คดีฆ่าเปลือยถ่วงเจ้าพระยา

 

 

 

วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 11:26 น.  ข่าวสดออนไลน์


ฆ่าเปลือยสาวนิรนาม มัดมือ-เท้าห่อผ้าคลุมรถ ถ่วงน้ำเจ้าพระยา

 เมื่อเวลา 09.00. น. วันที่ 13กย.พ.ต.ท.ไชยันต์ ดาวเรือง สารวัตรเวร สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งพบศพถูกห่อด้วยผ้าคุมรถลอยน้ำมาติดเรือชาวบ้านในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้วัดพลับสุทธาวาส หมู่ 5 ต.เชียงรากน้อย ถ.สามโคกสายใน จึงรุดตรวจสอบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภจว.ปทุมธานี พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รอง.ผบก.ภจว.ปทุมธานี พ.ต.อ.ปรีดี พงษ์เศรษฐ์สันต์ รอง.ผบก.ศพฐ.เขต1 (พิสูจน์หลักฐาน) พ.ต.อ.สมหมาย นาคสีหมอก ผกก.สภ.สามโคก แพทย์เวรโรงพยาบาลสามโคก เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต้กตึ๊ง  ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ต้องนำเรือออกไปลากศพที่ริมแม่น้ำเข้ามาที่ฝั่งถนนหน้าวัด เนื่องจากน้ำได้ท่วมขึ้นมาบริเวณลานวัด ซึ่งศพดังกล่าวได้ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าใบคุมรถสีบรอนซ์ โดยถูกมัดด้วยเชือกผ้าสำหรับปีนเขาสีแดงรอบๆ ตัว ภายในถูกห่อด้วยผ้าขนหนู ผืนแรกสีขาวปักอักษรภาษาอังกฤษ คำว่า STREAMLINE และผืนที่สองปักตัวหนังสือภาษาอังกฤษคำว่า SCHWARZKOPF&HENKEI สีส้ม บริเวณขามีเชือกรัดกระสอบปุ้ยสีขาวถูกถ่วงด้วยหินขนาดใหญ่ 3 ก้อน เป็นหินฝาท่อ 1 ก้อน หินอิฐบ๊อก 1 ก้อน และหินปูนผสมเสร็จ 1 ก้อน จากการชันสูตรศพเป็นเพศหญิง อายุประมาณ 20-25 ปี ภายในตัวไม่มีเอกสารใดๆ สภาพเปลือยกายผิวขาวสูงประมาณ 150-155 ซ.ม. ไว้ผมยาวถึงกลางหลัง ย้อมผมสีแดง ทาเล็บเท้าสีทองส้ม เล็บมือยาว บริเวณหลังเหนือหัวไหล่ขวามีรอยสักรูปมังกรตัวเล็ก 1 ตัว ที่ข้อมือถูกมัดพันธนาการด้วยสายรัดเคเบิ้ลไทร์สีขาวและสีดำ ร้อยเป็นวงจากข้อมือลงมาที่ข้อเท้าอย่างแน่นหน้า เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานและส่งศพไปผ่าชันสูตรที่โรงพยาบาลตำรวจ จากการนายวินัย เอี่ยมศรี อายุ 35ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/1 หมู่4 ต.ดอนทอง อ.หนองโดน จ.สระบุรี เป็นผู้พบศพให้การว่า ขณะที่กำลังขับรถยนต์อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้พบขาคล้ายของมนุษย์ถูกห่ออยู่ในผ้าใบดังกล่าวได้โผล่ลอยเหนือน้ำขึ้นมา จึงขับเรือเข้าไปดูจนแน่ชัด จากนั้นได้โทรศัพท์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว โดยตนไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหน พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภจว.ปทุมธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจดูสภาพศพแล้วคาดว่าอาจจะเป็นหญิงสาวชาวต่างชาติ แต่ไม่ทราบว่าเป็นสัญชาติใด เพราะสังเกตจากสีผมจะเป็นผมสีบรอนซ์ทองและดัดหยิกเป็นรอนๆ ผิวขาว รูปร่างดี คาดว่าถูกคนร้ายลวงมาฆ่าข่มขืนหรืออาจจะเป็นคนใกล้ตัวที่มีความแค้นอย่างมาก โดยอาจก่อเหตุสังหารโหดภายในโรงแรมแห่งใดแห่งใน จ.ปทุมธานี และ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยสังเกตจากผ้าขนหนูที่ห่อศพมาน่าจะเป็นของโรงแรม ส่วนบาดแผลที่ทำให้เสียชีวิต เบื้องต้นพบรอยเขียวซ้ำที่ลำคอและที่หน้าอก ส่วนที่อวัยวะเพศมีรอยฉีกขาด ซึ่งจะสืบสวนให้ทราบชื่อผู้เสียชีวิตก่อน จึงจะนำไปสู่การจับกุมตัวคนร้ายต่อไป................

