ทำเนียบ ปลดผบ.ตร.

ข่าวสำคัญสำหรับวงการตำรวจขณะนี้ 29 กรกฎาคม 2552 คือข่าว

" การปลด ผบ.ตร. " เพื่ออะไร?

: การให้ลงจากอำนาจ / การไม่ให้ทำหน้าที่ / การให้เปลี่ยนหน้าที่ / การให้รับหน้าที่ใหม่ / การให้ก้าวลงอย่างไม่สง่างาม  / การไม่ให้เกษียณราชการตามปกติ / การไม่เอาแล้ว / การเปลี่ยนตัวบุคคลเพื่อทำหน้าที่แทน / การเชือดไก่ให้ลิงดู  / เลื่อยขาเก้าอี้ / ถูกปล้นตำแหน่ง / ย้าย  หรือเด้ง ผบ.ตร. / เก็บเข้ากรุ ฯลฯ (ตอบยังไง ก็ถูกหมด)

 ตำแหน่ง ผบ.ตร. หรือ อ.ตร.ในอดีต เป็นตำแหน่งของผู้นำสุงสุด อันเป็นที่สุดแล้ว สำหรับข้าราชการตำรวจ ผู้ใดก็ตามที่ได้รับราชการตำรวจ มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ เติบโตมาจนถึงบันไดขั้นสุดท้าย มียศ ชื่อ สกุล รูปภาพถ่ายจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของ ตร. เป็นชื่อเสียงแห่งวงศ์ตระกูลและเครือญาติพี่น้องร่วมดองสกุล

ยิ่งสูงยิ่งหนาว ในขณะเดียวกัน ผบ.ตร.ก็ต้องเป็นผู้ประสานสิบทิศได้ คือจะต้องมีนายดึง ลูกน้องดัน เพื่อนร่วมงานข้างเคียงพยุงไว้ซ้ายขวา หน้าหลังไม่ให้สะดุดหกล้ม และฝ่ายบริหารประเทศ(นักการเมือง) okay station   ด้วย

ผบ.ตร.เป็นตำแหน่งทางการเมืองการปกครองของไทย จึงไม่แปลกอะไร เมื่อการเมืองเปลี่ยน ตัว ผบ.ตร.มักเปลี่ยน และตัว ผบ.ตร. และผู้ที่จะก้าวขึ้นมา ประกวดแย่งชิง ในตำแหน่งดังกล่าว ย่อมรู้ดีแก่(ใน)ใจ ยอมรับสภาพ ทั้งดี หรือร้าย และชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นกับตน และกล่าวโทษว่าเป็นวิบากกรรม เปรียบเสมือนนักมวยมีค่ายสังกัดนั่นเอง  ท่านมาด้วยการเมือง ท่านก็ต้องไปด้วยการเมือง ส่วนท่านที่มิได้มาด้วยการเมือง ก็อยู่ไปเรื่อย ๆ

ผู้นำตำรวจ ผู้นำสีกากี หลายท่าน ได้เสวยสุขบนตำแหน่งดังกล่าว และหลายท่านก็ก้าวงลงจากตำแหน่งด้วยความหดหู่ใจ ทำไมถึงทำกับผม (ฉัน) ได้?

ข้าราชการตำรวจ อาจจะไม่ทั้งหมด จึงต้องมีค่าย มีสังกัด โดยการมีทั้งนายที่เป็นตำรวจ และตำรวจสมัยนี้ฉลาด ทันเทคโนโลยียุคไอที ก็จะเลือกรับใช้นายที่มองดูแล้วเข้าท่า มีพรรคพวกมากมาย ได้เป็นใหญ่ในอนาคตแน่อนอน ส่วนนายที่ไม่มีพรรคพวก มักไม่มีลูกน้องคบ นอกจากมีนิสัยประเภทเดียวกัน ก็ไปกันได้ นอกจากนี้นายที่เป็นนักการเมือง ระดับประเทศ ยิ่งเมื่อเป็นพรรคร่วมรัฐบาล หากได้เป็น ครม.ได้ด้วยยิ่งดี  ไม่แปลกอะไร เมื่อประมาณ 8-9 ปีที่ผ่านมา เป็นบทบาทและหน้าที่ของพรรคไทยรักไทยเดิม (เปลี่ยนชื่อจนไม่อยากจำ) ข้าราชการตำรวจในสังกัดก็ได้ดิบได้ดีกันถ้วนหน้า หลังจากที่ พรรคหมดอำนาจวาสนาทางการเมือง การบริหารประเทศไทยแล้ว ข้าราชการตำรวจก็หมดอำนาจวาสนาตามไปด้วย แต่ก็มีไม่น้อยที่กลับตัวทัน หรือ ไปได้ทั้งซ้ายขวา ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่านกหลายเฮด   อะไรทำนองนั้น

