คดียิงน้องโตมี่

 

10 ธ.ค.2553


จากกรณีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถโตโยต้า ยาริส ทะเบียนป้ายแดง กข 3271 ปทุมธานี เป็นเหตุให้ด.ช.โภคิน ดีผิว หรือน้องโตมี่ อายุ 12 ปีที่นั่งมาในรถพร้อมครอบ ครัว รวม 7 คน ถูกยิงเข้าหน้าผากอาการสาหัสถึงขั้นสมองตายไม่รู้สึกตัว และมีผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย ก.ม.1 ขาเข้ากทม. ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนคร ศรีอยุธยา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 9 ธ.ค. พ.ต.อ.นครพัฒน์ พรหมพันธุ์ รองผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.นฤนาท พุทไธสง ผกก.สส.บก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.มาโนช บุญส่ง สว.สส. พ.ต.ท.สมศักดิ์ พลพันขาง พนักงานสอบสวนสภ.พระอินทร์ราชา เจ้าของคดี พร้อมกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน นำนายจักพันธ์ ดีผิว อายุ 19 ปี พี่ชายของน้องโตมี่ซึ่งเป็นคนขับรถ ไปจำลองเหตุการณ์อย่างละเอียด โดยนำรถจักรยานยนต์ 2 คัน คือ รถจักรยานยนต์แบบซูเปอร์โฟร์ 400 ซีซี สีแดงคาดดำ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซีบีอาร์ สีแดงคาดดำ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับรถคนร้าย เพื่อจำลองเหตุการณ์ตามเวลาเกิดเหตุจริง

จุดแรกที่จำลองเหตุการณ์คือปั๊มน้ำมันปตท. ฝั่งตรงข้ามกฟภ. เขต 1 ริมถนนสายเอเชีย ต.หัน ตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จุดที่นายจักรพันธ์พร้อมด้วยครอบครัวเดินทางมาจากบ้านที่จ.ลพ บุรี ได้จอดรถแวะพักก่อนเดินทางต่อไปที่สวนอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี โดยจุดนี้เจ้าหน้าที่นำรถจักรยานยนต์ 2 คัน มาจอดเทียบให้นายจักรพันธ์ ดูสภาพของรถ ไฟหน้า และไฟท้ายว่าเป็นรุ่นใดที่ใช้ก่อเหตุ นายจักรพันธ์ ระบุว่า รถคันที่ก่อเหตุเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าซีบีอาร์ คล้ายกับคันที่นำมาจำลอง เพราะสังเกตจากไฟหน้าและไฟท้ายที่มีความคล้ายกันมากที่สุด ส่วนรูปร่างคนร้ายคนขับขี่และคนที่ลงมือยิง ใกล้เคียงกับที่นำมาจำลองเช่นกัน รวมทั้งเสื้อผ้าและหมวกกันน็อกเหมือนกับของคนร้าย



จากนั้นเจ้าหน้าที่นำรถจักรยานยนต์ไปจำลองเหตุการณ์ต่อ ตั้งแต่จุดที่รถจักรยานยนต์คนร้ายขับตามประกบตั้งแต่หน้าห้างบิ๊กซี ต.บ้านกรด อ.บางปะอิน ไปจนถึงช่วงก.ม.ที่ 2+700 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน ซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลงมือยิงครั้งแรกที่ด้านหลังรถ ห่างออกไปอีกประมาณ 600 เมตร เป็นจุดที่คนร้ายกระหน่ำยิงใส่รถอย่างไม่ยั้งมือ จนทำให้คนที่นั่งมาในรถได้รับบาดเจ็บ และจุดสุดท้ายก่อนแยกซ้ายออกไปถนนมอเตอร์เวย์ ซึ่งจุดนี้นายจักรพันธ์ขับรถฉีกออกทางด้านขวามุ่งหน้าเข้าจ.ปทุมธานี เห็นรถจักรยานยนต์คนร้ายไปจอดบริเวณทางโค้ง เพื่อดูว่ารถผู้เสียหายจะจอดหรือไม่ เมื่อเห็นว่าไม่จอดจึงขับรถหลบหนีไป ทำให้จดจำรถคนร้ายได้

รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนนำนายจักรพันธ์ไปจำลองเหตุการณ์ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา(สบ10) รักษาการผบช.ภาค 1 ผู้ควบคุมคดี พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.ภ.จว.พระ นครศรีอยุธยา เรียกประชุมตำรวจทั้งฝ่ายปราบปราม ฝ่ายสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา สภ. บางปะอิน สภ.พระอินทร์ราชา และสภ.วังน้อย พื้นที่รอยต่อกับจุดเกิดเหตุเข้าประชุม ที่สภ.พระ อินทร์ราชา เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีนานกว่า 5 ชั่วโมง โดยนำนายจักรพันธ์เข้าสอบสวนด้วย

รายงานข่าวระบุว่า หลังจากนำผู้เสียหายไปจำลองเหตุการณ์แล้ว การติดตามกลุ่มคนร้ายสรุปได้แคบลง เนื่องจากรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้เป็นฮอนด้า ซีบีอาร์ ซึ่งรถรุ่นนี้จะใช้เฉพาะกลุ่ม คือ กลุ่มปล่อยเงินกู้นอกระบบ และมีรายงานเบื้องต้นว่าตำรวจกำลังพุ่งเป้าไปที่แก๊งเงินกู้ในเขตสภ.บางปะอิน สภ.พระอินทร์ราชา สภ.วัง น้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สภ.คลองหลวง จ.ปทุม ธานี โดยอยู่ระหว่างตรวจสอบกลุ่มนาย ทุนและลูกน้องทั้งหมด

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ. พระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผบช.ภาค 1 เรียกผกก.กลุ่มงานสืบสวน บก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สิงห์บุรี อ่างทอง หัวหน้าสถานีตำรวจ 26 สถานีของพระนครศรีอยุธยา สภ.คลองหลวง และชุดสืบ สวนภาค 1 รวมทั้งตำรวจกองปราบปราม รวมเกือบร้อยนาย เข้าประชุมนานกว่า 2 ช.ม.

พล.ต.ต.คำรณวิทย์กล่าวว่า เรียกตำรวจชุดสืบสวนของจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับอยุธยาตามเส้นทางสายเอเชียมาประชุมเพื่อสอบถามความคืบหน้าที่ให้การบ้านไป เกี่ยวกับข้อมูลท้องถิ่นของแต่ละพื้นที่เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ให้แคบลง ส่วนกลุ่มเป้าหมายยังไม่สามารถชี้ได้ว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องใด แต่พุ่งเป้าไปที่กลุ่มติดตามการทวงหนี้

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้มอบหมายแต่ละพื้นที่รับผิดชอบบนถนนสายเอเชียให้ตรวจสอบปั๊มน้ำมันทุกปั๊ม โดยให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดจากปั๊มน้ำมันว่าช่วงวันที่ 3-5 ธ.ค. มีรถจักรยานยนต์ลักษณะตามที่ผู้เสียหายระบุเข้ามาจอดในปั๊มหรือไม่ และให้ตรวจสอบผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซีบีอาร์ สีดำแดง ทุกพื้นที่ว่ามีกี่คัน รวมทั้งกลุ่มเก็บเงินนอกระบบ ซึ่งส่วนมากจะใช้รถรุ่นนี้เป็นหลัก และกลุ่มวัยรุ่นไฮโซที่นิยมใช้รถซูเปอร์โฟร์ ในพื้นที่อ.บางปะอิน อ.วังน้อย อ.อุทัย และอ.พระนครศรี อยุธยา หลังเลิกประชุมชุดสืบสวนเดินทางไปจ.ลพบุรี เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการกู้เงิน ส่วนอีกชุดลงพื้นที่จ.ปทุมธานีเพื่อหาข้อมูลแหล่งเงินกู้

ต่อมาเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภ.จว.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังกว่า 100 นาย นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักพนักงานเก็บเงินกู้ บริษัทปล่อยเงินกู้ที่หมู่บ้านรณชัย 9 ต.คลองจิก และหมู่บ้านศรีทอง 4 ต.บางกระสั้น อ.บางปะอิน รวม 12 จุด พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าซีบีอาร์หลายคัน และหมวกกันน็อกแบบเต็มใบหลายใบ จึงถ่ายภาพทำประวัติพนักงานเก็บเงินกู้ ถ่ายภาพตรวจสอบทะเบียนรถทุกคันอย่างละเอียด จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ

ที่ร.พ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี นางสำรวย ดีผิว แม่ของน้องโตมี่ กล่าวว่า วันนี้อาการน้องโตมี่ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ยังขยับตัวเคลื่อนไหวไม่ได้ แพทย์ระบุว่าสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรง ยังมีความเชื่อมั่นว่าลูกจะมีปาฏิหาริย์ ตนและครอบครัวไปบนบานที่ศาลพระกาฬ จ.ลพบุรี ปล่อยนก ปล่อยเต่า ปล่อยหอย ที่คันคลองริมถนนสายบางปะหัน-อยุธยา และคันคลองสายลพบุรี เพื่อต่ออายุให้น้องโตมี่ บนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งมาก ขอให้เขาฟื้น หรือรู้สึกตัวขึ้นมาบ้าง ขอยืนยันว่าไม่เคยคิดจะถอดเครื่องช่วยหายใจน้องโตมี่ เพราะยังเชื่อว่าจะมีปาฏิหาริย์ วันนี้ยังคงมีผู้เมตตาและใจบุญมาเยี่ยมมอบเงินให้หลายราย รวมทั้งนายสุบรรณ จิระพันธุ์วาณิช นายกอบจ.ลพบุรี มอบเงินให้ 1 แสนบาท ตนจะรีบนำเงินไปใช้หนี้เงินที่กู้มารักษาน้องโตมี่ ส่วนเงินที่ผู้ใจบุญนำมาบริจาคหากเหลือก็จะนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นต่อไป

น.พ.สกล สุขพรหม นายแพทย์ศัลยกรรมสมองเจ้าของไข้ กล่าวว่า อาการล่าสุดของน้องโตมี่ยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจและให้ยากระตุ้นหัวใจ ขณะนี้เด็กยังไม่ตอบสนอง แนวโน้มเข้าเกณฑ์สมองตาย

ต่อมา นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.นนทบุรี นำกระเช้าเข้าเยี่ยมน้องโตมี่พร้อมมอบเงินสงเคราะห์ ครอบครัวจำนวน 2,000 บาท และเงินส่วนตัวสมทบอีก 8,000 บาท นายวิเชียรกล่าวว่า เห็นสภาพของน้องโตมี่แล้วหดหู่ใจ เด็กไม่รู้เรื่องอะไรด้วยกลับต้องมาเคราะห์ร้ายบาดเจ็บ เห็นใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ ที่ลูกต้องมาเจอเหตุ การณ์แบบนี้ ขอให้ความกตัญญูของน้องโตมี่ ที่มีความตั้งใจที่จะมากราบพ่อเนื่องในวันพ่อ ช่วยให้น้องโตมี่ฟื้นขึ้นมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอาการน้องโตมี่ ยังคงอยู่ในห้องไอซียู ศีรษะยังคงมีอาการบวม และยังใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ ตลอดทั้งวันมีประชาชนและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ มาเยี่ยมตลอดทั้งวัน และมีสื่อมวลชนเฝ้ารอทำข่าวบริเวณด้านหน้าห้องผู้ป่วยจำนวนมาก ทั้งนี้ ญาติน้องโตมี่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุน้องโตมี่พูดว่าโตขึ้นอยากเป็นตำรวจ

นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งมาเยี่ยมอาการน้องโตมี่ กล่าวว่า วันนี้ได้ให้พ่อแม่น้องโตมี่เขียนคำร้องเพื่อขอรับเงินค่าชดเชยและค่าตอบแทนในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญา โดยกรมจะนำคำร้องนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจาร ณาค่าตอบแทนต่อไป สิทธิที่น้องโตมี่จะได้รับ ประกอบด้วยค่ารักษาพยาบาลตามจริง ไม่เกิน 3 หมื่นบาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ แต่น้องโตมี่ยังเรียนหนังสืออยู่ ตรงนี้อาจจะไม่ได้รับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามนายจักรพันธ์ ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ในวันเกิดเหตุอีกครั้ง กล่าวยืนยันว่า ไม่เคยมีปัญหาอะไรกับใคร ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจากจ. อ่างทอง โดยใช้ถนนสายเอเชียขาเข้ากทม. เมื่อขับมาถึงช่วงก.ม.1 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซีบีอาร์ 150 ซีซี นั่งซ้อนท้ายกันมา 2 คน วิ่งอยู่เลนขวาสุด ลักษณะขับส่ายไปมาและเร่งรีบ ส่วนตนขับอยู่เลนกลาง ขณะนั้นก็เริ่มระวังเพราะกลัวจะไปเฉี่ยวชนจึงชะลอรถ และขับตามไป ไม่นานคนที่นั่งซ้อนท้ายก็ได้ชักอาวุธปืนยิงใส่เข้ามาในรถหลายนัดทันที โดยไม่ทราบสาเหตุ กระสุนเข้าที่ศีรษะน้องโตมี่พอดี ขณะนั้นน้องเขาหลับอยู่ที่เบาะหลังด้านขวา และเอาหัวพิงกระจกไว้กระ สุนจึงเข้าศีรษะพอดี และก็ยังมีคนในรถได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน ตนจึงรีบนำส่งร.พ.ใกล้เคียง สาเหตุคาดว่าน่าจะยิงผิดตัวมากกว่า เพราะครอบครัวไม่เคยมีปัญหากับใคร และไม่เคยไปกู้เงินนอกระบบ ก่อนเกิดเหตุสังเกตเห็นมีรถกระบะคันหนึ่ง ไม่ทราบรุ่น สีและทะเบียน ขับตามมาห่างๆ หลังเกิดเหตุก็หายไป ซึ่งผิดวิสัยของคนขับรถทั่วไป ที่เมื่อประสบเหตุจะต้องลงมาช่วยเหลือ