เมื่อเวลา 08.10 น. พ.ต.ท.ไชยันต์ ดาวเรือง สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สามโคก ได้รับแจ้งเหตุจากนายวินัย เอี่ยมศรี ผู้ดูแลเรือเหล็กลากจูงว่าได้พบศพลอยน้ำห่อหุ้มด้วยผ้าใบคุมรถลอยมาติดที่ ท่าเรือของ อู่ต่อเรือ ส.พรหมเจริญ จำกัด ม.5 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.วัฒนา เขตต์สมุทร ผบก.ปทุมธานี พ.ต.อ.สมหมาย นาคสีหมอก ผกก.สภ.สามโคก พ.ต.ท.พิสิษฐ ล้ำเลิศ สว.สส. พ.ต.ท.ชูเกรียติ อิ่มใจ รอง ผกก.สส.พ.ต.ท.พีรธรรม ธรรมธีรดิลก รอง ผกก.ปป.แพทย์ รพ.สามโคก เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง
ในที่เกิดเหตุพบต้องเดินข้ามเรือโยงจำนวน 4 ลำไปจนถึงลำสุดท้ายพบผ้าคุมรถยนต์ห่อศพลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยามาติดอยู่ ช่วงหัวเรือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้เรือเล็กลากจูงศพมาขึ้นที่ท่าน้ำวัดพลับสุทธาวาส เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ดึงห่อศพลากขึ้นฝั่งพบว่ามีถุงปุ๋ยภายในใส่หิน จำนวน 3 ก้อนเมื่อแกะผ้าคุมรถออกภายในพบว่ามีศพหญิงสาวอายุราว 20-25 ปี ผมสีทอง ตาสีฟ้า มีผ้าขนหนูห่อหุ้มจำนวน 2 ผืน ที่ข้อมือถูกรัดด้วยเคเบิลคายรัดสายไฟและผูกโยงเป็นลูกโซ่ไปที่ขาทั้ง 2 ข้าง ลำตัวและข้อมือทั้งสองข้างมีรอยเขียวช้ำไปทั้งตัว เล็บเท้าทาสีทอง คาดว่าน่าจะเป็นฝรั่งชาวเยอรมัน
จากการตรวจสอบผ้าขนหนูทั้งสองผืนพบว่าเป็นยีห่อสตีมลาย เหมือนเป็นที่พักโรงแรม คาดว่าน่าจะถูกฆ่าตายเหนือจังหวัดปทุมธานีขึ้นไป ทางจังหวัดอยุธยา อ่างทอง ซึ่งอยู่เหนือแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นไปเพราะศพลอยตามแม่น้ำมาจากทางเหนือ จึงได้ส่งศพไปที่นิติเวช รพ.ตำรวจ และประสานเจ้าหน้าที่สถานทูตเยอรมันให้มาร่วมตรวจสอบว่าเป็นชาวเยอรมันหรือไม่

 

 

 


 เดลินิวส์

 

ผงะ! เจอศพฆ่าเปลือยสาวนิรนาม ถูกมัดมือ-เท้า แล้วใช้หินถ่วงแม่น้ำเจ้าพระยา

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.ย. พ.ต.ท.ไชยยันต์  ดาวเรือง สารวัตรเวร สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุจากนายวินัย  เอี่ยมศรี อายุ 37 ปี ชาวบ้าน ว่าพบผู้เสียชีวิตถูกห่อผ้าลอยน้ำอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ 5 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมด้วยพล.ต.ต.วัฒนา   เขตร์สมุทร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตลอยน้ำติดอยู่กับเรือโยงของท่าเรือ ส.พรหมเจริญ จึงนำร่างผู้เสียชีวิตลากมาขึ้นที่ท่าน้ำวัดพลับสุทธาวาส จากการตรวจสอบผู้เสียชีวิต สภาพศพถูกห่อด้วยผ้าคลุมรถสีเทา และผ้าขนหนู มัดหัวท้ายด้วยเชือกไนล่อนสีแดง และผูกหิน 3 ก้อนใส่กระสอบปุ๋ย เพื่อถ่วงศพ

