พันโทยี่เซ ผู้นำมูเซอดำ

 

 

 

 

 ปัจจุบันสถานการณ์ยาเสพติดด้านชายแดนยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะ จ.เชียงราย ซึ่งอยู่ใกล้แหล่งผลิต และยังมีการลักลอบนำเข้าสูง จากการฟังบรรยายสรุปของกองกำลังผาเมือง พบว่ายังมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดอีก 4 กลุ่ม เคลื่อนไหวตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ตรงข้ามภาคเหนือของไทย คือ กลุ่มของ พ.ท.ยี่เซ กลุ่มนายตานับ กลุ่มนายตั้งกว่อหน่ำ และกลุ่มนายหน่อคำ นอกจากนั้นยังพบว่า ขณะนี้มีการผลิตยาเสพติดรอลักลอบเข้าฝั่งไทยอีกเป็นจำนวนมาก โดยกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดจะฉวยโอกาสในช่วงการเลือกตั้งและช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ลอบขนยาเสพติด และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นให้มากยิ่งขึ้น และก็ได้จัดหาเครื่องมือเทคโนโลยีมาช่วยการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น. - สำนักข่าวไทย (2007)

"ตาก"เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่ายล ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติของป่าเขาลำเนาไพร มีน้ำตกงามที่นักท่องเที่ยวผู้รักการผจญภัยต้องไปเยือนอย่างน้ำตกทีลอซู มีประเพณีลอยกระทงสายอันเลื่องลือ

อีกทั้งยังมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์มีชาวเขาเผ่าต่างๆอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างผาสุก อย่างเช่นที่ดอยมูเซอ ที่ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าสนใจของจังหวัดตาก อาทิ ดอยนมสาว จุดชมวิว น้ำตกดอยมูเซอ

นอกจากนี้ที่บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 105 ตาก-แม่สอด ระหว่าง กม.ที่ 25-26 ทางขึ้นดอยมูเซอ ยังเป็นสถานที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ชาวเขาเผ่า"มูเซอดำ"เป็นอีกสถานที่หนึ่งซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินชีวิตอันเรียบง่ายของชาวเขาที่อาศัยอยู่ในจังหวัดตากได้เป็นอย่างดี จัดสร้างโดยศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดตาก เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บนพื้นที่สูง ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล

"พิพิธภัณฑ์มูเซอดำ"แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นบริเวณตลาดการค้าชาวไทยภูเขา(ตลาดดอยมูเซอใหม่) ปากทางเข้าบ้านมูเซอส้มป่อย หมู่ที่ 5 ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง คือส่วนที่แรกเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ ภายในประกอบไปด้วย

สถานที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชาวมูเซอดำ อาทิพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณเป็นยารักษาโรค อย่าง"ยะคินี" เป็นยาแก้ไขมาลาเลีย นิยมนำมาต้มน้ำดื่ม"คีข่าเนี่ยเว"หรือ ที่ทางเหนือเรียก จะค่านแดง นำมาดองเหล้า ต้มน้ำดื่ม ทำให้เลือดลมหมุนเวียนดีขึ้น และ"หมี่ซึนะ" หรือ ขมิ้นดำ ใช้ผสมกับอาหาร เป็นยาแก้ท้องอืดในสมัยโบราณใช้กับคนที่จะเลิกเสพฝิ่น เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการในส่วนของเครื่องดนตรี เครื่องประดับของชาวมูเซอดำ เช่น แหละก่อต่า(กำไลข้อมือของเด็กผู้ชาย) ตลอดจนถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องมือการเกษตร นิทรรศการที่บอกเล่าความเป็นมาของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณีของชาวมูเซอดำ ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งงานหรือภาพถ่ายที่สะท้อนความเป็นอยู่ตามวิถีชนเผ่า

ส่วนของอาคารที่สองเป็นการจัดแสดงเกี่ยวกับเส้นสายลายปัก เป็นงานฝีมือการปักผ้าของชาวเขาทั้ง 6 เผ่า คือ ลีซอ แม้ว อาข่า เย้า กะเหรี่ยง มูเซอ แต่ละลวดลายนอกจากจะมีความงามที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นประจำเผ่าแล้วยังมีความหมายแอบแฝงอยู่อีกด้วย

