คดีฆ่าหั่นจู๋

thawatchai

 

ย้อนกลับไปตอนเช้าตรู่วันที่ 12 ม.ค.50 ที่ผ่านมา ไอ้เก่ง ก่อคดีฆ่านายพิชัยด้วยความโหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนา คาห้องควบคุมงานระบบอาคาร ภายในบริษัทรฟม. ถนนพระราม 9 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง อันเป็นสถานที่ทำงานใช้มีดฟันนายพิชัยเข้าที่ท้ายทอย 2 แผล กลางศีรษะ 1 แผลลึกถึงกะโหลก และที่ศีรษะด้านขวาอีก 1 แผล หางคิ้วขวา 1 แผล บริเวณลำคอถูกปาดลึกเกือบขาด นอกจากนี้ ที่มือยังถูกฟันเป็นแผลเหวอะหวะ ทั้งนี้ยังใช้เลือดเขียนเป็นรูปหัวใจไว้ที่กลางหน้าอกของผู้ตายไว้เป็นปริศนาและที่แย่ไปกว่านั้น คืออวัยวะเพศของผู้ตายถูกคนร้ายใช้มีดตัดเกือบขาด สร้างความสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง นายพิชัยนอนตายในสภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น สวมกางเกงขายาวสีน้ำเงิน เสียชีวิตก่อนพบศพประมาณ 10 ช.ม.

เป็นคดีเขย่าขวัญคนกรุงตั้งแต่ต้นปี!!

การตายของนายพิชัยสร้างความสงสัยให้เจ้าหน้าที่ยิ่งนัก เพราะคนร้ายลงมือฆ่าเหยื่ออย่างเลือดเย็น มีการตัดอวัยวะเพศและใช้มีดฟันผู้ตายหลายแผล นั่นแสดงถึงความอาฆาตแค้นแบบสุดๆ และอาจ จะมีเรื่องชู้สาวเข้ามาข้องเกี่ยว แน่นอนว่างานนี้จะต้องเป็นฝีมือของคนในเท่านั้น ที่สามารถเข้านอกออกในพื้นที่ควบคุมอย่างรฟม.ได้ พนักงานทุกคนจะต้องมีคีการ์ดสำหรับเปิด-ปิดประตู

 

ดังนั้นในที่เกิดเหตุจะต้องมีข้อมูลคนร้ายไม่มากก็น้อย!??ตำรวจเร่งหาหลักฐาน อาทิ รอยนิ้วมือแฝง รอยเท้าคราบเลือด และภาพจากกล้องวงจรปิดในสำนักงานมาตรวจสอบ พร้อมนำตัวพนักงานกองระบบที่ทำงานที่เดียวกับผู้ตายมาสอบปากคำนับ 10 คน แต่ไม่พบพิรุธใคร

นอกจาก ไอ้เก่ง ที่หายหน้าหายตาไปอย่างไร้วี่แววหลังนายพิชัยถูกฆ่าตาย งานนี้คนร้ายหัวไวลงมือลบภาพในกล้องวงจรปิด ยังดีที่เจ้าหน้าที่สามารถกู้คืนมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบหลักฐานพบว่าในวันเกิดเหตุไอ้เก่งอยู่ในอาคารแห่งนั้น แถมมีลายนิ้วมือปรากฏอยู่ในที่เกิดเหตุมากมาย คนร้ายจะเป็นใครเสียมิได้นอกจาก ไอ้เก่ง

 แล้วในที่สุดตำรวจก็ออกหมายจับไอ้เก่ง หรือ นายประเสริฐ บรรพชาติ

 

ไอ้เก่ง  อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) รฟม. ตกเป็นผู้ต้องสงสัยฆ่าตัดจู๋นายพิชัย ทองใบ อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่ช่างเทคนิคเพื่อนร่วมงานงานนี้ตำรวจมั่นใจว่าพยานหลักฐานที่มีเพียงพอต่อการเอาผิดไอ้เก่งได้ มันทำอะไรไว้ทุกอย่างใช้เป็นหลักฐานได้ทั้งหมด!?!นายพิชัยถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด ในสภาพศพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้น กางเกงขายาวสีน้ำเงิน ถูกถลกลงมาจนเห็นอวัยวะเพศซึ่งถูกเฉือนที่โคนเกือบขาด มีบาดแผลถูกของมีคมฟันเข้าที่ท้ายทอย 2 แผล กลางศีรษะอีก 1 แผล ลึกจนถึงกะโหลก ศีรษะด้านขวา 1 แผล หางคิ้วขวา 1 แผลและที่บริเวณลำคอถูกปาดจนเกือบขาด ที่ฝ่ามือด้านซ้ายเป็นแผลยาวอีก 1 แผล รวมทั้งหมด 7 แผล นอนตายในห้องทำงานสำนักงานบริหารบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ถนนพระราม 9 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง พบศพตอนรุ่งเช้าของวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่สำคัญ คนร้ายยังใช้เลือดเขียนเป็นรูปหัวใจทิ้งไว้เป็นปริศนากลางหน้าอกผู้ตายอีกด้วย!?!

