คดีศึกษาต่าย เชิญยิ้ม

 

พ.ต.ท.อภิณ์รัตน์  สารากรบริรักษ์

คดีที่เกิดขึ้นเป็นประจำในปัจจุบัน กรณีเรื่องการเช่าซื้อรถ และมีการขายดาวน์ต่อให้กับบุคคลอื่น โดยยังไม่ได้เปลี่ยน หรือโอนให้กับเจ้าของกรรมสิทธิ์ปัจจุบัน  หรือกรณีต้องเปลี่ยนผู้ค้ำประกัน บริษัทให้เช่าซื้อไม่รับทราบการกระทำของผู้เช่าซื้อกับ บุคคลที่สาม กรณีขับรถไปก่อเหตุ หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้น รถหาย หรือบุคคลที่สามหายไปพร้อมกับรถ ติดต่อติดตามไม่ได้ เมื่อมีการตรวจสอบหลักฐานทางทะเบียน ก็ยังเป็นชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม และเกิดปัญหาติดตามมาหลายประการ

ดังนั้น เมื่อมีการตกลงซื้อขายกันแล้ว ส่งมอบรถให้แก่กันแล้ว ต้องทำการเปลี่ยนแปลงหลักฐานทางทะเบียน รวมทั้งที่บริษัทให้ถูกต้อง  เพราะบางครั้งบริษัทฯ ที่ให้เช่าซื้อเขาจะดำเนินคดีอาญา กับผู้เช่าซื้อได้  และผู้เช่าซื้อจะต้องไปฟ้องไล่เบี้ยเอากับบุคคลที่สาม ซึ่งหายไปไหนแล้วก็ไม่ทราบ   ส่วนกรณีของต่าย เชิญยิ้ม กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก  ถือเป็นประโยชน์ เป็นคดีที่น่าศึกษา ครับ

 

 

31 ส.ค.2554 เดลินิวส์

คุก  2  ปีต่าย เชิญยิ้ม ตลกก่อนบ่ายฯ ยักยอกรถเก๋ง เอาไปใช้ แต่ไม่ยอมโอนชื่อเช่าซื้อ รับสารภาพเหลือติด 1 ปี ยื่นประกันแต่ศาลให้ส่งศาลอุทธรณ์ เลยต้องนอนคุก

วันนี้ ( 31 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลแขวงพระนครเหนือ ถนนรัชดาภิเษก ว่า เมื่อวันที่29ส.ค.ที่ผ่าน  ศาลได้มีคำพิพากษาในคดีที่ นายสุกฤษณ์ ไต้ชัยภูมิ อายุ  23 ปี ชาว จ.นครราชสีมา เป็นโจทก์ฟ้องนายกิติศักดิ์ นาคพงษ์ หรือต่าย เชิญยิ้ม  อายุ  41  ปี นักแสดงตลกรายการ “ก่อนบ่ายคลายเครียดและ ละครเรื่องผู้กองเจ้าเสน่ห์ “ทางไทยทีวีสีช่อง  3  เป็นจำเลยในความผิดฐานยักยอกทรัพย์

คดีนี้โจทก์ฟ้องสรุปว่า  โจทก์ได้เช่าซื้อรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ(ขอสงวนทะเบียน) จากบริษัท จีอีแคปปิตอลออโต้ลิส จำกัด  (มหาชน) ต่อมาจำเลยได้เช่าซื้อรถคันดังกล่าวต่อจากโจทก์โดยตกลงจะไปทำสัญญาเปลี่ยนผู้เช่าซื้อกับบริษัท เจ้าของกรรมสิทธิ์  แต่เมื่อวันที่24 ม.ค.51จำเลยรับรถจากโจทก์ไป ที่ย่านแขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.  จำเลยกลับไม่ยอมเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อ  โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาซื้อขายกับจำเลย ซึ่งจำเลยยังไม่ยอมส่งรถคืน  ถือจำเลยได้เบียดบังเอารถไปโดยมีเจตนาทุจริต ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษตามความผิดด้วย จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยเข้าครอบครองรถยนต์จากโจทก์เมื่อวันที่ 24 ม.ค.51 แล้วถือเป็นการเบียดบังเอาทรัพย์ผู้อื่นไปโดยเจตนาทุจริต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา352 จริง จำคุก2ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก1ปีโดยไม่รอลงอาญา ภายหลังต่าย เชิญยิ้ม  ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นควรส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา  ศาลแขวงพระนครเหนือจึงออกหมายขังส่งตัวต่าย เชิญยิ้ม ไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

« Back