เช่น ลายเสือ หมายถึงความกล้าหาญ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจก็สามารถสั่งปักผ้าเหล่านี้ได้ตามลายที่ต้องการ มีบริการจัดส่ง ส่วนสุดท้าย เป็นอาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเป็นส่วนให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวแก่ผู้สนใจนอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมีบ้านชาวเขาเผ่าม้งดั้งเดิมตั้งแสดงอยู่และมีภูมิปัญญาชนเผ่าบ้านไร้ตะปูของเผ่ามูเซอดำให้ชมอีกด้วย

นอกเหนือจากพิพิธภัณฑ์มูเซอดำแล้วยังมีตลาดดอยมูเซอซึ่งตั้งอยู่ติดกันให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเลือกหาอีกด้วย ในบริเวณเดียวกันนั้น เป็นที่ขายสินค้าทางการเกษตรของชาวไทยภูเขา มีสินค้าพื้นเมืองวางขายให้เลือกซื้อเลือกหาเป็นของฝาก บริเวณหน้าลาดจอกรถมีร้านกาแฟเล็กๆให้นั่งอิ่มเอมไปกับบรรยากาศสายลมหนาว

ด้านข้างของพิพิธภัณฑ์ฯ จะมีทางเข้าสู่น้ำตกดอยมูเซอ ซึ่งเป็นถนนคอนกรีตเล็กๆ รถกระบะ และรถเก๋ง สามารถขับเข้าไปได้ ระยะทางจากตลาดประมาณ 4 กม.จะมีจุดจอดรถแล้วเดินศึกษาธรรมชาติไปตามทางอีกเล็กน้อยก็จะถึงน้ำตก หนาวนี้หากมีโอกาสแวะเวียนไปจังหวัดตาก ก็อย่าลืมแวะเวียนเที่ยวชม"พิพิธภัณฑ์มูเซอดำ"แหล่งศึกษาวิถีชาวมูเซอดำและชาวไทยภูเขาที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย

 คมชัดลึก : นับตั้งแต่รัฐบาลทหารพม่าเริ่มปฏิบัติการกดดันชนกลุ่มน้อยทั้ง 17 กลุ่มมาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงขณะนี้ปี 2553 กำลังจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น จึงมีแผนบีบให้ชนกลุ่มน้อยยอมจำนน แต่ยังมีชนกลุ่มน้อยอย่างน้อย 3 กลุ่ม ที่พยายามต่อต้านและเพิ่มกำลังผลิตยาเสพติด เพื่อนำเงินมาซื้ออาวุธไว้ต่อกรกับรัฐบาลทหารพม่า ได้แก่ กลุ่มว้า กลุ่มกองทัพพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยแห่งชาติ (เอ็นดีเอเอ) และกลุ่มกองทัพรัฐฉาน (เอสเอสเอ)

โดยในส่วนของว้าที่เรียกได้ว่าเป็นหนามยอกอกรัฐบาลทหารพม่ามานาน เพราะเกี่ยวพันในฐานะเป็นผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่ของโลก รัฐบาลทหารพม่าจึงพยายามผลักดันให้กลุ่มว้ายอมวางอาวุธและแปรสภาพมาเป็นกองกำลังรักษาชายแดน (บีจีเอฟ)

ปลายปี 2552 ต่อเนื่องต้นปี 2553 มีรายงานจากทางทหารว่า กองทัพว้าที่มีกำลังพลทั้งสิ้นอาจจะถึง 5 หมื่นนาย ได้สั่งซื้ออาวุธเพิ่มกว่า 3 หมื่นกระบอก และพร้อมจะปักหลักสู้กับกองทัพพม่า

มีข้อมูลที่ตรงกันของตำรวจ ทหาร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ว่าปัจจุบันมียาบ้าอย่างน้อย 200 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 50 กิโลกรัม และเฮโรอีน 30 กิโลกรัม รอลำเลียงเข้ามาในประเทศไทย ?!!

