิ.ย.คมชัดลึก)

 

.......................................................................

ผลการประชุมคดีคืบหน้า คลี่คลายขึ้น ครับ

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้า กรณีคนร้ายบุกยิง นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี เมื่อวานนี้ ว่า ในวันนี้ ได้ทำการเรียกประชุมพนักงานสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจสันติบาล รวมถึงกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาสาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้ โดยตำรวจยังไม่ได้มีการตัดประเด็นทางการเมือง หน้าที่การงาน ธุรกิจ หรือ เรื่องส่วนตัว ซึ่งทางฝ่ายสืบสวน ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบที่เกิดเหตุย้อนหลัง พบว่า กล้องวงจรปิดบางตัว มีภาพที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

ส่วนกรณีที่ พ่อของผู้ตาย ได้ออกมาบอกว่า รู้จักกับคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นอย่างดีนั้น รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ ได้มีการสอบถามข้อมูลในทุกด้าน จากพ่อของผู้ตาย เพื่อนสนิท รวมถึงตำรวจติดตาม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงแล้ว แต่ทั้งนี้ ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน ซึ่งยืนยันว่า จะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด
 
 
 
 
 
 
 

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าว ถึงความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายที่ยิงนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกองค์การบริการส่วนจังหวัดลพบุรี และหัวคะแนนพรรคภูมิใจไทยเสียชีวิตว่าได้มอบหมาย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 (สบ.10) ลงไปติดตามสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายด้วยตนเองและให้ทำงานด้วยความรวดเร็ว
       

เชื่อว่าจะสามารถเอาตัวคนร้ายมาลงโทษได้ เพราะได้เอามือดีของตำรวจลงไปทำงานแล้ว
       
       “ใครแข่งกับใคร ใครฆ่าใครเห็นชัด และส่วนตัวเชื่อว่าประชาชนที่ติดตามข่าวสารจะเข้าใจว่าเหตุดังกล่าวมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง เดาได้ว่าใครทำ และการที่มีนักการเมืองบางคนออกมาปฏิเสธก็แสดงว่าชักร้อนตัวขึ้นบ้างแล้ว”
       

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้โทรศัพท์มาขอให้ช่วยติดตามคนร้ายหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นายเนวินไม่ได้โทรศัพท์มาหา แต่ตนได้โทรศัพท์ไปหานายเนวิน แสดงความเสียใจเพราะคนใกล้ชิดถูกยิงเสียชีวิต บอกว่าจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างเต็มที่เอาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้และได้ติดตามสั่งการ

................................................................................

นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย(ภท.)กล่าวถึงกรณีที่ล่าสุดมีโทรศัพท์ข่มขู่ที่จะเอาชีวิตของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พรรคภูมิใจไทย น้องสาวของนายสุบรรณ นายก อบจ.ลพบุรี ที่ถูกลอบสังหารไปเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า พรรคได้เข้าไปดูแลในเขตเลือกตั้ง ซึ่งรมว.มหาดไทย ก็ได้ประสานขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ให้ช่วยดูแลด้วย วันนี้ตนไม่อยากให้คิดกันไปว่าเหตุการณ์ที่เกิดเป็นเรื่องการเมือง เพราะไม่ใช่ว่าการเมืองแล้วจะมาขัดแย้งหรอจะต้องมาฆ่ากัน   แต่สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นอาชญากรรมที่รุนแรง ตรงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุด พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ในฐานะ ผอ. เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ประจำ จ.บุรีรัมย์และลพบุรี ให้สัมภาษณ์ว่าไม่เกี่ยวข้องและผู้สื่อข่าวลองไปเช็กดูจะรู้ว่า ผู้ตาย ก็มีโจทก์เยอะนั้น  โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนก็รู้สึกแปลกใจเพราะไม่เห็นมีข่าวทางสื่อหรือมีใครพูดเลยว่าเกี่ยวข้องกับพล.อ.พัลลภ ซึ่งตนก็ไม่อยากให้ออกมาพูดว่า “ กินปูนร้อนท้อง” แต่อยากให้พล.อ.พัลลภ แสดงออกมาในฐานะผู้ใหญ่ของบ้านเมืองคนหนึ่ง เป็นนายทหารยศนายพลนอกราชการ เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่าถึงตัวเองไม่ได้ทำได้ทำ แต่ก็ควรออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำเฉกเช่นอาชญากรร้ายแรงเช่นนี้ ไม่ใช่ออกมาบอกว่า ผู้ตายโจทก์เยอะ ไม่ควรพูดเช่นนี้

 

“ยุคนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสารใครทำอะไรไว้ในวันนี้ สักวันความจริงก็จะปรากฎและเดี๋ยวนี้กรรมออนไลน์” โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าว

..................................................

 

 

19 มิ.ย.2554 กรุงเทพธุรกิจ

 

 จากกรณีการลอบสังหารนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา และล่าสุดได้มีการโทรศัพท์ไปข่มขู่ที่จะเอาชีวิตของ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช น้องสาวของนายสุบรรณ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พรรคภูมิใจไทย โดยใช้ข้อความที่คล้ายกันว่า “พี่ชายมึงไปแล้ว มึงระวังตัวให้ดี จะตามพี่ชายมึงไปอีกคน” นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ตนได้ขอให้ตำรวจช่วยเข้ามาดูแลแล้ว ซึ่งน.ส.มัลลิกา จะต้องมีตำรวจมาอารักขาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งเราคงทำอะไรมากไม่ได้ เพราะต้องทำตามกฎหมาย ซึ่งได้ประสานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และผู้บังคับการตำรวจ ภูธร จ.ลพบุรีให้ช่วยดูแลน.ส.มัลลิกาด้วย  สำหรับพื้นที่จังหวัดอื่นๆนั้นก็ได้กำชับให้ผู้สมัครส.ส.ของพรรคทุกคนระมัดระวังตัว ขณะนี้ทุกคนขวัญและกำลังใจยังดีอยู่ ไม่มีอะไร
 
“ผมขอฝากถึงคนที่จะคิดร้ายว่าการเมืองเป็นเกมส์กีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ ตรงนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นฝ่ายชนะเพราะการแข่งขันยังไม่จบ เราเป็นคนไทยด้วยกันไม่ต้องการฆ่าแกงกัน มีอะไรก็ควรจะมาพูดคุยกันเพราะประเทศไทยเดินตามครรลองประชาธิปไตย ทุกฝ่ายต้องทำตามกติกา ” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว

.....................................................................

ข่าวสด

 

เนวิน ชิดชอบ ลั่น'น้องชายต้องไม่ตายฟรี' หน้าศพ 'นายกเจี๊ยบ' หัวคะแนนใหญ่พรรคภูมิใจไทย 'เทพเทือก' ต่อสายตรงแสดงความเสียใจที่ต้องสูญเสียลูกน้องคนสนิท เผยส่ง 'อัศวิน ขวัญเมือง' เข้าสอบสวนคดีไล่ล่าหาตัวมือปืนยิงหัวนายกเจี๊ยบแล้ว ด้านหัวคะแนนภูมิใจไทยคนอื่นๆ ในลพบุรีเริ่มผวาโดนเก็บซ้ำรอยจนเนวินต้องรุดเกลี้ยกล่อมโดยด่วน รองผบ.ตร.ประชุมชุดคลี่คลายคดี เชื่อทีมฆ่ามีมากกว่า 2 คน วางแผนมาเป็นอย่างดี ส่วนจะเชื่อมโยงกับคนสนิท 'เสธ.แดง' ซึ่งถูกจับกุมในคดีก่อการร้ายหรือไม่นั้นต้องรอสอบข้อมูลเพิ่ม อดีตส.ส. 'กมล จิระพันธุ์วาณิช' ยันรู้ดีใครเบื้องหลังคำสั่งเด็ดหัวลูกชาย หนึ่งในนั้นมีคนที่ตนเองเคยชุบเลี้ยง-ชักนำเข้าสู่วงการเมืองรวมอยู่ด้วย

 

 

ฯลฯ
เวลา 17.00 น. ที่บช.น. พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งบช.น. บช.ก บช.ภ.1 และกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อร่วมคลี่คลายคดีคนร้ายลอบสังหารนายสุบรรณ พร้อมเปิดเผยว่า เบื้องต้นสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ จ.ลพบุรี เพื่อหาข่าวและเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพิ่มเติม ส่วนสาเหตุการสังหารให้ความสำคัญเรื่องประเด็นการเมืองเป็นหลัก แต่ไม่ได้ตัดประเด็นใดๆ ทิ้ง ทั้งเรื่องส่วนตัวและธุรกิจ สำหรับกล้องวงจรปิด จากการตรวจสอบได้หลักฐานเกี่ยวกับคนร้ายมากพอสมควร คาดว่าเตรียมตัวมาอย่างดี มีการดูลาดเลาและคอยชี้เป้าส่งสัญญาณ เชื่อว่าทีมสังหารมีมากกว่า 2 คน ขณะนี้คดีมีความคืบหน้ามาก แต่คงต้องใช้เวลาสักระยะรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าหากชัดเจนแล้วจะขอศาลอนุมัติออกหมายจับต่อไป ยืนยันว่าจะทำให้รวดเร็วและรอบคอบมากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด และหากจับกุมคนร้ายได้ก็จะมีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มที่มีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นที่ว่าคนร้ายมีความเกี่ยวข้องกับนายสุรชัย หรือ หรั่ง เทวรัตน์ ชาวบุรีรัมย์ อายุ 25 ปี คนสนิทพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ "เสธ.แดง" อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น เบื้องต้นสั่งการให้กองปราบฯไปสอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อคลี่คลายคดีต่อไป

ผู้สื่อข่าวแจ้งว่า สำหรับการประชุมของชุดคลี่คลายคดีครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ช.ม. ก่อนแยกย้ายกันไปทำงานต่อ โดยไม่มีใครให้รายละเอียดของการประชุม

 

..............................