ช่างเถิด ใครจะไปใครจะมา ก็กะอีแค่หัวโขนที่ประเคนสวมใส่อยู่เท่านั้น งานเลี้ยงย่อมมีเลิกลา ใหญ่โตแค่ไหน ก็พบกันที่ศาลา 5 ปล่องเดียวกัน (วัดตรีทศเทพ กทม.) กรณีนี้หมายถึง เขาให้แค่ 60 ปีเท่านั้น ถามว่า เพราะอะไร ทำไมข้าราชการประเภทตำรวจ ไม่สามารถขยายเพดานเกษียณอายุได้เหมือนข้าราชการประเภทอื่น ๆ เช่น มีอายุราชการได้ถึง 70-75 ปี เนื่องจากเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่า หายาก เสียดายวิชาความรู้ เสียดายมันสมอง เสียดายความซื่อตรง ซื่อสัตย์สุจริต กว่าจะปั้นรูปแบบนี้ขึ้นมาได้  ฯลฯ  

 คำตอบที่มีธงไว้แล้ว คือ

ข้อ ก.    เพราะมีคนอื่นกำลังรอ  รีบร้อนจะขึ้นเช่นกัน

ข้อ ข.    เพราะมีคนมีความรู้ความสามารถเท่ากัน มากมาย เช่นกัน(หาไม่ยาก)

ข้อ ค.    เพราะเป็นตำแหน่งให้มีอำนาจมาก  อยู่นานไม่ได้

ข้อ ง.     เป็นเรื่องของ สมบัติผลัดกันชม 

ข้อ จ.     ถูกทุกข้อ

น้อยคนที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ และน้อยคนที่ไม่มีโอกาสถูกปลดแบบน

 

ปลดผู้นำตำรวจ

 

ผู้นำตำรวจ น้อยคนนักที่จะอยู่ครบเทอม และก้าวลงจากเก้าอีด้วยความสง่างาม และจะต้องเป็นเช่นนี้ตลอดไป ตราบใดที่อำนาจฝ่ายบริหารยังควบคุมกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมัยก่อน เป็นกรมตำรวจ ขึ้นอยู่กับทรวงมหาดไทย ตัว มท.1 หรือรัฐมนตรีมหาดไทย ก็จะมีอำนาจในการควบคุม และเมื่อเปลี่ยนมาเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็อยู่ในการควบคุมกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย ชีวิตข้าราชการตำรวจ ยิ่งโต ยิ่งสูงยิ่งหนาว เป็นสัจจธรรมมานานแล้ว

 

ทำเนียบอดีตอธิบดีกรมตำรวจ (อ.ตร.) และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ตั้งแต่ปี 2458-2551 มีผู้นำสีกากีทั้งสิ้น 30 คน แต่มีจำนวนไม่น้อยที่ถูกปลด "ฟ้าผ่า" เหตุที่ปลดอาจมาจากสาเหตุทางด้านการเมือง คนละขั้ว คนละสาย  เพื่อที่จะป้องกันการเมืองของฝ่ายตน เพราะยอมรับว่า ตำรวจ มีบทบาทสำคัญต่อการเอื้อประโยชน์ สามารถให้คุณ ให้โทษกับการเลือกตั้งทุกระดับ การให้รางวัลแก่คนของตน หรือให้คนของตนก้าวขึ้นมามีอำนาจ รวมทั้งการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีอาญาทั้งปวง ผู้นำจึงต้องเป็นคนที่ไว้วางใจได้ ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนก ก็ต้องทำได้ เพราะภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได

 

 

พราะฉะนั้น

การเป็น ผบ.ตร.จะต้องชกป้องกันตำแหน่งอยู่เสมอ

เพราะขณะที่ท่านอยู่ในตำแหน่ง

จะมีผู้ท้าชิงตามคิวเสมอ

เมื่อวันเวลาที่พร้อม โอกาสเอื้ออำนวย

น๊อคลูกเดียว และไม่ครบ 5 ยก

เพราะเป็นแม่ไม้มวยไทย

« Back