คดีลวงขายรถแล้วฆ่า

 

คดีที่น่าสนใจอีกคดี ที่เป็นอุทธาหรณ์ อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน

ลวงขายรถแล้วฆ่า

............................................

เดลินิวส์

ลวงฆ่าโหดหนุ่มไทยเมียลาวซื้อรถปิคอัพใช้มีดปาดคอก่อนชิงเงิน3แสนพร้อมรถเชิดหนี

วันนี้ 2 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  พ.ต.ท.สมัย สมจิตต์ พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีคนถูกทำร้ายร่างกายเสียชิวิตและได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เหตุเกิดภายในซอยศาลเจ้าแปะกง ริมถนนยุทธศาสตร์สัตหีบ –นครราชสีมา   ม. 12 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก. พ.ต.ท.ภาคสุวัฒน์ ชมถนอม สว.สส. นำกำลังชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.วัดญาณสังวราราม และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณพบ น.ส.แวว อายุ 43 ปี สัญชาติลาว นอนอยู่ริมถนนในสภาพแขนทั้งสองข้างหัก หน้าผากและศีรษะถูกของแข็งทุบจนเป็นแผลฉกรรจ์ ตามร่างกายได้รับความบอบช้ำหลายแห่ง อาการสาหัสแต่ยังพอมีสติ จึงรีบนำตัวส่ง รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อ.สัตหีบ เพื่อให้แพทย์ช่วยรักษา
 
ห่างจากถนนเข้าไปในซอยดินลูกรังประมาณ 100 เมตร พบศพชายไทย 1 คน ทราบต่อมาชื่อนายประวิทย์ ชัยชาญ อายุ 43 ปี ชาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง สภาพศพนอนตะแคงข้างลักษณะขดคุดคู้อยู่บริเวณพงหญ้าติดสวนยางพารา สวมเสื้อคอปกลายขาวดำ กางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ที่ลำคอและแก้มซ้ายถูกของมีคมเฉือนจนเป็นแผลเหวอะหวะ ใบหน้าบวมปูด ศีรษะแตก ตามร่างกายมีบาดแผลหลายแห่ง เลือดไหลนองพื้นเป็นที่น่าสยดสยอง

ส่วนบริเวณไร่มันสำปะหลังห่างจากจุดพบศพไปประมาณ 50 เมตร จนท.ตร.พบมีร่องรอยการต่อสู้จนต้นมันสำปะหลังหักล้มระเนระนาดและมีกองเลือดอยู่เป็นจุดๆ นอกจากนี้ยังพบหลักฐานสำคัญประกอบด้วย กิ๊ฟหนีบผมพลาสติกสภาพแตกหักตกอยู่กระจัดกระจาย และโทรศัพท์มือถือซึ่งคาดว่าจะเป็นของผู้ตายตกอยู่ 1 เครื่อง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
 
ต่อมาตำรวจเดินทางไปสอบปากคำ น.ส.แวว ซึ่งแพทย์ได้เยียวยาจนอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ก่อนให้การว่า ตนกับนายประวิทย์ เป็นสามี-ภรรยากัน ก่อนหน้าที่จะเดินทางมาประเทศไทย ตนได้ขายรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ก ที่ สปป.ลาว ได้เงินมาประมาณ 4 แสนบาท และอยากจะซื้อรถมือสองสักคัน กระทั่งได้รับการติดต่อจากนายไกรวิทย์ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) อาชีพผู้รับเหมา ซึ่งเป็นเพื่อนกับสามีว่ามีรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ จะขายให้ในราคา 3 แสนบาท และนัดพบกันช่วงค่ำของวันที่ 1 พ.ค.ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา เมื่อเจรจาส่งมอบรถและเงินกันเรียบร้อยแล้ว นายไกรวิทย์ ได้ออกอุบายว่าจะพาไปท่องราตรีที่เมืองพัทยา ตนกับนายประวิทย์ สามี จึงขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ โดยมีชายฉกรรจ์จำนวน 3 คน ซึ่งเป็นลูกน้องของนายไกรวิทย์ เดินทางไปด้วย แต่ต่อมากลับพาขับรถออกนอกเมืองจนมาถึงบริเวณทางเข้าซอยศาลเจ้าแปะกง ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว นายไกรวิทย์ พร้อมสมุน จึงออกลายโจร กระชากตนกับสามีออกจากรถแล้วใช้ไม้กระหน่ำตี ก่อนที่หนึ่งในคนร้ายจะใช้อาวุธมีดปาดคอสามีจนฟุบจมกองเลือด ตนจึงตัดสินใจวิ่งหนีตายเข้าไปในไร่มันสำปะหลัง แต่ก็ถูกกลุ่มคนร้ายตามไปจนทัน และใช้ท่อนไม้กระหน่ำตีที่ศีรษะจนตนสลบไป พร้อมกับชิงรถยนต์ที่เพิ่งซื้อและเชิดเงินสดจำนวน 3 แสนบาทหลบหนีไป เมื่อตนฟื้นขึ้นมาจึงตะเกียกตะกายออกไปขอความช่วยเหลือจากผู้ที่ใช้ยวดยานสัญจรไปมาบนถนนสาย 331 จนมีหน่วยกู้ภัยฯ มาช่วยเหลือดังกล่าว
 