 
 
 
 
 

ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผวา ขอตำรวจอารักขาเพิ่ม 2 นาย

ชี้ “เนวิน”  เรียกคะแนนสงสาร-หวังดิสเครดิตพรรค

เมื่อวันนี้ (19 มิ.ย.) นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี เขต 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังเกิดเหตุลอบสังหาร นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนคนสำคัญพรรคภูมิใจไทย และล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยกระดับให้เป็นพื้นที่สีแดง ตนก็ได้ประสานขอเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยเพิ่มอีก 2 นาย

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ หลังจาก นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ปักใจเชื่อเป็นเรื่องการเมือง ตามด้วยโฆษกพรรคภูมิใจไทยพูดพาดพิง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ผอ.เลือกตั้ง จ.ลพบุรี นั้น เป็นการพูดเพื่อเรียกคะแนนสงสาร และหวังดิสเครดิตพรรคเพื่อไทย แต่ท่าทีของนายเนวิน ก็ทำประชาชนจำนวนมากเห็นใจ และเป็นห่วงตนเองมากขึ้น รวมถึง พล.อ.สัมพันธ์ บุญญานันท์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และ รมว.กลาโหม ก็ได้แสดงความเป็นห่วงมาที่ตนด้วย อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวรู้สึกเสียใจต่อผู้สูญเสีย แต่อย่าไปกล่าวโทษการเมืองเลยทันทีไม่ได้ เพราะคนเรามีทั้งเรื่องธุรกิจ และเรื่องส่วนตัว.

 ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ว่า  ภายหลังนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี หรือนายกเจี๊ยบ  หัวคะแนนของพรรคภูมิใจไทยได้เสียชีวิตลง ทางพรรคได้ส่ง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ แกนนำของพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่เพื่อเป็นแม่ทัพในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ในจังหวัดลพบุรีแทนพร้อมมีการประชุมคัดสรรเลือกตั้งแทนผู้ที่จะมาลงสมัครชิงตำแหน่งนายกอบจ.แทนตำแหน่งของนายสุบรรณ ด้วย เพราะจะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน  แหล่งข่าวกล่าวว่า ผู้ที่จะมาลงชิงตำแหน่งนายกอบจ.แทนนายสุบรรณ คือ นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองลพบุรี ซึ่งถือเป็นเพื่อนรักของนายสุบรรณ

 

 

ที่ตลาดสดเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการลอบสังหารนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยอยากจะบอกกับพี่น้องประชาชน หรือใครก็ตามที่เฝ้าติดตามเรื่องนี้อยู่ คืออย่าไปมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมือง หรือฆ่ากันในทางการเมืองแล้วไม่ให้ความสำคัญ เพราะนี่คือการกระทำอาชญากรรมการเอาชีวิตคน เพราะบุคคลคนนั้นขวางการที่เขาจะได้เข้าสู่อำนาจหรือตำแหน่ง จึงเอาชีวิตคน มีการยิงผู้หญิงซึ่งถือว่าใจดำเหลือเกินถือเป็นเรื่องหนึ่งที่ตนอยากให้ประชาชนได้คิด

“ผมไม่อยากบอกว่า วันนี้ท่านยังไม่เข้าสู่อำนาจ ท่านยังใช้อำนาจเถื่อนอยู่อย่างนี้ บ้านเมืองจะวุ่นวายและน่าเป็นห่วง จึงขอฝากขอให้ยุติความคิดนี้เสีย อย่าไปคิดว่า ใครเป็นกำลังหลักของพรรคภูมิใจไทย ทำให้มีโอกาสจะได้ ส.ส.ในจังหวัดนั้น แล้วฆ่าเขาเสียเถอะ ฆ่าทั้งเมียและเลขานุการด้วย ใครขวางฆ่าหมด ผมว่าบ้านเมืองมันจะอยู่ไม่ได้ วันนี้เชื่อว่า ไม่ว่าโพลพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคไหนๆ เมื่อการทำโพลเป็นไปตามหลักวิชาการแล้ว ย่อมรู้ว่าพรรคใดจะได้ ส.ส.แต่ละจังหวัดจำนวนเท่าใด คำถามเมื่อทำโพลแล้วทราบว่า พรรคการเมืองอย่างพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสที่จะได้ ส.ส. ในจังหวัดนั้นยกจังหวัดหรือได้เกือบหมด แล้วจะต้องฆ่ากันอีกกี่คน เพื่อที่จะตัดโอกาสพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้ตัวเองได้เข้าสู่อำนาจ” นายศุภชัย กล่าว

เมื่อถามว่า พอจะทราบตัวคนร้ายหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน แต่เรื่องแบบนี้เช็คกันไม่ยาก ทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้กำชับไว้แล้ว เราเป็นพรรคการเมืองที่ไม่ได้มีอำนาจดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงขอฝากท่านด้วย และขอให้ช่วยดูแลในหลายๆ จังหวัด เพราะขณะนี้น่าเป็นห่วง

เมื่อถามว่า จะต้องมีคนดูแลการเลือกตั้งแทนนายสุบรรณหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสพบกับแกนนำของแต่ละเขต เขาอาจจะมีความรู้สึกหวั่นไหวบ้าง เพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ แต่เมื่อผู้ใหญ่ของพรรคได้มีการไปพูดคุยให้ความมั่นใจว่า เราจะดูแลทุกคน โดยถามกลับด้วยว่า ใครอึดอัดไม่อยากทำงานต่อ แต่ทุกคนยืนยันว่า จะทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นไปตามความฝันของนายสุบรรณ ที่อย่างน้อย จ.ลพบุรี ควรจะได้ ส.ส. ของพรรค 3 คน

ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การลอบสังหารนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ในการลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัครในพื้น ตนยังไม่แน่ใจ ต้องเอาไว้ดูความจำเป็นก่อน ส่วนพื้นที่จ.ลพบุรีที่ถูกยกระดับเป็นพื้นที่สีแดงนั้น ก็เป็นการจัดระดับของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตรงไหนเป็นสีแดง สีเหลือง หรือสีเขียว อย่างไรก็ตามในการหาเสียงในแต่ละพื้นที่รู้สึกเป็นห่วง ดังนั้นในการทำงานก็ขอให้เขาทำงานด้วยความระมัดระวัง พยายามอย่าไประรานหรือโจมตีคู่แข่ง เราพยายามเอาความได้เปรียบของพรรคภูมิใจไทยที่บริการประชาชนไปเป็นจุดขาย ให้ประชาชนมีความเลื่อมใสเลือกพรรคของเรา

ปาบึ้มขู่บ้านหัวคะแนนภูมิใจไทยลพบุรี  ข่าวสด

 ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ว่า  ภายหลังนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี หรือนายกเจี๊ยบ  หัวคะแนนของพรรคภูมิใจไทยได้เสียชีวิตลง ทางพรรคได้ส่ง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ แกนนำของพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่เพื่อเป็นแม่ทัพในการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ในจังหวัดลพบุรีแทนพร้อมมีการประชุมคัดสรรเลือกตั้งแทนผู้ที่จะมาลงสมัครชิงตำแหน่งนายกอบจ.แทนตำแหน่งของนายสุบรรณ ด้วย เพราะจะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน  แหล่งข่าวกล่าวว่า ผู้ที่จะมาลงชิงตำแหน่งนายกอบจ.แทนนายสุบรรณ คือ นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองลพบุรี ซึ่งถือเป็นเพื่อนรักของนายสุบรรณ

 

 

ที่ตลาดสดเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการลอบสังหารนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยอยากจะบอกกับพี่น้องประชาชน หรือใครก็ตามที่เฝ้าติดตามเรื่องนี้อยู่ คืออย่าไปมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเมือง หรือฆ่ากันในทางการเมืองแล้วไม่ให้ความสำคัญ เพราะนี่คือการกระทำอาชญากรรมการเอาชีวิตคน เพราะบุคคลคนนั้นขวางการที่เขาจะได้เข้าสู่อำนาจหรือตำแหน่ง จึงเอาชีวิตคน มีการยิงผู้หญิงซึ่งถือว่าใจดำเหลือเกินถือเป็นเรื่องหนึ่งที่ตนอยากให้ประชาชนได้คิด