 

 

 

 

 

 

21 ก.ย.2554 เดลินิวส์

 

กองปราบ ตามล่าจับกุม “เสธ.ร้อยศพ” ในเฟซบุ๊ค ผู้ต้องหาฆ่าสาวผมทอง ทิ้งศพพื้นที่สามโคก ปทุมธานี

แต่ยังปากแข็ง จนท.พบหลักฐานเอาผิดเพียบ
 
วันนี้ ( 21 ก.ย.)  พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ณัฐกร ประภายนต์ ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ร.ต.อ.กริช วรทัต สว.กก.2บก.ป.แถลงข่าวจับกุม นายฉัตรชัย สารประดิษฐ์ อายุ 36 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่1550/2554 ลงวันที่ 20 ก.ย.54 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมของกลาง รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซิตี้ สีเทา ทะเบียน ฌส 362 กทม.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ เครื่องช็อตไฟฟ้า นาฬิกาข้อมือ ถุงปุ๋ย สายรัดเคเบิ้ล 65 เส้น และเชือก 1 ม้วน

 

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา มีผู้พบศพหญิงสาวนิรนาม ทรงผมสีทอง ในสภาพเปลือยกาย อายุประมาณ 40 ปี ลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ในท้องที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยพบว่าศพถูกห่อด้วยผ้าใบคลุมรถ บริเวณข้อมือมีสายรัดเคเบิ้ลรัดไว้โยงกับข้อเท้า ซึ่งในวันดังกล่าว น.ส.กุศลิน สระทองอื้อ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก โดยระบุว่าศพที่พบน่าจะเป็นพี่สาว คือ น.ส.จริลทิพย์ สระทองอื้อ ที่หายตัวไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และได้เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.วังทองหลาง มาแล้วก่อนหน้านี้

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า หลังจากน.ส.กุศลิน เข้าแจ้งความไว้กับตำรวจท้องที่แล้ว ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2บก.ป.เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้นอีกทางหนึ่ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งยืนยันได้ว่าเป็นศพของ น.ส.จริลทิพย์ จากนั้นจึงตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ประกอบกับพยานหลักฐานต่างๆ ที่พบอยู่ในศพ จนน่าเชื่อว่านายฉัตรชัย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตในครั้งนี้ จึงขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักนายฉัตรชัย โดยผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ และทรัพย์สินต่างๆ ของผู้เสียชีวิต รวมทั้งเชือก ถุงปุ๋ย สายรัดข้อมือซึ่งตรงกับที่พบจากศพ คาดว่าเป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้ประกอบการฆาตกรรม ต่อมาจึงเร่งประสานกับตำรวจ สภ.สามโคก ก่อนจะรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าทรัพย์สินต่าง ๆ ได้ซื้อมาจากเพื่อนนายต๋อง ไม่ทราบชื่อจริง ในราคา 50,000 บาท อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า นายฉัตรชัย คบหากับผู้เสียชีวิตมาประมาณ 1 ปี และมีการโทรศัพท์ติดต่อกันหลายครั้ง นอกจากนี้ทรัพย์สินต่างๆ ก็ถูกนายฉัตรชัย นำไปใช้ รวมทั้งเงินสดในบัญชีเอทีเอ็มของผู้เสียชีวิต นายฉัตรชัย ได้นำไปกดเงินมาเพื่อใช้หนี้สินหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 30,000 บาท ล่าสุดคือเมื่อวันที่17 มิ.ย.ที่ผ่านมา กดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ย่านพุทธมณฑล สาย 4 ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะหายตัวไปและติดต่อไม่ได้อีก
 