ด้าน พ.ต.อ.ชนพัฒน์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำ น.ส.แวว ทางตำรวจพอจะทราบเบาะแสของคนร้ายแล้วว่าเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอยู่ในเขตเมืองพัทยา เบื้องต้นได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวและแหล่งที่พักเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 



 

ข่าวสด

ตํารวจเมืองชลบุรียังคงใช้ความพยายามตามล่าตัว นายไกรวิทย์ สิงทองชาย ฆาตกรโหด ที่ลวงเสี่ยรับเหมากับเมียสาวชาวลาวหลอกจะขายรถให้ แต่เมื่อถึงเวลานัดกลับโยกโย้ชวนพาไปท่องราตรีที่พัทยา ก่อนจะร่วมกับพวกรุมทำร้ายตี-ฟันเพื่อนตายอนาถ แล้วชิงเงินสดที่เหยื่อเตรียมมาเป็นค่าซื้อรถ 3 แสนบาทหลบหนีไป

ส่วนเมียสาวที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์โหด แกล้งทำเป็นสลบเลยรอดแต่อาการยังสาหัส

ขณะที่ตำรวจระดมทีมออกตามล่าตามแหล่งกบดาน หวังลากคอเข้าตะรางเพื่อชดใช้กรรมที่ก่อ

สำหรับเหตุการณ์ฆ่าโหดเสี่ยรับเหมาเกิดขึ้นเมื่อดึกสงัดวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ต.ท.สมัย สมจิตต์ พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิต เหตุเกิดภายในซอยศาลเจ้าแป๊ะกง ริมถนนสาย 331 โคราช-สัตหีบ หมู่ 12 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงรีบรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ให้ พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ รับทราบทันที

จึงพร้อม พ.ต.ท.ภาคสุวัฒน์ ชมถนอม สว.สส. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลวัดญาณสังวราราม และหน่วยกู้ภัยรีบเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.แวว สัญชาติลาว อายุ 43 ปี นั่งอยู่ริมถนนในสภาพได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยแขนทั้ง 2 ข้างหัก หน้าผากและศีรษะถูกทุบด้วยของแข็งเป็นแผลฉกรรจ์ ส่วนตามร่างกายมีบาดแผลจากของมีคมหลายแห่ง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เพื่อช่วยชีวิตทันที

ขณะเดียวกันห่างจากถนนเข้าไปภายในซอยดินลูกรังประมาณ 100 เมตร พบศพ นายประวิทย์ ชัยชาญ อายุ 43 ปี บ้านเดิมอยู่ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง อยู่ในสภาพนอนตะแคงข้างสวมเสื้อคอปกลายขาวดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน จมกองเลือดอยู่บริเวณพงหญ้าติดกับสวนยางพารา

ที่บริเวณลำคอมีบาดแผลถูกของมีคมบาดเป็นแผลขนาดใหญ่และลึกจนหลอดลมขาด ส่วนที่ใบหน้าถูกฟันเป็นแผลฉกรรจ์ นอกจากนี้ที่ร่างกายยังมีบาดแผลถูกฟันอีกหลายแห่ง ที่คอมีสร้อยสแตนเลส แต่พระเหรียญซึ่งห้อยอยู่กับสร้อยถูกยัดไว้ในปาก