“ผมไม่อยากบอกว่า วันนี้ท่านยังไม่เข้าสู่อำนาจ ท่านยังใช้อำนาจเถื่อนอยู่อย่างนี้ บ้านเมืองจะวุ่นวายและน่าเป็นห่วง จึงขอฝากขอให้ยุติความคิดนี้เสีย อย่าไปคิดว่า ใครเป็นกำลังหลักของพรรคภูมิใจไทย ทำให้มีโอกาสจะได้ ส.ส.ในจังหวัดนั้น แล้วฆ่าเขาเสียเถอะ ฆ่าทั้งเมียและเลขานุการด้วย ใครขวางฆ่าหมด ผมว่าบ้านเมืองมันจะอยู่ไม่ได้ วันนี้เชื่อว่า ไม่ว่าโพลพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคไหนๆ เมื่อการทำโพลเป็นไปตามหลักวิชาการแล้ว ย่อมรู้ว่าพรรคใดจะได้ ส.ส.แต่ละจังหวัดจำนวนเท่าใด คำถามเมื่อทำโพลแล้วทราบว่า พรรคการเมืองอย่างพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสที่จะได้ ส.ส. ในจังหวัดนั้นยกจังหวัดหรือได้เกือบหมด แล้วจะต้องฆ่ากันอีกกี่คน เพื่อที่จะตัดโอกาสพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้ตัวเองได้เข้าสู่อำนาจ” นายศุภชัย กล่าว

เมื่อถามว่า พอจะทราบตัวคนร้ายหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน แต่เรื่องแบบนี้เช็คกันไม่ยาก ทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้กำชับไว้แล้ว เราเป็นพรรคการเมืองที่ไม่ได้มีอำนาจดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงขอฝากท่านด้วย และขอให้ช่วยดูแลในหลายๆ จังหวัด เพราะขณะนี้น่าเป็นห่วง

เมื่อถามว่า จะต้องมีคนดูแลการเลือกตั้งแทนนายสุบรรณหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสพบกับแกนนำของแต่ละเขต เขาอาจจะมีความรู้สึกหวั่นไหวบ้าง เพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ แต่เมื่อผู้ใหญ่ของพรรคได้มีการไปพูดคุยให้ความมั่นใจว่า เราจะดูแลทุกคน โดยถามกลับด้วยว่า ใครอึดอัดไม่อยากทำงานต่อ แต่ทุกคนยืนยันว่า จะทำทุกอย่างเพื่อให้เป็นไปตามความฝันของนายสุบรรณ ที่อย่างน้อย จ.ลพบุรี ควรจะได้ ส.ส. ของพรรค 3 คน

ด้านนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การลอบสังหารนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ในการลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัครในพื้น ตนยังไม่แน่ใจ ต้องเอาไว้ดูความจำเป็นก่อน ส่วนพื้นที่จ.ลพบุรีที่ถูกยกระดับเป็นพื้นที่สีแดงนั้น ก็เป็นการจัดระดับของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ตรงไหนเป็นสีแดง สีเหลือง หรือสีเขียว อย่างไรก็ตามในการหาเสียงในแต่ละพื้นที่รู้สึกเป็นห่วง ดังนั้นในการทำงานก็ขอให้เขาทำงานด้วยความระมัดระวัง พยายามอย่าไประรานหรือโจมตีคู่แข่ง เราพยายามเอาความได้เปรียบของพรรคภูมิใจไทยที่บริการประชาชนไปเป็นจุดขาย ให้ประชาชนมีความเลื่อมใสเลือกพรรคของเรา

 

   วันที่ 19 มิ.ย. ที่ จ.ลพบุรี พ.ต.ท.อรงค์เดช สะอาดบัว สารวัตรเวร สภ.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี รับแจ้งจากนายสุรินทร์ กรอบทอง อายุ 62 ปี ว่า มีคนร้ายใช้อาวุธสงครามซึ่งเป็นลูกระเบิดชนิดลูกเกลี้ยง เอ็ม 26 ขว้างระเบิดหมายถล่มบ้านของตนเอง แต่ระเบิดไม่ทำงาน ขอให้เดินทางมาตรวจสอบด้วย หลังรับแจ้ง พ.ต.ท.อรงค์เดช จึงรายงานให้ พล.ต.ต.ชาติชาย แตงเอี่ยม ผบก.ภ.จว.ลพบุรี เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการด้านวัตถุระเบิด ภ.จว.ลพบุรี  ที่เกิดเหตุภายในรั้วบ้านข้างโอ่งน้ำใต้ต้นจำปี พบลูกระเบิดสังหารชนิดลูกเกลี้ยง เอ็ม 26 ตกอยู่ 1 ลูก ห่างไปประมาณ 5 เมตร พบกระเดื่องลูกระเบิดตกอยู่ โดยที่ลูกกระเบิดมีเข็มชนวนปักอยู่ในสภาพพร้อมที่จะระเบิดทันที จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการเข้าทำการเก็บกู้ลูกระเบิดดังกล่าว และนำไปทำลายต่อไป

 

 นายสุรินทร์ กรอบทอง อดีตกำนันแหนบทองคำ กล่าวว่า ตนเคยเป็นกำนันตำบลบางขันหมาก แต่เกษียณอายุราชการมาแล้ว 2 ปี ก่อนเกิดเหตุในช่วงเวลาเช้ามืดได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขับขี่มาจอดที่ข้างบ้าน สักครู่ก็ขับออกไป ตนก็ไม่ได้สงสัยอะไร กระทั่งเวลาประมาณ 08.30 น. น.ส.ประภาศรี กรอบทอง อายุ 33 ปี ลูกสาวออกมากวาดใบไม้ที่บริเวณดังกล่าว และพบลูกระเบิดตกอยู่ จึงวิ่งมาบอกกับตนด้วยความตกใจ ตนจึงแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ นายบุญฑริก กรอบทอง อายุ 31 ปี ลูกชายนายสุรินทร์กล่าวว่าตนมั่นใจว่ามาจากสาเหตุการเมืองอย่างแน่นอน เพราะพ่อเป็นอดีตกำนันซึ่งมีคนรักจำนวนมากในตำบล เป็นหัวคะแนนให้กับนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช อดีตนายก อบจ.ลพบุรี ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต โดยพ่อจะเป็นคนพา น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย เดินหาเสียงในพื้นที่ตลอดมา ซึ่งในจุดนี้คาดว่า ฝ่ายตรงข้ามอาจจะไม่พอใจ นำระเบิดซึ่งเป็นอาวุธสงครามมาขว้างถล่มเพื่อเป็นการข่มขู่ก็เป็นได้ หากลูกระเบิดเกิดระเบิดขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะไม่มีคนเสียชีวิต แต่ทรัพย์สินภายในบ้านต้องได้รับความเสียหายจำนวนมากอย่างแน่นอน

 

 นายรังสรรค์ สละชีพ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)จังหวัดลพบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวขณะเดินทางไปร่วมงานอุปสมบทลูกชายนายอภิชัย ทองกุม อดีตบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งของจังหวัดลพบุรีว่า เหตุการณ์คนร้ายใช้ลูกระเบิดซึ่งเป็นอาวุธสงครามขว้างใส่บ้านของนายสุรินทร์ กรอบทอง อดีตกำนันตำบลบางขันหมาก ซึ่งเป็นหัวคะแนนของผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้ แสดงให้เห็นได้เป็นอย่างดีว่า ผู้สมัครพรรคอื่นเกรงกลัวพรรคภูมิใจไทย จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้หัวคะแนนเกิดความเกรงกลัว จะได้ไม่ให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยอีกต่อไป ซึ่งในจุดนี้ตนก็ได้บอกว่า ไม่ต้องกลัว โดยตนและผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย จะให้การดูแลอย่างเต็มที่ และขออย่าทำตัวประมาท เพราะคู่แข่งต้องทำทุกอย่าง เพื่อชนะเราให้ได้ พร้อมกันนี้ตนก็ได้แจ้งไปยัง พล.ต.ต.ชาติชาย แตงเอี่ยม ผบก.ลพบุรี ขอให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาดูแลความปลอดภัยให้แล้ว

 

 นายรังสรรค์กล่าวต่อว่า หลังนายสุบรรณถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง หยุดเดินหาเสียงจากประชาชน 3 วัน เพราะยุ่งกับการจัดงานศพของนายสุบรรณ และในวันนี้ในช่วงเช้าได้เดินออกพบปะหาเสียงกับประชาชน ปรากฏว่ามีประชาชนที่ทราบข่าวมาต้อนรับ พร้อมสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันเป็นจำนวนมาก โดยทุกคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า สงสารนายกเจี๊ยบและครอบครัวเป็นอย่างมากที่ต้องมาเสียเสาหลักของครอบครัวไป นายกเจี๊ยบทำความดีเอาไว้กับประชาชนมากมายหลายเรื่อง ดังนั้น จึงจะขอเทคะแนนเสียงให้พรรคภูมิใจไทย ให้ชนะการเลือกตั้งให้ได้ เพื่อเข้าไปทำงานที่นายกเจี๊ยบทำค้างเอาไว้ ให้สำเร็จตามที่หวังเอาไว้ และเพื่อให้วิญญาณของนายกเจี๊ยบนอนตายตามหลับอีกด้วย

