คดีฆ่าครูคาปั้มสมุทรสาคร

 

6 ต.ค.2553

 

ขณะเหมารถทัวร์จากโรงเรียนไปสัมมนาที่สวนผึ้ง
มือปืนประกบชักทูตมรณะจ่อยิงจนล้มฟุบ
เพื่อนรีบหามส่งรพ. แต่ไม่ทันการณ์

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2553
พ.ต.ท.สมโภชน์ จูเจริญ สวญ.สภ.ท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร
รับแจ้งมีเหตุครูถูกยิงภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ริมถนนพระราม 2 ฝั่งขาออก
หมู่ 3 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง

จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน
ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์ท่องเที่ยว สีฟ้า ทะเบียน 31-9322 กรุงเทพฯ ของคณะครูโรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า

 อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
ที่เช่าเหมาเดินทางไปสัมมนาที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

ที่พื้นข้างรถพบเพียงกองเลือด
โดยมีบรรดาคุณครูจับกุมวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างตื่นตระหนก
ส่วนผู้บาดเจ็บคือนายชาลี สวนสมุทร อายุ 55 ปี
ซึ่งเป็นครูโรงเรียนดังกล่าว

มีบาดแผลถูกจ่อยิงด้วยปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ท้ายทอย
ถูกนำตัวส่งรพ.มหาชัย ไปแล้ว
แต่นายชาลีทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบสวนเบื้องต้น นายสมชาย ทองสุทธิ์ ผอ.โรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า
ให้การน้ำเสียงยังตกใจไม่หายว่า
ก่อนเกิดเหตุได้เช่าเหมารถทัวร์ พาคณะครูของโรงเรียน
จำนวน 30 ชีวิต ออกเดินทางจากโรงเรียน
มุ่งหน้าไปสัมมนาที่ อ.สวนผึ้ง

จังหวะรถมาจอดพักและให้คุณครูลงไปทำธุระส่วนตัวที่ปั๊มน้ำมัน
เกิดเหตุ จู่ๆ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น
โดยขณะที่คุณครูคนอื่นๆ และผู้ตายกำลังพากันเดินกลับขึ้นรถ
มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์หมวกแก๊ปเดินตามหลังผู้ตายมาติดๆ
ก่อนจะชักปืนจ่อยิงเข้าที่ท้ายทอย 1 นัด แบบไม่ทันตั้งตัว
จนผู้ตายล้มฟุบจมกองเลือด

ท่ามกลางเสียงกรี๊ดร้องของครูคนอื่นๆ
พอหายตกใจเพื่อนๆ จึงรีบนำตัวส่ง รพ.
แต่สุดท้ายต้องมาจบชีวิตลง
ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุมีพยานเห็นวิ่งไปขึ้นรถเก๋ง
ฮอนด้า แอคคอร์ด สีบรอนซ์ ทะเบียน 8739 กรุงเทพฯ หลบหนีไป

เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะมีมากกว่า 1 คน
โดยรู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตายเป็นอย่างดี
ว่าจะเดินทางไปสัมมนา จึงมาดักรอและขับรถเก๋งสะกดรอยตามมาตลอด
กระทั่งสบโอกาสที่คณะครูแวะทำธุระส่วนตัวในปั๊มน้ำมัน
หนึ่งในคนร้ายจึงลงจากรถ และรอจังหวะผู้ตายเดินออกจากห้องน้ำกำลังจะไปขึ้นรถ เดินตามมาจ่อยิงจากด้านหลัง
และรีบวิ่งไปขึ้นรถที่เพื่อนติดเครื่องรออยู่หลบหนีไป

ในชั้นนี้ตั้งประเด็นสังหารไว้ 2 ประเด็น คือเรื่องชู้สาว และเรื่องขัดแย้งส่วนตัว
ซึ่งตำรวจจะสืบสวนสอบสวนให้แน่ชัด
อย่างไรก็ดี ขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดของทางปั๊มน้ำมันจับภาพเหตุการณ์ไว้ ได้
ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อใช้เป็นเบาะแส
ในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมา ดำเนินคดีต่อไป

 

โจรโหดบุกยิงอาจารย์โรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า จ.สมุทรปราการ คาปั๊มน้ำมันย่านบางกระเจ้าดับอนาถ