สำหรับชนกลุ่มน้อยที่ยังคงผลิตยาเสพติดอยู่อย่างต่อเนื่อง คือ กลุ่มว้าของ "เหว่ย เซียะ กัง" กลุ่มเอ็นดีเอเอของ พ.อ.จายลืน และกลุ่มกองทัพรัฐฉานของ พ.อ.เจ้ายอดศึก แหล่งผลิตส่วนใหญ่ย้ายจากแถบชายแดนเข้าไปในพื้นที่ชั้นในราว 100 กว่ากิโลเมตรขึ้นไป และมักทำในค่ายทหารเสียเป็นส่วนใหญ่

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่มีอยู่ของหน่วยราชการด้านการปราบปรามยาเสพติดของไทยพอจะแยกแยะได้ดังนี้ กลุ่มโกกั้งพื้นที่รัฐฉานตอนบนมีฐานอยู่ที่บ้านลาเฉียว หมู่บ้านปางซางของกลุ่มว้าตระกูลเปา พื้นที่รัฐว้าภาคเหนือ ส่วนรัฐว้าภาคใต้จะขึ้นอยู่กับกลุ่มว้าตระกูลเหว่ย ส่วนบ้านท่าขี้เหล็กจะเป็นของกลุ่มไทใหญ่หน่อคำ ด้านมูเซออาสาสมัครพม่าและองค์กรแห่งชาติมูเซอ (แอลเอ็นโอ) จะกินพื้นที่บ้านน้ำปุง และพ.อ.มหาจ่า จะอยู่ที่บ้านหัวเมืองรัฐฉานตอนใต้

แหล่งผลิตยาเสพติดที่ตรวจพบฝั่งตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน มีทั้งสิ้น 3 แห่ง ด้าน จ.เชียงใหม่ กับ จ.เชียงราย อีกฝั่งละ 2 แห่ง รวมเป็น 7 แห่ง ประกอบด้วย บ้านร่องหมากโอ, บก.สย.ตับผาลาย, ฐานบ้านคายหลวง, พล.น.772, พล.น.248 หมู่บ้านยองปัง และบ้านน้ำปุง

ด้านตรงข้าม จ.เชียงราย คนที่เป็นผู้นำการเคลื่อนไหวได้แก่ เหว่ย เซียะ กัง ผู้นำว้า กับ พ.อ.จายลืน ผู้นำเอ็นดีเอเอ ส่วนด้านตรงข้าม จ.เชียงใหม่ เป็นเหว่ย เซียะ กัง กับ พ.ท.ยี่เซ กองกำลังว้า สำหรับฝั่งตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน จะเป็น พ.อ.ต๊ะมาน ซึ่งก็เป็นกลุ่มว้าเช่นเดียวกัน

ที่เมืองปางซางและหมู่บ้านตังยานยังคงเป็นศูนย์ผลิตยาเสพติดแหล่งใหญ่ของกลุ่มว้า โดยเฉพะเหว่ย เซียะ กัง ผู้นำกองกำลังว้าเองก็อาศัยอยู่ที่นี่ ด้วยเป็นยุทธศาสตร์สำคัญโอบล้อมด้วยขุนเขา 2 ลูก หลังจากผลิตยาเสพติดเสร็จแล้วจะลำเลียงผ่าน 2 เส้นทาง ได้แก่ จากหมู่บ้านปางซางผ่านหมู่บ้านลาของกลุ่มโกกั้ง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษที่ 4 โดยมีเป้าหมายขนส่งลงเรือที่ท่าสบหลวย ลำเลียงไปตามแม่น้ำโขงผ่าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ส่วนอีกเส้นทางจะลำเลียงจากหมู่บ้านปางซางผ่านหมู่บ้านตังยาน หมู่บ้านเกสี มาพักคอยทยอยข้ามชายแดนที่หมู่บ้านน้ำจ๋าง แล้วค่อยลำเลียงไปยังบ้านหัวเมืองและบ้านคายหลวง ฝั่งตรงข้าม อ.ปางมะผ้า และอ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีแผนลำเลียงผ่านหมู่บ้านทาไปยังแหล่งพักคอยที่หมู่บ้านจ๊อดตรงข้าม อ.เวียงแหง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

