คดีเสรีพิศุทธ์์ ฟ้องผบ.ตร.

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์" ยื่นฟ้อง ผบ.ตร. และคณะเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจสอบรีสอร์ทที่เมืองกาญจน์

ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และหมิ่นประมาท ยืนยันรีสอร์ทไม่ได้รุกล้ำแม่น้ำแควน้อย.. 

ที่ศาลอาญา วันที่ 24 ก.ย. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. มอบอำนาจให้นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความ ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ศิริวัฒน์ โมรานนท์ รอง ผกก.สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบช.ก. นายมานพ สายอุ่นใจ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ พล.ต.ท.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.ท.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก. 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ต.ท.นพดล รักชาติ พงส. (สบ 2) กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพ.ต.ท.ปราชญาณ จิเนราวัติ รอง ผกก.สน.วัดพระยาไกร เป็นจำเลยที่ 1-8 ข้อหาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ข้อหาแจ้งความเท็จ และข้อหาหมิ่นประมาท  

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2552 จำเลยที่ 2 และ 3 ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ว่า รีสอร์ทภูไพธารน้ำ ที่.ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ของโจทก์ มีการถมดินและหินขนาดใหญ่ล่วงล้ำเข้าไปในแม่น้ำแควน้อย รุกล้ำป่า และออกเอกสารสิทธิเกินกว่าหลักเดิมโดยผิดกฎหมาย โดยจำเลยที่ 3 นำข้อมูลที่ได้จากการสอบสวนวินัยร้ายแรงโจทก์ ที่ไม่สามารถเอาผิดหรือลงโทษทางวินัยร้ายแรงแก่โจทก์ได้ เนื่องจากข้อเท็จจริงครั้งนั้นปรากฏว่ากรณีการถมที่ดินล่วงล้ำแม่น้ำแควน้อย โจทก์มิได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา เดิม นส.3 ก.เลขที่ 195 และ 844 ตั้งอยู่ ม.1 ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นของนายชานนท์ จันทร์ไพรศรี ต่อมานายชานนท์ ต้องการที่จะนำที่ดินดังกล่าวทั้ง 2 แปลง ไปทำรีสอร์ท และขออนุญาตไปทางกรมป่าไม้ ทราบว่าไม่เป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติและไม่ได้รุกล้ำแม่น้ำแควน้อยแต่อย่างใด 

ต่อมาวันที่ 29 ก.ค. จำเลยที่ 1 3,5,6 และ 7 ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยจำเลยที่ 1 มีสาเหตุโกรธเคืองกับโจทก์มาก่อน เกี่ยวกับการแถลงข่าวขบวนการปล้นตำแหน่ง ผบ.ตร.และกรณีการร้องเรียนทุจริตงบประมาณการโฆษณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 18 ล้านบาท ได้ลงคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 368 /2552 ลงวันที่ 29 ก.ค.52 แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนจำนวน 13 คน ขึ้นมาสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีและมีการออกหมายเรียกโจทก์  

ทั้งนี้ หากพิจารณาพยานหลักฐานที่โจทก์ได้ให้การไว้ในชั้นสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีที่ถูกร้องเรียนว่ากระทำผิดร้ายแรง จะเห็นได้ว่าไม่สามารถลงโทษโจทก์ในความผิดทางวินัยร้ายแรงได้ ต่อมามีการนัดหมายนักข่าวให้มาที่บ้านโจทก์เพื่อส่งหมายเรียกอันเป็นการประจานโจทก์ เพื่อหมิ่นประมาทโจทก์ทำให้ประชาชนที่ไม่ทราบความจริง เข้าใจว่าโจทก์ทำการบุกรุกป่า บุกรุกลำน้ำแควน้อย และกระทำผิดกฎหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง และถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ศาลรับคำฟ้องไว้ก่อนจะมีคำสั่งต่อไป

โดย สยามมีเดีย  29 มกราคม 2553 

ข่าวของอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส วีรบุรุษนาแก ขวัญใจชาวไทยในสหรัฐอเมริกาพูดถึงปัญหาที่คณะกรรมการ
ข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มีความเห็นสวนกับคำวินิจฉัยของสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ที่ลงมติให้ 3 นายพล ได้แก่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร., พล.ต.ท. สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.ภ. 4 และ พล.ต.ต. เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ อดีต ผบก.จว.อุดรธานี มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 158 ฐานความผิด และวินัยร้ายแรง คดีสั่งสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

 