 

การตายของนายพิชัย สร้างความหวาดผวาไปทั่ว พฤติกรรมคนร้ายลงมือเหี้ยมโหดทำเหมือนโกรธแค้นผู้ตายเป็นอย่างมาก พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รอง ผบช.น. ลงมาสั่งการไล่ล่าคนร้ายด้วยตนเอง มอบหมายให้พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ ผบก.น.1 จัดชุดคลี่คลายคดีนำตัวคนร้ายมาลงโทษเป็นการด่วน พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก.น.1 จึงผนึกกำลังกับ พ.ต.อ.ทรงพล วัธนะชัย ผกก.สน.ห้วยขวาง เจ้าของท้องที่ พ.ต.ท.เอกชัย ชัยเจริญ สว.สส.สน.ห้วยขวาง จัดทีมตามประกบคนร้ายทันที เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าคนร้ายต้องเป็นคนใน เพราะคนที่สามารถเข้านอกออกในบริเวณนี้ได้ จะต้องเป็นเจ้าหน้าที่เท่านั้น ใช้คีย์การ์ดเป็นบัตรผ่าน เนื่องจากเป็นสถานที่ควบคุม จากสภาพบาดแผลผู้ตายพบว่าถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีดขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักและความคม ส่วนสาเหตุการฆาตกรรมน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่การฆาตกรรมชิงทรัพย์ เพราะสิ่งของมีค่ายังอยู่ครบ น่าจะเป็นเรื่องชิงรักหักสวาทมากกว่าเรื่องอื่นใด เพราะคนร้ายกระทำต่อเจ้าโลกผู้ตายเพื่อระบายแค้น ที่สำคัญ เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่านายพิชัยเป็นคนหน้าตาดี เลยมีหญิงสาวเข้ามายุ่งเกี่ยวในชีวิตมากมาย ทำให้หนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ที่เป็นคู่แข่งกลายเป็นศัตรูไปโดยปริยาย

 

หลักฐานในที่เกิดเหตุทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรอยนิ้วมือแฝง รอยเท้า คราบเลือดจึงถูกเจ้าหน้าที่เก็บไว้ใช้เป็นหลักฐาน ทุกอย่างจะใช้มัดคนร้ายต่อไปจากการสังเกตความผิดปกติในที่ทำงานนายพิชัย พบว่าทุกอย่างไม่มีอะไรผิดปกติ ยกเว้นการหายตัวไปของนายเก่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคเพื่อนร่วมงานผู้ตายที่จะต้องมาเข้าเวรต่อตอน 8 โมงเช้า แต่ปรากฏว่านายเก่งกลับหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่มาเข้าเวรแต่อย่างใด ตำรวจตามไปที่บ้านพักย่านประเวศ ก็ไม่มีใครพบตัว ไอ้เก่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในอันดับแรก

 

ยิ่งสอบสวนขยายผลไปทุกอย่างก็ยิ่งมัดตัวไอ้เก่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลว่าก่อนหน้านี้ผู้ตายกับนายเก่งมีปัญหาขัดแย้งกันรุนแรง เพราะทั้งคู่แย่งจีบผู้หญิงคนเดียวกันแต่นายเก่งมีลูกเมียอยู่แล้ว และก่อนเกิดเหตุไม่นานผู้ตายได้นำเบอร์โทรศัพท์ของผู้หญิงที่แย่งกันจีบอยู่นั้นให้กับภรรยาของนายเก่ง ทำให้นายเก่งเคียดแค้นเป็นอย่างมาก มีเรื่องทะเลาะกันอย่างรุนแรง

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพยายามนำภาพทีวีวงจรปิดมาดู แต่ปรากฏว่าคนร้ายได้ลบทิ้งไปแล้ว ตั้งแต่ตอน 1 ทุ่มของวันที่ 12 ม.ค. ซึ่งการกระทำแบบนี้จะเป็นฝีมือใครไม่ได้นอกจากไอ้เก่ง ที่เป็นผู้ควบคุมระบบและรู้จุดติดตั้งกล้องเป็นอย่างดีที่สำคัญ มีพยานยืนยันว่าก่อนเกิดเหตุเห็นไอ้เก่งเดินเข้าไปในห้องนี้ด้วย??

ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะวกเข้าหาตัวไอ้เก่งอย่างยากที่จะเลี่ยงได้ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่บ้านพักของนายเก่ง ย่านประเวศ ทราบว่าคืนก่อนเกิดเหตุนายเก่งได้นำลูกชายไปฝากไว้ที่บ้านแม่ ย่านบางขุนเทียน ก่อนจะขับรถเก๋งมิตซูบิชิ แบบสปอร์ต 2 ประตู พวงมาลัยซ้าย ทะเบียน 68612 กทม. สีน้ำตาลทอง ที่ยืมเพื่อนมาอ้างว่าจะไปหาเมียที่จ.จันทบุรี เจ้าหน้าที่ใช้เวลาไม่นานในการติดตามรถคันนี้ จนกระทั่งไปพบรถคันดังกล่าวจอดอยู่ย่านฝั่งธน รถคันนี้มีนายสุชน สะและวงษ์ อยู่บ้านเลขที่ 7/6 ม.1 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. เป็นผู้จดทะเบียนเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงนำรถคันดังกล่าวส่งตรวจพิสูจน์เพื่อหาหลักฐาน เบื้องต้นพบว่าที่พวงมาลัยมีคราบเลือดติดอยู่ด้วย!?!

 

วันที่ 15 ม.ค. พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติออกหมายจับไอ้เก่ง หรือนายประเสริฐ หรือกฤษฎาพร บรรพชาติ อายุ 32 ปี ที่อยู่ตามบัตรประชาชน เลขที่ 175/245 ซ.สุภาพงษ์ 1 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. พร้อมประสานด่านตม. สกัดกั้นเส้นทางหลบหนีทันที ในชั้นนี้จากการสอบสวนพนักงานรฟม.ทุกคน ยังไม่พบพิรุธใดๆ เหลือเพียงนายเก่งรายนี้เพียงคนเดียวที่หายไป และนับว่าเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด เจ้าหน้าที่พยายามติดต่อเข้ามือถืออย่างไรก็ไม่สามารถโทร.ได้ ปิดโทรศัพท์หายไปอย่างไร่ร่องรอยสำหรับนายเก่งปกติแล้วเป็นคนชอบเก็บตัว ไม่สุงสิงกับใครมากมายนัก และเพิ่งย้ายแผนกมาอยู่ที่ห้องควบคุมซึ่งเป็นห้องที่เกิดเหตุได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น มีหน้าที่ควบคุมระบบสํานักงานทั้งหมด รวมทั้งกล้องวงจรปิดด้วย ตำรวจมั่นใจว่าจะสามารถติดตามตัวไอ้เก่งมาดำเนินคดีได้ในเร็ววันนี้ทุกคนรอดูโฉมหน้าคนร้ายรายนี้อยู่

 

 จับหนุ่มรถไฟใต้ดิน มือหั่น "จู๋" ฆ่า-เพื่อนร่วมงาน

           ความคืบหน้าคดีฆาตกรรมโหด โดยการปาดคอ เฉือนอวัยวะเพศ และฟันศีรษะพนักงานบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2550 ล่าสุดนายกฤษฎาพร บรรพชาติ หรือเก่ง อายุ 31 ปี ช่างเทคนิคควบคุม ระบบอาคารบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับหลังเกิดเหตุ ตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

           ทั้งนี้ นายกฤษฎาพร ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรมนายพิชัย ทองใบ เพื่อนร่วมงาน โดยใช้อาวุธมีดฟันที่ศีรษะ 5 แผล ปาดคอ และเฉือนอวัยวะเพศจนเกือบขาด เหตุเกิดบริเวณห้องแผนกบริหารอาคาร หรือตึกกลม ภายในสำนักงานใหญ่ของ บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพ ย่านห้วยขวาง