นอกจากแหล่งผลิตส่วนใหญ่จะอยู่ตามค่ายทหารแล้ว ยังถูกเป็นแหล่งพักยาก่อนลำเลียงข้ามชายแดนเข้าประเทศไทยอีกด้วย จากข้อมูลของศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด บช.ภ.5 พบว่าแหล่งพักยาฝั่งพม่ามีอยู่หลายจุด ประกอบด้วย ด้านตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน 9 จุด จ.เชียงใหม่ 15 จุด และ จ.เชียงราย 5 จุด

สำหรับรายละเอียดจุดพักยาพอจะสรุปได้ดังนี้ บ้านร่องหมากโอ, ฐานแม่กุน-ก้างปลา, บก.สย.ตับผาลาย, ฐานบ้านห้วยฮะ, ฐานดอยหัวม้า, ฐานกองเฮือบิน, บ้านดอยไฟ, ฐานบ้านน้ำฮูม, พล.น.772, บ้านนากองมู, พัน 169 (ดอยกังตี่), พัน 169 (ซุย จัน), ฐานบ้านน้ำสุขุ่น, คร.501, คร.405, พล.น.775, บ้านมะขี้หนู, ดอยสันจุ๊, หมู่บ้านยองปัง, พล.น.248, บ้านสี่หก, บก.46, บ้านแม่โจ๊ก, บ้านน้ำปุง, บ้านปง, ท่าขี้เหล็ก, บ้านโฮ่ง, บก.ทหาร 171

เมื่อพูดถึงผู้ผลิตแล้วฉบับพรุ่งนี้จะพาไปดูเส้นทางและช่องทางท่าข้ามต่างๆ ที่ขบวนการค้ายาเสพติดใช้ลำเลียงข้ามชายแดนเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งแถบภาคเหนือที่มีปัญหาอยู่ก็มีอยู่ 3 จังหวัด ซึ่งมีชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน และยังเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดสำคัญของชนกลุ่มน้อยข้างต้นด้วย


 

 

เชียงราย - ตชด.วิสามัญฯ มูเซอขนยาบ้า พร้อมยึดของกลาง 2.4 หมื่นเม็ด เผยผู้เสียชีวิตเป็นสมุนคนสำคัญ พ.ท.ยี่เซ หัวหน้ากองกำลังติดอาวุธมูเซอดำ ที่ทรงอิทธิพลแถบชายแดนไทย-พม่าด้านเชียงราย

      

       เมื่อเวลา 01.15 น.วันนี้ (11 ม.ค.) ร.ต.อ.พรเทพ ชุมแสง ผู้บังคับกองร้อย ตชด.327 สืบทราบจะมีการลักลอบขนยาเสพติดประเะภทยาบ้านเข้ามาตามเทือกเขาพื้นที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ อ.เมือง-แม่จัน-แม่ฟ้าหลวง ชายแดนไทย-พม่า จึงร่วมกับ พ.ต.อ.สุนทร จันทรากูร ผกก.สภ.แม่สรวย นำกำลังไปดักซุ่มอยู่บริเวณป่าละเมาะหมู่บ้านย่านำ หมู่ 16 ต.วาวี อ.แม่สรวย

      

       ภายหลังเจ้าหน้าที่ดักซุ่มรออยู่นานหลายชั่วโมง ก็พบชายลึกลับจำนวน 7 คน ท่าทางกำยำสวมเสื้อสนามเดินป่า บางคนสะพายกระเป๋าเป้มาด้วย โดยได้เดินลัดเลาะไปตามถนน และมีอยู่คนหนึ่งขับขี่จักรยานยนต์ไปด้วย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอเข้าไปตรวจสอบแต่ปรากฏว่ากลุ่มคนดังกล่าวกลับมีอาวุธ และยิงกระสุนปืนเข้าใส่เจ้าหน้าที่จึงเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้นนานกว่า 10 นาที

