คดีเพรียวพันธ์ ฟ้องนายกฯ

 

ศาลปกครองสูงสุด โดยนายวราวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เจ้าของสำนวน มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลางไม่รับฟ้องคดีที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีมีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีอาวุโสลำดับที่ 3 ของตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.รักษาราชการแทน ผบ.ตร.(รรท.ตร.) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2552 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่ผู้ฟ้องเป็น รอง ผบ.ตร.อาวุโสอันดับ 1

โดยศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากเห็นว่า การแต่งตั้ง รรท.ผบ.ตร.นั้น ผู้ถูกฟ้องอ้างอำนาจตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ม.72 จึงไม่ถือว่าผู้ฟ้องเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำดังกล่าว จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดี

ต่อมา พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ยื่นอุทธรณ์อ้างว่า หากนายกฯ ไม่ออกคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.ปทีปตนเองย่อมจะได้รับการแต่งตั้งเป็น รรท.ผบ.ตร.ทันทีตาม พ.ร.บ.ตำรวจฯและจารีตประเพณีและธรรมเนียมปฏิบัติ ที่จะยึดถือลำดับอาวุโสสูงสุดในขณะนั้น

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาข้อกฎหมายแล้วเห็นว่า การที่มีคำสั่งสำนักนายกฯ แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.ปทีป เนื่องจาก ผบ.ตร.เกษียณอายุราชการ และขณะนั้นยังไม่สามารถแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ได้ นายกฯในฐานะผู้บังคับบัญชา จึงได้ใช้ดุลพินิจพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่เห็นสมควรรักษาราชการแทน ซึ่งเป็นมาตรการภายในของฝ่ายปกครองและเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ

ประกอบกับกฎหมายดังกล่าวไม่ได้มีบทบัญญัติลักษณะบังคับให้นายกฯ ต้องแต่งตั้งรอง ผบ.ตร.เป็น รรท.ผบ.ตร.และการแต่งตั้งก็ไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติเหมือนการแต่งตั้ง ผบ.ตร.จริง ดังนั้นแม้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ จะมีคุณสมบัติที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็น รรท.ผบ.ตร.ตามที่อ้าง แต่ไม่อาจถือได้ว่าเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย และไม่ใช่ผู้มีสิทธิที่จะฟ้องขอให้ศาลเพิกคำสั่งดังกล่าว

ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฟ้องและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลปกครองสูงสุดเห็นฟ้องด้วย จึงมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลาง


« Back