คดีฆ่าปาดคอ ผช.พยาบาล

 

 

19 มิถุนายน 2554

 

ข่าวสด

ฆ่าเชือดคอผู้ช่วยพยาบาลตายสยองคาบ้าน คนร้ายฉวยจังหวะอยู่บ้านคนเดียวลอบเข้ามาชิงทรัพย์ แต่กลัวจำหน้าได้ เลยฆ่าทิ้ง สามีพนักงานรถไฟกลับมาบ้านถึงผงะ รีบเข้าไปประคองก่อนเมียรักจะสิ้นใจคาอ้อมกอด วันเดียวกัน ตร.ตามจับญาติสามีผู้ตายได้พร้อมเสื้อเปื้อนเลือด สารภาพเมาเหล้าขาวแล้วเข้าไปขอเงินมาซื้อเหล้ากินต่อ แต่ไม่ได้เลยฆ่าทิ้ง

 



เมื่อเวลา 00.20 น.วันที่ 18 มิ.ย. ร.ต.อ.รุ่งเกียรติ นาไทย พนักงานสอบสวน (สบ 1) สภ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี รับแจ้งจากนายไกรศร ใจธรรม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/2 หมู่ที่ 12 ติดถนนสายสิงห์บุรี-ค่ายบางระจัน บ้านสาธุ ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ว่า นางฑัณฐภา ใจธรรม อายุ 42 ปี ภรรยาถูกคนร้ายฆ่าปาดคอเสียชีวิตในบ้านพักเลขที่ดังกล่าว หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นนำกำลังรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยน.พ. พัถนกิจ จรรณภัทร์ แพทย์ร.พ.ค่ายบางระจัน และหน่วยกู้ภัยสมาคมกู้ภัยสิงห์บุรี

ที่เกิดเป็นตึกแถว 2 ชั้นบริเวณชั้นล่างติดกับห้องนอน เจ้าหน้าที่พบนางฑัณฐภานอนหงายจมกองเลือด สภาพศพสวมชุดนอนลายสกอตสีน้ำตาล กระดุมเสื้อถูกปลดออกในสภาพเปลือยอก ไม่สวมเสื้อชั้นใน บริเวณลำคอถูกเชือดด้วยของมีคมเป็นแผลเหวอะหวะยาวประมาณ 20 ซ.ม.จนหลอด ลมขาด และบริเวณแขนพับด้านขวาถูกเชือดด้วยของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์ยาว 15 ซ.ม. เช่นกัน ในที่เกิดเหตุมีเลือดไหลนองพื้นบ้านส่งกลิ่นคาวคลุ้ง

จากการตรวจรอบๆ บ้านที่เกิดเหตุเพื่อหาร่องรอยของคนร้าย ไม่พบหลักฐานสำคัญใดๆ จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นแพทย์ลงความเห็นเสียชีวิตจากการถูกฆ่าปาดคอจนหลอดลมขาด นอกจากนี้ยังพบเลือดในช่องคลอดด้วย ส่วนทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปประกอบด้วยสร้อยคอทองคำ หนัก 2 สลึง กระเป๋าเงินมีเงินสดอยู่ประมาณ 20,000 บาท

นายไกรศร สามีผู้ตาย ให้การว่า ตนทำงานเป็นผู้ช่วยสารวัตรเวรการรถไฟแห่งประเทศไทย มักกะสัน กรุงเทพฯ ส่วนภรรยาเป็นผู้ช่วยพยาบาลแผนกผ่าตัดร.พ. เอกชนใน จ.สิงห์บุรี เดือนหนึ่งตนจะกลับบ้านสักครั้ง ก่อนเกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 20.00 น.ตนพร้อมกับภรรยา และด.ช.ณัฐพงศ์ ใจธรรม อายุ 8 ขวบ ขับขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันออกไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหารในตลาดตัวเมืองสิงห์บุรี กระทั่งเวลา 21.00 น.ภรรยาขอกลับบ้านก่อนพร้อมกับลูกชายโดยขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านด้วยกัน ส่วนตนอยู่ช่วยงานที่ร้านอาหารในตลาด ซึ่งเป็นร้านญาติที่มีลูกค้ามากินดื่มหลายคน จนเวลา 22.30 น. ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน

นายไกรศรให้การอีกว่า ระหว่างทางโทรศัพท์เข้าบ้าน แต่ไม่มีคนรับสาย ตนจึงขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าทางสวนหลังบ้าน เนื่องจากประตูด้านหน้าใส่กุญแจล็อกไว้ ปกติแล้วถ้ามาถึงหน้าบ้านจะโทร.ให้ภรรยามาเปิดประตูให้ทุกครั้ง แต่ปรากฏว่าไม่มีคนรับสาย เลยเกิดมีลางสังหรณ์ไม่ดี จึงขี่รถอ้อมเข้าสวนหลังบ้านแทน เห็นประตูบ้านเปิดและไฟเปิดทิ้งไว้ จึงรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน ซึ่งก็ถึงกับผงะเมื่อพบสภาพภรรยานอนจมเลือดอยู่ จึงเข้าไปประคองร่างขณะนั้นภรรยายังไม่เสียชีวิต ยังหายใจรวยริน มีสติอยู่พยายามจะบอกถึงเหตุการณ์ให้ทราบ แต่พูดไม่ออก ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในอ้อมแขนตน

ภายหลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งศพไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดต่อไป

ด้านร.ต.อ.รุ่งเกียรติ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สันนิษฐานเบื้องต้นว่า คนร้ายที่ก่อเหตุอาจจะเป็นคนรู้จักกัน และอยู่ในละแวกหมู่บ้านใกล้เคียงลอบเข้ามาในบ้านเพื่อชิงทรัพย์ เพราะสุนัขที่เลี้ยงไว้หลายตัวในบ้านไม่ได้เห่า คนร้ายเห็นผู้ตายอยู่บ้านคนเดียวและมีทรัพย์สินติดตัวจึงลงมือก่อเหตุสยองฆ่าเชือดคอทิ้งเพราะกลัวผู้ตายจำหน้าได้ ซึ่งจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามจับกุมต่อไป

ต่อมาเวลา 16.30 น.วันเดียวกัน พล.ต.ต. โกศล บัวประเสริฐ ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี พ.ต.อ. พิชาญ ทองสุกแก้ว ผกก.สภ.ค่ายบางระจัน นำกำลังเข้าจับกุมนายชัยรัตน์ มารศรี อายุ 28 ปี ที่บ้านเลขที่ 28/3 หมู่ที่ 13 ต.ท่าข้าม อ.ค่าย บางระจัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ 20 เมตร พร้อมของกลางเสื้อเปื้อนคราบเลือดและโน้ตบุ๊กของผู้ตาย เบื้องต้นตั้งข้อหาชิงทรัพย์และฆ่าผู้อื่น

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นญาติห่างๆ ของสามีผู้ตายเคยขอเงินไปกินเหล้าจากผู้ตายเป็นประจำ วันเกิดเหตุกินเหล้าขาวหมดไป 3 ขวด เกิดติดลมเลยเข้าไปในบ้านผู้ตาย เพื่อที่จะขอเงินไปกินเหล้าต่อ แต่ผู้ตายไม่ให้ และยังด่าต่อว่าแล้วเดินหนีตนจึงกระชากเสื้อผู้ตาย เกิดการผลักกันด้วยความเมาจึงใช้ใบเลื่อยตัดเหล็กปาดเข้าที่คอผู้ต้องหา แต่แรงไปหน่อยจึงทำให้ตัดหลอดลมขาดจนขาดใจตายดังกล่าว


ล็อกฆาตกรทมิฬ ปาดคอฆ่าผู้ช่วยพยาบาลดับอนาถ ที่แท้เป็นญาติสามี เมาขอเงินกินเหล้าไม่ได้เลยก่อเหตุสยอง

คดีคนร้าย  ฆ่าปาดคอ นางฑัณฐภา  ใจธรรม  อายุ 42 ปี  ผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดสิงห์บุรี ก่อนชิงทรัพย์ สินหลบหนี เหตุเกิดบ้านเลขที่ 17/2 หมู่ 12   ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี ตามข่าวที่นำเสนอไปนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 18  มิ.ย. พล.ต.ต.โกศล  บัวประเสริฐ   ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี  ,พ.ต.อ.พิชาญ  ทองสุกแก้ว  ผกก.สภ.ค่ายบางระจัน   นำกำลังเข้าจับกุมนายชัยรัตน์  มารศรี  อายุ 28 ปี  ได้ที่บ้านเลขที่ 28/3  หมู่ที่ 13  ต.ท่าข้าม อ.ค่ายบางระจัน  จ.สิงห์บุรี   อยู่ห่างจากบ้านผู้ตายประมาณ 20 เมตร  พร้อมของกลางเป็นเสื้อเปื้อนเลือดของนายชัยรัตน์  และโน้ตบุ๊ก ของผู้ตายพร้อมแจ้งข้อหาชิงทรัพย์และฆ่าผู้อื่น

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองเป็นญาติห่างๆ ของสามีผู้ตาย ตนขอเงินไปกินเหล้าจากผู้ตายอยู่เป็นประจำ  และในวันเกิดเหตุตนเองดื่มเหล้าขาวไป 3 ขวด เกิดติดลม จึงเข้าไปในบ้านผู้ตายเพื่อที่จะขอเงินไปกินเหล้าต่อ  แต่ผู้ตายไม่ให้ และยังด่าและต่อว่าอีก ตนเจึงกระชากเสื้อผู้ตายและเกิดการผลักกัน ด้วยความเมาตน จึงใช้ใบเลื่อยตัดเหล็กที่เตรียมมาเพื่อไว้ปอกสายไฟฟ้าปาดคอผู้ตาย เสียชีวิตคาที่ดังกล่าว

ทางด้านพล.ต.ต.โกศล  บัวประเสริฐ   ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี  กล่าวว่าหลังจากเกิดเหตุได้ตั้งชุดสายสืบจังหวัดสิงห์บุรี ลงมาช่วยทำการสืบสวนจนทราบว่าช่วงเกิดเหตุมีคนเห็นนายชัยรัตน์ใส่เสื้อผ้าเปื้อนเลือด จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้ในที่สุด.

 

« Back