คดีฆ่าหมกศพสาว ม.5

 

 

 

ตํารวจนำหลักฐานที่เพิ่งค้นพบในภายหลัง ทั้งเศษเสื้อผ้าชุดนักเรียน ขาแว่นตา ซิมโทรศัพท์ ปากกา ที่คนร้ายนำไปเผาเพื่อหวังทำลายหลักฐานอำพรางคดี แต่ก็ไหม้ไม่หมด

จนมีชาวบ้านไปพบและแจ้งตำรวจไปตรวจสอบ กลายเป็นหลักฐานเด็ด

นำมาใช้เป็นทีเด็ดมัดตัว ว่าที่ร.ต.เฉลิมชัย ปู่ทอง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 300 หมู่ 1 ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ อดีตนักกีฬามวยปล้ำทีมชาติไทย และนักกีฬารักบี้เยาวชนทีมชาติ ปัจจุบันทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่

ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นของใช้ส่วนตัวที่น.ส.รุ่งนภา ไชยวงศา อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนส่วนบุญโญ ปถัมภ์ อ.เมือง จ.ลำพูน สวมใส่และใช้ ก่อนจะหายตัวไปหลังเลิกเรียนอย่างไร้ร่องรอยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา

พอเห็นตำรวจค้นเจอหลักฐาน ที่ตั้งใจจะทำลายทิ้งให้หมด ฆาตกรก็ยอมจำนน ยอมปริปาก !??

ยอมรับสิ้นไส้ว่าเป็นคนฆ่าน.ส.รุ่งนภาจริง หลังตัดสินใจถอดชุดนักเรียนของคนตายออกทุกชิ้น แล้วอุ้มร่างเปลือยเปล่าออกจากกระท่อมไปฝังไว้ริมห้วยห่างจากกระท่อมราว 4 ก.ม. เพื่อหนีความผิด ก่อนกลับมาเผาเสื้อผ้าข้าวของต่างๆ และขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ว่าที่ร.ต.เฉลิมชัย ถูกตำรวจเข้าล็อกตัวระหว่างเดินพ้นจากประตูเรือนจำกลางลำพูนได้ไม่กี่ก้าว

   

โดยก่อนหน้านั้นตำรวจไม่สามารถหาหลักฐานคดีฆาตกรรมได้ เอาผิดยัดคุกได้เพียงข้อหาพรากผู้เยาว์

จากนั้นหิ้วตัวไปสอบเค้นยังโรงพักเมืองลำพูนอีกครั้ง อย่างละเอียด

ย้อนคดีพิศวาสฆาตกรรมอำพราง เกิดขึ้นเมื่อนายสมาน ไชยวงศา อายุ 41 ปี ขึ้นโรงพักสภ.เมืองลำพูน เข้าแจ้งความต่อพ.ต.ท.ดุษฎี ศรีสุวรรณ พนักงานสอบสวน ขอให้ช่วยติดตามหาตัวน.ส.รุ่งนภา ไชยวงศา ลูกสาว ซึ่งหายตัวไปหลังจากเลิกเรียนเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 53 ที่ผ่านมา

มีพยานที่เป็นเพื่อนนักเรียนด้วยกัน เห็นนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปกับว่าที่ร.ต.เฉลิมชัย แฟนหนุ่มที่คบหากันอยู่

ตำรวจจึงใช้เป็นข้อมูลในการตามหาตัวนักเรียนสาว แล้วรีบรายงานเหตุให้ พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว ผบก.ภ.จว.ลำพูน รับทราบทันที โดยมอบให้ พ.ต.ท.นริช สอนดิษฐ รอง ผกก.สส.ภ.จว.ลำพูน เป็นหัวหน้าชุด ร่วมกับฝ่ายสืบสวนสภ.เมืองลำพูน ประสานข้อมูลเร่งสืบสวนหาตัวว่าที่ร.ต.เฉลิมชัย จนเจอพักที่หอพักแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่

โดยเจ้าตัวปากแข็งให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่เจอกันมานานหลายเดือนแล้ว

ซึ่งขัดกับที่พยานระบุว่า เห็นน.ส.รุ่งนภาซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปกับแฟนหนุ่มที่มารับถึงหน้าโรงเรียน

จึงจับกุมแจ้งข้อหาพรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดาโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจ

ส่งตัวเข้าคุกตั้งแต่เมื่อ 6 เดือนก่อน !??