ตำรวจรุดสอบล่าตัวคนร้าย

 รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดจ่อยิงอาจารย์ชายจากโรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการเข้าที่ท้ายทอย จำนวน 1 นัด จนเสียชีวิต เหตุเกิดภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนพระราม 2 ขาออก ตำบลบางกะเจ้า อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

เบื้องต้นจากการสอบถามทราบว่าคณะอาจารย์จากโรงเรียนดังกล่าว โดยสารรถบัสเดินทางออกจากโรงเรียน ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. ที่ผ่านมาเพื่อไปสัมนาที่ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ระหว่างทางได้จอดรถทำธุระ ภายในปั๊มน้ำมัน ก่อนมีคนร้ายจ่อยิงคนร้ายจ่อยิงอาจารย์ชายจนเสียชีวิตและหลบหนีไป

ทั้งนี้ พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ชูนาค ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยพนักงานชุดสืบสวนสอบสวนกำลังเร่งตรวจสอบพื้นที่ และกล้องวงจรปิด เพื่อไล่ล่าจับตัวคนร้ายแล้ว ส่วนความคืบหน้ารายชื่อผู้เสียชีวิตและสาเหตุนั้นจะรายงานให้ทราบต่อไป

ความคืบหน้าดังกล่าวเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 8 ต.ค.2553 พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ชูนาค ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องสงสัยแล้ว 2 คน คือ นายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น และชายคนร้ายที่ปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายจากกล้องวีดีโอวงจรปิดและจากภาพสเก็ต ซึ่งมีอายุประมาณ 25-30 ปี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือ ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน

ทั้งนี้ทาง พ.ต.อ.พงษ์ศักดิ์ ชูนาค ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ปมสังหารน่าจะมาจากเรื่องที่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนเคยว่ากล่าวตักเตือน นางชุตินันท์ ปานสีนุ่น ภรรยาของนายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น ซึ่งเป็นเจ้าของรถคันก่อเหตุ ที่ได้พานายรัฐศิลป์ เข้ามาภายในห้องระหว่างทำการสอนหนังสือ รวมทั้งเรื่องในหน้าที่การงานที่จะมีการพิจารณาขั้นเงินเดือน และการที่จัดให้มีการไปสัมมนาที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่ทางนางชุตินันท์ ไม่ไปสัมมนาและผู้อำนวยการโรงเรียนให้ทำหนังสือชี้แจง อาจเป็นสาเหตุให้นายรัฐศิลป์ สามีของครูคนดังกล่าวเกิดความโกรธแค้นแทนภรรยาตนเองก็เป็นได้โดยทางเจ้า หน้าที่จะได้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

  

 

 

โดยทีเอ็นเอ็น เมื่อ 9 ต.ค.2553


ตำรวจภูธรเมือง สมุทรสาคร พร้อมด้วยกำลังชุดสืบสวนได้เดินทางมาประสานงานกับ ตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เพื่อรับตัว

นายสมควร ศรีสมุทร อายุ 24 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช 

ซึ่งเป็นผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิง

นายชาลี สวนสมุทร อายุ 55 ปี ครูโรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ 

เสียชีวิตภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยทุกขั้นตอนกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะที่คนร้ายลงมือก่อเหตุได้และศาลจังหวัดสมุทรสาครได้อนุมัติหมายจับ ลงวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยนายสมควร ได้หลบหนีกลับมาที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม และกำลังเตรียมหลบหนีไปยังจังหวัดสงขลา เพื่อหลบไปอาศัยอยู่กับเพื่อน

เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามสกัดตามเส้นทางต่างๆ ซึ่งคาดว่านายสมควรจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีจน

พบตัวนายสมควร โดยสารมาในรถประจำทางสายนครศรีธรรมราช-สงขลา มุ่งหน้าไปยัง จังหวัดสงขลา ที่บริเวณสี่แยกบ่อล้อ ตำบลเชียรใหญ่ อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช

เบื้องต้น นายสมควร รับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุยิงนายชาลี สวนสมุทร เสียชีวิตจริง และหลังก่อเหตุได้นำเสื้อที่ใส่และอาวุธปืนที่ก่อเหตุ
รวมถึงซิมโทรศัพท์มือถือทิ้งน้ำก่อนจะหลบหนี