 

ผบ.ตร.ส่งกำลังลงพื้นที่ เร่งล่าคนร้ายยิงน้องโตมี่  หลังสร้างความสะเทือนขวัญให้ประชาชนทั่วประเทศ

วันนี้ ( 11 ธ.ค.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคนร้ายขับรถ จยย. ประกบยิงรถยนต์จนเป็นเหตุให้ให้ ด.ช.โภคิน ดีผิว หรือน้องโตมี่ อายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ว่า เรื่องนี้เป็นคดีที่มีความสะเทือนขวัญกับประชาชนโดยทั่วไป ทั้งจากพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยมไม่เกรงกลัวกฎหมายและมีคดีลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง เป็นเรื่องที่ประชาชนที่ใช้เส้นทางเกิดความหวาดกลัวในเรื่องความไม่ปลอดภัย เพราะทุกกคนมีโอกาสตกเป็นเหยื่อของคนร้ายได้

เบื้องต้น ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ10) รักษาการ ผบช.ภ.1 เข้าไปควบคุมการสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิดเพื่อจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ร่วมทั้งให้พล.ต.ท. จรัมพร สุระมณี ผบช.สพฐ. จัดเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้ารวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ มาประกอบการสืบสวนสอบสวน เพื่อจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้

 


   

ตำรวจกรุงเก่าส่งทีมล่า "จิ๊ป ไผ่เขียว" โยงยิงถล่มรถน้องโตมี่ แฉชอบยิงปืน แถมพัวพันแก๊งยานรก

วันนี้ (11 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการสืบหามือยิงถล่มรถที่ "น้องโตมี่-ด.ช.โภคิน ดีผิว วัย 12 ขวบ บนถนนสายเชีย  ในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มานานกว่าสัปดาห์ ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เบาะแสผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าวแล้วว่าอาจจะเป็นฝีมือของ "จิ๊ป ไผ่เขียว" นักเลงหัวไม้ที่มีบ้านพักอยู่ในชุมชนไผ่เขียว ต.พยอม อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ด้านหลังของสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวงหรือด้านหลังสถานีตำรวจทางหลวงประตูน้ำพระอินทร์

โดยตามแนวทางการสืบสวนพบว่า "นายจิ๊ป" มีพฤติกรรมชอบทำตัวเป็นขาใหญ่และชอบยิงปืนเล่นในสถานที่สาธารณะเป็นประจำ ทั้งก่อนหน้านี้ในวันลอยกระทงที่ผ่านมา "นายจิ๊ป" ได้ก่อเหตุยิงปืนภายในชุมชนไผ่เขียวอย่างระห่ำถึง 2 แม๊กกาซีน แต่สามารถหลบหนีไปได้หลังเกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ได้เก็บปลอกกระสุนในวันดังกล่าวไว้ โดยเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนที่เก็บได้ในวันยิงน้องโตมี่ ปรากฎว่าเป็นปลอกกระสุนที่น่าจะยิงมาจากปืนกระบอกเดียวกัน
 
สำหรับประวัติของ "นายจิ๊ป" เป็นคนในพื้นที่ มีพี่น้องทั้งหมด  3 คน  โดยนายจิ๊ป เป็นน้องคนเล็ก มีอุปนิสัยเป็นนักเลงหัวไม้ และมีพฤติกรรมเกี่ยวพันกับยาเสพติด เคนพัวพันกับคดีอุฉกรรจ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ ล่าสุดได้ก่อเหตุยิงใส่ด่านตำรวจ เพื่อหลบหนีเมื่อวันลอยกระทงที่ผ่านมาด้วย..