นายกฤษฎาพร กล่าวเปิดใจหลังถูกจับกุม ถึงสาเหตุการสังหารนายพิชัย ว่า  ตนเองได้เปิดโปงผู้ตายว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขโมยสายล่อฟ้าของบริษัทฯ ไปขาย และเข้าร้องเรียนกับหัวหน้างาน รวมทั้งแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.ห้วยขวาง ทำให้ผู้ตายไม่พอใจ โดยก่อนเกิดเหตุยังถูกผู้ตายพูดจาถากถางเรื่องบุพการี ด้วยความโกรธแค้นจึงคว้ามีดทำสวนฟันศีรษะผู้ตาย แต่ยังไม่เสียชีวิต เกรงจะทรมาน จึงปาดคอซ้ำอีกครั้ง

           ส่วนสาเหตุที่เฉือนอวัยวะเพศ เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้ตายชอบพูดดูถูกผู้หญิง และคบผู้หญิงเผื่อเลือกหลายคน ส่วนเลือดที่เขียนรูปหัวใจบนหน้าอกผู้ตาย และเขียนอักษรตัวแอลกับโอ ซึ่งความจริงต้องการเขียนคำว่า “โลไอเดีย” แต่เขียนได้ไม่เสร็จ มีคนเดินมาก่อน จึงรีบหลบหนี ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องรักร่วมเพศ ที่ตั้งข้อสังเกตกันก่อนหน้านี้

 

           เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตั้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และนำตัว ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในที่เกิดเหตุ แล้วนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สน.ห้วยขวาง

 

ไอ้เก่งให้การเป็นฉากๆ ว่า ลงมือฆ่านายพิชัย เพื่อนร่วมงานจริง สาเหตุสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 49 ได้รับมอบหมายงานจากหัวหน้าให้ขึ้นไปตรวจเสาสัญญาณไฟกะพริบบนอาคารที่เกิดเหตุ พบว่าสายล่อฟ้าที่ติดอยู่บนเสาไฟกะพริบหายไป ต่อมาพบมีดปอกผลไม้และเปลือกสายไฟของสายล่อฟ้า ทิ้งไว้ในห้องระบบเครื่องปรับอากาศ ซึ่งนายพิชัยเป็นผู้รับผิดชอบอยู่ จึงคิดเอาว่านายพิชัยน่าจะรู้เห็น เลยเกิดมีปากเสียงกันนอกจากนั้น ทุกครั้งที่ไปทำงานจะต้องเข้าเวรตรงกับผู้ตาย ภายในห้องที่เกิดเหตุซึ่งเป็นงานควบคุมระบบอาคาร ก็จะถูกนายพิชัยพูดจาด่าทอ เสียดสี สร้างความโกรธแค้นให้หลายหนไอ้เก่งอ้างเก็บสะสมความแค้นไว้ตลอด!!

 

ผมโดนเขาว่าแดกดันเสมอ อย่างบางทีเข้าเวรคู่กันนายพิชัยรับโทรศัพท์ก็จะพูดยั่วเย้าแดกดันว่าตอนนี้นั่งอยู่กับควายบ้าง นั่งอยู่กับหมาบ้าง วันเกิดเหตุมีคนโทรศัพท์มาอีก นายพิชัยพูดว่าอยู่กับลูกกะหรี่ ทำให้ผมโมโหมาก จึงออกไปเอามีดทำสวนของคนสวนมาเก็บซ่อนไว้ในโต๊ะ แล้วฉวยโอกาสขณะนายพิชัยกำลังคุยโทรศัพท์เพลินๆ ใช้มีดฟันบริเวณศีรษะจนนายพิชัยตกเก้าอี้ แล้วตามไปปาดคอซ้ำ จากนั้นหวังจะเอาเลือดมาเขียนที่หน้าอกเป็นภาษาอังกฤษ ว่า โลว์ไอเดีย แต่เขียนไม่เสร็จ จึงถลกกางเกงดึงอวัยวะเพศนายพิชัยออกมาเฉือน เพราะไม่ชอบคำพูดคำจาของนายพิชัยเกี่ยวกับผู้หญิงหลังเกิดเหตุผมขับรถเอาลูกกลับบ้านย่านบางนา แล้วเอามีดไปโยนทิ้งในพงหญ้าซอยสุภาพงษ์ 5 เอาแผ่นยางรองเท้าในรถและเสื้อเปื้อนเลือดทิ้งในถังขยะซอยสุภาพงษ์ 1 แยก 2 พร้อมทิ้งรถไว้ย่านฝั่งธนฯ แล้วหนีไปเรื่อยๆ ก่อนมายึดอาชีพขายข้าวไข่เจียวอยู่แถวหัวหิน แต่ในตอนหลังถูกตำรวจกดดันอย่างหนัก ตามล่าตามบ้านญาติ จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวเพราะกลัวถูกจับตาย ไอ้เก่งให้การพร้อมยืนยันว่าตนเองเป็นชายแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้เป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันแต่อย่างใด ความผิดของไอ้เก่งไม่ได้หมดอยู่เพียงเท่านี้ หลังจากเข้ามอบตัวนายอำพล ทองใบ อายุ 55 ปี พ่อนายพิชัย เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสน.ห้วยขวาง แจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับไอ้เก่งฐานหมิ่นประมาทผู้ตาย หาว่าผู้ตายเป็นคนชอบขโมยและเจ้าชู้ ทำให้วงตระกูลเสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งตำรวจจะได้พิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไปแต่ตอนนี้ต้องรอรวบรวมหลักฐานในคดีฆ่าเสียก่อน เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องให้เร็วที่สุดประตูคุกกำลังเปิดอ้ารอมันอยู่!?!