นายสมควร บอกอีกว่า ในขณะที่ก่อเหตุนั้นต้องยิงถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกลืมขึ้นไกปืน หลังยิงเสร็จได้ไปบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่าหากหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุพ้นจะกินเจถวาย 3 วัน ซึ่งก็หนีได้จริงแม้ว่าจะถูกจับในวันนี้ แต่ในวันพรุ่งนี้(10ต.ค.)ต่อเนื่องไปอีก 3 วัน จะขอให้ตำรวจช่วยจัดอาหารเจให้ด้วย

ซึ่งตลอดการสอบปากคำ นายสมควร ไม่มีสีหน้าสะทกสะท้านและยังหัวเราะอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับบอกว่ากล้าทำกล้ารับ

ขณะที่ชุดสืบสวน เผยว่า สาเหตุนั้นเกิดจากปัญหาเรื่องชู้สาวซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้จ้างวาน แต่ขอให้ช่วยเหลือ เนื่องจากเป็นญาติกันซึ่งตำรวจจะติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป 

ส่วนนายสมควร หลังทำบันทึกการจับกุมแล้วจะส่งตัวให้ชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาครรับไปดำเนินคดี เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุต่อไป
 
 
 
10 ต.ค.2553 ข่าวสด
 
ในที่สุดมือปืนยิงครูปากน้ำดับคาปั๊มจนมุมที่เมืองคอน หลังหนีลงใต้ขณะโดยสารรถบัสเตรียมเผ่นต่อไปสงขลา ตร.บุกจู่โจมตะครุบได้โดยละม่อม สารภาพอ้างญาติไหว้วาน ยิ้มร่าบอกบนบานขอให้หนีรอดจากพื้นที่ได้จะกินเจแก้บน 3 วัน ด้านรองผู้การมหาชัยชี้ปมตายมาจากความขัดแย้งกับกลุ่มเพื่อนครูด้วยกัน

จากกรณีคนร้ายก่อเหตุยิงนายชาลี สวนสมุทร อายุ 55 ปี อยู่ 346/12 ม.2 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ รับราชการเป็นครูตำแหน่งครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ (ครูพลศึกษา) โรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เสียชีวิตภายในปั๊มน้ำมันปตท. ถนนพระราม 2 ม.3 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยทุกขั้นตอนกล้องวงจรปิดได้บันทึกภาพเหตุ การณ์เอาไว้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้ออกหมายจับนายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น อายุ 42 ปี เป็นคนขับรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีบรอนซ์ ทะเบียน 8739 กทม. พามือปืนลงมือและพามือปืนหลบหนี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 9 ต.ค. ร.ต.อ.จักร พรรดิ สารีบุตร รอง สว. สส.สภ.เมืองสมุทร สาคร นำกำลังเข้าประสานพ.ต.ท.โชคดี ศรีเมือง รองผกก.สส.บก.ภ. จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.ต.ธีรวุฒิ เทพเลื่อน สว.สส.ฯ ร่วมกันจับกุมนายสมควร ศรีสมุทร หรือแคว็ด อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/67 ถ. พัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตายตามหมายศาลจังหวัดสมุทรสาคร เลขที่ 482/2553 ลงวันที่ 8 ต.ค. 2553

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเกิดเหตุคนร้ายยิงนาย ชาลี สวนสมุทร ครูโรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เสียชีวิตภายในปั๊มน้ำมันปตท. จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างเกิดเหตุ กล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมันบันทึกภาพเหตุ การณ์ไว้ได้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ใช้เป็นหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับกุมมือปืนรายนี้คือ นายสมควร ศรีสมุทร และจากการสืบสวนติดตามจนทราบว่านายสมควรได้หลบหนีลงไปทางภาคใต้ โดยเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางไปยังพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา จึงส่งกำลังติดตามพร้อมกับประสานตำรวจในพื้นที่ จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. สี่แยกบ่อล้อ ต.เชียรใหญ่ อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรี ธรรมราช ขณะนั่งรถบัสโดยสารเดินทางต่อไปยัง จ.สงขลา เพื่อไปกบดานที่บ้านเพื่อนคนหนึ่ง

