การเลือกตั้ง ผบ.ตร.

ในฐานะที่เป็นข้าราชการตำรวจผู้หนึ่ง แม้จะเป็นตำรวจผู้น้อย แต่อายุราชการก็ไม่แตกต่างจากตำรวจระดับนายพลสักเท่าไหร่? ก็มีความพึงพอใจ พอเพียงที่จะอยู่ในระดับนี้ ได้มองและพยายามอยากจะให้ตำแหน่ง ผบ.ตร. ปลอดจากการเมืองและนักการเมืองไทย

แต่ก่อนอำนาจในการเสนอและแต่งตั้ง ผู้นำตำรวจ หรือ อ.ตร. อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย รมต.มหาดไทย จึงมีอำนาจมาก จนกระทั่งเปลี่ยนมาสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายกฯก็มาเป็นผู้ใช้อำนาจในการเสนอเพื่อแต่งตั้ง ผบ.ตร.แทน ก็ถือว่าเป็นการเข้ามาแทรกแซงโดยตรงถูกต้องตามกฎหมาย ผบ.ตร.มีอำนาจมาก ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ รวมทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับที่ถัดลงมา เหตุที่ การเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการแต่งตั้ง ผบ.ตร. หัวขบวนสุด ๆ เพราะ ผบ.ตร.มีอำนาจในการแต่งตั้ง จัดสรรตำแหน่งในระดับที่ต่ำกว่าลงมาทั่วประเทศ หาก ผบ.ตร.ได้รับการสนับสนุน หรือเป็นหนี้บุญคุณ หรือเป็นคนของพรรคการเมืองใดแล้ว การแต่งตั้งในระดับถัดลงมาดังกล่าว ก็ย่อมแต่งตั้งบุคคลตามที่การเมืองต้องการได้ทุกระดับเช่นกัน

จึงมักมีปัญหาการเสนอปลด การเรียกตัว ผบ.ตร.ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ทุกสมัย หากไม่สนองตอบความต้องการทางการเมือง หรือทำตัวเป็นคนละขั้วกับพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล  เพราะฉะนั้น จึงถือกันว่า ตำแหน่ง ผบ.ตร.เป็นตำแหน่งทางการเมือง หรือกึ่งการเมือง หนทางที่จะปลอดจากการแทรกแซงการเมือง มีหนทางหนึ่ง คือ ผบ.ตร.จะต้องมาจากการเลือกตั้งของข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ จะทุกนาย หรือเฉพาะสัญญาบัตรตั้งแต่ระดับรองสารวัตร คือ ร.ต.ต.ขึ้นไป ก็สุดแต่จะพิจารณากัน และต้องมิใช่มีสิทธิเฉพาะข้าราชการตำรวจระดับ ผกก.(ผู้กำกับการ) ขึ้นไปเท่านั้น   เพราะที่ผ่านมา มีการล๊อบบี้ หรือใช้อำนาจสั่งการลงไปได้ แต่หากเป็นข้าราชการตำรวจทุกระดับ จะไม่สามารถล๊อบบี้ และคะแนนเสียงจะเฉลี่ยสมดุลย์กระจายแตกต่างกันไป คนเลือกระดับล่าง ๆ ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร ที่แน่ ๆ ไม่มีหนทางที่การซื้อเสียง โกงคะแนนเสียง บัตรเสีย จะเกิดขึ้นเยี่ยงการเลือกตั้งอื่น ๆ ได้เลย แต่ว่า การเมืองจะยอมรับได้หรือไม่ คงจะต้องตั้งคณะกรรมการจากข้าราชการตำรวจน้ำดี ๆ ที่เกษียณและยังหลงเหลืออยู่ ขึ้นมาศึกษาร่างแก้ไข พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ น่าจะทำได้

นอกจากนี้ ยังจะต้องมีองค์กรอิสระของข้าราชการตำรวจเข้ามาควบคุมกำกับดูแลการเลือกตั้ง และผู้เป็น ผบ.ตร.ดังกล่าวอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม มีการติดตามผลงาน ประเมินผล อย่างเป็นรูปธรรม