 

จำคุกตลอดชีวิตหนุ่มรฟม.ฆ่าหั่นจู๋เพื่อนร่วมงาน

อ้างบันดาลโทสะโดนด่าบุพการี ศาลปรานีลดโทษเหลือ 25 ปี จ่ายสินไหมให้พ่อเหยื่อเกือบล้านเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 กันยายน ที่ศาลอาญา กรุงเทพฯ ศาลอ่านคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายกฤษฎาพร หรือประเสริฐ บรรพชาติ อายุ 31 ปี ช่างเทคนิคควบคุม ระบบอาคาร บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ รฟม.หรือบีเอ็มซีแอล จำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรคดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 นายอำพล ทองใบ บิดา นายพิชัย ทองใบ เจ้าหน้าที่เทคนิคระบบอาคาร บีเอ็มซีแอล ผู้ตาย ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสรุปว่า

เมื่อวันที่ 11 มกราคม จำเลยใช้อาวุธมีดพร้ายาว 1 ฟุต ฟันศีรษะและลำคอ นายพิชัย หลายครั้งพร้อมเฉือนอวัยวะเพศ โดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายพิชัยถึงแก่ความตาย โดยใช้เลือดเขียนที่หน้าอกผู้ตายเป็นภาษาอังกฤษว่า Low Idea เหตุเกิดภายในห้องควบคุมงานระบบอาคาร ชั้น 1 อาคารบริหารบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แขวง-เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ต่อมาวันที่ 16 มกราคม จำเลยได้เข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับสารภาพว่าลงมือฆ่านายพิชัยเพราะบันดาลโทสะ ที่ถูกนายพิชัยพูดจาดูถูกเหยียดหยามพาดพิงถึงมารดา พร้อมนำชี้ที่เกิดเหตุแสดงท่าทางประกอบคำรับสารภาพอย่างละเอียด

 

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยใช้บัตรคีย์การ์ดแตะที่เครื่องบันทึกการเข้าออกห้องควบคุม ขณะนั้นมีเพียงจำเลยและผู้ตายอยู่ในห้อง นอกจากนี้ภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด บันทึกภาพขณะจำเลยขับรถออกไปหลังจากเกิดเหตุ ประกอบคำรับสารภาพจำเลย จึงรับฟังได้ว่าจำเลยใช้มีดฆ่าผู้ตายจริง ส่วนที่จำเลยอ้างว่าเหตุบันดาลโทสะนั้นเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ เพราะจากคำเบิกความของทราบว่าผู้ตายและจำเลยเคยมีเรื่องทะเลาะกันอยู่เสมอ

 

จึงพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้องจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 100 บาท ฐานพกพาอาวุธ คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 25 ปี ปรับ 50 บาท พร้อมทั้งให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เงินค่าขาดไร้ผู้อุปการะ ค่าปลงศพ และอื่นๆ รวม 990,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี ให้แก่โจทก์ด้วยภายหลังนายอำพลกล่าวว่า พอใจกับคำพิพากษา สำหรับเงินที่ศาลมีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ถือว่าพอสมควร แต่ไม่สามารถทดแทนชีวิตลูกชายที่เสียไป ทั้งนี้ ลูกชายเป็นบุตรคนโต ถือเป็นความหวังของครอบครัว ส่วนตัวแล้วทำใจได้ และไม่รู้สึกโกรธแค้นจำเลยแต่อย่างใด

« Back