พ.ต.ต.ธีรวุฒิกล่าวว่า จากการสืบสวนจนแน่ชัดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามสกัดตามเส้นทางต่างๆ ซึ่งมาคลาดกับนายสมควรที่บริเวณแยกหัวถนน ต.ศาลามีชัย อ.เมือง จ.นครศรี ธรรมราช และพบว่านายสมควรได้โดยสารรถบัสประจำทางสายนครศรีธรรมราช-สงขลา มุ่งหน้าไปยัง จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จึงไล่ติด ตามรถบัสคันดังกล่าวไปจนทันกันที่บริเวณสี่แยกบ่อล้อ ต.เชียรใหญ่ อ.เชียรใหญ่ จ.นคร ศรีธรรมราช

"รถบัสคันดังกล่าวจอดรับผู้โดยสารจึงสบโอกาสเจ้าหน้าที่ได้จู่โจมขึ้นไปบนรถจับกุมตัวนายสมควรไว้ได้โดยละม่อม เบื้องต้นเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุยิงนายชาลีจริง จึงคุมตัวมาทำบันทึกการจับกุมก่อนที่จะส่งให้ชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร รับไปดำเนินคดีต่อไป" สว.สส.กก.สส.ภ.จว. นครศรีธรรมราช กล่าว

สอบสวนนายสมควรให้การรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุยิงนายชาลีจริง ซึ่งหลังจากก่อเหตุแล้วได้นำเสื้อและอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุโยนทิ้งน้ำ แต่จำไม่ได้ว่าที่ไหน และหลังจากยิงเสร็จได้บนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่าหากหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุพ้นจะกินเจถวาย 3 วันซึ่งหนีได้จริง แต่มาถูกจับกุมจนได้

ด้านพ.ต.อ.ประทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร กล่าวว่า คดีนี้คนร้ายไม่ได้ยิงผิดตัว เพราะจากหลักฐานวงจรปิดระบุชัดคนร้ายมุ่งเข้าไปฆ่าผู้ตาย ส่วนปมเหตุขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนชนวนเหตุมาจากความขัดแย้งในกลุ่มเพื่อนครูด้วยกัน โดยมือปืนได้รับการไหว้วานจากญาติที่มีปัญหากับผู้ตาย จึงอาสาเป็นคนลงมือให้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะสอบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องในส่วนที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป



 
 
 
13 ต.ค.2553
 
 ปิดคดีฆ่าอุกอาจ ยิงหัวครูพละดับ ขยายผลปมชู้สาว

สดจากสนามข่าว
สมคิด สกุลเต็ม เรืองศักดิ์สิทธิ์ ดิษฐเจริญ เรื่อง/ภาพ


"คดีนี้เรามีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจน ว่าคนร้ายยิงนายชาลี ไม่ผิดตัวแน่ๆ โดยนายสมควร ซึ่งเป็นมือปืนให้การซัดทอดว่าคนบงการ คือนายรัฐศิลป์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลดำเนินคดีแล้ว ส่วนสาเหตุมาจากเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว ที่นายรัฐศิลป์มีกับผู้ตาย จึงจ้างวานนายสมควรมาสังหารล้างแค้น"

คือ คำกล่าวของพล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 หลังสอบปากคำ นายสมควร ศรีสมุทร หรือ 'ไอ้แคว็ด' มือปืน วัย 24 ปี คนร้ายซึ่งลงมืออุกอาจ บุกใช้อาวุธปืนสังหาร นายชาลี สวนสมุทร ครูพละโรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า จ.สมุทรปราการ วัย 55 ปี ตายคาปั๊มน้ำมันปตท. ย่านถนนพระราม 2 ก่อนหน้านี้

ลงมืออย่างท้าทายกฎหมาย

คดีนี้ปิดฉากลงได้ด้วยกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมัน ที่สามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ทั้งภาพยานพาหนะคนร้ายและนาทีลั่นไก โดยพฤติกรรมมือปืนสุดอุกอาจ บุกเข้าไปข้างหลังเหยื่อแล้วเหนี่ยวไกลั่นกระสุนใส่จนเหยื่อล้มทั้งยืน