      

       เมื่อสิ้นเสียงปืนเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบ พบคนร้ายถูกกระสุนของตำรวจยิงจนเสียชีวิต 1 คน เมื่อตรวจสอบเอกสารในตัวผู้ตายทราบชื่อว่า นายอาก๋วย แสงลี่ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ อยู่บ้านเลขที่1 หมู่ 23 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งหนึ่งในสมุนคนสำคัญของ พ.ท.ยี่เซ หัวหน้ากลุ่มติดอาวุธมูเซอดำ ที่มีฐานอยู่ที่บ้านเอดิ ตรงกันข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และมีประวัติหนึ่งในกลุ่มขบวนการคุ้มกันคาราวานยาเสพติด

      

       ข้างศพนายอาก๋วยยังพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก และกระสุนยังอยู่ในรังเพลิง 3 นัด และปลอกกระสุนปืนอีกจำนวนมาก ส่วนในกระเป๋าเป้ที่สะพายมาด้วยยังยาบ้าจำนวน 12 มัด รวมทั้งสิ้น 24,000 เม็ด และรถจักรยานยนต์ 1 คัน

      

       สำหรับคนร้ายที่ร่วมขบวนมาอีก 6 คน อาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่าไปได้แต่คาดว่าจะมีผู้ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเนื่องจากมีรอยเลือดเข้าไปในป่าเป็นทางยาว เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังกันโอบล้อมพื้นที่ เพื่อติดตามหาตัวคนที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลไปหาผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ยังไร้วี่แวว คาดว่าบางส่วนได้หลบหนีข้ามฝั่งประเทศ เพื่อนบ้านไปแล้ว

 

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 21 ก.พ.54 พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 ได้สืบทราบว่า จะมีกองกำลังติดอาวุธ คุ้มกันคาราวานลำเลียงยาบ้าล็อตใหญ่ จากฐานผลิตกลุ่มว้าแดง U.W.S.A จากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาในพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-พม่า บริเวณช่องทางดอยสามเส้า บ้านสันติสุข ม.19 ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย จึงสั่งการให้ พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผบ.กองกำลังผาเมือง นำชุดปฏิบัติการกองกำลังผาเมือง เข้าสกัดกั้น
        ต่อมาชุดลาดตระเวนร้อยทหารพราน หมวดลาดตระเวนไกล กกล.ผาเมือง ตรวจตรามาจนถึงแนวป่าทิศเหนือ ห่างพรมแดนไทย-พม่า 3 กิโลเมตร ได้พบกองกำลังติดอาวุธจำนวน 8 นาย อาวุธสงครามพร้อมมือ เดินเรียงแถวแบกเป้สีเขียว ลัดเลาะมาตามแนวป่า จึงแสดงตัวเข้าจับกุม โดยฝ่ายกองกำลังยานรก ได้เปิดฉากรัวยิงด้วยอาวุธสงคราม พร้อมโยนลูกระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อเปิดทางหนี ระเบิดดังกึกก้องกัมปนาท สนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่า ด้านเจ้าหน้าที่ทหาร ระดมยิงโต้ตอบจนเกิดการปะทะเป็นระลอกๆ โดยมีเสียงระเบิดจากฝ่ายตรงข้าม ตามมาอีก 2 ครั้ง การปะทะกินเวลาร่วม 20 นาที เสียงปืนสองฝ่ายได้สงบลง เจ้าหน้าที่ปลอดภัยทุกนาย
        จากการเข้าเคลียร์พื้นที่ปะทะ พบศพกองกำลังคุ้มกันยาเสพติด ถูกยิงเสียชีวิต จำนวน 2 ศพ แต่งชุดเสื้อแขนยาว สวมกางเกงขายาวลายพราง รองเท้าเดินป่าแบบทหารว้าแดง จากการตรวจค้นในตัวไม่พบเอกสารหลักฐานแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางเป็นอาวุธปืนสงคราม M.16 จำนวน 1 กระบอก ลูกระเบิดชนิดขว้างจีนแดง 1 ลูก กระเป๋าเป้ 2 ใบ ภายในมียาบ้า จำนวน 300,000 เม็ด ซึ่งชุดการข่าวกองกำลังผาเมือง ระบุว่ายาบ้าล็อตนี้ ถูกผลิตและลำเลียงมาจากโรงงานกลุ่มว้าแดง ที่เมืองยอน โดยมีกองกำลังมูเซอดำ กลุ่ม พ.ท.ยี่เซ รับจ้างจากกลุ่มว้า ลำเลียงเข้ามาในเขตแดนไทย แต่มาประจันหน้าชุดลาดตระเวนทหาร จึงเกิดการปะทะกันขึ้น.