ได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้สวัสดีปีใหม่และไถ่ถามทุกข์สุขในฐานะคนที่เคารพนับถือกัน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บอกว่า สบายดี ยังวิ่งออกกำลังกายทุกวัน มีงานทำทุกวันทั้งยังเป็นกรรมการอิสระ และกรรมการสรรหา และกำหนดค่าตอบแทนของบริษัท ปตท. อะโรเมติกส์ และการกลั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. (Aromatics and refining public company) และยังเป็นประธานมูลนิธิอีก 3 มูลนิธิ (มูลนิธิกลุ่มเพื่อนเสรี เป็นต้น) แล้วต้องขึ้นโรงขึ้นศาลอย่างต่อเนื่องในคดีต่าง ๆ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  บอกว่าในวันพฤหัสบดีนี้ก็ต้องขึ้นศาลเรื่องที่อดีต ผบ.ตร. พล.ต.อ. พัชรวาท เอาเรื่องเก่าเกี่ยวกับรีสอร์ตที่อำเภอทองผาภูมิมาฟ้องแกล้งท่านเมื่อปีที่แล้วว่าล้ำเขตอุทยาน ซึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีหลักฐานชัดเจนของทางราชการในการทำรีสอร์ท พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บอกว่า ทุกคดีคงจะสรุปจบได้ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า หลังจากนั้นก็คงจะมีเวลามาเยี่ยมเยียนพวกเราที่แอลเอ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บอกด้วยว่าจะเปิดตัวเวปไซด์ของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใน วันที่  27 มกราคม 2010  www.sereepisuth.com เพื่อให้ข้อเท็จจริงในเรื่องต่าง ๆ ของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  

ผมได้ขออนุญาตนำบทสัมภาษณ์ที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ให้กับรายการ “เคาะข่าวริมโขง” มาลงเพื่อแฟนคอลัมน์ยังไม่ได้อ่านจะได้รับทราบรายละเอียดจุดยืนของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ซึ่งยังเหมือนเดิม พูดด้วยเหตุและผลเข้าเป้า ขอสรุปจากคำพูดของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ว่า ...ถ้าเราบริหารงานบุคคลากรดี จัดการดูแลเขาให้ดีแล้วสิ่งต่าง ๆ จะไม่เกิดขึ้น แต่นี่เรายังมีการแบ่งพรรค แบ่งพวก แบ่งรุ่น แบ่งเหล่า แบ่งสถาบันกัน ความสามัคคีก็ไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเราเห็นทุกคนเหมือนญาติพี่น้อง ทุกคนพร้อมที่จะทำงานเพื่อส่วนรวมเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นใหญ่แล้ว เราให้ความรักเขา เขาให้ความรักเรา ทุกคนทำงานให้เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่การทำงาน ความรู้ความสามารถ ใครดีก็ยกย่องสนับสนุน ใครไม่ดีก็ลงโทษ อย่างนี้องค์กร หรือสังคมก็จะพัฒนาไปได้ นำรูปที่ถ่ายกับพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ปีที่แล้วที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้เลี้ยงอาหาร มาส่งถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ดูพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็เหมือนเดิม แข็งแรงทุกประการ อีกประการสุดท้ายพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ บอกว่าจะลงเล่นการเมืองอย่างแน่นอนในสมัยเลือกตั้งหน้า

บทสัมภาษณ์ ในรายการ “เคาะข่าวริมโขง” เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2010      

                ทั้งนี้ ในรายการได้มีการต่อสายโทรศัพท์เพื่อสัมภาษณ์สด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.ถึงกรณีดังกล่าว โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คดีสั่งสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาฯ 2551 ในเมื่อ ป.ป.ช. มีมติแล้วว่า 3 นายตำรวจใหญ่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 158 ฐานความผิดร้ายแรง ซึ่งกรณีนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา พล.ต.อ.พัชรวาท ก็สามารถสั่งลงโทษได้ทันที คือมี 2 สถาน ไม่ไล่ออกก็ปลดออกเท่านั้น ทั้งนี้ เท่าที่ตนดูถือว่านายอภิสิทธิ์มีความเมตตากับ พล.ต.อ.พัชรวาท จึงพยายามใช้วิธีการขั้นเบาที่สุด

            พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า กรณีนี้ ให้สิทธิ์ผู้ที่ถูกกล่าวหาสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ทั้งหมดนี้ ไม่สามารถหักล้างมติ ป.ป.ช.เด็ดขาด โดย พล.ต.อ.พัชรวาท กับพวก เมื่อทำผิดแล้ว ไม่สมควรจะโทษใคร ก็ยื่นอุทธรณ์ได้ตามสิทธิ์ที่พึ่งกระทำ แต่ฝ่ายปัญหาต่อไปมันอยู่ที่การพิจารณาเรื่องนี้อยู่ที่ ก.ตร. ซึ่งเรื่องที่น่าสนใจ คือ พล.ต.อ.พัชรวาท เคยดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ตร. ต่อจากสมัยตน ทำให้สรุปแล้วก็จะรู้ทันทีว่า ก.ตร.ชุดนี้ ก็เป็นคนของ พล.ต.อ.พัชรวาท ทั้งนั้น เพราะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ พล.ต.อ.พัชรวาท มีความสนิทสนมและพร้อมช่วยเหลือทุกเมื่อ

             พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากตำหนิ ก.ตร.ชุดนี้ เนื่องจากเป็นอดีตราชการชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มีความรู้ด้านกฎหมายเรื่องนี้ ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการยื่นอุทธรณ์กับ ก.ตร. แต่ไม่ยอมส่งเรื่องไปให้ศาลปกครองชี้มูล ดังนั้น การต่อสู้ที่เป็นอยู่ จึงเป็นเจตนาอุ้ม พล.ต.อ.พัชรวาท โดยตรง ทั้งนี้ ความจริงมันชัดเจน คือ นายกฯ มีสิทธิลงโทษว่าจะปลดออกหรือไล่ออก ตามอำนาจของกฎหมาย ป.ป.ช. ซึ่งไม่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ ก.ตร. เพราะไม่ได้ตัดสินตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ฉะนั้น การที่ ก.ตร. พยายามมีมติหักล้างคำชี้มูล ป.ป.ช. ถือว่าทำไม่ได้ โดยคนพวกนี้มักจะเล่นพรรคเล่นพวก รู้กฎหมายดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังจะช่วย ด้วยการนำกฎหมาย ป.ป.ช.มาเปรียบเทียบกับกฎหมายตำรวจ ทั้งที่ พ.ร.บ.ตำรวจ มันบังคับใช้แค่เจ้าหน้าที่ แต่ไม่ได้ควบคุมกฎหมายหลัก

        พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับ ก.ตร.หลายคนที่ไม่เข้าร่วมประชุม ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รองผบ.ตร. และนายสมศักดิ์ บุญทอง ไม่เข้าร่วมประชุม โดยใช้ข้ออ้างต่างๆ ตนคิดว่าคนพวกนี้ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะรู้ว่ามันผิด ดังนั้น ในที่ประชุม ก.ตร.จึงมีแต่คนเห็นด้วยในการยืนมติเดิม ก.ตร. ช่วย พล.ต.อ.พัชรวาท โดยไม่มีเสียงค้าน ทั้งนี้ คนที่ไม่ร่วมประชุม คงไม่อยากติดร่างแหไปด้วย

      “ตอนนี้มีการย้ำให้เห็นถึงเจตนาว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยจะมาอ้างว่า ป.ป.ช.เป็นคู่กรณี ซึ่งถ้าทำแบบนี้คงไม่ได้ เพราะที่เห็นมีแต่อีกฝ่ายไปยุ่งกับ ป.ป.ช. โดยสรุปแล้วการไปยอมเอาเรื่องนี้ เข้าเป็นวาระประชุม ล้วนแล้วแต่เป็นอำนาจของประธาน ก.ตร.นั่นคือนายสุเทพ ทั้งที่กรณีนี้เดิมเป็นวาระจร ไม่ได้เป็นวาระที่ต้องพิจารณาตั้งแต่แรก แต่มีความพยายามผลักดันเข้าสู่ที่ประชุม เพื่อทำให้มีการลงมติพิจารณา จนนำมาสู่การยืนมติ 9 เสียง ว่า 3 นายพลไม่มีความผิด ซึ่งเรื่องนี้จริงๆ ความผิด พล.ต.อ.พัชรวาท ฝ่ายนายอภิสิทธิ์ ต้องเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนอีก 2 นายพลที่เหลือจะเป็นหน้าที่ของ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. แต่ถ้าจะให้เดา พล.ต.อ.ปทีป ก็คงไม่กล้าตัดสินใจเรื่องนี้เหมือนกัน จึงเชื่อว่า จะยังคงคารังคาซังต่อไป” พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

        พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า หากเป็นตนเรื่องนี้จะจัดการตามที่คำชี้มูลของ ป.ป.ช. ที่มีคำวินิจฉัยความผิดมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ นายสุเทพ ไม่อาจจะปัดความรับผิดได้ แม้จะไม่ได้ออกเสียงลงมติ แต่ก็ถือว่ามีความผิด เพราะเป็นคนผลักดันเรื่องนี้เป็นวาระการประชุม เสมือนว่าชงเรื่องนี้ เพื่อช่วย พล.ต.อ.พัชรวาท จะมาปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

        จากนั้น นายประพันธ์กล่าวประเด็นนี้ว่า สมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็น ผบ.ตร.ได้แต่งตั้งนายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เป็นที่ปรึกษา และเป็นไปได้ว่ากำลังจะผลักดันให้เป็นหนึ่งใน ก.ตร. โดยล่าสุด นายเสรีได้ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นห่วงอำนาจนายกฯ ในการบริหารบ้านเมือง เพราะต้องมีภาวะผู้นำให้คนอื่นยอมรับ และอยู่บนความขัดแย้ง ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าปัญหาภายใน สตช.จะกลายเป็นปัญหาส่วนตัวของนายกฯ กับ ผบ.ตร.ไปแล้ว ดังนั้น จากคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวแสดงจุดยืนเวลานี้ของนายเสรีแล้ว

รายชื่อคณะกรรมการ ก.ตร. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน นางเบญจวรรณ สร่างนิทร   พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์       พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร  พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี   พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัติ พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ พล.ต.อ.บุญเพ็ญ บำเพ็ญบุญ พล.ต.อ.พิชิต ควรเตชะคุปต์ พล.ต.ท.เหมราช ธารีไทย พล.ต.ท.อำนวย ดิษฐกวี นายชัยเกษม นิติศิริ ศ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ นายมนุชญ์ วัฒนโกเมร นายสมศักดิ์ บุญทอง นายสีมา สีมานันท์

 


« Back