น.ส.กุศลิน น้องสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า พี่สาวตนรู้จักกับผู้ชายหลายคนซึ่งมีทั้งที่เป็นลูกค้าที่ทำงาน แต่ตนก็ไม่ทราบว่าพี่สาวได้ติดต่อกับใครอยู่บ้าง โดยชีวิตส่วนตัวพี่สาวอยู่กินกับแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่นแต่ไม่ได้มีลูกด้วยกัน ที่ผ่านมาก็จะติดต่อกับพี่สาวผ่านทางโทรศัพท์ ส่วนสาเหตุการสังหารก็ไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากเรื่องใด คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ก็รู้สึกดีใจที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแนวทางการสืบสวนเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุการสังหารโหดครั้งนี้น่าจะมาจากเรื่องชู้สาว หรือเป็นการฆ่าชิงทรัพย์เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีทรัพย์สินอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนประวัติของผู้ต้องหารายนี้ก็พบว่ามีอาชีพเป็นเซลล์จำหน่ายสินค้าให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง และมีฉายาว่า “เสธ.ร้อยศพ” ในเฟซบุ๊ค เว็บไซต์สังคมออนไลน์ที่ผู้ต้องหาสมัครเข้าใช้บริการ เนื่องจากมีพฤติกรรมเป็นคนเจ้าชู้ คบหาหญิงสาวหลายคน สำหรับศพผู้เสียชีวิตที่มีผลการตรวจชันสูตรออกมาว่าไม่มีอาหารอยู่ในกระเพาะ จึงคาดว่าน่าจะถูกกักขังตัวไว้จนอดอาหารตายในระหว่างที่ผู้ต้องหาพาภรรยาไปเยี่ยมแม่ยายที่ จ.หนองคาย นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังเชื่อว่าน่าจะมีผู้กระทำความผิดมากกว่า 1 คน ในการซ่อนเร้นอำพรางศพซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ ภายหลังการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาไปตรวจสอบรถยนต์ของกลาง และรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีเทา ทะเบียน ถพ 3317 กทม.ของภรรยาผู้ต้องหา ซึ่งยึดไว้ตรวจหาหลักฐาน ก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก รับไว้ดำเนินคดี

 

 

 

 

ผู้จัดการ

 


กองปราบฯ ตามจับหนุ่มจอมเจ้าชู้ ฉายา เสธ.ร้อยศพ ในเฟซบุ๊ก ผู้ต้องหาฆ่าสาวผมสีทอง ทิ้งศพล้อนจ้อนลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่สามโคก ปทุมธานี แต่ยังปากแข็ง ทั้งที่เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเอาผิดจำนวนมาก
       
       วันนี้ ( 21 ก.ย.) เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ กองปราบปราม พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผบก.ป. พ.ต.อ.ณัฐกร ประภายนต์ ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.วราวุธ เจริญชนม์ รองผกก.2 บก.ป. พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ร.ต.อ.กริช วรทัต สว.กก.2 บก.ป.แถลงการจับกุม นายฉัตรชัย สารประดิษฐ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/181 หมู่บ้านมนวดี หมู่ 4 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1550/2554 ลงวันที่ 20 กันยายน 2554 ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พร้อมของกลาง รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ทะเบียน ฌส 362 กทม.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เครื่องช็อตไฟฟ้า นาฬิกาข้อมือ ถุงปุ๋ย สายรัดเคเบิล 65 เส้น และเชือก 1 ม้วน จับกุมได้ที่บ้านพักหลังดังกล่าวของผู้ต้องหา
       
       พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา มีผู้พบศพหญิงสาวนิรนาม ทรงผมสีทอง ในสภาพเปลือยกาย อายุประมาณ 40 ปี ลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ในท้องที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี โดยพบว่าศพถูกห่อด้วยผ้าใบคลุมรถ บริเวณข้อมือมีสายรัดเคเบิ้ลรัดไว้โยงกับข้อเท้า ซึ่งในวันดังกล่าว น.ส.กุศลิน สระทองอื้อ อายุ 37 ปี และ นายสมชาย สระทองอื้อ อายุ 40 ปี ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก โดยระบุว่าศพที่พบน่าจะเป็นพี่สาว คือ น.ส.จริลทิพย์ สระทองอื้อ ที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา และได้เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.วังทองหลาง เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา
       
       พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า หลังจาก น.ส.กุศลิน เข้าแจ้งความไว้กับตำรวจท้องที่แล้ว ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อขอให้ช่วยสืบสวนคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้นอีกทางหนึ่ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งยืนยันได้ว่าเป็นศพของ น.ส.จริลทิพย์ จากนั้นจึงตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ ประกอบกับพยานหลักฐานต่างๆ ที่พบอยู่ในศพ จนน่าเชื่อว่านายฉัตรชัย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตในครั้งนี้ จึงขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักนายฉัตรชัย โดยผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ และทรัพย์สินต่างๆ ของผู้เสียชีวิต รวมทั้งเชือก ถุงปุ๋ย สายรัดข้อมือซึ่งตรงกับที่พบจากศพ คาดว่าเป็นอุปกรณ์ที่ถูกใช้ประกอบการฆาตกรรม ต่อมาจึงเร่งประสานกับตำรวจ สภ.สามโคก ก่อนจะรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา
       
       พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาในเบื้องต้นให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าทรัพย์สินต่างๆ ได้ซื้อมาจากเพื่อนนายต๋อง ไม่ทราบชื่อจริง บริเวณสนามหลวงในราคา 50,000 บาท อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า นายฉัตรชัย คบหากับผู้เสียชีวิตมาประมาณ 1 ปี และมีการโทรศัพท์ติดต่อกันหลายครั้ง นอกจากนี้ทรัพย์สินต่างๆ ก็ถูก นายฉัตรชัย นำไปใช้ รวมทั้งเงินสดในบัญชีเอทีเอ็มของผู้เสียชีวิต นายฉัตรชัย ได้นำไปกดเงินมาเพื่อใช้หนี้สินหลายครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 30,000 บาท ล่าสุด คือ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา กดเงินจากตู้เอทีเอ็ม ย่านพุทธมณฑล สาย 4 ก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะหายตัวไปและติดต่อไม่ได้อีก
       
       ด้าน น.ส.กุศลิน น้องสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พี่สาวเปิดร้านคาราโอเกะ บริการลูกค้าชาวญี่ปุ่น อยู่ย่านธนิยะ สีลม แต่ก็ต้องปิดตัวในในช่วงการชุมนุมทางการเมือง ทั้งนี้พี่สาวได้อยู่กินกับแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่นประมาณ 10 ปี แต่ไม่ได้มีลูกด้วยกัน นอกจากนี้ทราบว่าพี่สาวรู้จักกับผู้ชายหลายคนซึ่งมีทั้งที่เป็นลูกค้าที่ทำงาน แต่ตนก็ไม่ทราบว่าพี่สาวได้ติดต่อกับใครอยู่บ้าง ซึ่งที่ผ่านมาก็จะติดต่อกับพี่สาวผ่านทางโทรศัพท์ ส่วนสาเหตุการสังหารก็ไม่ทราบแน่ชัดว่ามาจากเรื่องใด
       
       “หลังจากที่พี่สาวหายตัวไป ตนและพี่ชายได้เข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.วังหลองหลาง แต่คดีไม่คืบ จากนั้นมีข่าวศพนิรนาม ในพื้นที่ สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงเข้าไปตรวจสอบศพ เห็นรอยสักและลักษณะการทำคางและใบหน้า น่าจะเป็นศพพี่สาว จึงเข้าแจ้งความให้ตำรวจกองปราบปรามช่วยติดตามคดีให้ เพราะท้องที่ไม่ดำเนินการใดๆ อย่างไรก็ตามรู้สึกดีใจที่ตำรวจกองปราบปรามสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ฆ่าพี่สาวได้แล้ว” น.ส.กุศลิน กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแนวทางการสืบสวนเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุการสังหารโหดครั้งนี้น่าจะมาจากเรื่องชู้สาว หรือเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ เนื่องจากผู้เสียชีวิตมีทรัพย์สินอยู่เป็นจำนวนมาก
       
       ส่วนประวัติของผู้ต้องหารายนี้ก็พบว่ามีอาชีพขายไส้กรอกตามตลาดนัดและมีฉายาว่า “เสธ.ร้อยศพ” ในเฟซบุ๊ค เว็บไซต์สังคมออนไลน์ที่ผู้ต้องหาสมัครเข้าใช้บริการ เนื่องจากมีพฤติกรรมเป็นคนเจ้าชู้ คบหาหญิงสาวหลายคน สำหรับศพผู้เสียชีวิตที่มีผลการตรวจชันสูตรออกมาว่าไม่มีอาหารอยู่ในกระเพาะ จึงคาดว่า น่าจะถูกกักขังตัวไว้จนอดอาหารตายในระหว่างที่ผู้ต้องหาพาภรรยาไปเยี่ยมแม่ยายที่ จ.หนองคาย นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังเชื่อว่าน่าจะมีผู้กระทำความผิดมากกว่า 1 คน ในการซ่อนเร้นอำพรางศพ ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก รับไว้ดำเนินคดี