 

 

 

เชียงราย 5 มี.ค.- เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ร่วมกับทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 31 และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 สนธิกำลังตั้งด่านตรวจค้นยาเสพติด บริเวณถนนสายแม่สลอง-แม่จัน โป่งขม-บ้านกิ่วสะไต ต.ป่าตึง อ.แม่จัน ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างชายแดน จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ สามารถตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาลอบขนยาบ้า เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ (ลาหู่) ได้ 5 คน ประกอบด้วย นายอาชาน้อย แซ่ปลา นายอาฉ่า ลายา นายลูกะ ลีจา นายภัทรภูมิ ไมตรีญาติ นายอายีเหละ จะเหมาะ พร้อมของกลางยาบ้า 20,000 เม็ด ยาไอซ์ 1 กิโลกรัม เงินสด 450,000 บาท และยึดรถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง

              จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นเครือข่ายของ พ.ท.ยี่เซ ราชายาเสพติดเผ่ามูเซอดำ อยู่ระหว่างขนยาบ้าและยาไอซ์ ไปส่งให้นายทุนชาวมาเลเซีย โดยนัดส่งมอบที่ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ค่าจ้างเป็นเงิน 50,000 บาท ขณะที่ พ.ต.อ.จรัญฌิ์ เริงธรรม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด เป็นเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ มีผู้ร่วมเครือข่ายหลายคน ทั้งนี้ หากยาเสพติดทั้งหมดถูกส่งไปยังปลายทางได้จะมีมูลค่าสูงกว่า 30 ล้านบาท.

 
 

 

 

เชียงราย 25 มี.ค.54-เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ พ.ต.อ.จรัญฌิ์ เริงธรรม รอง ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์  ปิ่นทอง ผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย และ พ.ต.ท.วิเชียร ชุ่มชิต สวญ.สภ.แม่ยาวแถลงข่าวจับกุมนายสมศักดิ์ จะจ๋อ อายุ 24 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ อยู่บ้านเลขที่ 59 หมู่ที่ 18 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย พร้อมของกลาง ยาไอซ์ หนัก 4 กิโลกรัม และรถจักรยานยนต์ 1 คัน หลังตำรวจสืบทราบว่านายสมศักดิ์เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ สมุนพันโทยี่เซ ราชายาเสพติดเผ่ามูเซอดำ มีพฤติกรรมลักลอบค้ายาเสพติดมานาน จึงให้สายลับติดต่อล่อซื้อยาไอซ์  ในราคา 4 ล้านบาท นัดส่งมอบกันที่ศาลาริมสระน้ำกกหลง หมู่ที่ 5 บ้านห้วยทรายขาว ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายสมศักดิ์ได้ขับรถจักรยานยนต์  ฮอนด้า รุ่น เวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน ขษต- 200 เชียงราย นำยาไอซ์มาส่ง เจ้าหน้าที่ที่ดักซุ่มอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ตรวจค้นในกระเป๋าสะพาย พบยาไอซ์ บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ พันด้วยเทปกาวใส จำนวน 4 ก้อน หนักก้อนละ 1 กก. จากการสอบสวน นายสมศักดิ์สารภาพว่า รับจ้างจากนายทุนเป็นผู้หญิง ชื่อนางอาหมี่ ไม่ทราบนามสกุล ชาวเขาเผ่ามูเซอ ฝั่งประเทศพม่า ให้นำยาไอซ์มาส่ง ได้รับค่าจ้าง 45,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามีเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย.-สำนักข่าวไทย