พยานในที่เกิดเหตุให้การเห็นตรงกันกับภาพกล้องวงจรปิด จ่อออกหมายจับคนร้ายคดียิงนายกเจี๊ยบ

วันนี้(19 มิ.ย.)  พ.ต.ท.ณฐกร  คุ้มทรัพย์ รอง ผกก.สส. สน.ชนะสงคราม เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายสังหารนายสุบรรณ จิระพันธ์วานิช นายกฯ อบจ. ลพบุรี  เหตุเกิดที่ตรอกมะยม ถนนราชดำเนิน   เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้ามากพอสมควร หลังจากได้สอบพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม และญาติของนายสุบรรณ ส่วนการสอบสวน นางอรพิน จิระพันธ์วานิช ภรรยานายสุบรรณ ซึ่งให้การในลักษณะกว้างในประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเพื่อน และ ปมขัดแย้งทั้งทางการเมืองและทางธุรกิจของนายสุบรรณ  โดยนางอรพิน ปฏิเสธว่าไม่ทราบว่านายสุบรรณ เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใครหรือไม่ แต่ยืนยันว่านายสุบรรณ เป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะและมีมนุษย์สัมพันธ์ดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนเพียงเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากนางอรพินยังคงพักรักษาตัวอยู่ไม่อยากรบกวนเกรงว่าจะเป็นการทำให้กระทบกระเทือนต่อสภาพจิตใจอย่างไรก็ตาม สำหรับการสอบสวนพยานนั้นขณะนี้เหลือเพียงบิดาและมารดาของนายสุบรรณเท่านั้นที่ยังไม่ได้สอบสวน  เนื่องจากยังคงติดธุระเรื่องงานศพของนายสุบรรณอยู่ แต่ก็จะมีการสอบสวนใน 1-2 วันนี้

อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ณฐกร ยังกล่าวถึงข้อมูลของตัวคนร้าย หลังจากสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุว่า พยานมีความเห็นตรงกันกับที่เห็นในกล้องวงจรปิด ทั้งรูปร่างหน้าตารูปพรรณสัณฐานตามที่ได้ให้ข่าวไปแล้ว ส่วนเส้นทางหลบหนีหลังก่อเหตุคือ ถนนราชดำเนินกลาง มุ่งตรงไปยังสี่แยกคอกวัว ก่อนที่จะหลบหนีไปได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามในช่วงเย็นของวันนี้ กองกำกับการ สืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล1 จะส่งพนักงานขับรถแท็กซี่ที่เหตุการณ์มาให้ สอบสวนเพิ่มเติม  ซึ่งแท็กซี่ดังกล่าวเป็นพยานเห็นเหตุการณ์ด้วย แต่เนื่องจากพยานยังไม่มีความมั่นใจมากนักจึงต้องสอบสวนด้วยความละเอียดต่อไป.

 

 

20 มิ.ย.2554

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงนายสุบรรณ จิระพันธ์วานิช นายก อบจ. ลพบุรี เหตุเกิดในตรอกมะยม ถนนราชดำเนิน ท้องที่ สน.ชนะสงครามว่า ล่าสุดพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.กำกับดูแล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.สั่งการให้ชุดสืบสวนทุกหน่วยที่เข้าร่วมคลี่คลายคดีลงพื้นที่แกะรอยติดตามคนร้ายแบบปูพรม ตามพื้นที่เป้าหมายต่างๆ ที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีไปกบดาน รวมถึงประสานหน่วยงานทหารเพื่อตรวจสอบติดตามคนร้ายตามภาพสเก็ตช์ที่แจกจ่ายออกไป โดยให้ชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่รายงานความคืบหน้าทางวาจาโดยโทรศัพท์สายตรงถึงผู้บัญชาบัญชาระดับสูงของแต่ละชุดทำงานทันที 24 ชั่วโมง โดยให้เวลาในการลงพื้นที่สักระยะหนึ่งจากนั้น 2-3 วัน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ จะประชุมสรุปความคืบหน้าทางคดีแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้งหนึ่ง
แหล่งข่าวจาก บช.น.เปิดเผยว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้ามากพอสมควร หลังจากได้สอบพยานที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม และญาติของนายสุบรรณ ส่วนการสอบสวนนางอรพิน จิระพันธ์วานิช ภรรยานายสุบรรณ นั้นยังไม่ลงลึกถึงรายละเอียดมากนักยังคงให้การในลักษณะกว้างในประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเพื่อน และปมขัดแย้งทั้งทางการเมืองและทางธุรกิจของนายสุบรรณ โดยนางอรพินปฏิเสธว่า ไม่ทราบว่านายสุบรรณ เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใครหรือไม่ แต่ยืนยันว่านายสุบรรณ เป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะและมีมนุษยสัมพันธ์ดี

 
เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนเพียงเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากนางอรพิน ยังคงพักรักษาตัวอยู่ไม่อยากรบกวนเกรงว่าจะเป็นการทำให้กระทบกระเทือนต่อสภาพจิตใจอย่างไรก็ตาม สำหรับการสอบสวนพยานนั้นขณะนี้เหลือเพียงพ่อและแม่ของนายสุบรรณ เท่านั้นที่ยังไม่ได้สอบสวน เนื่องจากยังคงติดธุระเรื่องงานศพของนายสุบรรณอยู่ แต่ก็จะมีการสอบสวนใน1-2วันนี้
สำหรับข้อมูลของตัวคนร้ายนั้น หลังจากสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ พบว่ามีความเห็นตรงกันกับที่เห็นในกล้องวงจรปิด ทั้งรูปร่างหน้าตารูปพรรณสัณฐานตามที่ได้ให้ข่าวไปแล้ว ส่วนเส้นทางหลบหนีคือหลังจากก่อเหตุคนร้ายใช้เส้นทางหลบหนีไปทางถนนราชดำเนินกลาง มุ่งตรงไปยังสี่แยกคอกวัวก่อนที่จะหลบหนีไปในที่สุด ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 1 จะนำตัวคนขับรถแท็กซี่ที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้เคยให้การแล้วในฐานะพยานที่เห็นเหตุการณ์ แต่เนื่องจากพยานยังไม่มั่นใจในข้อมูลมากนักจึงต้องเรียกมาสอบสวนอีกครั้ง
เดลินิวส์

 

ชุดสืบนครบาล-กองปราบฯ ลุยลพบุรี หลังพบเบาะแสมือปืนลั่นไก เป็นกลุ่มคนมีสี ก่อเหตุเสร็จ โทรฯรายงานคนจ้างวานก่อนจะเข้ากบดานเงียบในเมืองละโว้

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันนี้ ( 20 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีคนร้ายยิงนายสุบรรณ จิระพันธ์วานิช นายกฯ อบจ. ลพบุรี ว่า  ล่าสุดพล.ต.อ.ภาณุพงศ์  สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน  ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) และรักษาราชการแทนผบช.ภ.1  และ พล.ต.ท.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบช.น.สั่งการให้ชุดสืบสวนทุกหน่วยที่เข้าร่วมคลี่คลายคดีลงพื้นที่แกะรอยติดตามคนร้ายแบบปูพรม ตามพื้นที่เป้าหมายต่างๆที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีไปกบดาน  รวมถึงประสานหน่วยงานทหารเพื่อตรวจสอบติดตามคนร้ายตามภาพสเก็ตซ์ที่แจกจ่ายออกไป โดยให้ชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่รายงานความคืบหน้าทางวาจาโดยโทรศัพท์สายตรงถึงผู้บัญชาบัญชาระดับสูงของแต่ละชุดทำงานทันที  24 ชั่วโมง  โดยให้เวลาในการลงพื้นที่ 2-3 วัน แล้ว พล.ต.อ.ภาณุพงศ์   จะประชุมสรุปความคืบหน้าคดีอีกครั้งหนึ่ง

ขณะนี้คดีมีความคืบหน้ามากพอสมควร หลังจากได้สอบพยานที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม และญาติของนายสุบรรณ  ส่วนการสอบสวนนางอรพิน จิระพันธ์วานิช ภรรยานายสุบรรณ นั้นยังไม่ลงลึกถึงรายละเอียดมากนักยังคงให้การในลักษณะกว้างในประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเพื่อน และปมขัดแย้งทั้งทางการเมืองและทางธุรกิจ โดยนางอรพินปฏิเสธว่า ไม่ทราบว่านายสุบรรณ เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใครหรือไม่ แต่ยืนยันว่านายสุบรรณ เป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะและมีมนุษยสัมพันธ์ดี     เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนเพียงเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากนางอรพิน ยังคงพักรักษาตัวอยู่ไม่อยากรบกวนเกรงว่าจะเป็นการทำให้กระทบกระเทือนต่อสภาพจิตใจ