 

"น้องโตมี่" เหยื่อแก๊งโหด เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. หลังร่างกายไม่ตอบสนองต่อยาที่ได้รับ ญาติเตรียมตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองม่วง จังหวัดลพบุรี
       
       วันนี้ (11 ธ.ค.)นายแพทย์ สกล สุขพรหม แพทย์เจ้าของไข้ ด.ช.โภคิน ดีผิว หรือน้องโตมี่ อายุ 12 ปี เหยื่อคมกระสุนแก๊งโหด ได้เปิดเผยว่า น้องโตมี่ได้เสียชีวิตอย่างสงบเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. ขณะรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า หลังจากได้พยายามแจ้งให้ทางญาติทำใจขณะรักษา เนื่องจากคนไข้มีอาการสมองบวม และให้ยากระตุ้นความดันเลือด รวมถึงระบบการหายใจ และในวันนี้ร่างกายคนไข้ไม่ตอบสนองต่อยาที่ให้ไป ความดันเริ่มลดลง และสิ้นใจอย่างสงบในที่สุด โดยทางญาติกับทีมแพทย์ที่ให้การรักษาได้พูดคุยทำความเข้าใจแล้วว่าหากคนไข้ไม่หายใจก็จะไม่ทำการปั๊มหัวใจ เนื่องจากได้ให้ยากระตุ้นรักษาอย่างเต็มที่สุดความสามารถแล้ว
       
       ด้านนายจักรพันธุ์ ดีผิว พี่ชายน้องโตมี่ น้ำตาคลอ เปิดเผยว่าจะนำร่างไร้วิญญาณของน้องโตมี่ ไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดหนองม่วง จังหวัดลพบุรี
       
       โดยก่อนหน้านี้ ด.ช.โภคิน ดีผิว หรือน้องโตมี่ ถูกคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ซุปเปอร์โฟร์ ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงถล่มใส่รถยนต์โตโยต้ายาริสในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้ถูกคมกระสุนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกส่งตัวมารักษาอาการต่อที่ รพ.พระนั่งเกล้า

 

 

 

12 ธ.ค.2553

ตำรวจบุกห้องพัก "จิ๊บ ไผ่เขียว" ผู้ต้องสงสัยยิง "น้องโตมี่" แต่พยายามวิ่งหนีและยิงต่อสู้ จนต้องทำการวิสามัญ 1 ราย ทราบชื่อคือ "โจ๊ก" ผู้เป็นน้องชาย ส่วน "จิ๊บ" ถูกยิง แต่หลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่กำลังปิดล้อมเพื่อจับกุม และจากการตรวจค้นห้อง พบยาบ้า 17 เม็ด ปืน 9 กระบอก
       
       วันนี้ (11 ธ.ค.) เมื่อเวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมกำลังนับสิบนาย ได้เข้าปิดล้อมที่บริเวณสมายแมนชั่น ต.คานหาม อ.อุทัยริมถนนโรจนะ จ.อยุธยา เนื่องจากได้ข้อมูลจากสายลับว่ามีชายต้องสงสัยในคดียิงน้องโตมี่มาหลบซ่อนตัวอยู่ จึงได้เข้าตรวจค้นที่บริเวณห้องพักเลขที่ 704 ชั้น 7 ของแมนชั่นดังกล่าว ตำรวจได้เข้าแสดงตัวพร้อมกับหมายจับของสภ.บางปะอิน ซึ่งเป็นคดีค้างเก่า 2 คดี คดีพยายามฆ่า และคดีค้ายาเสพติด ขณะที่ตำรวจได้แสดงตัวปรากฏว่าชายต้องสงสัย 2 คนวิ่งหนีออกมา พร้อมกับพยายามยิงต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการวิสามัญ คนร้ายได้ 1 คน ทราบชื่อต่อมาคือนายชาญชัย หรือ โจ๊ก ประสงค์ดี น้องชาย จิ๊บ ไผ่เขียว โดยพบศพอยู่ในคูน้ำหน้าแมนชั่น สภาพถูกยิงเข้าที่เบ้าตาขวา