 

 

 

ฉก.ม.2 โชว์ฟอร์มก่อนย้ายหน่วยตามวาระ ยึดยาบ้า มูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เตรียมการแยกส่วนยาบ้าส่งพื้นที่ภาคกลาง เฮโรอีน ส่ง 3 ชายแดนใต้ และยาไอซ์ ส่งประเทศที่ 3 ล่าสุด “ศูนย์ประสานงานสกัดกั้นและแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ”ประสานงานรัฐบาลพม่า ปราบปรามแหล่งผลิตยาเสพติด

 

 

  

                                

 

วันที่ 8 กันยายน 2554  เวลา 09.00 น. พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง,ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสกัดกั้นและแก้ไขปัญกายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ พร้อมด้วยนายพินิจ  หาญพานิชย์ รอง ผจว.เชียงราย,นายสุขุม  โอภาสนิพัทธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด  และ พ.อ.จิรเดช กมลเพ็ชร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2  ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมยาเสพติด ล็อตใหญ่ ณ.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 กองกำลังผาเมือง  ค่ายเม็งรายมหาราช องเมือง จ.เชียงราย

 

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 กันยายน ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2 ได้รับแจ้งจากสาย ข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากเข้ามาในเขตพื้นที่รับผิดชอบ จึงจัดกำลังซุ่มตรวจ บริเวณทางลงจากวัดพระธาตุดอยตุง จนถึงเวลา 22.00 น. ได้ตรวจพบรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บน.4179 เชียงราย ตรงตามที่ได้รับจากการแจ้งจากสายข่าวที่รายงาน ขับผ่านมา  เจ้าหน้าที่จึงแจ้งจุดตรวจจุดสกัด (ชั่วคราว) สามแยกบ้านบาลา ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง พร้อมกับให้สัญญาณหยุด เพื่อขอทำการตรวจค้น เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ รถยนต์คันดังกล่าวจึงได้ขับฝ่าด่านตรวจเพื่อหลบหนีการตรวจค้น ขับมุ่งหน้าไปตามถนนสายดอยตุง-ห้วยน้ำขุ่น  เจ้าหน้าที่จึงขับรถไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด แต่รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับหนีอย่างรวดเร็ว เมื่อจวนตัวจึงได้จอดรถทิ้งไว้และอาศัยความมืดอำพราง หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยจอดรถยนต์ทิ้งไว้บริเวณบ้านห้วยส้าน-บ้านสี่หลัง ต.แม่ฟ้าหลวง 

 

จากการตรวจค้นพบยาเสพติดเป็นยาบ้าจำนวน 2,462,000 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 95 กิโลกรัม  และเฮโรอีน 3.4 กิโลกรัม ใส่ไว้ในกระเป๋าเป้และถุงปุ๋ย จำนวน 20 ถุง อยู่กระบะท้ายรถ จึงทำการตรวจยึดของกลาง พร้อมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย

 

จากการขยายผลทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของนายอาโซ่  มือแลกู  อายุ 29 ปี เป็นราษฎรบ้านอาเจ๊ะ ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน เชียงราย  ซึ่งในตอนเช้าตรู่ของวันที่ 8 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าตรวจค้นบ้านของนายอาโซ่ แต่ไม่พบตัวนายอาโซ่ พบเพียงหลักฐานบางอย่าง จึงทำการตรวจยึด และจะได้ติดตามตัวนายอาโซ่ มาทำการสอบสวนถึงที่มาของยาเสพติดจำนวนดังกล่าว

 