ภาพทุกช็อตกลายเป็นหลักฐานสำคัญจัดการคนจ้างวานกับมือปืน

ก่อคดีไว้สุดท้ายก็หนีไม่พ้นคุก



ย้อนไปดูเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดตอนสายวันที่ 6 ต.ค. เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นในปั๊มน้ำมันปตท. ถ.พระราม 2 เขตอ.เมืองสมุทรสาคร เมื่อจู่ๆ มีคนร้ายบุกเดี่ยวควงปืนยิงนายชาลีเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุพ.ต.ท.สมโภชน์ จูเจริญ สารวัตรใหญ่ สภ.ท่าฉลอม จ.สมุทรสาคร รีบรายงานให้พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 พ.ต.อ.ประทีป ราญสระน้อย รอง ผบก.ภ.จว. สมุทรสาคร รับทราบ นำกำลังไปตรวจสอบ

1.-2.วงจรปิดจับภาพนาทีฆ่า

3.ยิงแบบนี้

4.สอบปากคำนายรัฐศิลป์



ที่นั่นพบเพียงกองเลือดอยู่ข้างรถทัวร์ สีฟ้า ทะเบียน 31-9322 กรุงเทพฯ ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถทัวร์ที่คณะครูโรงเรียนป้อมพระจุลฯ เช่าไปสัมมนาที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ส่วนนายชาลี เหยื่อกระสุน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองสั้น เข้าที่ท้ายทอยเป็นรูโบ๋ เพื่อนครูช่วยกันหามส่งร.พ.มหาชัย แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตระหว่างทาง

ในที่เกิดเหตุตำรวจพบนายสมชาย ทองสุทธิ์ ผอ.โรงเรียนป้อมพระจุลฯ ยืนรอให้การอยู่ด้วยความตื่นตระหนก ละล่ำละลักเล่าว่า กำลังพาคณะครู 30 คน รวมทั้งผู้ตาย เดินทางไปสัมมนาที่ อ.สวนผึ้ง มาจอดแวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊มปตท.แห่งนี้ เมื่อทุกคนทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็พากันเดินกลับขึ้นรถ ซึ่งระหว่างที่นายชาลีกำลังจะเดินมานั้น ปรากฏว่ามีคนร้ายใส่หมวกแก๊ป เดินตามมาข้างหลัง แล้วชักปืนจ่อยิงเข้าที่ท้ายทอย ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนี

ตำรวจรีบหาพยานหลักฐานทันที




พล.ต.ท.พงษ์สันต์ สั่งตั้งชุดไล่ล่าคนร้าย ระดมตำรวจท้องที่และชุดสืบสวนสภ.เมืองสมุทรสาคร ออกหาเบาะแส

จุดแรกที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ คือกล้องวงจรปิดภายในปั๊มน้ำมัน ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่เหตุการณ์ตอนที่นายชาลี กำลังเดินกลับมาขึ้นรถพร้อมกับเพื่อนครูอีก 2 คน จังหวะนั้นคนร้ายเดินตามหลังมาติดๆ ก่อนจะชักปืนออกมาจ่อยิงในระยะเผาขนถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกกระสุนไม่ลั่น จึงง้างนกสับไกครั้งที่ 2 กระสุนจึงทำหน้าที่ตามสั่ง พุ่งเจาะร่างนายชาลีสิ้นใจตาย

เจ้าหน้าที่นำภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกได้ ไปเปรียบเทียบทะเบียนประวัติ เช็กอยู่ไม่นานก็รู้ว่ามือปืนรายนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน คือนายสมควร มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 40/67 ถ.พัฒนา การคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จึงขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรสาคร ออกหมายจับเลขที่ 482/2553 ลงวันที่ 8 ต.ค. 2553 ล่าตัว

นอกจากนี้ ยังไล่สอบพยานบุคคล ได้ความว่าหลังสังหารเหยื่อแล้ว คนร้ายวิ่งไปขึ้นรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีบรอนซ์ ทะเบียน 8739 กทม. มีคนขับพาหนี เจ้าหน้าที่จึงขยายผลหาเจ้าของรถคันนี้ กระทั่งพบว่าเป็นรถของนายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น จึงขออนุมัติออกหมายจับกุมพร้อมกัน