สำหรับข้อมูลของตัวคนร้ายนั้น หลังจากสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุ พบว่ามีความเห็นตรงกันกับที่เห็นในกล้องวงจรปิด ทั้งรูปร่างหน้าตารูปพรรณสัณฐานตามที่ได้ให้ข่าวไปแล้ว ส่วนเส้นทางหลบหนีคือหลังจากก่อเหตุคนร้ายใช้เส้นทางหลบหนีไปทางถนนราชดำเนินกลาง มุ่งตรงไปยังสี่แยกคอกวัวก่อนที่จะหลบหนีไปในที่สุด  ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 1 จะนำตัวคนขับรถแท็กซี่ที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำเพิ่มเติม  หลังจากก่อนหน้านี้เคยให้การแล้วในฐานะพยานที่เห็นเหตุการณ์ แต่เนื่องจากพยานยังไม่มั่นใจในข้อมูลมากนักจึงต้องเรียกมาสอบสวนอีกครั้ง

รายงานล่าสุดว่า  คณะทำงานคลี่คลายคดีพอจะรู้แล้วว่ามือปืนอยู่ในกลุ่มมีสี ยังกบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี นอกจากนี้ยังพบว่า หลังจากมือปืนลั่นไกสังหารนายสุบรรณแล้ว ยังโทรศัพท์ไปรายงานผลงานให้ผู้จ้างวานรับทราบ ขณะที่ทีมสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองปราบปราม ระดมเจ้าหน้าที่ชุดสืบมือดีเกาะติดข่าวในพื้นที่จังหวัดลพบุรีแล้ว  เบื้องต้นพบเบาะแสสำคัญที่เกี่ยวกับผู้ตายว่า ผู้ตายเป็นคนใจร้อนและอารมณ์รุนแรง  ทำให้ข้าราชการหรือแม้แต่คนในพื้นที่จังหวัดลพบุรีต่างเกรงกลัวในอิทธิพล  แต่ยังคงให้น้ำหนักเรื่องความขัดแย้งศึกเลือกตั้ง  ส.ส.ในพื้นที่เป็นหลัก เนื่องจากนายสุบรรณถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะส่งผลแพ้-ชนะเลือกตั้งในจังหวัดลพบุรี.

ผบ.ตร.มอบนโยบายติดตามคดียิงนายก อบจ.ลพบุรี เน้นให้มีการตั้งจุดตรวจและจุดสกัด 24ชั่วโมง

ขณะที่ตำรวจลพบุรีเชื่อคงจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่

 

วันนี้ ( 20 มิ.ย.)  พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.วีระพงษ์ ชื่นภักดี รอง ผบช.ภ.1 และคณะได้เดินทางมายัง ภ.จว.ลพบุรี เพื่อมอบนโยบายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ภ.จว.ลพบุรีและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหน่วยต่าง ๆ ที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ โดยมีนายคำนึง อิสโร รองผวจ.ลพบุรี ในฐานะประธาน กกต.จังหวัดลพบุรี พล.ต.ต.ชาติชาย แตงเอี่ยม ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ให้การต้อนรับ จากนั้นได้เข้าร่วมประชุมกับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทุก สภ.ในจังหวัดลพบุรีและกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ามาติดตามทำคดีที่คนร้ายลอบสังหาร นายสุบรรณหรือ”นายกเจี๊ยบ” จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.และมีการขว้างระเบิด อดีตกำนัน ต.บางขันหมาก อ.เมืองลพบุรี หัวคะแนนของพรรคภูมิใจไทย
 
 
 
 
พล.ต.อ.วิเชียร  กล่าวว่า ได้มอบนโยบายในการเฝ้าระวังการก่อเหตุร้ายในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งในพื้นที่
เนื่องจากจังหวัดลพบุรีนั้นเป็นจังหวัดหนึ่งที่ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดงเพราะเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูงในเรื่อง
ของการเลือกตั้ง โดยได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดูแลพื้นเพิ่มความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมทั้งให้มีการตั้ง
จุดตรวจจุดสกัดตลอด 24 ชั่วโมงในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในเขตการเลือกตั้งที่ 1 , 2 และ4 ส่วน
ความคืบหน้าในการติดตามจับมือปืนที่สังหารนายสุบรรณ  ได้จัด ตำรวจชุดพิเศษออกมาดูแลความ
สงบเรียบร้อยก่อนการเลือกตั้ง ส่วนของคดีนั้นได้ตั้งประเด็นไว้หลายเรื่อง ทั้งเรื่องการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น แต่เชื่อว่าจะสามารถจับกุมมือปืนได้ในเร็ว ๆ นี้  

พล.ต.ต.ชาติชาย แตงเอี่ยม ผบก.ภ.จว.ลพบุรี ได้เปิดเผยว่า จากข้อมูล
ที่มีอยู่พบว่ามีผู้ที่จะต้องติดตามพฤติกรรมในพื้นที่จำนวน
5 รายพฤติกรรมยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ ส่วนมือปืนในพื้นที่นั้นในปัจจุบันไม่มีดูไ
ด้จากปฏิทินของมือที่ออกมาไม่มีผู้ที่อยู่ในลพบุรีเลยเพราะก่อนที่จะมีการเลือกตั้งได้มีการระดมกวาดล้างมาอ่างต่อเนื่อง
จนในช่วงที่ผ่านมาการเกิดเหตุสังหารจะไม่เกี่ยวกับการเมืองเลย

“ผบ.ตร.” พร้อมชุดตำรวจภูธรภาค 1 ลงพื้นที่สางคดีคนร้ายบุกยิงหัวคะแนน ภท.ที่ลพบุรี
และ พท.ที่สระบุรี พร้อมหามาตรการป้องกันความรุนแรงก่อนการเลือกตั้ง คาดความรุนแรงยังมีอยู่สั่งตำรวจทุก สภ.ในพื้นที่ลพบุรี-สระบุรี เตรียมกำลังคุมเข้มเหล่ามือปืนที่ถูกส่งเข้ามาสังหารฝ่ายตรงข้ามอย่างเข้มงวดช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งจะมาถึง
       

เวลา 19.00 น.วันนี้ (20 มิ.ย.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร พร้อมทีมสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ได้ลงพื้นที่ จ.ลพบุรี เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี และ สภ.ต่างๆ เข้าร่วมประชุมที่กองกำกับการลพบุรีเกี่ยวกับ นายสุบรรณ จิระพันธ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเพื่อเร่งสอบหาสาเหตุและประเด็นสังหารโหดในครั้งนี้
       

จากนั้นได้เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดสระบุรี โดยเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี สภ.หน้าพระลาน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เข้าประชุมวางแผนเกี่ยวกับคนร้ายใช้อาวุธปืนสังหาร นางจงกล บุญญา อายุ 52 ปี อดีตนายก อบต.เขาวง 2 สมัย และหัวคะแนนพรรคเพื่อไทย และให้นโยบายเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ  (สพฐ.ตร.) พ.ต.ท.อุเทน นุ้ยพิน รอง ผกก.สส.3 บก.สส.บช.ภ.1 นำรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ พรีรันเนอร์ สมาร์ทแค็บ สีเทา ทะเบียน ถธ 6403 กรุงเทพมหานคร ติดฟิล์มดำทึบ ต่อเติมหลังคาที่กระบะท้าย ต้องสงสัยเป็นรถในคดีลอบยิงนายประชา ประสพดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 พรรคเพื่อไทย ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม มาส่งตรวจพิสูจน์ โดยพบรถจอดทิ้งไว้บริเวณริมถนนในซอยวัดลาดประดุก ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีตำหนิ ลักษณะตรงกับรถกระบะคันที่ก่อเหตุ จึงตรวจสอบหาร่องรอยคราบเขม่าดินปืน ปรากฏในรถคันดังกล่าวบริเวณกระบะและขอบประตูด้านนอกทั้งสองข้าง และร่องรอยอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องและอาจเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี 
 
ด้าน พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวว่า เป็นการตรวจพิสูจน์หาหลักฐาน ตามที่ฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวนนำส่งมา ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นรถคันที่ก่อเหตุหรือไม่

21 มิ.ย.2554 เดลินิวส์

"ภาณุพงศ์-อัศวิน"ถกเครียดสางคดียิงนายก อบจ.ลพบุรี เผยล็อคผู้ต้องสงสัยคาดเป็นคนพามือปืนหนี ยันคนมีสีลงมือเมื่อเวลาวันที่   21  มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการสืบสวนติดตามตัวคนร้ายยิงนายสุบรรณ จิระพันธ์วานิช นายก อบจ. ลพบุรี ว่า   ล่าสุดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา พล.ต.อ.ภาณุพงศ์  สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.อัศวิน  ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) รักษาราชการแทนผบช.ภ.1  พล.ต.ท.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบช.น.และหัวหน้าคณะทำงานสืบสวนคลี่คลายคดี  เรียกประชุมลับอย่างไม่เป็นทางการในห้องประชุมชั้น 2  กองบัญชาการตำรวจนครบาลใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง

ทั้งนี้ที่ประชุมได้รับรายงานจากชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่แกะรอยคนร้ายแบบปูพรมว่า  สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นหนึ่งในคนร้ายที่ร่วมขบวนการได้แล้ว 1 ราย  อยู่ระหว่างการสอบสวน  ซึ่งน่าจะเป็นคนพาคนร้ายหลบหนีหลังเกิดเหตุ  โดยรายงานระบุว่า  คนร้ายที่ร่วมขบวนการครั้งนี้มีประมาณ  4-5  คนคือ  มือยิง  คนขับรถ จยย.พาหลบหนี  คนชี้เป้า  คนสะกดรอยตามเหยื่อ และคนขับรถยนต์พาคนร้ายหลบหนีออกนอกพื้นที่ กทม.

ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวมือปืนที่ก่อเหตุนั้น  ยังอยู่ระหว่างการเฝ้าติดตามในแหล่งที่คนร้ายกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี  พร้อมประสานหน่วยงานทหารตรวจสอบติดตามคนร้ายตามภาพสเก็ตซ์ พร้อมสั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุดนำไปสู่ขั้นตอนการออกหมายจับต่อไป  และให้ชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่รายงานความคืบหน้าทางวาจาสายตรงถึง ผู้บัญชาบัญชาระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอด  24 ชั่วโมง

แหล่งข่าวจาก บช.น.ระบุว่า  คดีมีความคืบหน้าไปมาก  มีหลักฐานในหลายส่วนประกอบกันทั้งคำให้การของพยานในที่เกิดเหตุ พยานแวดล้อม และญาติผู้ตาย   โดยการสอบสวนมุ่งปมขัดแย้งทางการเมืองและเรื่องส่วนตัว  ส่วนคนร้ายนั้นอยู่ในกลุ่มมีสี ยังกบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี  โดยส่งทีมสืบสวนมือดีจาก  บช.น. และกองปราบปราม เกาะติดสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าวในพื้นที่จังหวัดลพบุรีต่อเนื่อง  คาดว่าในเร็วๆ นี้จะมีข่าวดี

นายกมล จิระพันธุ์วาณิช  บิดาของนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช หรือนายกเจี๊ยบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี  ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตบริเวณตรอกมะยม เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา   เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ถึงคดียิงบุตรชายโดยยืนยันลูกชายไม่มีธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมานานแล้ว  ซึ่งการสังหารลูกชายน่าจะมาจากเรื่องการเมืองอย่างเดียว ไม่มีเรื่องอื่นแน่นอน เพราะลูกชายไม่ได้เกเร ตั้งใจทำงาน เพื่อให้จังหวัดลพบุรีเจริญรุ่งเรืองเหมือนสุพรรณบุรี


"อยากฝากตำรวจให้ช่วยประสานงานไปถึง พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยจังหวัดลพบุรี ไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ เพื่อขอพูดคุยและสอบถามบางเรื่อง เพราะส่วนตัวเชื่อตามที่พลเอกพัลลภ บอกว่าเป็นชายชาติทหารไม่ลอบกัดนายสุบรรณ แต่อยากพบเพื่อให้เตือนลูกน้องบ้างก่อนการเลือกตั้งจังหวัดลพบุรีจะลุกเป็นไฟเสีย" นายกมล กล่าว

คมชัดลึก 21 มิ.ย.2554

 

  ล่าสุดแม้ตำรวจจะสามารถออกภาพสเก็ตช์มือปืนได้แล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอจึงยังไม่สามารถยื่นขออำนาจศาลเพื่อขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาได้ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีดังกล่าวต้องสั่งระดมกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1 และกองปราบปราม เข้ามาช่วยกันรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ทั้งนี้ ตำรวจชุดสืบสวนส่วนหนึ่งได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ลพบุรี เพื่อควานหาชนวนเหตุที่เป็นต้นตอทำให้ "นายกเจี๊ยบ" ตกเป็นเป้าสังหาร โดยล่าสุดทราบเบาะแสว่า ชนวนเหตุที่ทำให้คนสนิทนายเนวิน ผู้นี้ถูกลอบสังหารน่าจะมาจาก 2 สาเหตุใหญ่ คือเรื่องขัดแย้งส่วนตัวกับคู่ปรับเก่า และเรื่องทางการเมืองที่ไปขัดแข้งขัดขาของกลุ่มคนมีสีที่ให้การสนับสนุนพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง

"ก่อนที่นายกเจี๊ยบจะถูกลอบสังหารไม่นาน มีข้อมูลว่าอดีตคนมีสีซึ่งเคยมีตำแหน่งใหญ่ เดินทางเข้ามาในพื้นที่ลพบุรีเพื่อพูดคุยกับผู้ทรงอิทธิพล 2 คนใน จ.ลพบุรี คนหนึ่งเป็นข้าราชการ อีกคนอยู่ในแวดวงการเมืองที่มีบทบาทในการชุมนุมทางการเมืองหลายครั้ง โดยบุคคลทั้งสามมีเรื่องไม่พอใจผู้ตายเป็นการส่วนตัวอยู่ก่อนแล้วเพราะถูกขัดแข้งขัดขามาโดยตลอด ซึ่งการพบกันของคนทั้งสามครั้งนี้มีการพูดคุยกันในเรื่องที่จะหาทางดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับผู้ตายเพื่อสะสางบัญชีแค้นเก่า และเป็นการตัดคะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทยซึ่งมีแนวโน้มค่อนข้างดี เพราะผู้ตายรับเป็นหัวคะแนนให้" แหล่งข่าวในชุดคลี่คลายคดีเปิดเผยแหล่งข่าวรายเดิมเปิดเผยด้วยว่า ตำรวจให้ความสำคัญกับประเด็นการพบกันของผู้กว้างขวางทั้งสามคนเป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่าน่าจะมีน้ำหนักซึ่งนำมาสู่การสังหารมากที่สุด แต่ยังขาดพยานหลักฐานที่จะเชื่อมโยงไปถึง

 

ส่วนอีกประเด็นที่ตำรวจให้น้ำหนักไม่แพ้กัน คืออุปนิสัยนายกเจี๊ยบแล้ว ค่อนข้างเป็นคนใจร้อนและมีอารมณ์ค่อนข้างฉุนเฉียวเป็นที่หวั่นเกรงของเพื่อนร่วมงาน อีกทั้งยังเคยมีเรื่องขัดแย้งกับนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งอย่างรุนแรง เกี่ยวกับเรื่องการบริหารงานภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัดลพบุรี ซึ่งต่อมาไม่นานน้องชายของนักการเมืองรายนี้ถูกลอบสังหาร ยิ่งเป็นการตอกย้ำความแค้นให้แก่นักการเมืองท้องถิ่นรายนี้เป็นอย่างมาก เพราะปักใจเชื่อว่าการเสียชีวิตของน้องชาย นายกเจี๊ยบน่าจะมีส่วนรู้เห็นด้วย

 

 "นักการเมืองท้องถิ่นรายนี้มีเรื่องขัดแย้งกับผู้ตายมานานทั้งเรื่องการแย่งเก้าอี้บริหารใน อบจ.ลพบุรี และเรื่องที่คู่กรณีรายนี้เข้าใจว่าผู้ตายอยู่เบื้องหลังทำให้ต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา และน่าจะพัวพันกับการตายของน้องชาย อาจเป็นไปได้ว่าจะเกิดความแค้นลงมือสังหารผู้ตายในช่วงเลือกตั้งเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นเรื่องการเมืองก็อาจเป็นได้" แหล่งข่าวรายเดิมระบุทั้งสองประเด็นมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นชนวนเหตุแห่งการสังหารไม่แตกต่างกัน ตำรวจจึงไม่สามารถตัดประเด็นหนึ่งประเด็นใดทิ้งได้ในขณะนี้

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจนถึงชนวนเหตุลอบสังหารรวมถึงตัวผู้บงการ
แต่สำหรับมือปืนที่ลงมือสังหารนายกเจี๊ยบนั้นค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นกลุ่มคนมีสี และน่าจะอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรีตำรวจจึงประสานทหารในพื้นที่เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยตรวจสอบบุคคลที่มีใบหน้าและรูปพรรณสัณฐานคล้ายกับภาพสเก็ตช์ที่ได้จากการ
สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ รวมทั้งอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพถ่ายผู้ต้องสงสัยที่ปรากฏอยู่ในกล้องวงจรปิดในตรอกมะยม
ขณะเกิดเหตุนายกเจี๊ยบถูกยิง โดยภาพถ่ายในกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบพบเห็นหน้าของผู้ต้องสงสัยอย่างชัดเจน และมีการใช้โทรศัพท์ซึ่งตำรวจคาดว่าผู้ต้องสงสัยอาจโทรศัพท์ไปรายงานผลให้ผู้บงการทราบก็อาจเป็นได้ ซึ่งหากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้น่าจะเป็นคนร้ายจริง คาดว่าน่าจะขออำนาจศาลเพื่อออกหมายจับได้เร็วๆนี้