กระทั่งถึงวันครบกำหนดฝากขังต้องปล่อยตัวเป็นอิสระ

แต่โชคไม่เข้าข้างคนทำผิด เมื่อตำรวจได้หลักฐานใหม่ ทั้งสิ่งของเครื่องใช้ของคนตาย และพยานบุคคลที่ให้การสอดรับว่าแฟนหนุ่มเป็นคนฆ่า อันเป็นผลมาจากการที่ชุดคลี่คลายแกะรอยมาอย่างต่อเนื่องตลอด 6 เดือน

จากทีแรกที่ไม่มีหลักฐานคดีฆ่า ก็มีชาวบ้านไปพบจุดที่มีการเผาข้าวของซึ่งยังพอมีชิ้นส่วนหลงเหลืออยู่บ้าง เมื่อตำรวจนำไปตรวจสอบก็ชัดเจนว่าเป็นทรัพย์สินของน.ส.รุ่งนภา

จึงยืนยันได้ว่าถูกฆาตกรรมแล้ว และใช้รวบตัวคนร้ายที่หน้าเรือนจำนั่นเอง

จากคำสารภาพ แฟนหนุ่มให้การว่า ได้รู้จักกับน.ส.รุ่งนภาโดยบังเอิญ เพราะโทรศัพท์ผิดเบอร์เข้ามาหา แล้วได้คบหากันมาเรื่อยๆ จนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากว่า 2 ปี

กระทั่งวันเกิดเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปรับผู้ตายหลังเลิกเรียน พาไปคุยกันที่กระท่อมกลางสวนป่า ม.9 บ้านแม่สะนาม ต.บ่อหลวง จ.เชียงใหม่

จนเกิดทะเลาะมีปากเสียงอย่างหนัก เมื่อฝ่ายหญิงจับได้ว่ามีเมียแล้ว 2 คน ทั้งยังมีลูกพ่วงมาอีก 2

จึงเกิดบันดาลโทสะคว้าไม้ฟาดหัวอย่างแรงถึง 3 ครั้งซ้อนจนเสียชีวิต แล้วนำเสื้อผ้าของผู้ตายไปเผาทำลายทิ้ง ส่วนศพได้แบกไปฝังดินหมกริมห้วยเพื่ออำพรางคดี

สิ้นคำสารภาพ ตำรวจจึงนำตัวเดินทางไปยังจุดฝังศพ ตามคำให้การ ที่บริเวณริมห้วยกลางป่าสน ห่างจากถนนเชียงใหม่-แม่สะ เรียง ม.5 บ้านแม่สะนาม ประมาณ 4 กิโลเมตร เมื่อเจ้าหน้าที่ขุดหาศพพบเพียงโครงกระดูกหญิงสาวแหลกเป็นชิ้นๆ อยู่ในกองดิน ไม่มีเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว

 

ที่กะโหลกศีรษะมีร่องรอยถูกตีด้วยของแข็งจนยุบและแตกหลายจุด ด้านแพทย์นิติเวชเก็บรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง

จากนั้นได้พาไปยังกระท่อมกลางป่า ห่างจากจุดพบโครงกระดูกประมาณ 4 กิโลเมตร ที่เจ้าตัวระบุว่าเป็นจุดลงมือฆ่าน.ส.รุ่งนภา เจ้าหน้าที่จึงเก็บหลักฐานคราบเลือด พร้อมนำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพทุกขั้นตอน รวมทั้งทำพิธีขอขมาศพ

ฆาตกรรายนี้เป็นถึงนักกีฬาทีมชาติ ประเภทนักวิ่งมาราธอน รักบี้ มวยปล้ำ ซึ่งเคยเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ที่ประเทศจีน ล่าสุดดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเหลือคนไข้ของโรงพยาบาลสวนปรุงเชียงใหม่

กลายเป็นฆาตกรด้วยพิษรักแรงสวาทจนได้ !??

.............................................................

 

« Back