ตำรวจแบ่งทีมล่าตัวทั้งคู่ ชุดทำงานของร.ต.อ.จักรพรรดิ สารีบุตร รอง สว.สส.สภ.เมืองสมุทรสาคร ใช้เทคนิคพิเศษสืบทราบมาว่า หลังก่อเหตุนายสมควรเดินทางหนีกลับบ้านที่เมืองคอน ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา จึงประสานไปยังพ.ต.ท.โชคดี ศรีเมือง รอง ผกก.สส.บก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช พ.ต.ต.ธีรวุฒิ เทพเลื่อน สว.สส.ฯ ติดตามความเคลื่อนไหว สะกดรอยจนรู้ว่านายสมควรนั่งรถทัวร์กลับปักษ์ใต้ จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ที่ปั๊มน้ำมันปตท. สี่แยกบ่อล้อ ต.เชียรใหญ่ อ.เชียรใหญ่ ในวันที่ 9 ต.ค. ขณะหมอนี่เตรียมหนีไปกบดานที่เมืองสงขลา บ้านเพื่อนสนิทคนหนึ่ง

'สมควร' จนมุมแบบไร้พิษสง!!?

นายสมควร ให้การรับสารภาพตลอดข้อหา บอกว่าเป็นคนยิงนายชาลีจริง และให้การซัดทอดถึงนายรัฐศิลป์ ว่าเป็นคนจ้างวาน และเป็นคนขับรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด พาหลบหนี หลังเกิดเหตุได้นำปืนของกลางไปโยนทิ้งน้ำ และบนบานกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่าหากหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุพ้น จะกินเจถวาย 3 วัน ซึ่งก็หนีได้จริงๆ

แต่พอหลัง 3 วันก็โดนจับ!!?

ขนาดตอนโดนสอบสวนยังทำเป็นเคร่ง ขอกินอาหารเจตามที่บนบานไว้ และยอมรับผิดในสิ่งที่ทำลงไป ขอชดใช้กรรมที่เคยฆ่าคนตาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อไป

แต่หมอนี่ก็ยังไม่วายที่จะอ้างว่าทำไปโดยไม่รู้ตัว

โบ้ยว่าโดนทำคุณไสยจนกลายเป็นฆาตกร!!?



ส่วนนายรัฐศิลป์ ตำรวจไม่ต้องเหนื่อยตามไล่จับ เนื่องจากเจ้าตัวดอดเข้ามอบตัวกับตำรวจเมืองระยอง เมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา พร้อมให้การปฏิเสธตลอดข้อหา บอกจะขอให้การชั้นศาลเท่านั้น

โดยนายรัฐศิลป์ ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม และขอความเห็นใจจากสังคม ระบุว่าภรรยาตนเองถูกผู้ตายและเพื่อนครูในร.ร.ป้อมพระจุลฯ อีก 2 คน คุกคามทางเพศ ขอให้สังคมเห็นใจบ้าง

นอกจากนี้ นายรัฐศิลป์ยังอ้างว่าภรรยากำลังเข้าร้องเรียนที่กระทรวงศึกษาธิการและขอความช่วยจากทางมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อทำความจริงให้กระจ่าง เพราะเป็นฝ่ายถูกกระทำก่อน

ไม่ว่าเบื้องหลังเรื่องนี้จะลึกลับซับซ้อนเพียงใด ทางที่ดีควรปล่อยให้เป็นไปตามบทลงโทษของกฎหมาย

ไม่ศาลเตี้ย!

 
ครูสาวโรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า แฉถูกครูผู้ชาย 3 คน ข่มขืนนาน 2 ปี
ครูพละที่ถูกยิงเสียชีวิตร่วมด้วย ด้าน ผอ.ออกโรงโต้ รอผลสอบก่อน

          จากกรณีคนร้ายบุกจ่อยิง นายชาลี สวนสมุทร อายุ 55 ปี ครูพละโรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า จ.สมุทรปราการ เสียชีวิตคาปั๊มน้ำมัน เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุได้คือ นายสมควร ศรีสมุทร จากนั้น นายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้จ้างวานฆ่า ก็ได้เข้ามอบตัว พร้อมกับให้การปฏิเสธนั้น