รายงานข่าวเบื้องต้น พล.ต.ปราการ  ชลยุทธ  กล่าวว่าว่ายาเสพติดจำนวนดังกล่าวยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นของกลุ่มใด  แต่ในด้านความเป็นไปได้ น่าจะเป็นเครือข่ายของ นายยี่เซ หรือ พ.ท.ยี่เซ (กองกำลังเผ่ามูเซอร์ดำ) ที่มีเขตอิทธิพลในพื้นที่การคุ้มครองแหล่งผลิตยาเสพติดตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ตรงข้าม อ.แม่ฟ้าหลวง,อ.แม่จัน จ.เชียงราย  และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งทางศูนย์ประสานงานสกัดกั้นและแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือได้ประสานงานกับทางรัฐบาลพม่าเพื่อดำเนินการปราบปรามแหล่งผลิตยาเสพติด  และทางพม่าก็ยินดีให้ความร่วมมือ   ในส่วนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยต้องเข้มงวดในการหาข่าว  การสกัดกั้น ทั้งพื้นที่ชายแดน  และพื้นที่โซนกลางเพื่อไม่ให้ขบวนค้ายาเสพติดใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดผ่านพื้นที่ไปได้

 

ด้านนายสุขุม  โอกาสนิพัทธ์  เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ยาเสพติดล็อตนี้ ตามรายงานข่าวรายงานว่า จะถูกแยกส่วน โดยในส่วนของยาบ้า จะถูกจัดส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย  ส่วนเฮโรอีนจะถูกส่งไปจำน่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  และยาไอซ์ มีรายงานว่าจะลำเลียงส่งไปจำหน่ายในประเทศที่ 3  ส่วนมูลค่าการซื้อขายในพื้นที่อยู่ในราคาประมาณ 900 ล้านบาท  หากถูกส่งไปยังพื้นที่ส่วนกลางจะมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท   ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ประสานงานและติดตามขยายผลถึงกลุ่มขบวนการนายทุนที่อยู่เบื้องหลังเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมาย ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาเร่งด่วน

 

ขอบคุณภาพ-ข่าว///ธีราวัฒน์ คำธิตา

 

 

 

 

ชุดเฉพาะกิจ “เพรียวพันธ์” แผลงฤทธิ์ ประเดิมวิสามัญฯลูกชายเจ้าพ่อยาเสพติดระดับโลก ยึดยาบ้านับแสนเม็ด

 

วันนี้ (17 ก.ย.54 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดตามแนวชายแดนของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รรท.ผบ.ตร. ได้ทำการวิสามัญฯ นายมูเซอ วิน อายุ 45 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอดำ ลูกชายของนายยี่เซ หรือผู้พันยี่ นักค้ายาเสพติดรายใหญ่ ขณะขับขี่รถจยย  ฮอนด้า  สกู๊บปี้ สีฟ้า ทะเบียน คทท. 326 เชียงราย อยู่บนถนนเลียบเมืองแม่สาย เชียงแสนใกล้สะพานแห่งที่ 2 ไทย-พม่า เพื่อนำยาบ้าจำนวน 100,000 เม็ด ไปส่งให้กับลูกค้า

 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมามีผู้พบยาบ้าซ่อนไว้ข้างทางใกล้กับจุดที่วิสามัญและแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่สาย ได้ตรวจยึดไว้เป็นจำนวน 900,000 เม็ด แต่ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ทราบว่าจะมีการส่งมอบยาบ้ากันอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจค้น จนพบผู้ตายขี่รถ จยย. ผ่านมาตามที่ได้รับรายงาน จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจ แต่ผู้ขับขี่รถจยย.หลบหนีและชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 11 มม. ยิงใส่เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้ถูกวิสามัญฯเสียชีวิตอย่างอนาถในที่สุด

 

 

 

สำหรับ นายมูเซอ วิน ผู้ตายมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศพม่า เป็นลูกชายของ  นายยี่เซ หรือผู้พันยี่ ผู้นำมูเซอดำที่ทางการไทยต้องการตัวมากที่สุดและมีหมายจับในคดีผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในภาคเหนือ ถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีอิทธิพลพอสมควรในพม่า เพราะมีกองกำลังกู้ชาติมูเซอดำหนุนหลังและมีโรงงานผลิตยาบ้าขนาดใหญ่.

 

 


« Back