ห่างจากศพไป 50 เมตร พบร่องรอยการต่อสู้จนต้นมันสำปะหลังหักล้มระเนระนาดและมีกองเลือดอยู่เป็นจุดๆ พบกิ๊บหนีบผมของผู้หญิง และโทรศัพท์มือถือตกอยู่ 1 เครื่อง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สาวลาวเหยื่อที่รอดตายกลายเป็นประจักษ์พยานคนสำคัญ ให้การว่าตนกับนายประวิทย์ เป็นสามี-ภรรยากัน ก่อนหน้าที่จะเดินทางมาประเทศไทย ได้ขายรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ ที่สปป.ลาว ได้เงินมากว่า 4 แสนบาท และอยากจะซื้อรถมือสองคันใหม่

ต่อมาได้รับการติดต่อจากนายไกรวิทย์ มีอาชีพผู้รับเหมา ซึ่งเป็นเพื่อนกับสามีด้วย บอกว่ามีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ จะขายให้ในราคา 3 แสนบาท โดยนัดให้มาพบกันช่วงเย็นของวันเดียวกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา

เมื่อไปตามนัดได้พบปะเจรจานัดหมายวันส่งมอบรถและเงินกันได้แล้ว นายไกรวิทย์ได้ออกอุบายจะพาไปท่องราตรีที่เมืองพัทยา ตนกับสามีจึงขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำ โดยมีชายฉกรรจ์ 3 คน ซึ่งเป็นลูกน้องของนายไกรวิทย์ เดินทางไปด้วย แล้วขับรถพาออกนอกเมืองจนมาถึงบริเวณทางเข้าซอยศาลเจ้าแป๊ะกง ซึ่งเป็นที่เปลี่ยวและมืดปลอดผู้คน แล้วนายไกรวิทย์พร้อมสมุนจึงออกลายโจร กระชากตนกับสามีออกจากรถแล้วใช้ไม้ไล่กระหน่ำตี แม้สามีจะพยายามต่อสู้เพื่อเอาตัวรอด แต่ต้องถูกฟันด้วยมีดสปาร์ตาจนล้มลงแล้วปาดคอซ้ำจนร่างร่วงไปกองกับพื้น แล้วชิงเอาเงินสด 3 แสนบาทไป

ส่วนตนพยายามวิ่งหนีเข้าไปในไร่มันสำปะหลัง แต่ถูกวิ่งตามไปจนทัน แล้วใช้ท่อนไม้กระหน่ำตีที่ศีรษะจนตนสลบไป เมื่อฟื้นขึ้นจึงพยายามตะเกียกตะกายออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่ขับรถผ่าน

หลังเกิดเหตุพล.ต.ต.นิวัฒน์ รัตนาธรรมวัฒน์ รอง ผบช.ภาค 2 โดดมาคุมคดีด้วยตนเองเรียก พล.ต.ต.ธเนตร์ พิณเมืองงาม ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ระดมชุดมือปราบจากสืบสวนภาค 2 สืบสวนภ.จว. ชลบุรี และฝ่ายสืบสวนสภ.ห้วยใหญ่ ประชุมแบ่งงานก่อนกระจายกำลังออกไล่ล่าแก๊งผู้รับเหมาก่อสร้างโหดทันที

ส่วนปมสังหารมุ่งไปเรื่องฆ่าชิงทรัพย์เป็นหลัก

โดยเฉพาะนายไกรวิทย์ สิงทองชาย อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 136/1 ม.6 ต.โพนทอง อ.โพธิ์ตาก จ.หนอง คาย ผู้รับเหมาโหด พร้อมสมุนอีก 3 คน ถูกตำรวจหมายหัวตามลากคอมาเข้าตะรางให้จงได้

"คนร้ายแก๊งนี้ลงมือฆ่าอย่างเหี้ยม โหด แม้ว่าเหยื่อเป็นเพื่อนในวงการรับเหมาก็ตาม ยังกล้าลงมือได้ลงคอ เพียงเพื่อหวังเงินของเหยื่อ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ออกตามล่าตัวมาให้ได้โดยเร็ว คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้" รองผบช.ภาค 2 กล่าวด้วยความมั่นใจตะครุบตัวฆาตกรแก๊งนี้


 

.............................................................

 

 

« Back