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา นายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น อายุ 42 ปี ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้จ้างวานฆ่าครูพละโรงเรียนพระจุลจอมเกล้า พร้อมด้วยภรรยา ซึ่งเป็นครูโรงเรียนเดียวกัน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ ทางช่อง 3 โดย นายรัฐศิลป์ ระบุว่า ตนไม่ได้จ้างวานฆ่าครูพละ แต่ยอมรับว่าภรรยาของตนถูกครูผู้ชายในโรงเรียนล่วงละเมิดทางเพศมานานกว่า 2 ปี โดยไม่ได้สมัครใจ ซึ่งหลังจากที่ติดตามสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ และมักเห็นว่าภรรยานอนร้องไห้ทั้งคืนอยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งมีบาดแผลช้ำตามร่างกายหลายจุด ซึ่งพอสอบถามกับภรรยา เขาก็ยอมรับว่าถูกกระทำจริง

          ทั้งนี้ ครูสาวผู้เสียหาย กล่าวว่า ถูกครูผู้ชาย 3 คน ข่มขืนในโรงเรียน มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2550 แต่ตนไม่กล้าแจ้งความ เพราะกลัวเสื่อมเสียและได้รับผลกระทบในเรื่องการงาน เพราะตนเป็นเพียงครูผู้น้อย รวมทั้งไม่อยากให้ลูกได้รับผลกระทบ จึงใช้วิธีหนีโดยขอย้ายราชการ ด้วยเหตุผลปกติคือ ขอย้ายกลับภูมิลำเนา แต่ก็ไม่ผ่านการอนุมัติ จึงตัดสินใจหนีไปเช่าคอนโดฯ อยู่ แต่ก็ยังถูกตามไปกระทำช่วงที่สามีไม่อยู่อีก

          ครูสาวผู้เสียหาย กล่าวต่อว่า เธอถูกกระทำจนร่างกายสู้ไม่ไหว ต้องตัดสินใจไปตัดมดลูกทิ้งเมื่อปี 2551 และที่ต้องออกมาพูดวันนี้ เพราะท่าน ผอ.โรงเรียน ออกมาพูด ตนจึงต้องป้องกันตัวไว้ก่อน ด้วยการไปแจ้งความ และเพียงต้องการให้สังคมและกระทรวงศึกษาธิการได้รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันมีอยู่จริง
   
          ด้าน นายสมชาย ทองสุทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนป้ออมพระจุลจอมเกล้า กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า ตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ล่วงละเมิดครูสาวร่วมกับครูอีก 2 คนนั้น ไม่เป็นความจริง และหากใครมีหลักฐานก็ขอให้นำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนได้เลย ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องรอผลการสอบสวนของ สพฐ.เขต 1 สมุทรปราการ  จึงจะรู้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงตามที่ครูผู้เสียหายและสามี กล่าวอ้างหรือไม่ ส่วนประเด็นข่าวว่าตนถูกย้ายจากเรื่องนี้ ก็ไม่เป็นความจริง เพียงแต่ ผอ.สพฐ. เขต 1 เป็นห่วงตนเกรงว่าจะได้รับอันตรายก็เท่านั้น

          ขณะที่ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดในวงการครูและเป็นคดีความ ตนจึงได้ประสานกับ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ.7 ให้เร่งรัดคดีเป็นพิเศษ หากทุกอย่างชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยปละละเลย จะดูแลจัดการเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานของครูทั่วประเทศ เพราะครูนอกจากมีวินัยแล้ว จะต้องมีจริยธรรมและจรรยาบรรณมากกว่าข้าราชการอื่น

          นายชินวรณ์ กล่าวถึงเรื่องที่ครูสาวผู้เสียหาย ทำเรื่องขอย้ายแต่ไม่ได้รับการอนุมัติ ด้วยว่า จากการตรวจสอบ มีการส่งหนังสือคำร้องขอย้ายมาจริง และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน เพราะเป็นอำนาจของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้พิจารณา ยกเว้นเป็นการขอย้ายในกรณีพิเศษจึงจะมอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อกรณีนี้เป็นการขอย้ายปกติก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน


 
 
 
7 ก.ย.2554 เดลินิวส์
 

ศาลสั่งประหารแก๊งมือปืนบุกสังหารโหดครูโรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า ดับคาปั๊มน้ำมัน 

สารภาพลดโทษเหลือคุก 30 ปี

 