22 มิ.ย.2554   inn news

 

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รักษาการ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึง ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้น ระหว่างช่วงหาเสียงเลือกตั้งขณะนี้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ยิง นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี โดยระบุว่า ตอนนี้ได้รับรายงานความคืบหน้าของคดี ซึ่งเชื่อมั่นในทีมงานที่มอบหมาย คือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ 10 รักษาราชการแทน ผบช.ภ.1 ที่เป็นคนไปทำคดีดังกล่าว และเชื่อว่าตอนนี้น่าจะรู้แล้วว่า คนร้ายเป็นใคร ซึ่งหากว่าไม่มีใครมากีดขวาง เกะกะทาง ก็คงดำเนินการจับกุมได้ และเชื่อว่าเมื่อสามารถจับกุมตัวคนทำผิดได้ ก็น่าจะทำให้มีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มากยิ่งขึ้น ซึ่งตนเองได้กำชับ เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่าไปสนใจว่า ใครเป็นใคร มีหน้าที่รักษากฎหมาย ใครมีความผิดก็ต้องจับกุมดำเนินคดี

 

 ผู้สมัคร ส.ส. เขต 7 จังหวัดสมุทรปราการ "ประชา ประสพดี" เผย คดีไม่ล่าช้า ตำรวจไม่จับแพะแน่

 เชื่อ ปมยิง นายก อบจ.ลพบุรี ไม่เชื่ยมโยงกัน


นายประชา ประสพดี ผู้สมัคร ส.ส. เขต 7 จังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า สำหรับคดีของตน กรณีที่ถูกคนร้านใช้อาวุธปืน ตามประกบยิงจนได้รับบาดเจ็บนั้น การดำเนินคดีและติดตามจับกุมคนร้าย ไม่ได้ล่าช้า และตนมั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่า ไม่จับแพะอย่างแน่นอน เนื่องจาก ตนได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว แต่เนื่องจากคดีมีความซับซ้อน เนื่องจาก คนลงมือก่อเหตุวางแผนเป็นอย่างดีและไม่ทิ้งหลักฐานเอาไว้มากหนัก จึงต้องทำอย่างรอบคอบ ขณะเดียวกัน ตนยืนยันว่า รู้ตัวคนที่ลงมือก่อเหตุ รวมถึงผู้จ้างวานฆ่าแล้ว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคนมีสีหรือไม่ ยังไม่ขอแสดงความคิดเห็นขอให้เป็นแนวทางของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นอกจากนั้ นายประชา ยังระบุด้วยว่า คดีของตนไม่น่าจะมีความเกี่ยวโยงกับคดีที่คนร้ายยิง นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนของพรรคภูมิใจไทย เสียชีวิต เพราะไม่มีเหตุผลที่สอดรับกัน ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรนั้น เชื่อว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะสามารถดำเนินการได้

 

ข่าวสด

 

ทีมยิงประชา โยงฆ่า"เจี๊ยบ"

จ่อออกหมายจับ อดีตทหารพราน


เตรียมออกหมายจับอดีตทหารพรานโยงคดียิง"ประชา ประสพดี" และฆ่า"นายกเจี๊ยบ"คนสนิท"เนวิน ชิดชอบ" หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงทั้ง 2 คดี เผยกุญแจไขปริศนามาจากรถปิกอัพคดียิงประชา ที่ตร.เพิ่งตามยึดได้ ตรวจพบมีชื่ออดีตทหารพรานครอบครอง และเมื่อเช็กข้อมูลทางลับเจอไปปรากฎตัวใกล้จุดเกิดเหตุยิงประชา และฆ่านายกเจี๊ยบด้วย คาดออกหมายจับได้ใน 1-2 วันนี้ ส่วนมือปืนที่ก่อเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นทีมเดียวกัน หรือใช้คนละชุด ประชามั่นใจไม่จับแพะเพราะเป็นชุดเดียวกับที่สงสัยมาตั้งแต่แรก

 

 

 (วันนี้ (15 พ.ค. 54) ความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุยิงนายประชา ประสพดี อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ล่าสุด พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กล่าวว่า ในส่วนของคดีมีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้ว ซึ่งขณะนี้ทีมสืบสวน ทั้งตำรวจสืบสวนภูธรภาค 1 สืบสวน จ.สมุทรปราการ กองปราบปราม รวมถึงชุดพิสูจน์หลักฐาน ต่างเร่งทำงานกันอย่างเต็มที่ ซึ่งในช่วงนี้ตนไม่อยากเร่งรัดอะไรมาก ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานกันตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และจะนำข้อมูลที่ได้มาสรุปในที่ประชุมวันพรุ่งนี้ (16 พ.ค.) ที่ สภ.พระประแดง ตามที่มีการนัดหมายการประชุมไว้ในเวลา 10.00 น.

ขณะที่ พ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผู้กำกับการ ฝ่ายปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามในส่วนของรถยนต์ต้องสงสัย ที่กองปราบปรามได้รับมอบหมายให้ติดตามข้อมูล ว่า ล่าสุดเท่าที่ตรวจสอบข้อมูล ทั้งจากกล้องวงจรปิด และพยานที่เห็นเหตุการณ์ มีความเป็นไปได้สูงว่ารถยนต์ต้องสงสัย น่าจะเป็นรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ อย่างไรก็ตาม ต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะได้นำข้อมูลที่ติดตามได้ เสนอที่ประชุมให้รับทราบด้วย)

ความคืบหน้าคดีฆ่า"นายกเจี๊ยบ"นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกอบจ.ลพบุรี หัวคะแนนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยและคนสนิทนายเนวิน ชิดชอบ และคดียิงนายประชา ประสพดี ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษาสบ10 รรท.ผบช.ภาค 1 เรียกชุดคลี่คลายคนร้ายลอบยิงนายประชา ประสพดี อดีตส.ส.สมุทร ปราการ พรรคเพื่อไทย เพื่อเร่งรัดการขออนุมัติออกหมายจับให้ได้ หลังทีมสืบสวนลงพื้นที่พบหลักฐานบางอย่างมีความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มมือ ปืนรายนี้

โดยนำข้อมูลของแต่ละทีมนำมาวิเคราะห์หลังพบว่า ทีมมือปืนที่ลงมือลอบยิงนายประชา มีความเชื่อมโยงเหตุคนร้ายบุกยิงนายสุบรรณ หรือนายกเจี๊ยบ นายกอบจ.ลพบุรี เสียชีวิตกลางกรุง ซึ่งขณะนี้ทีมพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างพิจารณาถึงหลักฐานแต่ละชิ้นที่ยึดมาได้อย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อจะยื่นเสนอให้ศาลจังหวัดสมุทรปราการพิจารณาอนุมัติหมายจับต่อไป

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า คดียิงนายประชา นั้นมีพยานหลักฐานชัดเจนรวมทั้งรถปิกอัพที่ตามยึดมาได้ ตรวจสอบหาหลักฐานทั้งเขม่าดินปืน และลายนิ้วมือแฝง ซึ่งจะทราบผลว่าจะมีความเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์หรือไม่ โดยคนร้ายอาจจะเป็นคนชี้เป้า แต่หากโชคดีอาจได้ถึงมือปืน ซึ่งคดีนี้ไม่มีการจับแพะแน่ รวมทั้งอาจจะเชื่อมโยงไปได้อีกหลายคดี

"เจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อมูลเพียงพอที่จะสาวไปถึงคนร้ายได้แล้ว อย่างช้าในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ จะมีข่าวดีอย่างแน่นอน ให้ไปรอสัมภาษณ์ผู้บัญชา การตำรวจแห่งชาติได้เลย" พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการลอบสังหารนายประชาครั้งนี้ ทีมชุดคลี่คลายติดตามกลุ่มต้องสงสัยมาตลอด กระทั่งได้หลักฐานสำคัญคือรถปิกอัพ โตโยต้า วีโก้ พาหนะของมือปืนที่นำไปจอดทิ้งจ.นนทบุรี เมื่อนำมาตรวจสอบพบหลักฐานว่ามีอดีตทหารพรานคนหนึ่งเป็นผู้ครอบครอง และอดีตทหารพรานคนนี้ก็ไปปรากฎตัวในคดียิงนายประชาด้วย และที่ตำรวจพบข้อมูลที่น่าตกตะลึงอีกเมื่อเช็กข้อมูลบด้วยวิธีพิเศษ ก็พบอีกว่าอดีตทหารพรานคนดังกล่าวไปอยู่ในพื้นที่ใกล้กับเหตุการณ์ฆ่านายสุบรรณ หรือนายกเจี๊ยบ ด้วย ทำให้เชื่อว่าอดีตทหารพรานคนนี้เชื่อมโยงทั้งคดียิงนายประชา และฆ่านายกเจี๊ยบ