       
       ส่วนอีก 1 ราย ถูกยิง แต่หลบหนีไปได้ ทราบชื่อคือ นายจิ๊บ ไผ่เขียว ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยยิงน้องโตมี่เสียชีวิต ขณะนี้ตำรวจกำลังปิดล้อมไล่ล่าคาดว่าหลบอยู่ในแมนชั่นดังกล่าว หลังเกิดเหตุตำรวจได้เข้าตรวจค้นห้องพักดังกล่าว พบยาบ้า 17 เม็ด และอาวุธปืนอีก 9 กระบอก

 

(13ธ.ค.) เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการไล่ล่า นายนพพร ประสงค์ศิล หรือจิ๊ป ไผ่เขียว ผู้ต้องหาที่ร่วมกับพี่ชายนายชาญชัย ประสงค์ศิล หรือโจ๊ก ไผ่เขียว ยิงถล่มรถเก๋งโตโยต้ายาริส สีขาว ทำให้น้องโตมี่ เสียชีวิต โดนค่ำวานนี้ชุดสืบสวนตำรวจภูธร 1 นำตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 118 ม.6 ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา หลังพบว่ามีเครือข่ายของนายนพพล ประสงค์ศิลหรือจิ๊ป ไผ่เขียว อา ศัยอยู่ จากการตรวจค้นภายในบ้านพบนายนคร มีสุข หรืออ๊อฟ อายุ 23 ปี อยู่ในบ้านจึงคุมตัวมาสอบสวน พร้อมนำจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-น้ำเงิน เลขทะเบียน ขจว 468 พระนครศรีอยุธยา และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่องมาตรวจสอบ

 นายนคร รับสารภาพว่า รู้จักกับนายจิ๊ป และคืนวันเกิดเหตุหลังจากนายนพพร หรือจิ๊ป ยิงถล่มเก๋งโตโยต้ายาริส แล้ว นายจิ๊ปโทรศัพท์มาหาตน เพื่อให้ไปดูผลงานที่ยิงถล่มรถกระทั่งเวลา 00.30 น.นายจิ๊ป โทร กลับมาหาตนเองอีกครั้งถามว่ามันตายหรือไม่และตนตอบว่ามันตาย นายจิ๊ป จึงหัวเราะและวางสายโทร ศัพท์ไปโดยไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย

 สำหรับนายนคร เพิ่งเปิดร้านอินเตอร์เน็ตใหม่เอี่ยม โดยใช้เงินลงทุนกว่า 200,000 บาท และรู้จักสนิทสนมกับนายนพพล ประสงค์ศิล หรือจิ๊ป เป็นอย่างดี และนายนพพล หรือจิ๊ป เคยนำจักรยานยนต์ที่มีอยู่ มาแต่งที่บ้านนายนคร หรืออ๊อฟ บ่อยครั้ง และตำรวจกำลังตรวจสอบเชิงลึกว่านายนครมีส่วนพัวพันเครือข่ายของนายจิ๊ป หรือไม่

 สำหรับการติดตามไล่ล่านายจิ๊ปขณะนี้ มีผู้แจ้งเบาะแสมาแล้วพบนายจิ๊ปหลบอยู่เขตจ.จันทบุรีรอยต่อ จ.ตราด ขณะนี้พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธร 1 ประสานทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ให้ตรวจสอบบุคคลเข้าออกตะเข็บชายแดนแล้ว เพราะคาดว่านายจิ๊ปจะพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ หากตำรวจติดตามจับกุมนายจิ๊ประหว่างหลบหนี ให้ตำรวจรักษาชีวิตตนไว้ก่อน เนื่องจากนายจิ๊ป มีปืนติดตัว และมีคนส่งกระสุนปืนไว้ให้

 

 

คมชัดลึก :ตร.บุกชาร์จรวบ“จิ๊บ ไผ่เขียว”กลางดึก “อัศวิน”เผยไล่ล่าตั้งแต่สวนยางระยอง แต่คนร้ายนั่งวินจยย.ขึ้นรถตู้กลับมากบดานอยุธยา เตรียมหิ้วตัวชี้จุดไล่ยิงวันนี้


« Back