วันนี้ ( 7 ก.ย.) ที่ศาลจังหวัดสมุทรสาคร ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสมุทรสาคร ได้ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาในคดีอาญา(ดำ) เลขที่ 7909/2553 ระหว่างอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น อายุ 43 ปี จำเลยที่ 1 และนายสมควรหรือบ่าว ศรีสมุทร อายุ 25 ปี จำเลยที่ 2 ในฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพรบ.อาวุธปืน โดยศาลได้อ่านพิจารณาคำฟ้องสรุปได้ว่าตามพยานและหลักฐานของเจ้าหน้าที่อัยการแล้ว พิพากษาตัดสินประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองคนให้การรับสารภาพ จึงมีเหตุอันควรให้บรรเทาโทษ จึงลดโทษลงเหลือกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 30 ปี 9 เดือน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2553 นายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น จำเลยที่ 1 และนายสมควรหรือบ่าว ศรีสมุทร จำเลยที่ 2 ร่วมกันก่อเหตุให้อาวุธปืนยิงนายชาลี สวนสมุทร อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 346/12 หมู่ 2 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ครูตำแหน่งครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จนเสียชีวิตภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนพระราม 2 ขาออก หมู่ 3 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ขณะกำลังแวะพักทางกลางเพื่อเดินทางไปสัมมนาที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ทั้งนี้ นายสมควร เป็นผู้ใช้อาวุธปืนลงมือก่อเหตุยิงนายชาลี และมีนายรัฐศิลป์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับรถพาหลบหนีพร้อมกับเป็นผู้บงการฆ่าอยู่เบื้องหลัง ส่วนสาเหตุเกิดจากความโกรธแค้นในเรื่องชู้สาว

 

 

ข่าวสด

 

ศาลชั้นต้นตัดสินประหารมือยิงครู แค้นละเมิดทางเพศเมีย

 เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 กันยายน 2554 ที่ศาลจังหวัดสมุทรสาคร นายวิฑูรย์ ไพบูลย์มหพงษ์ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสมุทรสาคร ได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาในคดีอาญา(ดำ) เลขที่ 7909/2553 ระหว่างอัยการ ฟ้องนายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น อายุ 43 ปี จำเลยที่ 1 กับ นายสมควรหรือบ่าว ศรีสมุทร อายุ 25 ปี จำเลยที่ 2 ฐานความผิดฆ่าผู้อื่นเสียชีวิต โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และ พรบ.อาวุธปืน ซึ่งจำเลยทั้ง 2 ได้มาฟังคำพิพากษาพร้อมกับญาติพี่น้องและทนายความของผู้ต้องหา โดยศาลได้อ่านคำพิพากษาสรุปได้ว่า ตามพยานและหลักฐานของเจ้าหน้าที่ประกอบ ปรากฏว่าเบื้องต้นจากฐานความผิดนั้น ศาลได้ตัดสินประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง แต่เนื่องจากบุคคลทั้งสองได้ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในชั้นศาล มีเหตุอันควรให้บรรเทาโทษลงตามคดีอาญาดังกล่าว ลดลงกึ่งหนึ่ง ศาลจังหวัดสมุทรสาครจึงพิพากษาลดโทษลง จากประหารชีวิตเป็น จำคุก 30 ปี 9 เดือน  

 สำหรับจำเลยทั้ง 2 คนข้างต้น คือ นายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น จำเลยที่ 1 กับ นายสมควร หรือบ่าว ศรีสมุทร จำเลยที่ 2 ได้ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายชาลี สวนสมุทร อายุ 55 ปี ครูตำแหน่งครูวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ โรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เสียชีวิตภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 2 ขาออก หมู่ที่ 3 ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ขณะกำลังแวะพักกลางทาง เพื่อไปสัมมนาที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยนายสมควร ศรีสมุทร จำเลยที่ 2 เป็นผู้ใช้อาวุธปืนลงมือก่อเหตุยิงนายชาลี และมีนายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับรถพาหลบหนีพร้อมกับเป็นผู้บงการฆ่าอยู่เบื้องหลัง โดยให้เหตุผลที่ก่อเหตุว่าภรรยาของนายรัฐศิลป์ ปานสีนุ่น ซึ่งเป็นครูอยู่โรงเรียนเดียวกันกับนายชาลี ได้ถูกผู้ตายล่วงเกินทางเพศ จึงทำให้นายรัฐศิลป์เกิดความคับแค้นใจ และวางแผนร่วมกับนายสมควร ก่อเหตุยิงนายชาลีจนเสียชีวิตดังกล่าว

« Back