ทีมสืบสวนได้รวบรวมข้อมูลที่ได้จากพยานแวดล้อม และหลักฐานที่ได้จากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงตรวจพบทีมสังหารที่ร่วมลงมือฆ่านายกเจี๊ยบครั้งนี้มีด้วยกัน 4-5 คน ประกอบด้วย มือยิง คนขับรถจักรยานยนต์พาหลบหนี คนชี้เป้า คนสะกดรอยตามเหยื่อ คนขับรถยนต์พาคนร้ายหลบหนีออกนอกพื้นที่กทม. โดยชายที่สวมเสื้อลายพรางทำหน้าที่เป็นคนชี้เป้า ซึ่งไปตรงกับพยานในคดียิงนายประชา ระบุรูปพรรณคนร้าย ทำให้ชุดสืบสวนทั้ง 2 คดีมีความมั่นใจว่ากลุ่มที่รับงานฆ่าครั้งนี้เป็นกลุ่มเดียวกัน หรือมีส่วนเชื่อมโยงกัน โดยเฉพาะอดีตทหารพรานเจ้าของรถปิกอัพวีโก้ คดียิงนายประชา เป็นตัวเชื่อมสำคัญของทั้ง 2 คดี จึงเป็นเป้าแรกที่ตำรวจจะรวบตัวมาเพื่อเค้นสอบถึงพรรคพวก หรือโยงใยต่างๆ คาดว่าจะออกหมายจับได้ภายใน 1-2 วันนี้ ส่วนมือ ปืนที่ยิงนายประชา กับฆ่านายกเจี๊บบ จะเป็นชุดเดียวกันหรือคนละชุดอยู่ระหว่างตรวจสอบ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณียิงนายประชาว่า กำลังเร่งให้เจ้าหน้าที่สืบสวนรวบรวมหลักฐานทั้ง หมด เพื่อออกหมายจับผู้ต้องสงสัย ซึ่งมีความเห็นตรงกันกับพล.อ.อัศวิน ว่าจะมีข่าวดีเร็วๆ นี้

นายประชา กล่าวว่า เท่าที่ได้พูดคุยกับเจ้า หน้าที่ตำรวจที่ทำคดีถือว่ามีความคืบหน้ามากพอสมควร และ 30 วัน ที่ผ่านมา คดีไม่ได้นิ่งเงียบอย่างที่คนภายนอกมอง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์ว่าทำงานอย่างตรงไปตรงมาด้วยความรัดกุม ไม่มีการจับแพะ มั่นใจว่าจะสามารถจับกุมเชื่อมโยงไปถึงผู้เกี่ยวข้องจำนวน 4 คนได้อย่างแน่นอน และผู้ต้องสงสัยก็ตรงกับที่ตนมีข้อมูลอยู่แล้วว่าเป็นฝีมือของใคร

วันเดียวกันพ.ต.ท.ณฐกร คุ้มทรัพย์ รองผกก. สส. สน.ชนะสงคราม เดินทางมาสอบปากคำนายกมล จิระพันธุ์วาณิช อายุ 72 ปี อดีต ส.ส. ลพบุรี หลายสมัย พ่อนายสุบรรณ หรือนายกเจี๊ยบ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนำภาพผู้ต้องสงสัยให้นายกมลดูด้วย แต่นายกมลปฏิเสธ เพราะไม่ทราบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นใคร

นายกมล กล่าวภายหลังให้ปากคำกับตำรวจว่า เชื่อมั่นว่าสาเหตุที่ทำให้บุตรชายถูกยิงเสียชีวิตมาจากการเมืองแน่นอน เนื่องจากบุตรชายไม่ได้เป็นผู้รับเหมาหรือมีธุรกิจที่ขัดผลประโยชน์กับคนอื่น รวมทั้งมั่นใจว่ากลุ่มมือปืนที่ลงมือนั้นเป็นกลุ่มคนมีสี เนื่องจากกล้าเข้าไปยิงลูกชายต่อหน้าประชา ชนมากมาย

"ขอฝากผ่านสื่อมวลชนด้วยว่าต้องการที่จะขอพบกับพลเอกพัลลภ ปิ่นมณี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อต้องการให้บอกกับลูกน้องว่าหยุดการกระทำเสียที เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาจองเวรจองกรรมกันอีก รวมทั้งอยากจะถามว่าท่านรู้หรือไม่ว่าลูกน้องเอาชื่อท่านมาขาย แต่เชื่อว่าท่านพัลลภ เป็นชายชาติทหาร เป็นคนที่มีสัจจะ"

ด้านน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช น้องสาวนายกเจี๊ยบ และเป็นผู้สมัคร ส.ส.ลพบุรี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าในช่วงนี้ตนและผู้สมัครในสังกัดพรรคภูมิใจไทย ในจังหวัดลพบุรีอีก 2 คน รวมทั้งผู้ให้การสนับสนุน ระวังตัวมากขึ้นเพราะมีการข่มขู่มาตลอด โดยผู้สมัครคนอื่นลงพื้นที่หาเสียงกันแล้ว ส่วนตนจะลงพื้นที่อย่างเต็มที่หลังจากพิธีเก็บศพพี่ชาย แต่คงไม่ถึงกับต้องนำเสื้อเกาะมาใส่ เพียงจัดคนมาดูแลมากขึ้นกว่าเก่า ฯ

ตำรวจกองปราบปราม ส่งชุดคอมมานโดกว่า 30 นาย ลงพื้นที่เร่งติดตามคนร้ายยิงนายก อบจ.ลพบุรี พร้อมยืนยันกับครอบครัวผู้ตายไม่มีจับแพะ


วันนี้ (22 มิ.ย.) เวลา 10.30 น.พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดของกองปราบปราม จำนวน 30 นาย ลงพื้นที่จังหวัดลพบุรี หลังจาก สตช.ประกาศเป็นพื้นที่สีแดงเข้มในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ หลังคนร้ายก่อเหตุสังหารโหด นายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หรือนายกเจี๊ยบ หัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย

ซึ่งการลงพื้นที่ในครั้งนี้ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.ให้เข้าไปควบคุมสถานการณ์การเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และให้เข้ามากดดันกลุ่มมือปืนที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ของทุกพรรค

โดย พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่าการลงพื้นที่ในวันนี้ จะตั้งด่านตรวจตามจุดต่าง ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ทุกฝ่าย และอีกชุดหนึ่งจะลงพื้นที่แบบปูพรมเพื่อเร่งคลี่คลายคดียิงนายสุบรรณ หลังจากจับกลุ่มตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 1 คน และกำลังสอบสวนอยู่ในขณะนี้ ก่อนออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออีกต่อไป

ซึ่งหลังจากนั้น พ.ต.อ.ประสพโชค ได้เดินทางไปที่วัดป่าธรรมโสภณ อำเภอเมืองลพบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพของนายกเจี๊ยบ เพื่อเข้าพบกับครอบครัวของนายกเจี๊ยบ โดยได้พบกับนางพยงค์ จิระพันธุ์วาณิช แม่ของผู้ตาย และนางกนิฐา จิระพันธุ์วาณิช ภรรยผู้ตาย และนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช น้องสาวผู้ตาย ซึ่งรองผู้การกองปราบปรามได้พูดคุยกับทางญาติ ประมาณ 20 นาที พร้อมยืนยันว่าก่อนวันเลือกตั้ง น่าจะสามารถจับกลุ่มคนร้ายได้ และขอยืนยันไม่ใช่แพะอย่างแน่นอน สร้างความดีใจให้กับครอบครัวจิระพันธุ์วาณิชเป็นอย่างมาก ที่ตำรวจยืนยันว่าจะสามารถจับกุมตัวมือปืนให้ได้

 พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย จ.ลพบุรี และ จ.บุรีรัมย์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายกมล จิระพันธุ์วาณิช บิดานายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายก อบจ.ลพบุรี หัวคะแนนคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยที่ถูกยิงเสียชีวิต อยากขอพบเพื่อหารือก่อนที่สถานการณ์ในจ.ลพบุรีจะลุกเป็นไฟ ว่า ช่วงนี้ตนทำงานดูแลการเลือกตั้งอยู่ใน จ.บุรีรัมย์ คงไม่ว่างที่จะไปพูดคุยกับนายกมล ต้องรอให้การเลือกในวันที่ 3 ก.ค. เสร็จสิ้นก่อน ตนก็พร้อมจะไปพูดคุยกับนายกมลทุกที่ ให้ไปพบที่บ้านก็จะไป

 

 เมื่อถามว่าเหตุลอบยิง ถูกโยงเกี่ยวพันตัวท่าน พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ตนไม่เคยใช้ความรุนแรง ช่วงที่ผ่านมาตนก็อยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้ไป จ.ลพบุรี เลย จึงไม่ทราบเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน จ.ลพบุรี แต่เวลาใครทำอะไรก็มาลงที่ พล.อ.พัลลภ ทุกที่ อาจเป็นเพราะมีตำแหน่งผู้อำนวยการเลือกตั้ง จ.ลพบุรีก็ได้ จึงทำให้ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องในเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น

 

.................................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   « Back