 

เช้าตรู่วันที่ 13 ก.ย. ที่ผ่านมา ด้วยสถาน การณ์ที่น้ำท่วมซ้ำซากยาวนาน จนชาวบ้านต้องสละรถมาใช้เรือเดินทางแทน และในขณะที่ นายวินัย เอี่ยมศรี อายุ 35 ปี กำลังขับเรือยนต์ออกจากบ้านไปทำกิจธุระ ประจำวัน

เมื่อถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา หมู่ 5 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ก็เห็นห่อผ้าลอยน้ำติดอยู่ใกล้ตลิ่ง เมื่อเพ่งตาดูก็เห็นวัตถุคล้ายขามนุษย์ จึงขับเรือเข้าไปใกล้ๆ

เมื่อเห็นชัดว่าเป็นขาคนจริงๆ ก็ถึงกับผงะรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบทันที!

ไม่นานนัก พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และชุดตำรวจสืบสวน สภ.สามโคก และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง รุดไปที่เกิดเหตุ

พบศพลอยน้ำติดอยู่กับเรือโยงของท่าเรือ ส.พรหมเจริญ จึงนำร่างผู้เสียชีวิตลากมาขึ้นที่ท่าน้ำวัดพลับสุทธาวาส โดยสภาพศพถูกห่อด้วยผ้าคลุมรถสีเทา มัดหัวท้ายด้วยเชือกไนลอนสีแดง ผูกติดกับหิน 3 ก้อนในกระสอบปุ๋ย เป็นเศษหินท่อ 2 ก้อน หินอิฐบล็อก ผูกถ่วงติดกับศพ

เมื่อเปิดผ้าออกพบศพหญิงสาวผมทอง ผิวขาว ทาเล็บสีทอง สภาพเปลือยเปล่า อายุประมาณ 25-30 ปี สูงประมาณ 155 เซนติเมตร มือและเท้าถูกมัดด้วยไทร์รัดไฟฟ้าสีขาว โยงมือและเท้าลักษณะไพล่หน้าอีกรอบ มีร่องรอยช้ำที่คางและหน้าอก ที่ไหล่ขวามีรอยสักลายมังกร แต่ไม่พบเอกสารหลักฐานแสดงตัวใดๆ

พล.ต.ต.วัฒนา เผยว่า จากการตรวจดูสภาพศพแล้วคาดว่าอาจจะเป็นหญิงสาวชาวต่างชาติ แต่ไม่ทราบว่าเป็นสัญชาติใด ผิวขาวรูปร่างดีคาดว่าถูกคนร้ายลวงมาฆ่าข่มขืนหรืออาจจะเป็นคนใกล้ตัวที่มีความแค้นอย่างมากลงมือก่อเหตุ สันนิษฐานว่าจะก่อเหตุฆ่าโหดภายในโรงแรมแห่งใดแห่งหนึ่งแถว จ.ปทุมธานี และ จ.พระนคร ศรีอยุธยา โดยสังเกตจากผ้าขนหนูที่ห่อศพมาน่าจะเป็นของโรงแรม ส่วนบาดแผลที่ทำให้เสียชีวิตแพทย์ระบุเบื้องต้นพบรอยเขียวช้ำที่ลำคอและที่หน้าอก

ส่วนที่อวัยวะเพศมีรอยฉีกขาดซึ่งจะได้สืบสวนให้ทราบชื่อผู้เสียชีวิตก่อนจึงจะนำไปสู่การจับกุมตัวคนร้าย

หลังปรากฏเป็นข่าวไม่นาน น.ส.กุศลิน สระทองอื้อ ก็เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก ทันที เพราะสงสัยว่าศพนิรนามดังกล่าวจะเป็น น.ส.จริลทิพย์ สระทองอื้อ อายุ 42 ปี พี่สาว ที่หายตัวไปลึกลับตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา นับเป็นเวลาร่วม 3 เดือน ซึ่งได้แจ้งความคนหายไว้ที่สน.วังทองหลาง และร้องเรียนให้กองปราบปรามเข้าช่วยตรวจสอบ

โดยน.ส.กุศลิน ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ศพสาวนิรนามนั้นเป็นพี่สาวอย่างแน่นอน เพราะตามรูปพรรณสัณฐาน รอยสักต่างๆ แล้วไม่ผิดแน่

และจากการสอบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์ ก็ยืนยันแน่ชัดว่าศพดังกล่าวเป็นน.ส.จริลทิพย์จริง

น.ส.กุศลินให้การว่า พี่สาวเป็นอดีตเจ้าของร้านคาราโอเกะ ที่ซ.ธนิยะ สีลม และอยู่กินกับแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่น แต่ที่ผ่านมารู้จักคบหากับผู้ชายหลายคน มีทั้งลูกค้าที่ทำงาน และคนที่อื่นๆ

ตำรวจกองปราบฯ จึงอาศัยเบาะแสนี้ สืบค้นจากผู้ชายที่มาติดพันผู้ตาย จนเชื่อมโยงไปถึง นายฉัตรชัย สารประดิษฐ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/181 หมู่บ้านมนวดี หมู่ 4 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

การสืบสวนพบว่า นายฉัตรชัย มีความสัมพันธ์กับน.ส.จริลทิพย์มาระยะเวลาหนึ่ง โดยที่นายฉัตรชัย เป็นหนุ่มเพลย์บอย เจ้าชู้ ใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า "เสธ.ร้อยศพ" เพื่อแสดงตัวว่ามีผู้หญิงติดพันเยอะ และไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่งอะไร อาจจะวางแผนลวง น.ส.จริลทิพย์ เพื่อหวังทรัพย์สิน เพราะผู้ตายเป็นคนที่มีทรัพย์สินมาก

และยังพบว่า เจ้า "เสธ.ร้อยศพ" ยังเคยใช้รถของผู้ตายขับโฉบเฉี่ยวไปมา

ที่สำคัญ จากผลชันสูตรพลิกศพฯ พบว่าไม่มีอาหารในกระเพาะผู้ตายเลย ผู้ตายต้องอดอาหารจนตาย!!

และก่อนหน้าวันพบศพประมาณ 4-5 วัน คือวันที่ 8 ก.ย. พบว่านายฉัตรชัยได้เดินทางไปจังหวัดหนองคาย พร้อมภรรยา เพื่อเยี่ยมแม่ยาย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่น.ส.จริลทิพย์เสียชีวิตพอดี!!

จึงยื่นศาลเพื่อขออนุมัติหมายค้น ก่อนเข้าไปพบรถยนต์ ทรัพย์สินต่างๆ ของผู้ตาย เชือก ถุงปุ๋ย ในลักษณะเหมือนกับที่พบ ในศพ

จึงรวบรวมหลักฐานของอนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา ที่ 1550/2554 ลงวันที่ 20 ก.ย. ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

และบุกรวบตัวได้ที่บ้านพัก พร้อมของกลาง รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ทะเบียน ฌส 362 กทม. คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ เครื่องชอร์ตไฟฟ้า นาฬิกาข้อมือ ถุงปุ๋ย สายรัดเคเบิล 65 เส้น และเชือก 1 ม้วน

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท ผบก.ป. ได้แถลงผลการจับกุม โดยระบุว่า จากการสอบสวนนายฉัตรชัยรู้จักกับผู้ตายมาประมาณ 1 ปี และนายฉัตรชัยเคยกดเงินในบัญชีของผู้ตายไปใช้หลายครั้ง รวมเป็นเงิน 3 หมื่นกว่าบาท และครั้งสุดท้ายที่กดเงินคือวันที่ 17 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันที่ผู้ตายหายตัวไป

"คาดว่านายฉัตรชัยได้นำตัวน.ส. จริลทิพย์ไปกักขัง และในช่วงที่นายฉัตรชัยไปต่างจังหวัด เหยื่อสาวก็ถูกปล่อยให้อดอาหารจนตาย เมื่อนายฉัตรชัยกลับมา พบว่าเหยื่อเสียชีวิตแล้ว จึงนำศพไปอำพรางคดี โดยนำไปถ่วงน้ำ คาดว่าเป็นที่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา"

"เบื้องต้นคนร้ายยังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่ารถยนต์ของผู้ตายที่เอามาใช้ ซื้อต่อมาจากเพื่อนในราคา 5 หมื่นบาท และทรัพย์สินทั้งหมดติดมากับรถอยู่แล้ว"

"อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคนร้ายไม่ได้มีแค่คนเดียว และกำลังจะติดตามความคืบหน้า โดยเฉพาะตัวภรรยาของนายฉัตรชัย และรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ นำมารวบรวมหลักฐานดำเนินคดีต่อไป"


« Back