หาก ผบ.ตร.มาจากการเลือกของข้าราชการตำรวจส่วนใหญ่แล้ว

เชื่อได้ว่าย่อมให้ความเป็นธรรมต่อการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้นและได้คนดีเป็นที่ยอมรับขึ้นมาปกครองข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ไล่ลงมาตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร. ถึง ผบก.เลยทีเดียว และผู้บังคับบัญชาที่อยากจะเติบโต ถึงขั้นเป็น ผบ.ตร. ก็จะเริ่มทำงานแบบตั้งใจ    ซื้อสัตย์ สุจริต ไม่ฉ้อราษฎร์ ไม่บังหลวง ไม่รบกวนประชาชน มีข่าวให้ปรากฎในทางบวก มากกว่าทางลบ เพราะไม่มีใครรู้จักข้าราชการตำรวจดีกว่าตำรวจด้วยกัน การสนทนา การพูดปากต่อปาก ใครดีไม่ดี ใครโกง ใครกิน ใครเติบโตโดยประสบสอพลอ หรือเจริญก้าวหน้าบนความทุกข์ของผู้อื่น ใครสร้างภาพ วงการตำรวจรู้ดี และคน ๆ นั้นจะถูกหมายเหตุ(หัว) ไว้ เมื่อมีการเลือกตั้งในระดับสูง ๆ ก็จะไม่ลงคะแนนให้ ถึงแม้จะไปจ่อคิวอาวุโสอันดับหนึ่ง สอง สาม อาจไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็น ผบ.ตร.ก็ได้ จริงไหมครับ?? เพราะฉะนั้น คนที่จะมาถึงระดับนี้ จะต้องผ่านเวทีในพื้นที่ มีประสบการณ์งานตำรวจอย่างโชกโชน มีชื่อเสียงเกียรติศักดิ์ดี ไม่ใช่อยู่ ๆ โผล่มาจากไหนไม่ทราบ พวกนายเวร ประจำสำนักงานนาย โอกาสจะน้อยเพราะไม่ได้สัมผัสกับประชาชนโดยตรงที่จะเติบโตแบบข้ามห้วยมากินตำแหน่งสำคัญ ๆ ตั้งแต่ระดับ ผบก.ขึ้นไป

ไม่ใช่ว่า การเติบโตในชีวิตราชการตำรวจ หากตัวผู้บังคับบัญชาวิ่งเต้นมาตลอดชีวิตราชการ การทำงานจะออกมาเพื่อใคร? หากไม่ใช่เพื่อตัวเอง เครือญาติ และพรรคพวก  และพวกวิ่งเต้นก็มักสนับสนุนพวกที่วิ่งเต้นเหมือนตน จนเกิดปรากฎการณ์ เสือกินเนื้อเสือด้วยกัน

ผบ.ตร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่แต่งตั้ง จึงจะเป็น ผบ.ตร.ที่ทำงานเพื่อตำรวจแท้ ๆ เป็น ผบ.ตร.เพื่อ-โดย-ของ-ข้าราชการตำรวจทั้งประเทศ ซึ่งจะทำงานให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง ก็เป็นประชาธิปไตยเก๋ไปอีกแบบ เป็นระบบคุณธรรม มิใช่ระบบอุปถัมภ์อีกต่อไป

อำนาจในการปลด ผบ.ตร. ก็เช่นกัน ไม่ใช่วันดีคืนดี นายกฯก็ใช้อำนาจออกคำสั่งให้ ผบ.ตร.ไปช่วยราชการ ไม่เห็นมีงานอะไรให้ทำ  แต่จะต้องอาศัยอำนาจผ่านทางกระบวนการยุติธรรม คือจากศาลปกครองเท่านั้น หากนักการเมืองเห็นว่าไม่ดี ทำผิดอะไร ก็มีหน้าที่ยื่นเรื่องราวให้ศาลไต่สวน หรือพิจารณาพิพากษา มีคำสั่งออกมา เพราะปัจจุบันนี้ สถาบันหรือองค์กรที่หลงเหลือความน่าเชื่อถือ ในความยุติธรรม ก็คือศาลนั่นเอง

ถึงจุดนี้ ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการเลือกให้เป็น ผบ.ตร. คือตัวแทน ผู้ที่ข้าราชการตำรวจทั้งประเทศไว้วางใจให้มาเป็น ผบ.ตร. ผมว่าระบบตำรวจจะดีขึ้นกว่าเดิม การวิ่งเต้น การซื้อขายตำแหน่งจะไม่เกิดขึ้น

นี่เป็นเพียงเสี้ยวความนึกคิดของผม อาจเป็นไปไม่ได้ หรือใครจะว่าคิดแบบสมองตื้น ๆ ก็ตามทีเถิด แต่หากไม่คิดอะไรเลย วงจรอุบาทว์  vicious circle  ระบบตำรวจที่ถูกครอบงำโดยการเมืองก็จะคงอยู่แบบนี้ เป็นแบบนี้ ต่อไปไม่มีสิ้นสุด ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงหรือยัง ??


« Back